ปัญหาทำใบเขียวแต่งงานเมื่อเดินทางกลับไทย

สัปดาห์นี้จะตอบคำถามอีเมล์เกี่ยวกับการหย่าร้าง และปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อฝ่ายหญิงเดินทางกลับเมืองไทยหลังแต่งงาน หรือขณะยื่นเรื่องขอและรอใบเขียว และหลังวีซ่าขาด

คำถามที่หนึ่ง

ดิฉันมีปัญหาเกี่ยวกับใบเขียวแต่งงานค่ะ คือดิฉันได้วีซ่าโอแพร์ (J-1 วีซ่า) เดือนมีนา 2008 ทำงานกับ Host family และได้ต่อวีซ่าอีก 1 ปีถึงมีนา 2010 และตลอดเวลาทำงานกับ Host family ถึงมีนา ดิฉันได้แต่งงานกับแฟนต้นปี 2009 แฟนได้ทำเรื่องขอใบเขียวแต่งงานเดือน ก.พ. ปี 2010 ระหว่างคอยทางอิมมิเกรชั่นขอเอกสารเพิ่มเกี่ยวกับรายได้ แต่เพราะแฟนมีรายได้ไม่พอเขาจึงส่งจดหมายไปอิมมิเกรชั่นขอพักเรื่องใบเขียว 2 ปี และบอกให้ดิฉันกลับเมืองไทย ดิฉันก็กลับเมืองไทยเดือน พ.ค. 2010 ตอนนี้แฟนบอกว่าได้รับจดหมาย deny เรื่องจากอิมมิเกรชั่น ซึงดิฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี และตอนนี้ก็มีปัญหากับแฟน ดิฉันอยากกลับไปเมกา จะพยายามขอให้แฟนยื่นเรื่องทำใบเขียวให้อีกครั้ง ดิฉันมีคำถามดังนี้

  1. สามียื่นเรื่องขอใบเขียวให้ใหม่ได้หรือไม่
  2. รายได้สามีประมาณ $40,000 แต่มีหนี้สินมากกว่ารายได้ จะต้องมีจ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์หรือไม่
  3. จะมีปัญหากลับเข้าอเมริกาไหมที่ดิฉันอยู่เกินวีซ่า
  4. ดิฉันจะต้องรอนานเท่าไร ถึงจะขอวีซ่ากลับไปเมกาใหม่ได้ อยากขอวีซ่านักเรียนไปทำปริญญาโท หรือวีซ่าท่องเที่ยวก็ได้
  5. ถ้าสามีไปมีแฟนใหม่ เราจะฟ้องร้องสามีได้ไหมเพราะเรื่องใบเขียวยังคาราคาซังยังงี้
  6. ถ้าสามีหย่าเราจะรู้ได้ยังไง

ตอบ

  1. สามีสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ใหม่ได้ค่ะ แต่ต้องยื่นผ่าน Consular processing คือผ่านเข้าสถานทูตอเมริกันในเมืองไทย และถ้าคุณมีสามารถทำวีซ่าเข้าอเมริกาได้ คุณก็สามารถปรับสถานภาพ (adjust status) เปลี่ยนเอาเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่นได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น (คุณสามารถรายละเอียด “ขอใบเขียวผ่านสถานทูตหรืออิมมิเกรชั่น” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทใบเขียว หน้า 4-1 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยตรงจากดิฉัน ส่วนแฟนคลับเมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
  2. ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่น ซิติเซ่นผู้ยื่นใบเขียวให้ต้องมีรายได้ต่อปีขั้นต่ำตามที่อิมมิเกรชั่นกำหนด ถ้ารายได้สปอนเซ่อร์ไม่พอ จึงต้องมีจ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์มาช่วยเซ็น อิมมิเกรชั่นดูจากรายได้ตามที่แจ้งภาษีเท่านั้นค่ะ เขาจะไม่คำนวนมาหักลบกับหนี้สินค่ะ รายได้ขั้นต่ำสำหรับสมาชิกสองคนในครอบครัว ในกรณีคุณคือสามีและภรรยา รายอย่างต่ำคือ $18,388 ซึ่งสามีมีรายได้พอ จึงไม่ต้องมีจ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์ค่ะ
  3. ภายใต้ unlawful presence ถ้าผู้ใดวีซ่าขาดเกิน 6 เดือนแต่ไม่เกิน 1 ปี ห้ามกลับเข้าประเทศ 3 ปี ถ้าขาดเกิน 1 ปี ห้ามกลับเข้าประเทศ 10 ปี (คุณสามารถรายละเอียด unlawful presence “กฎหมายอยู่เกิน” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บท กฏหมายคนเข้าเมือง หน้า 2-7) กรณีคุณเนื่องจากคุณต้อวีซ่าโอแพร์อีก 1 ปี และคุณทำงานกับ host family มาตลอดจนหมดวีซ่า คุณกลับหลังวีซ่าเพียงแค่ 2 เดือน ฉะนั้นไม่เป็นปัญหาค่ะ และอีกอย่างคือ สามียื่นเรื่องทำใบเขียวให้คุณเดือนกุมภาก่อนที่วีซ่ายังไม่ขาด ก็เท่ากับคุณอยู่โดยไม่เถื่อน เพราะเมื่อคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงาน ณ. วันที่อิมมิเกรชั่นรับเรื่องของคุณเท่ากับสถานภาพคุณคงไว้ ณ. วันนั้น
  4. เนื่องจากคุณไม่แบล็กลิสท์คือประวัติไม่เสีย คุณไม่ต้องคอยค่ะ คุณสามารถพยายามยื่นขอวีซ่าได้เลย ซึ่งจะผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับทางสถานทูต
  5. คงไม่ได้มั๊งคะ นึกข้อข้อกล่าวหาไม่ออก การไปมีแฟนใหม่ไม่เกี่ยวกับการทำเรื่องขอใบเขียวให้คุณที่ยังค้างอยู่
  6. ถ้าสามีหย่าจะรู้ได้ค่ะ เพราะตามกฎหมายรัฐทุกรัฐเวลาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยื่นเรื่องหย่า จะต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายคือต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบ โดย serve notice หรือ summons ให้คุณ ถึงแม้คุณจะอยู่เมืองไทยก็ตาม

คำถามที่สอง

หนูมีเรื่องขอให้คุณช่วยด้วยค่ะ คือตอนนี้หนูอยู่เมืองไทย หนูแต่งงานกับสามี ซึ่งมีแค่ใบเขียว เรามีลูกหนึ่งคน ลูกเกิดในอเมริกา ตอนนี่้หนูโดนสามีฟ้องหย่าโดยที่หนูไม่รู้มาก่อน เหตุผลเพราะสามีหนูเขามีชู้ เขาจะไปทำใบเขียวให้เมียใหม่เขา หนูถือวีซ่าท่องเที่ยวน่ะค่ะ หนูจะกลับไปเมกาได้ไหม ตอนนี้เขาก็ไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร ถ้าศาลสั่งให้หย่าจะทำยังไงได้คะ(โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายหย่า ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” บท “หย่าร้าง)

ตอบ จดหมายฉบับนี้ข้อมูลไม่ละเอียด ดิฉันจะพยายามตอบตามคำถามนะคะ

สามีฟ้องหย่า

ตามจดหมายแสดงว่าการหย่ายังไม่สิ้นสุด กระบวนการทางกฎหมายการหย่าเป็นกฎหมายรัฐ บางรัฐต้องมีเหตุผลในการหย่า บางรัฐไม่ต้องมี เช่นรัฐคาลิฟอร์เนียไม่จำเป็นต้องมีเพียงแต่บอกว่าเข้ากันไม่ได้ ศาลก็ให้หย่า แต่อย่างไรก็ตามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถยื่นเรื่องหย่าได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย โดยเริ่มจากฝ่ายที่ฟ้องหย่าส่งหมายศาลไปให้อีกฝ่ายรู้ว่ากำลังถูกฟ้องหย่า วิธีส่งต้องผ่านตามกระบวนการทางกฎหมายรัฐที่ผู้ยื่นและผู้รับอยู่ กรณีคุณและกรณีตามจดหมายฉบับแรกที่คุณอยู่เมืองไทย การยื่นหมายศาลต้องถูกต้องตามกฎหมายประเทศไทยด้วย สรุปว่าตอนนี่้คุณคงได้รับหมายศาลแล้วถึงรู้ว่ากำลังถูกฟ้องหย่า

ค่าเลี้ยงดูบุตร

ตามกฎหมายบิดา และมารดามีหน้าที่เลี้ยงดูบุตร ถ้าบุตรอยู่กับฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งยังต้องส่งเสียค่าเลี้ยงดูบุตรจนกระทั่งบุตรอายุ 18 ปี ถ้าบุตรอยู่กับคุณ สามีต้องส่งค่าเลี้ยงดูบุตร ตามกฎหมายรัฐจะมีวิธีคำนวนค่าเลี้ยงดูบุตร และเขาต้องส่งตามจำนวนนั้น ส่วนมากเมื่อการหย่าสิ้นสุดลงเขาต้องเริ่มจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร คุณสามารถขอให้ศาลสั่งให้เขาจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรระหว่างรอเรื่องหย่าสิ้นสุดลงได้ ดิฉันแนะนำให้คุณปรึกษาทนายในรัฐที่สามีอยู่ปัจจุบันนี้ เรื่องที่ว่าศาลสั่งให้หย่าและคุณจะทำยังไง คือเรื่องหย่าเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล คือคุณจะไม่ยอมหย่าไม่ได้ คือในที่สุดก็ต้องหย่าน่ะค่ะ แต่การหย่าของคุณจะไม่ง่ายนักเพราะคุณมีบุตรด้วยกัน เพราะจะมีประเด็นเรื่องค่าเลี้ยงดูมาเกี่ยว คงต้องมีการทำข้อตกลงและทั้งสองฝ่ายเซ็นยินยอมก่อน คงใช้เวลาค่ะ ข้อเตือนนะคะ ดิฉันเคยเห็นใบหย่าที่คนไทยจ้างแทนะทำและมีการปลอมลายเซ็นอีกฝ่าย และการหย่าได้สิ้นสุดลงโดยอีกฝ่ายไม่เคยเซ็น ขอให้คุณพยายามจ้างทนายให้ติดตามเรื่อง

กลับไปเมกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวได้ไหม

ถ้าคุณมีวีซ่าท่องเที่ยวอยู่แล้ว คุณสามารถเดินทางไปอเมริกาได้ แต่ถ้าคุณอยู่เกินวีซ่ามาก่อน ภายใต้กฎหมาย unlawful presence เจ้าหน้าที่่อิมมิเกรชั่นที่สนามบินอาจไม่ให้คุณเข้าอเมริกาและส่งคุณกลับก็ได้ ดิฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ลูกอยู่กับคุณที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้าลูกอยู่กับคุณ ถ้าคุณจะมาอเมริกาจริงๆ คุณก็อาจเสี่ยงบินมากับลูกและนำเอกสารเกี่ยวกับเรื่องหย่าติดตัวมาด้วย ถ้าเจอปัญหาที่เจ้าหน้าที่จะไม่ให้เข้าเพราะคุณเคยอยู่เกิน คุณอาจต้องขอความเห็นใจจากอิมมิเกรชั่นว่าจะมาทำเรื่องหย่าให้เสร็จ ถ้าลูกอยู่กับคุณตอนนี้ที่เมืองไทย คุณอาจเจออีกปัญหาเรื่องพาเด็กซิติเซ่นออกนอกประเทศ ถ้าทางพ่อเขาจะเอาเรื่อง

ข้อแนะนำ จากสองกรณีข้างต้นนี้ ขอเตือนว่าระหว่างทำใบเขียวและรอใบเขียวแต่งงาน อย่าเดินทางกลับเมืองไทย เพราะอาจกลับเข้ามาไม่ได้ และถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นโดยเฉพาะเรื่องหย่าร้าง การหย่าร้างในอเมริกาฝ่ายหญิงจะไม่เสียเปรียบโดยเฉพาะในกรณีที่มีบุตร