ตอบจดหมายทำงานในอเมริกา

จดหมายฉบับหนึ่งถาม ดิฉันและลูกๆได้เป็นอเมริกันซิติเซ่นกันหมดแล้ว ต้องขอขอบคุณคุณรุจีรัตน์อีกครั้ง ที่ช่วยให้ดิฉันสอบผ่านเพราะการได้ฟังเทปของคุณ ดิฉันต้องขอคำแนะนำอีกเรื่องของหลานสาว หลานอายุ 18 ปีเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยในเมืองไทย มีบริษัทจัดหางานให้นักเรียนมาทำงานช่วงฤดูร้อน เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 บาท ถ้าหลานสาวสมัครทำงานกับบริษัท จะได้สิทธิพิเศษ เช่นใบทำงานในอเมริกาตลอดไปหรือไม่ และสามารถเดินทางเข้าออกอเมริกาในฐานะที่เคยเข้ามาทำงานช่วงฤดูร้อนหรือไม่

ตอบ ดิฉันดีใจที่เทปได้ช่วยให้คุณสอบได้ เรื่องหลาน ขอตอบเป็นจุดๆเลยนะคะ (1) การมาทำงานภาคฤดูร้อน ก็คือมาช่วงซัมเม่อร์อาจประมาณ 2-3 เดือน เป็นการทำงานชั่วคราว อาจเป็นวีซ่าท่องเที่ยว B-2 ธรรมดาและทำงานโดยไม่ต้องมีเวิ้ร์คเพอร์มิท แต่เป็นการอาสาสมัครแบบอย่างที่ครูมาสอนนักเรียนในวัดไทยเป็นต้น หรือ อาจจะเป็นวีซ่า Q หรือเรียกวีซ่าดิสนีย์ คล้ายได้มาทำงานซัมเม่อร์หน้า “ไฮซีซั่น”เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม วีซ่านี้ทำงานได้เลยโดยไม่ต้องมีเวิ้ร์คเพอร์มิท และได้เงินเดือน (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “วีซ่าต่างชนิด”ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง บท . “ระบบวีซ่า” หน้า 3-15) หรืออาจเป็น J-1 คล้ายนักเรียนแลกเปลี่ยนหรือ au pair อย่างไรก็ตาม สมมติว่าทางบริษัทจัดหางานนั้น legitimate จริง (คือ คุณไม่ถูกหลอก) หลานอาจได้วีซ่าประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่จะมีกำหนดเป็นช่วงสั้นเพียงฤดูร้อนเท่านั้น วีซ่าออกให้ช่วงสั้นอาจเพียงแค่ 3 เดือน เมื่อหมดกำหนดก็ต้องกลับ (2) เธอจะไม่ได้สิทธิพิเศษอะไร และจะไม่ได้ใบทำงานในอเมริกาตลอดไป และ (3) ไม่สามารถเดินทางเข้าออกอเมริกาได้ เพราะส่วนมากจะเป็น one time วีซ่า และเป็น single entry ที่อาจจะช่วยได้ในอนาคตคือ การที่หลานได้วีซ่าเข้ามาทำงานในอเมริกาและเดินทางกลับเมื่อหมดกำหนด ก็จะดูดีที่ว่าเด็กมี record หรือประวัติดี ถ้าคราวหน้าเขาไปขอวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียนเข้าอเมริกา ก็อาจจะได้รับพิจารณาดีขึ้น

ถาม ถ้าดิฉันจะยื่นเรื่องช่วยหลานสาวมาอเมริกา ดิฉันจะต้องทำอย่างไร มีวิธีการอย่างไรที่จะช่วยให้เขาไม่ต้องรอนาน

ตอบ ดูจากอายุ 18 วิธีที่หลานจะมาอเมริกาเร็วที่สุดคือ ขอเป็นวีซ่านักเรียนมาเรียนหนังสือ คุณจะช่วยได้คือ เซ็นใบรับรองเรื่องการเงินและที่อยู่ให้หลานค่ะ

ถาม ลูกสาวดิฉันอยู่เกรด 11 ดิฉันต้องการให้เขาเป็นทนายความ จะต้องเริ่มอย่างไร

ตอบ ถ้าดิฉันเป็นส่วนหนึ่งที่มี impact ต่อคุณที่อยากให้ลูกเป็นทนายความ คิดแล้วปลื้ม ลูกสาวเริ่มได้โดยปรึกษากับ student counseling ที่โรงเรียนค่ะ และเขาจะช่วยแนะนำให้เอง ลูกคุณคงเริ่มด้วยการกวดวิชาและเตรียมตัวสอบ LSAT เป็น Law Student Exam ค่ะ ถ้าเธอได้ score สูงก็จะสามารถหาโรงเรียนเข้าได้ง่าย ทางที่ดีให้ลูกไปคุยกับ counseling ที่โรงเรียนนะคะ

คำแนะนำ ขอให้คุณเช็คบริษัทหางานนั้นให้ถี่ถ้วน อาจเช็คกับกรมแรงงาน หรือนำ brochure นั้นอาจไปถามกงสุลอเมริกัน และถ้าบริษัทหางานนั้น legitimate จริงๆ ก็ขอไตร่ตรองดูว่า 300,000 บาทนั้นคุ้มไหม กับวีซ่าชั่วคราวเพียง 2-3 เดือน เพราะหลานอาจขอวีซ่านักเรียนมาเรียนด้วยตนเองได้

จดหมายฉบับที่สอง

ถาม ดิฉันมีร้านอาหารไทย ต้องการทำใบเขียวเอาแม่ครัวมาจากเมืองไทย มีเพื่อนมี connection กับกรมแรงงานในเมืองไทย บอกจะช่วยเอาโควต้าให้ เพื่อจะได้ทำเรื่องมาเร็ว คุณรุจีรัตน์รับทำเรื่องหรือเปล่าคะ และใช้เวลาเร็วแค่ไหน

ตอบ อ่านแล้วงง ดิฉันไม่เข้าใจว่าเพื่อนที่มีคอนเน็คชั่นกับกรมแรงงาน บอกจะช่วยเอาโควต้าให้คืออะไร และจะทำเรื่องให้เร็วขึ้นได้อย่างไร ถ้าคุณจะนำแม่ครัว/พ่อครัวมาจากเมืองไทย โดยปกติคุณหาคนครัวเองได้ ไม่ต้องผ่านกรมแรงงานหรือให้เขาหาให้ และไม่ขึ้นกับโควต้าจากกรมแรงงานไทย การขอใบเขียวแม่ครัวมี่ requirement สองอย่างคือ 1.พ่อครัว/แม่ครัวต้องมีประสบการณ์เป็นกุ๊กอย่างน้อยสองปี 2.ร้านอาหารคือร้านคุณต้องมีรายได้พอเพียงที่จะโชว์ว่าคุณมีแรงจ่ายเงินเดือนคนงานตามค่าจ้างตามท้องตลาด ดิฉันรับทำเรื่องค่ะ มีขั้นตอนดังนี้ คือ ขั้นแรกคือยื่นเรื่องขอ labor certificate จากกรมแรงงานที่นี่ ปัจจุบันเร็วประมาณ 60 วันค่ะ เมื่อเรื่องผ่าน ขั้นสอง เราจึงยื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่นขอให้เขาเซอร์ติฟายกรุ๊บคนงาน ซึ่งใบเขียวพ่อครัว/แม่ครัวคือ Employment preference กรุ๊บสาม (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “ใบเขียวทำงาน” ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง บท . “ใบเขียว” หน้า 4-11 และอ่าน มาตรา 245 I หน้า 4-5 )ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน หลังจากเรื่องทางอิมมิเกรชั่นผ่าน ขั้นสาม เรื่องจะถูกส่งไปที่ National Visa Center ก่อนที่จะส่งไปสถานทูตอเมริกันในเมืองไทย ถ้าไม่ต้องคอยโควต้า ก็จะเร็วเพียงประมาณ 3 เดือนทางสถานทูตน่าจะเรียกสัมภาษณ์ ถ้าไม่ติดโควต้าก็การขอใบเขียวคนครัวจะเร็ว ประมาณ 1 ปีกว่าๆ แต่ตอนนี้โควต้าใบเขียวกรุ๊บสามนี้ backlog มาก เนื่องจากอิมมิแกรชั่นพยายามโละเคสใบเขียวแรงงานที่ยื่นเข้าไปช่วงปี 2001 ภายใต้มาตรา 245i ซึ่งคาดว่าอาจโละเสร็จภายในปีหน้า อย่างไรก็ตามขอแนะนำให้ยื่นเรื่องทันทีค่ะ เพราะเมื่อไรที่เคสเก่าโละ เคสที่รออยู่ตอนนี้ก็จะทยอยออกกัน

จดหมายฉบับที่สาม

มีจดหมายถามดิฉันเกี่ยวกับล้มละลายในเมืองไทย ตามกฎหมายไทย และเกี่ยวกับการหย่าล้างในเมืองไทยตามกฎหมายไทยและการจ่ายค่าเลี้ยงดูภรรยาตามกฎหมายไทย ดิฉันไม่ทราบกฎหมายไทยค่ะ ดิฉันไม่ได้เรียนกฎหมายที่เมืองไทยค่ะขอให้ถามทนายไทยในเมืองไทย