เข้าออกไทยด้วยสองพาสปอร์ต

ในที่สุดสนามบินใหม่ของประเทศไทย “สุวรรณภูมิ” (Suvarnabhumi) ได้เปิดวันที่ 28 กันยายน 2006 ดิฉันก็ได้แวบไปฉลองเปิดกับเขาด้วย สวยงามค่ะ และการเดินทางไปสนามบินสะดวกมาก ไปโดยทางด่วนได้แทบจะทุกทางด่วน และมีป้ายบอกอย่างชัดแจ้ง ดิฉันใช้เวลาเดินทางภายใน 20 นาทีจากใจกลางเมือง ซึ่งเทียบกับก่อนหน้านี้ไปดอนเมืองยังใช้เวลาประมาณ 35 นาที แต่มีข้อติอย่างแรงคือ พื้นที่สนามบินเป็นกระเบื้องเรียบขัดมัน ลื่นมาก เพื่อนดิฉันซึ่งใส่รองเท้าคัชชูลื่นเกือบหกล้ม และมีคนต่างชาติผู้ชายใส่รองเท้าหนังเดินเข็นรถเล็ก ตอนเดินทางลาด พี่แกก็ลื่นเกือบหกล้ม รถเข็นไถล ดิฉันเดินอยู่ข้างๆรีบยืนเท้าไปขัดรถเข็น และมือจับตัวแก ตัวดิฉันใส่อรงเท้าผ้าใบถึงไม่มีปัญหา ก็ขอเขียนกระจายข่าวมา ณ.ที่นี้ ขอร้องอย่าลงแว็กซ์และหาวิธีทำพื้นให้ด้านหน่อยค่ะเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร มีแฟนคอลัมน์หลายคนที่เป็นอเมริกันซิติเซ่นถือสองพาสปอร์ตที่อยากกลับไปอยู่เมืองไทยนาน จะใช้พาสปอร์ตไทยเข้าประเทศได้อย่างไร เลยจะเขียนให้จากประสบการณ์ของตนเองกับสนามบินใหม่นะคะ
ถือสองสัญชาติ
ตามกฎหมายอเมริกัน คุณสามารถถือสองสัญชาติได้ซึ่งขึ้นกับกฎหมายของประเทศที่สองที่คุณถือสัญชาตินั้น ตามกฎหมายไทย ไม่อนุญาตให้ถือสองสัญชาติ (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ การถือสองสัญชาติ ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง 2005 บทที่ 5 กฎหมายสัญชาติและซิติเซ่น หน้า 5-8 ถึง 5-12) คุณสามารถเปิดอ่านข้อมูลในพาสปอร์ตอเมริกันหน้า 5 ข้อ 9 Dual Citizens จะมีรายละเอียดสำหรับผู้ถือสองสัญชาติ
พาสปอร์ตคืออะไร
พาสปอร์ตคือหนังสือเดินทางหรือ Travel document คนทุกคนไม่จำเป็นต้องมีพาสปอร์ต ถ้าผู้ใดไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศ ก็จะไม่มีพาสปอร์ต พาสปอร์ตไม่ใช่ “ไอ ดี” (I.D. ย่อมาจาก Identity “ไอเด็นติตี้”) ถ้าคนไทยในเมืองไทยก็จะใช้บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านเพื่อพิสูจน์ไอเด็นติตี้ของบุคคล ส่วนในอเมริกาก็มี ใช้ใบขับขี่ เป็นการพิสูจน์ไอเด็นติตี้ ถ้าผู้ใดไม่มีใบขับขี่หรือไม่ขับรถ ก็จะใช้ บัตรประชาชนของรัฐเช่นกัน เช่นของรัฐคาลิฟอร์ เรียก คาลิฟอร์เนียไอดี
(โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ ใบขับขี่และบัตรประชาชน ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง 2005 บทที่ 2 กฎหมายคนเข้าเมือง หน้า -2-12) แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลทั่วไปจะยอมรับว่าพาสปอร์ตของแต่ละประเทศเป็นเอกสารที่จะพิสูจน์ไอเด็นติตี้ของคุณว่าคุณเป็นใคร ปัจจุบันพาสปอร์ตรุ่นใหม่ทั้งของไทยและอเมริกันเรียก อีพาสปอร์ต E-Passport (คิดว่าอี ย่อมาจาก อีเล็คโทรนิค) ซึ่งจะมีระบบแสกนรูปถ่าย และการตรวจข้อมูลที่ยากในการปลอมพาสปอร์ต
ใช้พาสปอร์ตไทยหรืออเมริกันเข้าไทย
คุณที่ถืออเมริกันและไทยพาสปอร์ต ถ้าคุณจะเข้าเมืองไทยด้วยอเมริกันพาสปอร์ต คุณไม่ต้องขอวีซ่าไทยเข้าประเทศ คุณสามารถอยู่ในเมืองไทยได้ไม่เกิน 30 วันโดยไม่ต้องมีวีซ่า ถ้าคุณอยู่เกินโดยไม่มีวีซ่าไทย คุณจะเสียค่าปรับรายวันที่สนามบินตอนเดินทางออก ถ้าคุณคิดจะอยู่เกิน 30 วัน คุณอาจทำได้วิธีต่างๆดังนี้
ขอวีซ่าท่องเที่ยวไทยก่อนเดินทาง โดยไปขอที่กงสุลหรือสถานทูตไทย คุณสามารถเช็คเข้า website กงสุลดาวน์โหลดฟอร์มและอ่านรายละเอียดได้ที่ www.thai-la.net (เว๊บนี้ของกงสุลไทยแอลเอ)
เข้าประเทศไทยไปก่อนด้วยพาสปอร์ตอเมริกัน และไปขอวีซ่าท่องเที่ยวที่อิมมิเกรชั่นในประเทศไทย (คิดว่าอยู่ที่ทุ่งมหาเมฆ ถามแท็กซี่ให้พาไป)
เข้าประเทศไทยไปก่อนด้วยพาสปอร์ตอเมริกัน และเดินทางออกนอกประเทศไทยก่อนครบ 30 วัน โดยไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เขมร สิงค์โปร์ ฮ่องกง เป็นต้น ด้วยพาสปอร์ตอเมริกัน และกลับเข้ามาใหม่ด้วยพาสปอร์ตอเมริกัน คราวนี้คุณจะได้แสตมป์ให้อยู่ได้อีก 30 วัน
ใช้พาสปอร์ตไทยเข้าประเทศอย่าลืมว่าถ้าคุณใช้พาสปอร์ตไทยเข้า คุณต้องออกด้วยพาสปอร์ตไทย ข้อสำคัญคือ ในแต่ละครั้งถ้าคุณเดินทางเข้าด้วยพาสปอร์ตใด คุณต้องเดินทางออกด้วยพาสปอร์ตนั้น
ขาเข้าประเทศด้วยพาสปอร์ตไทย
ถ้าคุณยังมีพาสปอร์ตไทยอยู่ และคุณเคยเดินทางออกนอกประเทศไทยด้วยพาสปอร์ตไทย คุณจะมีบัตรขาเข้า/ออกสีขาวแม็กติดกับพาสปอร์ตไทยมาเรียบร้อยแล้ว ถ้าเป็นบัตรขาเข้า/ออกรุ่นเก่า จะไม่มีที่ให้คุณกรอก แต่ถ้าเป็นรุ่นใหม่จะเขียนว่า บัตรขาเข้า และว่างเปล่าแม็กติดอยู่ ซึ่งคุณจะกรอกฟอร์มนี้ก่อนเครื่องบินแลนด์เข้าประเทศ ถ้าเป็นรุ่นเก่าให้คุณรับบัตรขาเข้า/ออกใหม่จากสจ๊วดเด็สหรือแอร์ ซึ่งเขาจะให้ก่อนลงเครื่อง และเมื่อถึงสนามบินผ่านเจ้าหน้าที่ ต.ม. คุณแสดงพาสปอร์ตไทยนั้นเล่มเดียว เจ้าหน้าที่ก็จะดึงบัตรขาเข้านั้นออกจากพาสปอร์ตคุณหรือ ถ้าเป็นบัตรขาเข้า/ออกรุ่นใหม่ คุณก็จะกรอกข้อมูลหน้าเดียว หน้าที่เขียนว่าบัตรขาเข้า ไม่ต้องกรอกหน้าที่เขียนบัตรขาออก ทางเจ้าหน้าที่ ต.ม. ก็จะเก็บบัตรขาเข้าที่คุณกรอกนั้น และไม่แม็กอะไรติดในพาสปอร์ตคุณ ฉะนั้นเท่ากับพาสปอร์ตไทยตอนนี้ของคุณว่างเปล่า ซึ่งถ้าเป็นอเมริกันพาสปอร์ต เจ้าหน้าที่จะฉีกหน้าบัตรขาเข้าออก และแม็กบัตรขาออกติดในอเมริกันพาสปอร์ตของคุณ ปัญหาคือคนที่พึ่งทำพาสปอร์ตไทยใหม่และข้างในพาสปอร์ตว่างเปล่า
ถือพาสปอร์ตไทยเล่มใหม่
ถ้าคุณถือพาสปอร์ตไทยรุ่นใหม่ อีพาสปอร์ต และไม่เคยใช้มาก่อน เมื่อเดินทางไปเมืองไทยให้คุณนำพาสปอร์ตไทยเล่มเก่าติดไปด้วย เพราะอีพาสปอร์ตจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพาสปอร์ตเดิม และคุณเดินทางเข้าด้วยขั้นตอนการเข้าเหมือนข้างต้น โดยกรอกบัตรขาเข้า/ออกรุ่นใหม่ ปัญหาคือ เมื่อคุณไม่มีพาสปอร์ตเล่มเก่า ตอนเข้าประเทศครั้งแรกก็จะขลุกขลักนิดหน่อย แต่ตามประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองคือ
ดิฉันใช้อีพาสปอร์ตไทยใหม่ครั้งแรก และไม่ได้นำพาสปอร์ตเดิมติดไป เจ้าหน้าที่ ต.ม. ที่สนามบิน ถามคำถามว่าออกนอกประเทศเมื่อไร และทำพาสปอร์ตใหม่ที่ไหน พาสปอร์ตเก่าอยู่ไหน เจ้าหน้าที่ไม่ได้แสตมป์ให้ แต่ส่งเข้าห้องไปนั่งคอยเจ้านายเขา (ในใจดิฉันอยากจะควักพาสปอร์ตอเมริกันมาใช้ ให้หมดเรื่อง แต่มีความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องเข้าประเทศเราด้วยพาสปอร์ตไทยให้ได้) เมื่อดิฉันไปนั่งคอยอยู่ในห้องสักพัก เจ้าหน้าที่หัวหน้าหนุ่มเดินเข้ามากับเจ้าหน้าที่ลูกน้องอีกหนึ่งคน หลังจากตรวจดูพาสปอร์ตที่ว่างเปล่าของดิฉัน หัวหน้าก็เริ่มซักไซ้ดิฉันหลายข้อดังนี้

ถาม ออกนอกประเทศครั้งสุดท้ายเมื่อไรครับ
ตอบ หลายเดือนแล้วค่ะ จำไม่ได้
ถาม ใช้พาสปอร์ตอะไร
ตอบ ตอนนั้นดิฉันใช้พาสปอร์ตไทยเล่มเก่าเดินทางออก ก็ตอบตามจริงว่า “ใช้พาสปอร์ตไทย”
ถาม พาสปอร์ตเก่าอยู่ไหน ทำไมไม่เอาติดมา
ตอบ อยู่ที่อเมริกาค่ะ ไม่คิดว่าต้องใช้เพราะเขาไม่ได้แม็กเล่มเก่าติดเล่มใหม่เหมือนเมื่อก่อน
ถาม อยู่อเมริกานานหรือยัง
ตอบ นานแล้วค่ะ (อยากจะบอกว่า ก่อนคุณเกิด)
ถาม ทำอะไรอยู่ที่อเมริกา
ตอบ เป็นทนายความอิมมิเกรชั่นค่ะ
ถาม อืม (อยู่ในลำคอ) พี่ถือสัญชาติอะไรครับ (คราวนี้เรียกพี่)
ตอบ ดิฉันเป็นคนไทยค่ะ (จะให้ร้องเพลงชาติไทยให้ฟังไหมคะ)
ถาม ถือพาสปอร์ตอื่นด้วยหรือเปล่าครับ
ตอบ ดิฉันโกหกไม่เป็น “ถือค่ะ”
ถาม พาสปอร์ตอะไรครับ
ตอบ พาสปอร์ตอเมริกันค่ะ
ถาม อ๋อ โอเคพี่
และหัวหน้าหันไปบอกเจ้าหน้าที่ที่มาด้วย “แสตมป์ให้พี่เค้า และเขียนโน้ตลงไปด้วย” ในโน้ตเขียนด้วยลายมือข้างแสตมป์ว่า “ตราขาออกอยู่เล่มเก่า” เขาไม่ได้ขอดูพาสปอร์ตอเมริกันของดิฉันเลย ก่อนออกจากห้อง หันมาโบกไม้โบกมือล่ำลา “โชคดีนะครับ พี่”

ขาออกประเทศด้วยพาสปอร์ตไทย
ขั้นที่หนึ่ง เช็คอิน
ตอนคุณเดินทางออกนอกประเทศนี้จะ “ทริกกี้” (tricky) นิดหน่อย เพราะคุณต้องใช้ทั้งสองพาสปอร์ตอเมริกันและไทย เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ดิฉันไปเช็คอินตั๋วก่อนที่เคาน์เต้อร์สายการบิน หน้าที่ของเจ้าหน้าที่สายการบินคือต้องตรวจพาสปอร์ตผู้โดยสาร และตรวจว่าผู้โดยสารมีวีซ่าเข้าประเทศที่จะเดินทางไปหรือไม่ ตอนนี้คุณให้ตั๋วเจ้าหน้าที่และให้พาสปอร์ตอเมริกันเขา เพราะถ้าคุณให้พาสปอร์ตไทยเขา คุณก็เข้าอเมริกาไม่ได้ เพราะพาสปอร์ตไทยของคุณไม่มีวีซ่าเข้าอเมริกา หลังจากเช็คอินเสร็จ ที่เคาน์เต้อร์สายการบินคุณต้องขอบัตรขาเข้า/ออกจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งปกติเจ้าหน้าที่จะไม่ให้บัตรขาเข้า/ออกต่อผู้ที่ถือพาสปอร์ตต่างประเทศ เพราะคุณน่าจะต้องมีบัตรขาออกแม็กติดอยู่แล้วตอนเดินทางเข้า แต่เนื่องจากคุณเข้าด้วยพาสปอร์ตไทย คุณจึงไม่มีบัตรแม็กติดอยู่ (อ่านหัวข้อข้างต้น วิธีใช้พาสปอร์ตไทยเข้าประเทศ) เมื่อได้บัตรแล้ว คุณต้องกรอกบัตรหน้าบัตรขาออกหน้าเดียว ไม่ต้องกรอกหน้าบัตรขาเข้า ส่วนมากเจ้าหน้าที่สายการบินจะส่งบัตรขาเข้า/ออกให้โดยไม่มีปัญหาเมื่อคุณขอ แต่ถ้าคุณพบเจ้าหน้าที่งี่เง่าหน่อย ก็จะถามว่าเอาไปทำไม คุณไม่ต้องใช้เพราะคุณถือพาสปอร์ตอเมริกัน คุณก็บอกเขาไปว่า “ฉันไม่มี ดึงขาดหายไปไหนแล้ว หรือฉันใช้พาสปอร์ตไทยเข้า”
ขั้นที่สอง ผ่าน ต.ม.
เมื่อคุณจ่ายค่าภาษีสนามบิน และเดินเข้าไปข้างในเพื่อผ่าน ต.ม อิมมิเกรชั่น ตอนนี้คุณต้องส่งพาสปอร์ตไทยและตั๋วเครื่องบินพร้อมบัตรขาออกที่คุณกรอกให้เจ้าหน้าที่ โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่จะตรวจดูวันที่คุณเดินทางเข้า และแสตมป์วันเดินทางออกบนหน้าเดียวกัน ดึงหน้าบัตรขาออกไปและแม็ก หน้าบัตรขาเข้าติดในพาสปอร์ตคุณ (เพราะคนไทยถือพาสปอร์ตไทย เมื่อเดินทางออก ก็ต้องเดินทางเข้า ถูกไหมคะ ซึ่งถ้าคุณถือพาสปอร์ตอเมริกัน เขาก็จะดึงบัตรขาออกที่แม็กติดกับพาสปอร์ตอเมริกันของคุณออกไป ฉะนั้นพาสปอร์ตอเมริกันของคุณก็จะว่างเปล่า) ถ้าคุณถูกเจ้าหน้าที่ถามคุณว่า “มีวีซ่าเข้าอเมริกาหรือเปล่าครับ” คุณตอบตามตรงว่า “ดิฉันมีอเมริกันพาสปอร์ตค่ะ” ถ้าเขาขอดูก็ส่งให้ ไม่ขอก็ไม่ต้องส่งให้ ของดิฉันเขาไม่ได้ขอดู แต่ถูกถามเฉยๆ
โอเคค่ะ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ ทิปที่จะแนะนำ คือ พูดจาฉะฉานด้วยความเคารพและพูดตามความเป็นจริงกับเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องกลัว คุณไม่ใช่อาชญากรและไม่ได้ทำอะไรผิด เจ้าหน้าที่เขาก็ทำตามหน้าที่เขา เพื่อต้องการตรวจคนเข้าเมืองและปกป้องความปลอดภัยของประเทศ ต้องการเช็คไอดีผู้เข้าประเทศ และ make sure ว่าคุณเป็นคุณไม่ได้เอาพาสปอร์ตคนอื่นมาใช้ และปกป้องประเทศจากผู้ก่อการร้าย