ค่าธรรมเนียมใหม่และควรทำซิติเซ่นดีหรือไม่

เป็นไงคะ สัปดาห์แห่งความรัก 14 ก.พ. ที่พึ่งผ่านไป Happy Valentine นะคะ วันหยุดราชการหน้าคือ เพรสสิเด๊นท์ เดย์ (President’s Day) ปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ก.พ. และเทศกาลสนุกๆครั้งต่อไปคือ St. Patrick’s Day วันที่ 17 มีนา ที่ดิฉันกล่าวถึงวันเหล่านี้เนื่องจากข้อสอบซิติเซ่นใหม่ปีหน้าจะมีคำถามเกี่ยวกับวันหยุดราชการที่สำคัญ และความหมายของมัน เพื่อต้องการให้ผู้ที่จะมาเป็นอเมริกันซิติเซ่นรู้ถึงประเพณีต่างๆและความเป็นอเมริกันโดยแท้ ในหนังสือเล่มใหม่ของดิฉัน “อยู่อเมริกา” มีข้อมูลหนึ่งบท เกี่ยวกับการแบ่งเขตเวลาและวันหยุด บทนี้จะอยู่ในข้อสอบซิติเซ่นใหม่นะคะ
หลังจากสัปดาห์ที่แล้วลงเรื่องค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นที่จะขึ้นเดือนตุลาคม 2007 นี้ มีแฟนคอลัมน์และลูกความโทรมาขอรายละเอียดกันมาก ลูกความเก่าที่ได้ใบเขียวแล้วห่วงว่าควรรีบทำซิติเซ่นหรือไม่

ค่าธรรมเนียมใหม่
อิมมิเกรชั่นเสนอขึ้นค่าธรรมเนียมประมาณ 80% เริ่มเดือนตุลาคม 2007 ซึ่งสูงมาก โดยให้เหตุผลว่าที่จำเป็นต้องขึ้นค่าธรรมเนียม เพื่อจะได้จ้างเจ้าหน้าที่เพิ่ม เพื่อช่วยให้ “พรอเซส” (process) เคสให้เร็วขึ้น เพราะตอนนี้เคสติดค้างหรือ “แบ็คล็อก” (backlog) มาก (ขอโน็ตนะคะ ที่ดิฉันมักเขียนคำภาษาอังกฤษทับศัพท์บ่อยไม่ใช่เว่อหรือ แต่เพื่อให้คุณรู้ใช้ศัพท์และนำไปใช้ได้ เวลาฟังข่าวหรือฟังทนายฝรั่งพูดจะได้เข้าใจ) ถ้าข้อเสนอผ่านค่าธรรมเนียมใหม่จะเป็นดังนี้ คือ ค่าเปลี่ยนสถานภาพ (Adjustment of Status) คือค่าทำใบเขียวในอเมริกาจากปัจจุบัน $765 ขึ้นเป็น $1,305 ค่ายกเลิกเงื่อนไขใบเขียวแต่งงาน (Conditional Green card) จากสองปีเป็นใบเขียวถาวร (Permanent Green card) จากปัจจุบัน $275 (ค่ายื่น $205 บวกค่าพิมพ์นิ้วมืออีก $70) ขึ้นเป็น $545 และค่าทำซิติเซ่นจากปัจจุบัน $400 ขึ้นเป็น $675 ไงคะ โหดไหม!!!

ทำซิติเซ่นดีหรือไม่
ลูกความหลายคนที่โทรมาถามความเห็นดิฉันว่าควรทำซิติเซ่นดีไหม (โอนสัญชาติจากไทยเป็นอเมริกัน) โดยบอกเหตุผลว่าที่ไม่ทำเพราะในอนาคตต้องการย้ายกลับไปอยู่เมืองไทย สำหรับดิฉันจุดนี้ควรเป็นเหตุผลใหญ่ที่คุณควรต้องทำซิติเซ่น เพราะถ้าคุณย้ายกลับไปอยู่เมืองไทย คุณจะสูญใบเขียวและหมดโอกาสที่จะได้ทำซิติเซ่น เพราะกว่าคุณจะขอใบเขียวใหม่และต้องอยู่ในอเมริกาอีก 3-5 ปี กว่าจะทำซิติเซ่นได้ไม่ใช่ของง่าย โดยเฉพาะกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปในทางเข้มงวดขึ้นไม่ใช่จะง่ายลง และเมื่อคุณถึงอายุรีไทร์เม๊นท์ คุณก็คงไม่อยากมาทนอยู่ในอเมริกา 3- 5 ปีเพื่อรอทำซิติเซ่น เพราะถ้าคุณได้อเมริกันซิติเซ่นคุณสามารถอยู่เมืองไทยได้ตลอด โดยไม่ต้องเทียวไปเทียวมา และเมื่อไรที่คุณต้องการกลับอเมริกา คุณสามารถกลับได้ทุกเมื่อ และ ณ.เวลานี้ ถ้าคุณยื่นเรื่องทำซิติเซ่น ใช้เวลาเร็วมากประมาณ 4 เดือน อย่าลืมว่าการได้ใบเขียวไม่ได้มาง่ายๆ เมื่อได้แล้วก็ไม่น่าจะยอมสูญมันง่ายๆ ถ้ามีโอกาสควรจะยื่นเรื่องทำซิติเซ่นทันที

ข้อดีของการเป็นอเมริกันซิติเซ่น
เมื่อคุณเป็นซิติเซ่น คุณสามารถเลือกอยู่ที่ไหนได้ทั่วโลก โดยไม่มีการเสียสิทธิ สวัสดิการ หรือสูญซิติเซ่นชิป ฉะนั้นถ้าคุณย้ายกลับไปอยู่เมืองไทย คุณสามารถอยู่ในเมืองไทยไปตลอดชีวิตโดยไม่ต้องกลับเข้าอเมริกาเลยได้ หรืออยากกลับเมื่อไรก็กลับได้ ถ้าคุณได้รับเงินโซเชียลเมื่อแก่ คุณยังได้รับอยู่ถึงแม้คุณจะย้ายกลับไปอยู่เมืองไทย และนอกจากนี้ถ้าเกิดคุณเจ็บป่วยหนักต้องกลับมารับการรักษาพยาบาล หรือต้องการอวัยวะต่างๆ คุณมีสิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาล สวัสดิการเม็ดดิแคร์ต่างๆในอเมริกาได้
เมื่อคุณเป็นซิติเซ่น คุณจะถืออเมริกันพาสปอร์ต (และในขณะเดียวกันคุณยังเก็บพาสปอร์ตไทย) ถ้าคุณชอบเที่ยวอย่างดิฉัน คุณสามารถเดินทางเข้าได้เกือบทุกประเทศทั่วโลกด้วยอเมริกันพาสปอร์ตโดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ถ้าคุณถือพาสปอร์ตไทย คุณต้องเสียเวลาทำวีซ่าเข้าประเทศ

อยู่ประเทศไทยในฐานะอเมริกันซิติเซ่น
ลูกความหลายคนเป็นห่วงว่า ถ้าโอนสัญชาติทำซิติเซ่นแล้วจะอยู่ประเทศไทยไม่ได้และยุ่งยาก ไม่ยุ่งเลยค่ะถ้าคุณจะวางแผนก่อนไปดังนี้ (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ กฎหมายสัญชาติและซิติเซ่น ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บทที่ 5 หัวข้อ การถือสองสัญชาติ กฎหมายสัญชาติไทย การถือสองพาสปอร์ตไทย และย้ายกลับไปเมืองไทย)
ก่อนย้าย คุณควรเช็คกับคนทำบัญชีของคุณและดูสถานการณ์ทางการเงินของคุณว่าควรทำอย่างไรกับทรัพย์สินและหนี้สินที่นี่ (สังหาและอสังหาริมทรัพย์) เพราะในฐานะที่เป็นอเมริกันซิติเซ่นคุณยังมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีทุกปี ถึงแม้คุณจะมีรายได้ต่ำและไม่ต้องจ่ายภาษีก็ตาม ดิฉันขอแนะนำให้คุณติดต่อกับคนทำบัญชีที่ในอเมริกาและให้เขายื่นให้แต่ละปี หรือคุณสามารถขอข้อมูลได้ที่สถานทูตอเมริกันในประเทศไทย
คุณควรเช็คกับโซเชียล เซคคิวริตี้ ออฟฟิสก่อนย้ายไปเมืองไทยเรื่องให้โอนเงินเข้าธนาคารเป็น Direct deposit และเช็คกฎระเบียบโซเชียลในการที่คุณจะย้ายไปอยู่นอกประเทศ ตามกฎคุณต้องแจ้งให้ทางออฟฟิสทราบถ้าคุณออกนอกประเทศเกิน 30 วัน
คุณควรเก็บเครดิตคาร์ดจากแบ๊งค์ในอเมริกาอย่างน้อยหนึ่งใบ เก็บบัญชีธนาคารอย่างน้อยหนึ่งบัญชีเพื่อไว้จ่ายบิลออนไลน์ เช่นบิลเครดิตคาร์ด ค่าภาษี เป็นต้น และเก็บที่อยู่ในอเมริกา อาจเป็นโพสท์ ออฟฟิส บ็อกส์ ที่ไปรษณีย์ เนื่องจากปลอดภัยที่สุด (ดิฉันไม่แนะนำให้ยืมที่อยู่เพื่อน) บัตรเครดิตในอเมริกามีกฎหมายโพรเท็คชั่นผู้บริโภค (consumer protection law) ดีกว่ากฎหมายประเทศไทย ถ้าคุณทำเครดิตคาร์ดของอเมริกาหาย และมีคนอื่นนำไปรูดใช้ คุณรับผิดชอบจำนวนเงินสูงสุด $50 แต่ภายใต้กฎหมายไทยไม่มี protection (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ บัตรเครดิต ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง บทที่ 4 หัวข้อ บัตรเครดิต หน้า 4-7) คุณควรเลือกบัตรเครดิตที่ไม่ชาร์จค่าเซอร์วิสอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อคุณใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ (ดิฉันใช้ Capital One Master Card ซึ่งไม่ชาร์จ fee) ส่วนบัญชีธนาคาร ดิฉันชอบแบ๊งค์ออฟอเมริกา Bank of America เพราะมีสาขาในเมืองไทยและปลอดภัยเมื่อจ่ายบิลออนไลน์และยังใช้ง่าย (user friendly) อีกด้วย คุณควรเก็บบัญชีธนาคารและเครดิตคาร์ดอย่างน้อยหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น จนกว่าคุณจะแน่ใจว่า คุณตัดสายใยกับอเมริกาและไม่กลับมาอีก
เมื่อพาสปอร์ตอเมริกันหมดอายุ คุณสามารถต่อพาสปอร์ตอเมริกันได้ที่สถานทูตอเมริกันในประเทศไทย
ระหว่างอยู่เมืองไทย คุณสามารถใช้เซอร์วิสของกงสุลอเมริกันได้ เช่นต้องการทำโนตารี่ ต่อพาสปอร์ต ออกเสียงเลือกตั้ง เป็นต้น โดยคุณไม่ต้องเข้าแถวรอนาน โดยเข้าไปด้านเซอร์วิสสำหรับอเมริกันซิติเซ่น ซึ่งมีเวลาทำการโดยเฉพาะ
คุณควรขึ้นทะเบียนกับกงสุลอเมริกัน โดยให้ที่อยู่ในประเทศไทย โปรดเช็คเข้าไปใน website กงสุล www.travelstate.gov และคอยอ่านข่าวสารต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์มาก ถ้ามีภัยอันตรายใดๆกับคนอเมริกัน ทางกงสุลจะแจ้งไปที่อีเมล์ของคุณ
ขอให้คุณยังคงบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ถ้าคุณที่แต่งงานกับฝรั่งและใช้นามสกุลตามสามี ดิฉันขอแนะนำว่าให้คงใช้นามสกุลไทยตามเดิม เพื่อจะได้ไม่ลำบากในการเป็นเจ้าของที่ดิน และถ้าคุณจดทะเบียนสมรสกับสามีฝรั่งในอเมริกา ขอแนะนำว่าไม่ต้องไปจดทะเบียนในประเทศไทยซ้ำ เพราะการสมรสในอเมริกานั้นถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในประเทศไทยจะไม่มีข้อมูล เท่ากับว่าคุณสามารถคงใช้นางสาวและนามสกุลไทยต่อไปโดยไม่ต้องไปเปลี่ยน ผลดีคือ คุณจะสามารถทำนิติกรรมต่างๆได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องรอคำยินยอมจากสามี กฎหมายไทยไม่ให้สิทธิหญิงไทยที่มีสามีทำนิติกรรมด้วยตนเอง
ถ้าคุณได้จดทะเบียนกับสามีฝรั่งในเมืองไทยแล้ว ขอแนะนำให้คุณยังคงใช้นามสกุลไทยตนเองในใบขับขี่ บัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน เพื่อถ้าคุณถูกใบสั่งหรือต้องไปติดต่อสำนักงานราชการ จะได้ไม่โดนเจ้าหน้าที่เลิกคิ้วเงยหน้าขึ้นมามองหน้าคุณอีกครั้งหนึ่ง
ถ้าคุณใช้พาสปอร์ตอเมริกันเข้าประเทศไทย คุณสามารถทำวีซ่าอยู่ในประเทศไทยได้หนึ่งปีในฐานะที่เป็นคนไทย กฎหมายคนเข้าเมืองเกี่ยวกับวีซ่าพึ่งเปลี่ยนไป ขอให้คุณเช็คกับ ต.ม. แต่ถ้าคุณเข้าประเทศไทยด้วยพาสปอร์ตไทย และอยู่ในประเทศไทยฐานเป็นคนไทย คุณก็ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายเรื่องวีซ่า
คุณไม่จำเป็นต้องประกาศให้คนทั่วไปรู้ว่าคุณเป็นอเมริกันซิติเซ่น เก็บอเมริกันพาสปอร์ตในที่ปลอดภัย ถ่ายสำเนาพาสปอร์ตเก็บไว้ มีลูกความเคยเล่าว่า พี่น้องแย่งทรัพย์สินมรดกกันเองได้นำมาอ้างว่าเขาเป็นอเมริกันซิติเซ่นไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้

สูญสัญชาติไทยหรือไม่
ลูกความหลายคนเป็นห่วงเรื่องว่าคุณจะสูญสัญชาติไทยหรือไม่ ถ้าคุณถือสัญชาติอเมริกันด้วย ตามกฎหมายอเมริกัน คุณสามารถถือสองสัญชาติได้ ตราบใดที่กฎหมายประเทศที่สองนั้นยอมรับสองสัญชาติ สรุปคุณถือสองสัญชาติตามกฎหมายอเมริกันได้ และถือสองพาสปอร์ตอเมริกันและไทยได้ไม่ผิด ส่วนกฎหมายไทยตามกฎรัฐธรรมนูญไม่ยอมรับสองสัญชาติ แต่การสูญสัญชาติไม่ได้เกิดขึ้นโดยปริยายหรือโดยอัตโนมัติ คุณต้องไปยื่นเรื่องขอสละสัญชาติ ซึ่งในแง่ปฏิบัติ ดิฉันว่าไม่มีใครที่จะไปทำ และตามประสบการณ์ของดิฉันเจ้าหน้าที่ ต.ม. ก็ไม่สนที่คุณจะถือสองพาสปอร์ต
การได้อเมริกันซิติเซ่น ได้ผลประโยชน์มากกว่าเสีย สำหรับดิฉัน ไม่ว่าดิฉันจะถือสัญชาติใด แต่ในจิตใต้สำนึกดิฉัน ดิฉันเป็นคนไทย