คุยกันสนุกๆ

ตั้งแต่ดิฉันเปิดเว๊บไซท์และอีเมล์ รู้สึกว่ามีแฟนๆต่างรัฐและเมืองไทยเพิ่มขึ้น เพราะทุกสัปดาห์จะจะมีอีเมล์เข้ามามากขึ้นและดิฉันชอบตอบคำถามทางอีเมล์ เพราะนอกจากจะช่วยให้ดิฉันมีเวลาทำงานมากขึ้นและยังมีเวลาเที่ยวมากขึ้น คนที่ใช้คอมและอีเมล์เป็นก็จะได้เปรียบเพราะสามารถติดต่อดิฉันได้ “เทว็นตี้ฟอร์-เซเว่น” (24/7 คือตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์) มีแฟนคอลัมน์บอกมาว่าชอบที่ดิฉันเขียนทับศัพท์ภาษาอังกฤษและภาษาไทยควบคู่กัน ทำให้เรียนรู้ศัพท์ไปตัว (ดิฉันชอบให้แฟนๆคอลัมน์ทันสมัยค่ะ และเข้าใจเวลาได้ยินฝรั่งพูด) ถ้าคุณที่ใช้อีเมล์ไม่เป็นลองหัดสิคะ ไม่ยากอย่างที่คิด จำได้ว่าญาติรุ่นพี่ดิฉัน (รุ่นเบบี้ บูมเม่อร์ Baby Boomer) ทำงานแบ๊งค์ตำแหน่งใหญ่ในเมืองไทยใช้คอมไม่เป็น เล่าว่าตอนที่สิงค์โปร์เข้ามาถือหุ้นใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงระบบงาน โดยให้พวกผู้บริหารหัดใช้คอม เขาเริ่มด้วยการบังคับให้ผู้บริหารใช้อีเมล์ภายในบริษัทก่อน แทนที่จะออกจดหมายเวียนสำคัญๆเป็นกระดาษเม็มโม กลายเป็นส่งออกทางอีเมล์

ญาติดิฉันเริ่มใช้อีเมล์เป็นตั้งแต่บัดนั้นและเริ่มสนุกกับมันโดยภายหลังแทบจะเลิกยกโทรศัพท์คุยกับเพื่อนร่วมงาน อีเมล์คุยกันแทน
ดิฉันอยากให้แนะนำให้คุณลองใช้คอมของลูกหลานในบ้านให้เด็กสอนให้ หรือไม่ก็ไปเรียนคอร์สผู้ใหญ่ที่ “อดัลท์สกูล” (Adult school) ตอนนี้เพิ่งเปิดลงทะเบียนภาคสปริงหรือฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ดิฉันเองเพิ่งไปลงเรียนคอร์ส (course) ไว้สองคลาส (class) ค่ะ คือ สแปนิช (Spanish) และ แบลลี่ดานซ์ (Belly Dance) ที่เมืองไซเปรส (Cypress) กับแอนนาไฮม์ (Anaheim) เริ่มสัปดาห์หน้าไปถึงมิถุนา นอกจากจะได้ความรู้เพิ่มยังได้บริหารหน้าท้องอีกด้วย ถ้าใครสนใจไปเรียนคอมโทรติดต่อได้ที่ 714.808.4949 แอนนาไฮม์ และ 714.484.7038 ไซเปรส หรือลงทะเบียนออนไลน์ www.sce.cc.ca.us ส่วนผู้ที่ไม่เก่งภาษาและไม่กล้าไปสอบซิติเซ่น ขอแนะนำอย่างแรงค่ะให้ไปลงทะเบียนเรียนคลาส เตรียมตัวสอบซิติเซ่น ซึ่งเขามีเปิดสอน ค่าเรียนประมาณ $35-50 ขึ้นอยู่กับโรงเรียน และฟังเทปชุดเตรียมสอบซิติเซ่นของดิฉันควบคู่ไป คลาสอื่นๆให้ความรู่มีมาก เช่นเรียนทำอาหาร ขนม จัดดอกไม้เป็นต้น

ผู้ที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวสามารถลงทะเบียนเรียนได้โดยไม่ผิดกฎหมายอิมมิเกรชั่นและไม่ต้องไปเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียน
ดิฉันจำได้ว่าดิฉันใช้คอมครั้งแรกตอนเรียนกฎหมายปีสาม ดิฉันไปหาพี่สาวที่เยอรมันนี นั่งมองพี่สาวใช้คอม และพี่สาวบอกว่า ดิฉันจะเป็นทนายความได้อย่างไรใช้คอมไม่เป็น ต้องหัดตั้งแต่เดี๋ยวนี้ พอดิฉันกลับมาอเมริกาก็วิ่งไปซื้อคอมทันทีเครื่องละประมาณ $2,500 (เดี๋ยวนี้ $500 กว่าก็ซื้อได้) ตอนซื้อ ร้านที่ซื้อมีคลาสสอนวิธีใช้คอมให้ ดิฉันก็หัดเรียนวิธีเปิดปิด หลังจากนั้นดิฉันก็หัดพิมพ์ต๊อกแต๊กๆไปเรื่อย ดิฉันไม่เคยเรียนพิมพ์ดีด ทั้งไทยและอังกฤษมาก่อนในชีวิต พอจบเป็นทนาย จำได้ว่าครั้งแรกที่ดิฉันตัดสินใจเขียนคอลัมน์กฎหมาย ดิฉันนั่งพิมพ์ภาษาไทยครั้งแรกชีวิต พิมพ์อยู่หลายชั่วโมงได้หนึ่งหน้า และไม่รู้อย่างไร นิ้วไปจิ้มคีย์ลบหรือ ดีลีท (delete) ลบหน้านั้นออกไปทั้งหน้า ดิฉันจำได้ว่าเอามือปิดหน้าร้องไห้โฮ คุณสามารถหาอ่านบทความแรก (หน้าประวัติศาสตร์นี้) เรื่อง “คนไทยกลัวถูกซู” ได้ในหนังสือ รวมคอลัมน์กฎหมายเล่มหนึ่ง  ซึ่งเป็นหนังสือรวมคอลัมน์กฎหมายแต่ละสัปดาห์มากกว่า 52 บทที่ดิฉันเขียนลงในหนังสือพิมพ์เสรีชัยในปีแรกที่ดิฉันเป็นทนายใหม่ๆ (หนังสือรวมคอลัมน์กฎหมายเล่มหนึ่งเป็นหนังสือที่ดิฉันรักมากที่สุด เพราะดิฉันเขียน. “จิ้ม” ด้วยหัวใจจริงๆ) จนวันนั้นถึง ณ. วันนี้ 12 ปีกว่าแล้วที่ดิฉันทั้งเขียนคอลัมน์แต่ละสัปดาห์และหนังสือผลงานดิฉันทั้งหมด 7 เล่ม ดิฉันยังจิ้มคีย์อยู่เลยค่ะ เพราะจนปัจจุบันก็ยังพิมพ์สัมผัสไม่เป็น อยากจะโทษสามีเก่าที่ตอนนั้นดิฉันเป็นแม่บ้านอยู่บ้านเลี้ยงลูก อยากจะไปเรียนวิธีพิมพ์ดีดที่อดัลท์สกูล เขาบอกว่าไปเรียนทำไม ถ้าเธอพิมพ์ดีดเป็นเวลาเธอไปทำงานก็จะมีแต่ผู้ชายใช้ให้เธอพิมพ์ดีด เธอก็จะตกที่นั่งเลขา เธอจบปริญญาโทแล้วไม่ต้องไปเป็นเลขาใคร (สมัยก่อนผู้ชายผู้หญิงไม่ค่อยจะเท่าเทียมกันในที่ทำงาน คุณสามารถอ่านเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ความไม่เท่าเทียมกันของผู้หญิงได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” บท วัฒนธรรมอเมริกัน หัวข้อ วัฒนธรรมผู้หญิงอเมริกัน  หน้า -29 และในหนังสือ “รวมคอลัมน์กฎหมายเล่มหนึ่ง”  เรื่อง สิทธิผู้หญิง หน้า 52)
สรุป ถ้าคุณจะมีข้อแก้ตัวไม่ไปเรียนวิธีใช้คอมว่าพิมพ์ไม่เป็นก็คงไม่มีแล้วนะคะ ถ้าดิฉันจิ้มหนังสือทั้งเล่มได้ คุณต้องจิ้มอีเมล์หาดิฉันได้ ประโยชน์ของการใช้อีเมล์นอกจากคุณจะได้คุยกับดิฉัน 24/7 ช็อปปิ้งออนไลน์ประหยัดน้ำมัน และสามารถเข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ เจ็นเอ็กซ์ (Gen X อายุระหว่าง 42-30 ปี) และเจ็นวาย (Gen Y อายุระหว่าง 29-13 ปี) และถ้าลูกหลานเห็นคุณใช้คอมเป็นก็จะเกรงใจ และก็จะกลัวคุณแอบไปดูว่าเขาดูอะไรอยู่หน้าคอม เวลาดิฉันมีอีเมล์เข้ามาส่วนใหญ่จะมาจากสองรุ่นนี้คือ เจ็นเอ็กซ์ และ เจ็นวาย แทบจะไม่มีรุ่นดิฉันคือรุ่นเบบี้บูมเม่อร์ (อายุระหว่าง 61-43 ปี) เข้ามาเลย ถ้าหลังจากคอลัมน์นี้ ดิฉันมีรุ่นเบบี้บูมเม่อร์อีเมล์เข้ามาดิฉันคงจะแฮ็ปปี้สุดๆ (คุณสามารถอ่านข้อมูลเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรุ่น หรือ เจนเนอเรชั่น ต่างๆกัน ได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” บท วัฒนธรรมอเมริกัน หัวข้อ วัฒนธรรมต่างรุ่น  หน้า -31)
เป็นไงคะ สัปดาห์ที่แล้วเมื่อวันที่ 11 มีนาที่ทางรัฐบาลเปลี่ยนเวลาเร็วขึ้นกว่าที่เคยปฏิบัติมา 6 สัปดาห์เพื่อประหยัดพลังงาน (เดย์ไลท์ เซฟวิ่ง ไทม์ Day light saving time) ทำให้หลายคนสูญเวลานอนไปหนึ่งชั่วโมง หกโมงเช้ายังมืดตึ๊ดตื๋อ นึกถึงคนแถบตะวันออกหรืออีสท์ โคสท์ (East Coast) คงมืดและหนาวสุดๆ
และวันเซ็นท์ แพททริค เดย์ (Saint Patrick’s Day) วันเทศกาลของคนไอริชเมื่อวันเสาร์ที่ 17 มีนา พวกคุณใส่อะไรสีเขียวๆกันบ้างหรือเปล่า ถ้าไม่ใส่ก็จะเป็นประเพณีที่จะถูกหยิก ถ้าถูกหยิกมากๆเนื้อก็จะ “เขียว” ปั้ดไปเอง วันเทสกาลสนุกๆคราวหน้าคือ วัน “เอพริลส ฟูล” (April’s fool day) ตรงกับวันที่ 1 เมษา วันนี้เป็นวันที่คนอเมริกันจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ คือเขาจะแกล้งพูดอะไรๆหลอกคุณ เช่น “รถของคุณยางแบน” หรือ “มีโทรศัพท์ถึงคุณ” เมื่อคุณหลงเชื่อวิ่งไปดูรถ หรือวิ่งไปรับโทรศัพท์ เขาก็จะตะโกนบอกคุณด้วยความลิงโลดใจว่า “เอพริลส ฟูล” คือฉันหลอกเธอสำเร็จ ลองเล่นสิคะ สนุกดี  แต่อย่าให้รุนแรงเช่นไปหลอกเขาว่า แฟนป่วยหรือมีแอ็กซิเด็นท์ เป็นต้น เพราะอาจเสียเพื่อนได้ (คุณสามารถอ่านข้อมูลเกร็ดความรู้ได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” บทการแบ่งเขตและวันหยุด  หน้า  27)
ดิฉัน “เม๊าท์” มาเกินหนึ่งหน้าแล้ว วกกลับมารายงานข่าวความคืบหน้าของ “คอมพรีเฮ็นซีฟ อิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม” (Comprehensive Immigration Reform เรียกย่อๆว่า CRI) หรือการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่ ซึ่งจะรวมโปรแกรมสำคัญที่ทุกคนรอคอยคือ  เกสท์ เว็ร์คเคอร์ โปรแกรม ที่จะให้โรบินฮู้ดทำงานอย่างถูกกฎหมายและสามารถขอใบเขียวได้ในอนาคต และ ดรีมแอกท์ (DREAM ACT) ที่จะให้เด็กที่ได้เข้ามาเรียนหนังสือในอเมริกาตั้งแต่เล็กสามารถขอใบเขียวได้ และเพื่อมีโอกาสเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยจ่ายค่าเล่าเรียนในฐานะอเมริกันเรสสิเดนท์ได้ ขอย้ำอีกทีว่าตอนนี้ยังไม่ผ่านนะคะ แต่กำลังมีการเคลื่อนไหวในสภา ทางเซเนท (Senate) และเฮาส์ฟลอร์ (House floor) เอาข้อเสนอหรือบิล (Bill) หลายบิลที่ส.ส.ร่างเสนอและผ่านแล้ว เข้าประชุมอยู่ โดยพยายามที่จะแก้ไขเพิ่มและตัดอันใดที่คาดว่าจะเวิ้ร์คและไม่เวิ้ร์ค เช่น ข้อที่ว่าผู้ที่เข้ามาก่อน 5 ปีถึงจะยื่นเรื่องขอเบเนฟิทได้อาจเปลี่ยนปีให้น้อยกว่านั้น หรือผู้ยื่นเรื่องต้องเดินทางออกนอกประเทศและกลับมาใหม่ และหลายๆข้อ คาดว่าเมื่อ CRI นี้ผ่านจะเป็นการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นครั้งใหญ่หลังจากการปฏิรูป ครั้งแอมเนสตี้ปี 1986 และปี 1996 (โปรดอ่านเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมือง หัวข้อ กฎหมายอภัยโทษ และ กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับปฏิรูปปี 1996 ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทกฎหมายคนเข้าเมืองหน้า 2-6 ถึง 2-9) อดใจรอกันอีกหน่อยนะคะ
คุณที่อยู่เมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้ที่ คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 หรือ 02 272-4582