วีซ่าเกษตรกร

ในคอลัมน์เสาร์ที่ 10 มีนา ดิฉันเขียนคอลัมน์ วีซ่า H-2B ให้แฟนคอลัมน์ในเมืองไทยที่อีเมล์มาถามดิฉันเกี่ยวกับวีซ่า H-2B ก่อนที่จะไปลงสมัครโปรแกรมวางเงินเป็นเป็นแสนๆ ดิฉันดีใจที่ตัวเองสามารถเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ในวงกว้าง เมื่อต้นเดือนนี้ หนังสือพิมพ์เสรีชัยลงบทความที่สัมภาษณ์คุณคนไทยที่มาทำงานด้วยวีซ่าเกษตรกรและต้องเก็บเงินใช้หนี้ที่กู้มาทำวีซ่า กว่าจะใช้หนี้หมดถึงสองปี วีซ่าเกษตรกรได้สามปี ก็เท่ากับมีเวลาเก็บเงินเพียงหนึ่งปี ขนาดแบบอยู่ประหยัดไม่เที่ยวเลย  อ่านแล้วประทับใจมาก นึกอยากจะวิ่งไป “โซลิสิท” (solicit) หรือชักจูงให้เจ้าของไร่สวนมาจ้างเราเป็นทนายเพื่อหาชาวไร่มาทำงาน และดิฉันจะรับทำโดยคิดค่าทนายจากนายจ้างอย่างเดียวไม่เก็บจากตัวเกษตรกร พวกเขาก็จะมีค่าใช้จ่ายค่าเครื่องบินอย่างเดียวและจะสามารถเก็บเงินได้ตั้งแต่ปีแรก    คิดอยู่หลายวันประกอบกับฤดูนี้เริ่มเข้าหน้าเก็บสตรอเบอรี่ ดิฉันชอบทานสตรอเบอรี่กับ “ฮ้อท ฟัดจ์” (hot fudge) ก็จะไปซื้อสตรอเบอรี่สดที่ฟาร์มทุกสองสามวัน ตั้งใจจะถามคนขายถึงเจ้าของฟาร์ม แต่ยังจัดเวลาไม่ลงตัวเพราะถ้าเริ่มทำเคสเกษตรกร ดิฉันจะต้องดึงเวลาเรียน เวลานอนและเวลาเที่ยวไปทำเพื่อไม่ดึงเวลาจากเคสอื่น เฮ้อ อยากเป็นทสกัณฑ์ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดิฉัน“ให้”คุณได้ตอนนี้ก็คือให้ความรู้เกี่ยวกับวีซ่านี้ไปก่อน
ความเป็นมาของวีซ่าเกษตรกร
ปัญหาของนายจ้างทั่วไปคือการขาดคนงานทั้งประเภทมีฝีมือและไม่มีฝีมือ ยกตัวอย่างการขาดแรงงานในประเทศไทย เราขาดคนทำงานบ้าน ช่างปูนช่างไม้ ประมง ซึ่งนายจ้างต้องอาศัยแรงงานพม่า เป็นต้น ในอเมริกาก็เช่นกัน ขาดแคลนแรงงาน คนทำงานบ้าน ช่าง ประมง ชาวไร่ ชาวสวน เป็นต้น รัฐบาลเข้าใจถึงปัญหานี้ ในปี 1943 หรือ พ.ศ. 2486 รัฐบาลได้ผ่านวีซ่าทำงานกรุ๊บ H คือวีซ่าทำงานชั่วคราวออกมาครั้งแรก ช่วยบริษัททำน้ำตาล ที่ขาดแรงงานและต้องการคนงานชั่วคราวมาทำไร่อ้อย ฤดูที่ต้องตัดอ้อย โดยเขารับคนงานมาจากเกาะบาฮามาส์ ภายหลังรัฐบาลจึงแยกวีซ่ากรุ๊บ H ออกเป็น H-2A วีซ่าเฉพาะสำหรับเกษตรกร วีซ่า H-2B  วีซ่าคนงานชั่วคราวทุกประเภทยกเว้นเกษตรกร และวีซ่า H-1B เป็นวีซ่าทำงานระดับโปร เฟสชันแน่ล (Professional)  วีซ่ากรุ๊บสองกรุ๊บนี้ วีซ่า H-2A หรือวีซ่าเกษตรกร และวีซ่า H-2B เป็นวีซ่าทำงานชั่วคราว “น็อน อิมมิแกรนท์วีซ่า” (Non Immigrant Visa) ที่นายจ้างหรือบริษัทต้องการคนงานมาลดโหลดช่วงฤดูที่เก็บเกี่ยวและฤดูที่ธุรกิจบูมมากๆ เรียก พี้ค ซีซั่น (peak season) หรือ “ไฮซีซั่น” (high season) เนื่องจากอเมริกาเป็นประเทศใหญ่และมีภูมิอาการศต่างกัน ฉะนั้นแต่ละฤดูและรัฐแต่ละภาคจะมีการเก็บเกี่ยวได้พืชผลไม้ต่างชนิดได้ตลอดปี ฉะนั้นผู้มาวีซ่าเกษตรกรอาจจะต้องไปทำไร่ทำสวนตามที่ต่างๆฉะนั้นอาจจะต้องย้ายรัฐบ่อย
อายุวีซ่า
วีซ่า H-2A เกษตรกรมีอายุ 3 ปี ซึ่งต่างกับวีซ่า H-2B ซึ่งมีอายุเพียงปีเดียวหรือสั้นกว่านั้น

ความรับผิดชอบของนายจ้าง
นายจ้างที่ทำเรื่องวีซ่าให้คุณมา มีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นดังนี้

ค่าเดินทาง  

  (1) ค่าเครื่องบิน นายจ้างไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายออกค่าเครื่องบินให้ก่อน ส่วนมากคนงานจะเป็นฝ่ายออกค่าเดินทาง ถ้าคุณเป็นฝ่ายออกค่าเครื่องบินเอง ถ้าคุณอยู่ทำงานครบ 50% ของงานตามที่ตกลงในข้อสัญญา นายจ้างต้องคืนเงินค่าเครื่องบินขาไปให้คุณจากเมืองไทยไปอเมริกาและเงินค่าอื่นๆ ที่คุณได้จ่ายมาจากเมืองไทยเพื่อมาทำงาน

(2) ถ้าคุณทำงานครบตามสัญญา นายจ้างต้องออกค่าเครื่องบินขากลับให้คุณ และเงินค่าอื่นๆที่คุณจ่ายในเมืองไทย
ค่าแรง    นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำและต้องจ่ายตามค่าแรงในท้องตลาดในรัฐนั้นๆ ถ้านายจ้างจ่ายค่าแรงเป็นงานชิ้น (เรียก พีซเรท หรือ piece-rate) ค่าแรงเมื่อนับออกมาแล้วต้องไม่ต่ำกว่าค่าแรงที่คุณต้องได้ถ้าคุณรับรายชั่วโมง
ที่พักอาศัย        นายจ้างต้องมีที่พักอาศัยให้คนงานอยู่ฟรี ถ้าคนงานไม่สามารถเดินทางไปกลับระหว่างบ้านถึงไร่สวนได้ในวันเดียวกัน ฉะนั้นคนงานที่มาจากเมืองไทยจะต้องได้ที่อยู่ฟรี และที่อยู่นั้นต้องได้มาตรฐานและจะถูกตรวจหรือ “อินเสป็ก” (inspect) ว่าได้มาตรฐานหรือไม่
อาหาร        นายจ้างต้องมีอาหารให้คนงานวันละสามมื้อ นายจ้างสามารถชาร์จค่าอาหารรายวันได้ หรือให้บริเวณครัวฟรีที่สะดวกให้คนงานสามารถทำกับข้าวทานเองได้
รถรับส่ง        ถ้านายจ้างเป็นคนจัดที่พักอาศัยให้ นายจ้างต้องเป็นจัดรถรับส่งคนงานจากที่พักไปไร่ฟรี
ประกันเจ็บป่วย    นายจ้างต้องมีประกันให้ถ้าคนงานเจ็บป่วยขณะทำงาน โดยจ่ายค่ารักษาพยาบาลและชดใช้ค่าแรง เรียก เวิ้ร์คเค่อร์ส คอมเพ็นเซชั่น (Workers Compensation) ถ้ารัฐใดที่ไม่บังคับให้นายจ้างซื้อ เวิ้ร์คเค่อร์ส คอมเพ็นเซชั่น นายจ้างต้องซื้อประกันอื่นที่เท่าเทียมกับ “เวิ้ร์คเค่อร์ส คอมเพ็นเซชั่น” ให้คนงาน
เครื่องมือทำงาน    นายจ้างต้องเป็นคนจัดหาเครื่องมือทำงานให้คนงานฟรี
การันตีงาน    นายจ้างต้องการันตีว่ามีงานให้ทำอย่างน้อย ¾ ตามที่ตกลงในสัญญา  ถ้ามีงานน้อยกว่านั้น นายจ้างยังต้องจ่ายค่าแรงตามที่การันตี
การจ่ายค่าแรง    นายจ้างต้องเก็บ “เร็คคอร์ด” (record) ชั่วโมงงานที่คุณทำอย่างละเอียด และต้องเขียนชั่วโมงงานอย่างละเอียดตอนจ่ายค่าแรงหรือเงินเดือนให้คุณ นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงอย่างต่ำสองครั้งต่อเดือนหรือบ่อยกว่านั้นแต่ห้ามน้อยกว่านั้น
ทำใบเขียว    ผู้ที่มาอเมริกาด้วย H-2A ถ้าคุณปิ๊งกับใครในอเมริกา และได้แต่งงานกับผู้ถือสัญชาติอเมริกัน (อเมริกันซิติเซ่น) คู่สมรสอเมริกันซิติเซ่นสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณได้ ในขณะที่วีซ่ายังไม่ขาดหรือวีซ่าขาดแล้ว    (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับวีซ่า H-2B และวีซ่า J-1 ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งบท ระบบวีซ่า หน้า 3-10; 3-13)

วีซ่าเกษตรกรเป็นวีซ่าที่ดีสำหรับชาวไร่ชาวสวน ถ้าคุณต้องการลุยงานเก็บเงินและเรียนรู้ระบบงานในอเมริกา งานเป็นงานหนัก ถ้าคุณตั้งใจทำงานเก็บเงินตามตัวอย่างคุณที่ให้สัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์ คุณจะเรียนรู้ความเป็นอยู่ระบบงานของคนที่นี่ และถ้าคุณขวนขวายคุณก็จะได้ภาษากลับไป ถ้าคุณทำงานครบตามกำหนดสัญญา คุณก็จะได้รับประโยชน์หรือเบเนฟิต (benefits) ที่กล่าวมาข้างต้นเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถ้าคุณโดดงานและอยู่เถื่อนกลายเป็นโรบินฮู้ด คุณก็จะอยู่อย่างผิดกฎหมาย เมื่อคุณกลับเมืองไทยคุณจะไม่ได้กลับเข้ามาอเมริกาอีก นอกจากถ้าคุณได้แต่งงานกับซิติเซ่นและได้ใบเขียว คุณถึงจะอยู่ในอเมริกาได้อย่างถูกต้อง ทำงานและเดินทางเข้าออกประเทศได้
คุณที่อยู่เมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้ที่ คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 หรือ 02 272-4582

CategoriesUncategorizedTags