ตอบคำถาม

ต้องขอขอบคุณที่มีอีเมล์มาถามคำถามมากขึ้น และหลายคนลงท้ายว่า “เบบี้บูมเม่อร์” แสดงว่าสิ่งที่ดิฉันเขียนไม่เสียเปล่า เพราะได้ “ฟี้ดแบ็ค” (feed back) กลับมา ดิฉันพึ่งได้คุยกับคุณจิระเดช (jiradett@gmail.com) ผู้ช่วยทำเว๊บไซท์ ทั้ง “มอนิเต้อร์”ความเคลื่อนไหวและ “อัพเดท”เว๊บให้ดิฉันโดยไม่คิดค่าบริการมาตลอด 9 เดือนนี้ (ขอบคุณมากนะคะ) คุณจิระเดชบอกว่ามีผู้เข้าเว๊บดิฉันเกินวันละหนึ่งพันคน ฟังแล้วมีแรงเขียน คำถามของคุณที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป ดิฉันจะนำมาตอบทางคอลัมน์

ถาม ดิฉันแต่งงานและอยู่กับสามีอเมริกันในเมืองไทยมาหลายปี แต่ยังไม่เคยไปอเมริกา ดิฉันเคยพยายามยื่นเรื่องขอใบเขียวตอนแต่งงานใหม่ๆแต่ทางสถานทูตขอเอกสารมากจึงทิ้งเรื่อง ตอนนี้เราตั้งใจจะกลับไปอเมริกาสิ้นปี อยากถามว่าควรขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปและค่อยไปเปลี่ยนเป็นใบเขียวทีหลังหรือขอจากเมืองไทยไป สามีเคยมีประวัติคดีในอเมริกา

ตอบ เรื่องที่สามีมีประวัติคดีคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ คงอาจต้องดึงเรื่องจากศาลมาดูว่า เป็นคดีอาญาสถานเบาหรือสถานหนักและเรื่องเขาปิดคดีหรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ เวลาสามีพาสปอร์ตหมดอายุและเขาไปต่อเขาจะมีปัญหา แต่ถ้าเรื่องเล็กก็ไม่เป็นไร (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ ความอาญาที่ควรรู้ ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” บท ที่ 7) กรณีนี้ทนายต้องขอข้อมูลละเอียดจากสามีเรื่องคดีเขาหรือดึงประวัติออกมาดู กรณีคุณจะขอวีซ่าท่องเที่ยวก่อนและค่อยมาทำเรื่องใบเขียวในอเมริกาหรือขอใบเขียวจากเมืองไทยมาเลย อันใดอันหนึ่งก็ได้ค่ะ แต่ถ้าตอนคุณไปขอวีซ่าท่องเที่ยวและคุณบอกทางสถานทูตว่าคุณตั้งใจจะไปทำใบเขียวในอเมริกา ทางสถานทูตอาจไม่ออกวีซ่าท่องเที่ยวให้และแนะนำให้คุณทำจากที่เมืองไทยเลย แต่ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวผ่านและมาทำเรื่องในอเมริกา ระหว่างรอเรื่องคุณต้องคอยเรื่องอยู่ในอเมริกา ใช้เวลาประมาณ 4 เดือนค่ะ หลังจากคุณได้ใบเขียว คุณจึงกลับเมืองไทย

ถาม ผมเคยมาอเมริกาสองสามครั้ง เคยอยู่เกินเกือบปี แต่เข้ามาครั้งนี้ไม่มีปัญหา และตอนนี้อยู่ได้ 3 เดือนแล้ว แฟนผมมีใบเขียวมาหลายปี เราต้องการจดทะเบียน ผมควรจดตอนนี้ก่อนแฟนทำซิติเซ่น และทำเรื่องขอใบเขียวเลย หรือรอให้แฟนทำซิติเซ่นก่อนค่อยจดทะเบียนและทำใบเขียวภายหลัง และผมจะทำเรื่องทันไหม เพราะวีซ่าเล็กผมจะหมดอายุอีก 3 เดือน

ตอบ ถ้าคุณจดทะเบียนตอนนี้และยื่นเรื่องขอใบเขียวเลย เท่ากับคุณขอใบเขียวภายใต้กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง คือเป็นคู่สมรสของใบเขียว ซึ่งอยู่ภายใต้โควต้าต้องรอกว่าจะได้ใบเขียวประมาณ 5 ปีกว่าโควต้าจะมาถึง แต่หลังจากนั้นจดทะเบียน แฟน/ภรรยายื่นเรื่องขอซิติเซ่นทันที ซึ่งปัจจุบันเร็วใช้เวลาประมาณ 4 เดือนและเมื่อภรรยาได้ซิติเซ่น เราสามารถยื่นเรื่องอัพเกรดเข้าไปได้ เปลี่ยนจากกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สองเป็นกรุ๊บอิมมีเดียท เรเลทีฟ คือสามีของซิติเซ่น เรื่องคุณก็จะเร็วขึ้นไม่ต้องรอโควต้าอีก ฉะนั้นอันนี้ก็แล้งแต่คุณว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันเป็นห่วงคือ จุดที่คุณบอกว่าคุณเคยอยู่เกินวีซ่าครั้งที่แล้ว แต่คุณสามารถเข้ามาอเมริกาคราวนี้ได้โดยไม่มีปัญหา เพราะตามกฎหมาย unlawful presence ถ้าคุณอยู่เกิน 6 เดือนแต่น้อยกว่า 1 ปี คุณห้ามกลับเข้าอเมริกา 3 ปี (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่ม กฎหมาย unlawful presence ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทที่ 3 ระบบวีซ่า หน้า 3-6) เจ้าหน้าที่อาจ “โอเว่อร์ลุค” (overlook) บางอย่าง ก็เป็นโชคดีไป แต่ตอนแฟนคุณกรอกข้อมูลในฟอร์ม N-400 Application for Naturalization เธอต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับคู่สมรส และสถานภาพของคุณอย่างละเอียด และทางอิมมิเกรชั่นจะเช็คประวัติชื่อคุณ อาจเป็นปัญหาที่คุณอยู่เกินหรือไม่เป็นเพราะคุณเข้ามาเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นถ้าคุณยังไม่จดทะเบียนตอนนี้ รอให้แฟนทำซิติเซ่นและได้ซิติเซ่นก่อน และคุณค่อยจดทะเบียนและยื่นเรื่องขอใบเขียว ดิฉันจะสบายใจกว่ามาก

ตอบคำถามที่ว่าถ้าวีซ่าคุณขาดแล้วเป็นปัญหาหรือไม่ ซึ่งถ้าคุณรอจดทะเบียนหลังแฟนคุณได้ซิติเซ่น วีซ่าของคุณก็จะขาดแล้ว แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะคุณแต่งงานกับซิติเซ่น เวลาทำใบเขียวแต่งงานกับซิติเซ่นถึงวีซ่าขาดแล้ว เรื่องก็จะดำเนินไปปกติ ไม่ต้องมีค่าปรับ คิดว่าวิธีนี้คงจะดีที่สุดค่ะ

ถาม ดิฉันเป็นซิติเซ่นได้แอ็พพลายเรื่องขอใบเขียวให้พี่สาว 6 ปีมาแล้วตอนช่วงที่มีมาตรา 245 I โดยคุณรุจีรัตน์เป็นทนายให้ ตอนทำเรื่องพี่สาวมีบุตร 1 คนอยู่ในอเมริกาปัจจุบันอายุ 11 ปีเป็นโรบินฮู้ด อยากทราบว่าเมื่อพี่สาวได้ใบเขียว บุตรจะได้ใบเขียวโดยอัตโนมัติตามพี่สาวหรือไม่ ถ้าไม่ได้จะทำอย่างไรต่อไป

ตอบ ขอบคุณนะคะ “โซสวีท” (so sweet) สั่งหนังสือพร้อมคำถามทางจดหมาย และยังอนุญาตให้ตอบผ่านเสรีชัย ขอบคุณที่เห็นค่าเวลาของดิฉันและยังเผื่อแผ่ให้ความรู้คนอื่นต่อ ไม่อยากคุยแต่ลูกความของเราน่ารักมากๆเกือบทุกคน เคสพี่สาวของคุณ บุตรของพี่สาวจะได้ใบเขียวพร้อมแม่ค่ะ มาตรา 245i ผ่านออกมาเพื่อช่วยให้โรบินฮู้ดในอเมริกาที่เข้าอเมริกาก่อนวันที่ 20 ธันวา 2000 และยื่นเรื่องขอใบเขียวก่อนวันที่ 30 เมษา 2001 ซึ่งเป็นวันที่มาตรานี้หมดเขต ผู้ยื่นจะอยู่ภายใต้มาตรา 245i ซึ่งจะคุ้มกันไปได้ตลอด คือถึงแม้เรื่องที่ขอตอนมาตรา 245i ไม่ผ่าน โดยเฉพาะคนที่ขอใบเขียวจากนายจ้างที่ถูกนายจ้างยกเลิกเรื่อง อาจเปลี่ยนเคสไปขอใบเขียวกับนายจ้างใหม่ได้ ผู้ยื่นภายใต้ 245i สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ โดยเสียค่าปรับ $1,000 (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่ม มาตรา 245i ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทที่ 4 ใบเขียว หน้า 4-5) ถ้าผู้ยื่นมีคู่สมรสและบุตรก่อนยื่นเรื่องหรือหลังยื่นเรื่อง คู่สมรสและบุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีและยังไม่แต่งงานจะอยู่ภายใต้มาตรานี้ด้วยและจะได้ใบเขียวพร้อมกัน โดยจ่ายค่าปรับ $1,000 ต่อบุคคลยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีไม่ต้องจ่ายค่าปรับ $1,000 เพราะตามกฎหมายเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีถึงแม้เป็นโรบินฮู้ดจะไม่อยู่ภายใต้กฎ unlawful presence ถ้างง ก็ไม่เป็นไรค่ะ เอาเป็นว่าถ้าตอนโควต้ามาถึงพร้อมที่จะทำเรื่องเปลี่ยนสถานภาพ (ขอใบเขียว) บุตรของพี่สาวคุณอายุไม่เกิน 17 ปี คุณเซฟเงินค่าปรับไป $1,000 ค่ะ