ขออยู่ต่อ Extension of Stay

สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันมีเรื่องดีใจ เสียใจ ปนกัน ที่อยากมาแชร์ให้กันฟังดังนี้คือ

(1) ดิฉันได้แอ็พพรูฟเคสใบเขียวพ่อครัวที่ถูกออดิทซึ่งทำยากพอสมควร ทั้งทนายและลูกความแฮ้ปปี้ (2)ลูกความที่ยื่นเรื่องซิติเซ่นรอคอยมาเกือบสามปีเพื่อจะเอาลูกเมียมาจากเมืองไทย สองครั้งแรกขอไม่ผ่านเนื่องจากตกภาษา พึ่งสอบซิติเซ่นผ่านสัปดาห์นี้ เคสนี้ดิฉันลุ้นมานานเพราะลูกความเคยส่งรูปลูกจากเมืองไทยตาแป๋วๆมาให้ดู (3)แฟนคอลัมน์ที่ดิฉันเคยพบครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน โทรมาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วปรับทุกปัญหาส่วนตัวซึ่งเขาหาทางออกไม่ได้ ซึ่งดิฉันรับฟังย่อๆและต้องตัดบทเพื่อรีบไปทำงานต่อ ได้ข่าวว่าเขาพึ่งฆ่าตัวตาย ทำให้ดิฉันเสียใจและเซ็งสุดๆคิดว่าดิฉันจะช่วยอะไรเขาได้หรือไม่ถ้ารับฟังเรื่องราวปรับทุกข์นานหน่อยและไม่ตัดบท วันรุ่งขึ้นดิฉันอ่านอีเมล์จากแฟนเว๊บไซด์ซึ่งเริ่มประโยคว่า “ผมติดตามอ่านคอลัมน์ของคุณรุจีมาตลอดเลยครับ และได้ซื้อหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกามาอ่านแล้ว คุณเป็น“นางฟ้า”ของคนไทยที่อยู่อเมริกาจริงๆ” อ่านแล้วทำให้ดิฉันชื่นใจมีแรงฟึ่บขึ้นมาทำงานให้คนที่อยู่ต่อไป วันนั้นทั้งวันดิฉันตั้งอกตั้งใจรับโทรศัพท์ และตอบอีเมล์ให้กำลังใจคนมากขึ้น ยังไม่รู้ว่าจะไปได้กี่น้ำ???? เพราะตัวเองก็ยอดบิสซี่ แต่จะพยายามเตือนตัวเองทุกวันค่ะ ฉะนั้นถ้าดิฉันพูดเร็วๆ (อันนี้ช่วยไม่ได้เพราะเป็นธรรมชาติของดิฉัน) และเคยตัดบทคุณก็ขอโทษด้วยนะคะ

วกเข้าเรื่องเลยนะคะ ดิฉันสัญญาแฟนคอลัมน์ที่อีเมล์มาถามว่าจะตอบในคอลัมน์กฎหมาย เรื่องควรทำเรื่องขออยู่ต่อหรือไม่ ถ้าเขากะจะแต่งงานเร็วๆนี้

วีซ่าใหญ่/วีซ่าเล็ก

เมื่อสถานทูตอเมริกันออกวีซ่าท่องเที่ยว 10 ปีให้คุณ เป็นวีซ่า “มัลติเพิ้ลเอ็นทรี่” คือคุณสามารถเดินทางเข้าออกอเมริกาได้โดยคุณไม่ต้องขอวีซ่าใหม่แต่ละครั้งที่คุณจะเดินทางไปอเมริกา เมื่อคุณเดินทางเข้าอเมริกา เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง (ต.ม.) หรือ “อิมมิเกรชั่น ออฟฟิสเซ่อร์.. ที่สนามบินจะแสตมป์วันที่ๆคุณเข้าประเทศ และวันที่ๆคุณต้องออกประเทศบน “บัตรขาเข้า” (เรียก Arrival Card หรือ I-94 Card) โดยปกติเจ้าหน้าที่ ต.ม. มักจะแสตมป์ให้คุณอยู่ในประเทศ 6 เดือน คนไทยส่วนมากมักเรียก วีซ่า 10 ปีว่า “วีซ่าใหญ่” และเรียกบัตรขาเข้าว่า “วีซ่าเล็ก” เมื่อคุณเดินทางกลับเมืองไทย เจ้าหน้าที่สายการบินจะดึงบัตรขาเข้า/ออกของคุณออก และรายงานเข้าอิมมิเกรชั่น ซึ่งจะเป็นเร็คคอร์ดว่าคุณได้เดินทางออกนอกประเทศแล้ว ซึ่งทางสถานทูตจะมีข้อมูลนี้เช่นกัน สมัยก่อนผู้ที่อยู่เกินเมื่อกลับเมืองไทยมักจะไปให้เจ้าหน้าที่ ต.ม. แสตมป์ย้อนหลังเพื่อตบตาสถานทูตว่าคุณไม่ได้อยู่เกินเพื่อไปขอวีซ่าใหม่ ขอเตือนเลยนะคะว่าสมัยนี้มันไม่เวิ้ร์คแล้วค่ะ ถ้าเขาไม่มีเร็คคอร์ดบัตรขาเข้าของคุณ เขาจะสันนิษฐานว่าคุณอยู่เกินและคุณจะขอวีซ่าใหม่ไม่ผ่าน(โปรดอ่านข้อมูลละเอียดเกี่ยวกับ วีซ่าท่องเที่ยว ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” เล่มหนึ่ง บทที่ 3 ระบบวีซ่า หน้า 3-6)

ขออยู่ต่อ

ถ้าคุณมีความจำเป็นจริงๆต้องขออยู่ต่อเกินกว่า 6 เดือน คุณสามารถยื่นเรื่องขออยู่ต่อไปที่อิมมิเกรชั่นได้ ควรจะยื่นอย่างน้อยประมาณ 60 วันก่อนบัตรขาเข้าหมดอายุ วีซ่าเล็กต้องยังไม่ขาด ตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11 (ผู้ก่อการร้ายนำเครื่องบินชนถล่มตึกเวิรลด์ เทรดในรัฐนิวยอร์ควันที่ 11 กันยา 2001) การขออยู่ต่อจะยากขึ้นและมักไม่เรื่องค่อยผ่าน นอกจากจะมี “อีเมอร์เจ็นซี่” (emergency) เหตุการณ์จำเป็นฉุกเฉินจริงๆที่คุณไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และคุณต้องแสดงหลักฐานรัดกุมด้านการ กิจการ การงาน ทางเมืองไทยว่าทุกอย่างดำเนินไปปกติในขณะที่คุณอยู่อเมริกา และโชว์ว่าคุณมีเงินซัพพอร์ทตัวเองในขณะอยู่ในอเมริกาโดยไม่ต้องทำงาน(โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มหัวข้อ “ขออยู่ต่อ” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” เล่มหนึ่ง บทที่ 3 หน้า 3-18)

ระหว่างคอยเรื่อง

ระหว่างคอยเรื่องผ่านหรือไม่ คุณต้องห้ามทำงาน และบัตรขาเข้ายังไม่หมดอายุ ถ้าบัตรขาเข้าหมดอายุเมื่อไร เท่ากับคุณอยู่เกินอย่างผิดกฎหมาย ถ้าคุณเสี่ยงอยู่คอยเรื่องและเรื่องคุณผ่าน คุณก็จะไม่มีปัญหา แต่ถ้าเรื่องไม่ผ่านเท่ากับคุณเป็นโรบินฮู้ดนับตั้งแต่วันที่บัตรขาเข้าหมดอายุ

ควรยื่นเรื่องขออยู่ต่อหรือไม่

ถ้าคุณมีความจำเป็นจริงๆที่ต้องอยู่ต่อ คุณก็ต้องลองยื่นเรื่องเข้าไป แต่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆขอแนะนำว่าอย่ายื่น เช่นกรณีที่คุณต้องการอยู่ต่อเพื่อทำงานเก็บเงินสักพัก หรืออยากอยู่ต่อเผื่อจะได้ปิ๊งกับใครและแต่งงานทำใบเขียวภายหลัง เพราะถ้าคุณยื่นเรื่องขออยู่ต่อและเรื่องไม่ผ่าน คุณจะได้รับจดหมายเตือนให้คุณเดินทางออกจากประเทศ เท่ากับคุณไปเรียกความสนใจจากอิมมิเกรชั่น หรือถ้าคุณยื่นเรื่องขออยู่ต่อและไม่ผ่าน พอคุณจะไปขอวีซ่าเข้าอเมริกาใหม่ คุณจะขอลำบากเพราะทางสถานทูตจะสันนิษฐานว่าคราวหน้าคุณอาจจะอยู่เลยไม่กลับ

ขออยู่ต่อระหว่างยื่นเรื่องขอใบเขียว

วกกลับมาคำถาม ถ้าคุณจะแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น ดิฉันคิดว่าคุณควรพยายามจดทะเบียนก่อนที่บัตรขาเข้าจะหมดอายุและรีบยื่นเรื่องขอใบเขียว แต่ถ้าคุณลุ้นไม่ขึ้นและอีกฝ่ายยังไม่ขอแต่งงานเสียที คุณก็ต้องวัดดวงเอาว่าจะทำอย่างไร ถ้าคุณยื่นเรื่องขออยู่ต่อ และเหตุผลไม่ดีพอคือ “รอแต่งงาน” ก็คงถูกปฏิเสธกลับมา และ ถ้าเกิดคุณไม่ได้แต่ง ก็อาจจะเป็นการเสี่ยงมากกว่าที่จะปล่อยให้วีซ่าขาด (เงียบๆ) เพราะเมื่อคุณยื่นเรื่องเข้าไป ทางอิมมิเกรชั่นจะเพ่งเล็งและรู้ว่าคุณยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ

แต่ถ้าคุณได้แต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น ถึงแม้คุณวีซ่าขาดแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะคุณยังทำใบเขียวได้อยู่ดี ข้อแตกต่างในการทำใบเขียวแต่งงานในขณะที่วีซ่ายังไม่ขาดคือ ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องการเดินทางออกนอกประเทศระหว่างรอใบเขียว คุณสามารถขออนุญาตออกไปได้ (ทำ Advance parole โปรดอ่านเกี่ยวกับ Advance Parole ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” เล่มหนึ่ง บทที่ 4 หน้า 4-15) แต่ถ้าวีซ่าขาดแล้ว คุณเดินทางออกไม่ได้ ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่จำเป็นเพราะปัจจุบันใช้เวลาทำใบเขียวแต่งงานเร็วมากประมาณ 4 เดือน

ในกรณีที่แฟนที่คุณจะแต่งงานด้วยถือใบเขียวแต่ยังไม่ได้เป็นซิติเซ่น อันนี้ต่างกับตัวอย่างข้างต้น เพราะการทำใบเขียวจากแฟนที่ถือใบเขียวอยู่ภายใต้โควต้าภายใต้กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง (โปรดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ใบเขียวครอบครัว หัวข้อ กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ครอบครัว ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” ฉบับใหม่เล่มหนึ่ง บทที่ 4ใบเขียว หน้า 4-8) และใช้เวลานานประมาณ 5 ปี ถ้าคุณอยากอยู่กับแฟนรอเรื่องใบเขียวอยู่ในอเมริกา คุณจะต้องอยู่แบบโรบินฮู้ด เพราะถึงแม้คุณทำเรื่องขออยู่ต่อ คุณก็จะอยู่ต่อได้สูงสุดเพียง 6 เดือนเท่านั้น และหลังจากนั้นบัตรขาเข้าของคุณจะขาดอยู่ดี และเมื่อโควตาของคุณมาถึง คุณจะไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ คุณมีทางออกอย่างเดียวค่ะ คือ ทันทีที่แฟนคุณมีคุณสมบัติพร้อมที่จะทำซิติเซ่น เขาต้องรีบยื่นเรื่องทำซิติเซ่นทันที (โปรดอ่านเพิ่มเติม “คุณสมบัติผู้โอนสัญชาติ” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” เล่มหนึ่ง บทที่ 5 กฎหมายสัญชาติ หน้า 5-5) และเมื่อเขาได้ซิติเซ่นแล้ว เราจึงยื่นเรื่องไปที่อิมมิเกรชั่น “อัพเกรด”เคสคุณจากคู่สมรสของใบเขียวเป็นคู่สมรสซิติเซ่น คุณถึงจะมีสิทธิรับใบเขียวในอเมริกาได้ถึงแม้คุณจะอยู่เถื่อน และคุณจะได้ใบเขียวทันทีภายใน 4 เดือนไม่ต้องคอยโควตาอีกต่อไป

อย่าลืมนะคะว่าวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. นี้เป็นวันแม่หรือ Mother’s day อย่าลืมทำอะไรพิเศษให้คุณแม่นะคะ และวันจันทร์ที่ 14 พ.ค. 2007 นี้ค่าแสตมป์ส่งจดหมายชั้นหนึ่งในประเทศ (น้ำหนักต่ำกว่า 1 อาวนซ์) จะขึ้นจาก 39 เซ็นต์เป็น 41 เซ็นต์นะคะ คุณสามารถซื้อแสตมป์พิมพ์พิเศษเรียก “ฟอร์เอเว่อร์แทตมป์” .(forever stamp) ในราคา 41 เซ็นต์ ซึ่งคุณสามารถใช้ได้ตลอดกาลสมชื่อ ไม่ว่าอัตราค่าส่งไปรษณีย์จะขึ้น แต่แสตมป์ฟอร์แอเว่อร์จะไม่ขึ้น (คุณสามารถอ่านสนุกและหาความรู้เรื่องวันเทศกาลต่างๆ และระบบไปรษณีย์ได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 28 และหน้า 53 ค่ะ)