ตอบอีเมล์เรื่อง ปัญหาวีซ่าคู่หมั้น และเมื่อผู้ยื่นขอใบเขียวให้ตาย

เป็นไงคะ วันอาทิตย์ที่แล้วเป็นวันพ่อ Father’s Day ทำอะไรให้คุณพ่อกันบ้างคะ และสัปดาห์นี้โรงเรียนปิดเทอมกัน วันหยุดราชการคราวหน้าคือวันที่ 4 กรกฎาคม เป็นวัน “อินดีเพ็นเด้นท์ เดย์” (Independent Day) หรือวันประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ คุณสามารถอ่านสนุกๆเกี่ยวความเป็นมาของอเมริกา และวันหยุดต่างๆ ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 20 และหน้า 27 นอกจากจะอ่านสนุกแล้ว อ่านเพื่อเป็นความรู้ก่อนคุณไปอเมริกา และตอนไปสอบซิติเซ่น

คอลัมน์นี้จะรวบรวมอีเมล์คำถามที่น่าสนใจมาเผื่อแผ่ให้แฟนคลับฟัง ขอบคุณแฟนคลับ ที่บอกว่าเป็น “แฟนพันธุ์แท้” ของดิฉันด้วย

มาวีซ่าคู่หมั้น แฟนไม่ยอมแต่งงานด้วยทำอย่างไร

ถาม ดิฉันมาอเมริกาด้วยวีซ่าคู่หมั้น ปัจจุบันอยู่เกินแล้ว 4 เดือน คืออยู่ในอเมริการวมทั้งหมด 7 เดือนแล้ว เนื่องจากแฟนบอกยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานเพราะมันเร็วเกินไป แฟนบอกขอรออีก 2-3 เดือน ดิฉันควรทำอย่างไรดี

ตอบ ตามกฎอิมมิเกรชั่นวีซ่าคู่หมั้นหรือ K-1 วีซ่า มีอายุ 90 วัน คุณต้องจดทะเบียนสมรสกับคู่หมั้นที่ยื่นเรื่องให้ภายใน 90 วัน คุณจดทะเบียนกับคนอื่นไม่ได้ ถ้าไม่จดทะเบียนภายใน 90 วัน คุณต้องเดินทางกลับเมืองไทย โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “วีซ่าคู่หมั้น” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 4-15 ถ้าคุณจดทะเบียนสมรสหลัง 90 วันกับคู่หมั้น เนื่องจากมีความจำเป็นจริงๆที่เป็นเรื่องสุดวิสัยที่ทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนได้ภายใน 90 คุณต้องให้เหตุผลและหลักฐานถึงสาเหตุที่ไม่ได้จดทะเบียนภายใน 90 วัน ซึ่งทางอิมมิเกรชั่นจะพิจารณาเป็นเคสๆไป ไม่อย่างนั้นทางอิมมิเกรชั่นจะดำเนินเรื่องเนรเทศคุณออกนอกประเทศ

กรณีคุณ การที่แฟนยังไม่พร้อมไม่ใช่สาเหตุที่สุดวิสัย และ ณ.วันนี้คุณยังไม่ได้จดทะเบียน และไม่มีอะไรการันตีว่าแฟนคุณจะจดทะเบียนอีก 2-3 เดือนตามคำพูด ตอนนี้คุณมีหนทางเดียวค่ะ คือต้องเดินทางกลับเมืองไทยทันทีก่อนที่คุณจะอยู่ในอเมริกาเกินนานขึ้น เพราะตามกฎหมาย unlawful presence ถ้าคุณอยู่เกิน 6 เดือนแต่น้อยกว่า 1 ปี คุณห้ามกลับเข้าอเมริกา 3 ปีนับจากวันเดินทางออก และถ้าอยู่เกิน 1 ปี คุณห้ามกลับเข้าอเมริกา 10 ปีนับจากวันเดินทางออก โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับกฎหมาย unlawful presence ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 2-9 ตอนนี้คุณต้องนึกถึงตัวเองก่อน ไม่ต้องสนถึงแม้ว่าแฟนคุณจะขอร้องให้อยู่ (เชื่อดิฉันค่ะ โดยสัญชาติญาณผู้ชาย คุณยิ่งตามเขายิ่งหนี ฉะนั้นถ้าคุณเป็นฝ่ายหนี เขายิ่งตาม ดิฉันขอเป็น .“พี่ศิราณี” ไปในตัว)เมื่อเขาเห็นคุณเตรียมตัวกลับจริงและพยายามให้ความหวังว่าจะจดทะเบียนกับคุณในอนาคต เพราะถึงแม้แฟนคุณจะรีบวิ่งไปจดทะเบียนกับคุณวันนี้ก่อนคุณเดินทางออกนอกประเทศ คุณยังต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวเข้าทางสถานทูตและไปรอรับใบเขียวที่เมืองไทยอยู่ดี เพราะดิฉันไม่คิดว่าอิมมิเกรชั่นจะแอ็พพรูฟเรื่องที่คุณอยู่เกิน 90 วัน และมองอีกแง่หนึ่งคือถ้าหลังคุณจากไปแล้ว ถ้าแฟนคิดได้ว่าขาดคุณไม่ได้ และวิ่งตามกลับไปจดทะเบียนที่เมืองไทย ก็ไม่ได้เสียเวลาเพราะคุณต้องกลับไปยื่นเรื่องผ่านสถานทูตอยู่ดี หรือถ้าเขาไม่รักคุณจริงไม่ตามกลับไปแต่ง คุณจะไม่เปลืองใจเปลืองกายกับเขา และในอนาคตคุณพบรักแท้ คุณจะได้ไม่มีปัญหาทำเรื่องกลับเข้าอเมริกาอีก และคราวหน้า คุณบอกแฟนใหม่ไปเลยว่าไม่ทำวีซ่าคู่หมั้นอีกแล้ว ถ้ารักจริงให้จดทะเบียนที่เมืองไทยทำใบเขียวไปอเมริกาเลย

ผู้ยื่นเรื่องใบเขียวให้ตาย ทำอย่างไรต่อไป

ถาม ดิฉันเป็นซิติเซ่น แม่ดิฉันยื่นเรื่องให้พี่น้อง 6 คนตั้งแต่ปี 1995 พี่น้องสามคนอยู่ในอเมริกา อีกสามคนอยู่เมืองไทย ซึ่งตอนนี้อยู่เมืองไทย ปี 1999 แม่ตายหลังจากเรื่องแอ็พพรูฟแล้ว ตอนนี้สามคนที่อยู่ในอเมริกาได้ใบเขียวเรียบร้อยแต่สามคนที่อยู่เมืองไทยไม่ได้ ดิฉันพยายามเขียนจดหมายและโทรไปที่ Laguna Niguel ไม่สำเร็จ มีวิธีทำอย่างไรได้บ้างที่จะเอาพี่น้องมา

ตอบ ก่อนหน้านี้ ถ้าตัวผู้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณตายก่อนที่ผู้รับจะได้ใบเขียว เคสจะถูกยกเลิก เมื่อก่อนจึงมีคำพังเพยว่า “เมื่อผู้ยื่นเรื่องตาย เคสตายพร้อมผู้ยื่น” เนื่องจากอิมมิเกรชั่นใช้เวลานานมากที่จะพรอเซสเคสใบเขียว จึงไม่แฟร์ที่ผู้รับจะอดได้ใบเขียวตามผู้ตาย คองเกรสจึงได้ผ่านกฎหมายแก้ออกมาไม่กี่ปีนี้ (ดิฉันจำไม่ได้ว่าปีใด) INA213A(f)(5)(B) ในกรณีเคสใบเขียวครอบครัว ถ้าผู้ยื่นเรื่องเรียก “เพอร์ทิชันเน่อร์ (petitioner) ตายหลังเคสแอ็พพรูฟแล้ว คุณยังสามารถดำเนินเรื่องต่อได้ โดยคุณหาผู้เซ็นรับรองซัพพอร์ทแทนผู้ตายได้เรียก “ซับสติถูด สปอนเซ่อร์” (substitute sponsor) ตราบใดที่ผู้เซ็นแทนเป็นญาติพี่น้องกับตัวผู้รับใบเขียวเรียก “เบเนฟิเชียรี่” หรือในที่นี้เขาคือ “อินเท็นดิ้ง อิมมิแกรนท์” (Intending Immigrant) ดังนี้ คู่สมรส (spouse) พ่อ/แม่ (parent) พี่น้อง และอาจเป็นคนละพ่อหรือคนละแม่ได้ (อิมมิเกรชั่นใช้คำว่า .“ซิบบลิ้ง”sibling แทนที่จะเป็น brother/sister) ปู่ย่าตายาย (grandparent) บุตรอายุ 18 ปีขึ้นไป (child if at least 18 years of age) พ่อเขยแม่เขย หรือพ่อตาแม่ยาย (father-in-law/mother-in-law) พี่เขย น้องเขย (brother-in-law) พี่สะไภ้น้องสะไภ้ (sister-in-law) ลูกเขยลูกสะใภ้ (son-in-law/daughter-in-law) หลานตาหลานยาย หลานปู่หลานย่า (grandchild) และผู้ปกครองตามกฎหมาย (legal guardian) ในกรณีเคสพี่น้องของคุณ คุณในฐานะเป็นพี่น้อง และเป็นซิติเซ่น และเคสนี้แอ็พพรูฟแล้ว คุณสามารถทำเคสต่อเอาพี่น้องมาได้ค่ะ ที่คุณว่าเรื่องเขาไม่ผ่าน คุณอาจยื่นเอกสารไม่ครบ เอกสารที่คุณต้องยื่นไปที่ที่แอ็พพรูฟเรื่อง ในที่นี้คือ Laguna Niguel มีดังนี้

1. ตัวเบเนฟิเชียรี่ต้องเขียนจดหมาย ขอร้องให้อิมมิเกรชั่นรื้อฟื้นเรื่องต่อเพื่อมนุษยธรรม เรียก humanitarian reinstatement ถ้าคุณไม่แน่ใจ ขอแนะนำให้คุณให้ทนายทำให้
2. ใบแอ็พพรูฟเวิลเคส
3. ใบมรณบัตรของคุณแม่
4. หลักฐานพิสูจน์ว่าคุณเป็นพี่น้องกับตัวเบเนฟิเชียรี่ (ใบเกิดของคุณและของพี่น้อง)
5. กรอกฟอร์ม I-864 Affidavit of support และเอกสารอินคัมแท็กส์ หางเช็ค ใบรับรองการทำงาน เป็นต้น ถ้าเงินรายได้คุณไม่พอ คุณสามารถมีคนเซ็นร่วมได้ joint sponsor

ถ้าทางศูนย์ Laguna Niguel แอ็พพรูฟเรื่อง เขาก็จะส่งเอกสารไปที่กงสุลค่ะ โชคดีนะคะ