Age Out และChild Status Protection Act (อายุตกรุ่น)

สัปดาห์นี้เรามาคุยถึงเรื่องเด็กที่อายุเกิน 21 ปี คือตกรุ่นที่จะแอ็พพลายได้ใบเขียวพร้อมกับพ่อแม่ ภาษาอิมมิเกรชั่นเรียก “เอจ เอ๊าท์”(Age Out) เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ทำให้พ่อแม่ปวดหัวใจที่ครอบครัวต้องพรากกัน

ใบเขียวครอบครัว

“อิมมีเดียท เรเลทีฟ” อิมมิเกรชั่นแบ่งกรุ๊บใบเขียวครอบครัวตามลำดับความใกล้ชิดทางสายเลือดและความสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นสองกรุ๊บใหญ่คือ กรุ๊บแรกเรียก“อิมมีเดียท เรเลทีฟ” กรุ๊บนี้ขอใบเขียวได้เร็วไม่ต้องคอยโควต้า คือ คู่สมรสของซิติเซ่น พ่อหรือแม่ของซิติเซ่น และลูกอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานของซิติเซ่น “ลูก” รวมลูกเลี้ยง คือลูกติดคู่สมรสแต่มีเงื่อนไขว่า ซิติเซ่นต้องแต่งงานกับพ่อหรือแม่เด็กก่อนเด็กอายุ 18 ปี และยื่นเรื่องก่อนเด็กอายุ 21 ปี

.“กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์” กรุ๊บนี้แยกออกเป็นกรุ๊บย่อยอีก 4 กรุ๊บ (คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ .“กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ และ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” บทที่ 4หน้า 4-8 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)คือ

  1. กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์หนึ่ง คือกรุ๊บลูกของซิติเซ่นที่อายุเกิน 21 ปีแต่ยังไม่แต่งงาน ปัจจุบันใช้เวลาเกือบ 6 ปี
  2. กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง A คือ กรุ๊บคู่สมรสของใบเขียวหรือลูกของใบเขียวที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน ปัจจุบันใช้เวลาเกือบ 7 ปี และกรุ๊บสอง B คือลูกของใบเขียวที่อายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน ปัจจุบันใช้เวลาเกือบ 9 ปี (ผู้ถือใบเขียวไม่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อ หรือแม่ หรือลูกที่แต่งงานแล้วได้)
  3. กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สามคือ กรุ๊บใบเขียวของลูกซิติเซ่นที่แต่งงานแล้ว ปัจจุบันใช้เวลา 8 ปี
  4. กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สี่ กรุ๊บสุดท้ายคือกรุ๊บใบเขียวของพี่น้องของซิติเซ่น ใช้เวลาคอยนานที่สุดคือ 11 ปี


ข้อดีของกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์

ช้อดีของกรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ คือ ผู้ที่ได้ใบเขียวภายใต้กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ทั้ง 4 กรุ๊บ สามารถพ่วงคู่สมรสและลูกที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานมาได้ คือทุกคนจะได้ใบเขียวพร้อมกันหมด ซึ่งในกรุ๊บอิมมีเดียท เรเลทีฟ ทำไม่ได้ กรุ๊บอิมมีเดียทเรเลทีฟ ผู้ยื่นต้องแอ็พพลายใบเขียวให้เป็นคนๆไปไม่มีการพ่วง ตัวอย่าง เช่นซิติเซ่นต้องการแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อ และแม่ จะต้องแอ็พพลายให้พ่อคน แม่คน เป็นคนละเคส แต่ในกรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ เมื่อผู้ยื่นแอ็พพลายใบเขียวให้ผู้รับผลประโยชน์โดยตรง เรียก “เบเนฟิเชียรี่”(beneficiary) ตัวผู้รับใบเขียวหรือ “เบเนฟิเชียรี่” สามารถพ่วงคู่สมรสและลูกมาได้ในเคสเดียวกัน โดยไม่ต้องแยก คนที่พ่วงมาด้วยเรียกตามภาษาอิมมิเกรชั่นว่า “ดีริเวทีฟ เบเนฟิเชียรี่” (derivative beneficiary) คือผู้ได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม ตัวอย่าง

  1. กรุ๊บหนึ่ง คือกรุ๊บลูกของซิติเซ่นที่อายุเกิน 21 ปีแต่ยังไม่แต่งงาน ถ้าลูกมีบุตร (คือหลานของซิติเซ่น) และบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปียังไม่แต่งงาน เมื่อตัวลูกได้ใบเขียว เด็กจะได้ใบเขียวพ่วงมาด้วย ในฐานะ “ดีริเวทีฟ เบเนฟิเชียรี่”เปรียบเสมือน ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เป็นต้น
  2. กรุ๊บสอง กรุ๊บผู้ถือใบเขียวแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรส สามารถพ่วงบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานได้ หรือพ่อ/แม่ใบเขียวแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่ยังไม่แต่งงานแต่ลูกมีลูกติด ลูกติดจะได้ใบเขียวด้วย
  3. กรุ๊บสามคือ ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่แต่งงานแล้ว ซึ่งลูกมีคู่สมรสและบุตร เมื่อลูกซิติเซ่นได้ใบเขียว คู่สมรสและบุตรเล็กๆของเขาทุกคนจะได้ใบเขียวมาด้วยกันหมด
  4. กรุ๊บสี่ คือกรุ๊บใบเขียวของพี่น้องของซิติเซ่น ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้น้องชาย น้องชายมีภรรยาและลูกเด็กๆสามคน เมื่อน้องชายได้ใบเขียวภรรยาและลูกที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ทุกคนจะได้ใบเขียวพ่วงมาด้วยในเคสเดียวกันหมด

เอจ เอาท์ (Age Out)

ในกรณีพ่วงใบเขียวแบบนี้ ตัวบุตรที่พ่วงต้องอายุต่ำกว่า 21 ปีและไม่แต่งงาน ปัญหาคือ เวลาคอยโควต้ายาวนานมากกว่าจะได้ใบเขียวในแต่ละกรุ๊บ ฉะนั้นถ้าเด็กอายุเกิน 21 ปี ก่อนที่จะได้ใบเขียว เด็กก็จะตกรุ่นหรือ เอจเอาท์ (age out) ไม่ได้ใบเขียวมากับพ่อแม่ ปัญหานี้มักเกิดขึ้นบ่อยกับ กรุ๊บสี่ เวลาซิติเซ่นทำใบเขียวให้ ลูกมักจะเอจ เอาท์ก่อน เมื่อลูกเอจเอาท์ มีวิธีเดียวคือเมื่อพ่อแม่ได้ใบเขียวปุ๊บ พ่อหรือแม่ก็ต้องยื่นเรื่องแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกในฐานะ กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง B ใช้เวลาอีก 9 ปีรอโควต้า

Child Status Protection Act (CSPA)

ในกรณีตัวอย่างข้างบนนี้ ทำให้พ่อแม่ปวดหัวใจแทบที่ต้องพรากครอบครัว กรุ๊บทนายความอิมมิเกรชั่นได้ต่อสู้มากับรัฐบาลว่า เป็นความผิดอิมมิเกรชั่นที่ใช้เวลานานดำเนินเรื่อง ควรจะมีการผ่อนผันบ้าง ในที่สุดอิมมิเกรชั่นเปลี่ยนกฎใหม่ ผ่านกฎหมาย Child Status Protection Act เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2002 โดยนับวิธีเอจเอาท์ใหม่ ในแต่ละกรุ๊บ โดยให้นำจำนวนวันที่คอยเรื่องนับจากวันยื่นถึงวันที่เรื่องแอ็พพรูฟ มาลบออกจากวันที่ยื่นโควต้ามาถึงและยื่นเรื่องเปลี่ยนสถานภาพ ตามกฎหมายนี้ซับซ้อนหน่อย วิธีนับคือ

สมมติซิติเซ่นยื่นเรื่องแอ็พพลายใบเขียวให้น้องชายวันที่ 1 มกราคม 1996 น้องมีบุตรเกิดวันที่ 1 เมษายน 1986 (เด็กอายุ 10 ปี 4 เดือน ณ. วันยื่น) เรื่องแอ็พพรูฟวันที่ 1 มกราคม1997 (เท่ากับระยะเวลาคอยเรื่อง 1 ปี 1 มค 1996 – 1 มค 1997) โควต้าวีซ่ามาถึงเรียก “พรายออริตี้ เดท (priority date) วันที่ 1 มกราคม 2007 ซึ่งตอนนั้นเด็กอายุ 21 ปี 4 เดือน สมมติเด็กอยู่ในอเมริกาแล้วและคุณยื่นเรื่องเปลี่ยนสถานภาพเข้าไปอิมมิเกรชั่นวันที่ 1 กรกฎาคม 2007 เท่ากับเด็กอายุ 21 ปี 7 เดือน ถ้าเป็นตามกฎหมายเก่า เด็กจะตกรุ่นหรือ เอจเอาท์ แต่ภายใต้ Child Status Protection Act จะช่วยเด็กได้ โดยลบระยะเวลาคอย 1 ปีออกจากวันที่ยื่นเรื่องเปลี่ยนสถานภาพคือ วันที่1 กรกฎาคม 2007 เด็กจะไม่เอจเอาท์ เท่ากับนับอายุเป็น 20 ปี 7 เดือน กรณีนี้เด็กจะได้ใบเขียว

(คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Child Status Protection Act ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” บทที่ 4หน้า 4-9 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)

Matter of Garcia

ในกรณีที่เด็กเอจเอาท์ เมื่อพ่อแม่ได้ใบเขียวแล้ว พ่อหรือแม่ก็ต้องรีบยื่นใบเขียวให้ลูก ในสถานะเพร็ฟเฟอเร็นซ์กรุ๊บสอง B คือพ่อ/แม่ใบเขียวแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่อายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน โดยปกติจะใช้เวลารอโควต้านานประมาณ 9 ปี บางกรณีคุณอาจสามารถนำ “พรายออริตี้ เดท” เดิมมาใช้ได้ในเคสใหม่ทำให้เร่งเวลา เด็กได้ใบเขียวเร็วขึ้น อิมมิเกรชั่นบอร์ดได้ตัดสินเคสในปี 2006 ชื่อ เคส Matter of Garcia, A79 001 587 (BIA June 16,2006) เคสนี้เด็ก การ์เซียได้เอจเอาท์ แม่ของการ์เซียเมื่อได้ใบเขียวแล้ว ได้แอ็พพลายใบเขียวให้การ์เซียในกรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง B ระหว่างคอยเรื่องหลายปี การ์เซียมีปัญหาทางกฎหมายจะถูกเนรเทศ ทนายต่อสู้และอ้างนำพรายออริตี้ เดท เดิมตอนที่ป้า (พี่ของแม่ยื่นเรื่องให้แม่ใบเขียวพี่น้อง) ยื่นเรื่องให้แม่มาใช้ หลังจากต่อสู้หลายขั้นในที่สุดอิมมิเกรชั่นบอร์ดตีความหมายกฎหมายให้ประโยชน์กับการ์เซีย โดยตัดสินให้อิมมิเกรชั่นย้อนวันที่กลับไปถึง พรายออริตี้เดท เดิมของแม่ได้ ซึ่งได้ช่วยไม่ไห้การ์เซียถูกเนรเทศ เพราะเธอควรจะได้ใบเขียวไปแล้วถ้านำพรายออริตี้เดท วันที่เดิมมาใช้ อย่างไรก็ตามข้อเตือนคือ เคสนี้ไม่ถือเป็นเคส บรรทัดฐาน อิมมิเกรชั่นจะตัดสินแต่ละเคสขึ้นอยู่กับข้อมูลอื่นๆด้วย แต่ทนายอาจนำมาต่อสู้อ้างได้ที่จะขอพรายออริตี้เดิมมาใช้ ถ้าคุณอ่านแล้วงงก็ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าคุณมีทนายยื่นเรื่องเคสแบบเอจเอาท์ ถามทนายให้เช็คเคส Matter of Garcia และดูว่านำมาใช้ได้กับเคสลูกคุณหรือไม่

Powered by ScribeFire.