ข้อมูลเกี่ยวกับทหารได้ซิติเซ่นเร็ว

เป็นไงคะ รูปใหม่บนเว๊บเพจดิฉัน สวยไหมคะ ดิฉันถ่ายจากบนรถเมล์ เลคโคโม ในอิตาลี่ และรูปจักรยานคือเจ้าจักรยานที่(ทำ)ดิฉันหกล้ม หัวเข่าและศอกถลอกเป็นแผล “เลเบอร์เดย์วี้คเอ็นด์” เมื่อจันทร์ที่ 3 กันยาที่ผ่านมา สนุกกันไหมคะ ไปเที่ยวกันหรือเปล่า หรือช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าที่ลดราคาก่อนโรงเรียนเปิด ดิฉันและครอบครัวไปเที่ยว Sequoia National Forest สนุกมาก ได้เดินไฮค์กิ้งบนเขาสูงเรียบแม่น้ำเคิน (Kern
River) และลงมาว่ายน้ำ ในแม่น้ำคราวนี้ดิฉันไม่หกล้ม

โดยปกติเป็นคนซุ่มซ่ามโดยกำเนิด (แม่บอกอย่างนั้น) เข้าเรื่องกฎหมายเลยนะคะ สัปดาห์ที่แล้วมีอีเมล์เข้ามาถามเรื่องซิติเซ่นชิปของทหาร และขอให้ดิฉันลงในคอลัมน์ให้เป็นความรู้คนอื่น พอดีได้โอกาสเพราะดิฉันตั้งใจเขียนชักชวนให้คุณๆที่ใบเขียว 10 ปีและหมดอายุแทนที่จะต่อใบเขียว หรือผู้ที่ถือใบเขียวตลอดชีพคือไม่ระบุวันหมดอายุให้ทำซิติเซ่นอยู่พอดี

ต่อใบเขียวทุก 10 ปี

ตั้งแต่ปี 1989 ทางอิมมิเกรชั่นออกใบเขียวให้ 10 ปี คุณต้องยื่นเรื่องต่ออายุใบเขียวทุก 10 ปี โดยกรอกฟอร์ม I-90 ส่งรูปถ่ายและเงินค่าธรรมเนียม บวกค่าพิมพ์นิ้วมือเข้าไป ค่าธรรมเนียมตอนนี้ $370 ทางอิมมิเกรชั่นจะเช็คประวัติคุณ ถ้าคุณมีปัญหาทางกฎหมายหรือไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก คุณจะมีปัญหาต่ออายุใบเขียวหรือต่อไม่ได้และอาจถูกเนรเทศได้ ถ้าใบเขียวของคุณหมดอายุแล้ว และคุณคิดจะต่อดิฉันแนะนำให้คุณทำซิติเซ่น ถ้าคุณตัดสินใจทำซิติเซ่น คุณไม่จำเป็นต้องต่ออายุใบเขียวก่อนทำซิติเซ่น ถึงแม้ว่าใบเขียวจะขาดแล้ว เซฟเงินค่าต่อใบเขียวเอาไปทำซิติเซ่นแทน (คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ “อายุใบเขียว”ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทที่ 4 ใบเขียว 4-17 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)

ใบเขียวตลอดชีพ

ใบเขียวที่ออกมาระหว่างปี 1977-1989 เป็นใบเขียวรุ่นเก่าที่ไม่ระบุวันหมดอายุ ทางอิมมิเกรชั่นได้ประกาศออกมาเดือนสิงหา 2007 จะให้ผู้ที่ถือใบเขียวรุ่นนี้แอ็พพลายทำใบเขียวรุ่นใหม่ เป็นใบเขียว 10 ปี ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าเมื่อไรแต่คาดว่าคงเร็วๆนี้ เมื่อทางอิมมิเกรชั่นกำหนดวันที่ออกมาจะให้เวลา 120 วันที่คุณต้องยื่นเรื่องขอเปลี่ยนใบเขียวรุ่นใหม่ ฉะนั้นขอแนะนำให้คุณทำซิติเซ่นเสียเถอะค่ะ เมื่อได้เป็นซิติเซ่นแล้ว รัฐบาลอเมริกันจะได้เลิกยุ่งเกี่ยวกับคุณเสียที เพราะผู้ถือใบเขียวต้องแจ้งย้ายที่อยู่ทุกครั้งที่ย้ายบ้าน และถ้าทำผิดกฎหมายนิดหน่อยอาจกลายเป็นขั้นร้ายแรงได้และปัจจุบันสามารถสูญใบเขียวได้ง่าย

คุณสมบัติการขอซิติเซ่น

ก่อนที่คุณจะเข้าใจอภิสิทธิ์ต่างๆของทหาร และต่อสมาชิกในครอบครัวของทหาร ดิฉันขอกล่าวถึงคุณสมบัติทั่วไปของผู้ที่จะทำซิติเซ่นได้มีดังนี้คือ

  • ถ้าคุณแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น (ซิติเซ่น หรือ citizen แปลว่า สัญชาติ) คุณสามารถขอใบเขียวแต่งงานได้เร็ว ใบเขียวแรกคุณจะได้เป็นใบเขียวชั่วคราวสองปี คุณต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวรก่อนครบ 2 ปีเมื่อได้แล้ว คุณสามารถทำซิติเซ่นได้เมื่อครบ 3 ปีนับจากหลังได้ใบเขียวใบแรก
  • ในขณะที่คุณขอใบเขียวจากการแต่งงาน ลูกติดของคุณสามารถขอใบเขียวพร้อมคุณได้ ถ้าเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี ณ. วันที่คุณจดทะเบียนสมรสและยื่นเรื่องขอใบเขียวก่อนเด็กอายุ 21 ปี แต่ลูกใบเขียวไม่สามารถขอซิติเซ่นได้ 3 ปี ต้องคอย 5 ปีนับจากได้ใบเขียวแรก
    พ่อหรือแม่ของซิติเซ่นสามารถให้ลูกซิติเซ่นยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ตนได้ แต่ต้องรอจนกว่าลูกจะอายุครบ 21 ปี
  • หลังจากคุณได้ใบเขียว ในระหว่างที่คุณคอย 3-5 ปีที่จะทำซิติเซ่น (โอนสัญชาติ) คุณจะต้องมีถิ่นฐานอยู่ในอเมริกาไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง และห้ามขาดช่วงคือห้ามอยู่นอกประเทศครั้งละเกิน 6 เดือน เรียกภาษาอังกฎษว่าคุณต้องมี “ฟิสิเคิ้ล เพรสเซ่น” ในอเมริกา (Physical Presence)
  • (โปรดอ่านข้อมูล “คุณสมบัติผู้โอนสัญชาติ” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทที่ 5 กฎหมายสัญชาติและซิติเซ่น หน้า 5-5 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)

    อภิสิทธิ์ได้ซิติเซ่นเร็วของทหาร

    หลังจากเหตุการณ์ 11 กันยา 2001 ที่ผู้ก่อการร้ายขับเครื่องบินถล่มตึกเวิร์ลดเทรดในรัฐนิวยอร์ค พยายามประธานาธิบดีบุชได้ประกาศว่าอเมริกาอยู่ในภาวะสงคราม และเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2002 ได้ผ่านกฎเร่งให้ซิติเซ่นชิปต่อผู้สมัครเป็นทหารและเพิ่มเบเนฟิตอื่นๆกับครอบครัวเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2004 ภายใต้ National Defense Authorization Act for Fiscal Year 2004 และให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังเป็นวันที่ 11 กันยา 2001 ดังนี้

    คุณสมบัติทหารขอซิติเซ่นได้ภายใน 1 ปี

    1. ถ้าคุณเข้าเป็นทหารที่สังกัด Army, Navy, Air Force, Marine Corps, Coast Guard, Certain Reserve components of the National Guard และ Selected Reserve of the Ready Reserve และเป็นแอ็กทีฟ ดิวตี้ (Active Duty)คือไปสงคราม คุณสามารถแอ็พพลายขอซิติซ่นได้ภายในหนึ่งปีหลังได้ใบเขียว (เปลี่ยนจากก่อนหน้าซึ่งต้องคอย 3 ปี)
    2. คุณได้ผ่อนผันไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่น(ค่าธรรมเนียมทำซิติเซ่นตอนนี้พึ่งขึ้นเป็น $675)
    3. ถ้าคุณถูกให้ออกจากทหารเนื่องจากความประพฤติเสียเรียก “ดิส-ออน-นา-เร-บลี้ ดิสชาร์จ” (Dishonarably Discharge) ก่อนจะครบเทอม 5 ปี อาจสูญซิติเซ่นชิปได้
    4. ทางรัฐบาลจะพยายามอำนวยความสะดวกให้คุณตอนยื่นขอซิติเซ่น เกี่ยวกับการกรอกฟอร์ม ยื่นฟอร์ม สัมภาษณ์และสาบานตัว ตามโพสท์ ค่ายทหารหรือสถานทูตหรือกงสุลที่ใกล้คุณที่สุด (โดยคุณไม่ต้องมาจ้างดิฉันทำนะคะ เพียงไปแจ้งความจำนงกับ คอมมานเด้อร์ ออฟฟิสเซ่อร์ ของคุณ)

    ผลพลอยได้กับสมาชิกครอบครัวของทหารที่ตายในสงคราม

  • คู่สมรส บุตรอายุน้อยกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานและมีใบเขียวอยู่แล้ว ของทหารที่เป็นอเมริกันซิติเซ่น ถ้าทหารตายในสงครามหรือเนื่องจากสงคราม คุณสามารถยื่นเรื่องขอซิติเซ่นได้ทันทีโดยไม่ต้องคอย 3 หรือ 5 ปี และไม่จำเป็นว่าคุณต้องอยู่ในประเทศคือไม่จำเป็นต้องมี physical presence ในอเมริกา คุณสามารถยื่นเรื่องขอซิติเซ่นได้ทันที แต่ต้องยื่นภายใน 2 ปีหลังจากทหารเสียชีวิต สำหรับคู่สมรสถ้าแต่งงานใหม่ก่อนยื่นเรื่องขอซิติเซ่นจะเสียสิทธินี้
  • พ่อแม่ของทหารที่มีใบเขียวแล้ว ถ้าทหารเสียชีวิตสามารถยื่นเรื่องขอซิติเซ่นได้เลยทันทีโดยไม่ต้องคอย 5 ปี และไม่จำเป็นว่าคุณต้องอยู่ในประเทศคือไม่จำเป็นต้องมี physical presence ในอเมริกา และถึงแม้ว่าลูกจะอายุต่ำกว่า 21ปีก็ตาม แต่ต้องยื่นภายใน 2 ปีหลังจากทหารเสียชีวิต
  • หมายเหตุ คู่สมรสที่แต่งงานกับทหารอเมริกันมักถามดิฉันว่า หลังได้ใบเขียวแต่งงานปุ๊บ ทำซิติฌซ่นได้เลยหรือไม่ โดยไม่ต้องคอย 3 ปี ดิฉันยังหากฎนี้ไม่พบนะคะ รู้แต่กฎข้างต้นที่ว่ากรณีคู่สมรสทหารตายคุณทำซิติเซ่นได้ทันที ที่รู้แน่ๆคือ คุณไม่จำเป็นต้องมีถิ่นฐาน (physical presence) อยู่ในอเมริกา 3ปี เพราะเขาถือว่าคุณอาจต้องการติดตามคู่สมรสไปต่างประเทศได้ ฉะนั้นถ้าคุณคู่สมรสของทหารที่มีใบเขียวรู้กฎนอกเหนือจากนี้ และสามารถทำซิติเซ่นได้ทันที โปรดอีเมล์บอกดิฉันด้วย ดิฉันจะได้เขียนให้เป็นวิทยาทานคนอื่นต่อไป

    ขอซิติเซ่นหลังตายให้ทหาร

    ในกรณีที่ทหารตายในสงครามหรือผลจากสงครามก่อนมีโอกาสได้เป็นซิติเซ่น ทายาทของทหารสามารถเดินเรื่องขอซิติเซ่นแทนตัวผู้ตายได้ ซึ่งทายาทต้องดำเนินเรื่องภายใน 2 ปีหลังเสียชีวิต เมื่อทำเรื่องเสร็จผู้เสียชีวิตได้เป็นซิติเซ่น คู่สมรส บุตรอายุน้อยกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน และพ่อแม่ซิติเซ่นสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวได้ทันที แต่ต้องยื่นภายใน 2 ปีหลังจากทหารเสียชีวิต สำหรับคู่สมรสถ้าแต่งงานใหม่ก่อนยื่นเรื่องขอใบเขียวจะเสียสิทธินี้

    (หมายเหตุ อเมริกาเลิกระบบเกณฑ์ทหารเรียกระบบดราฟท์ Draft ตั้งแต่หลังสงครามเวียตนาม แต่ยังมีระบบลงทะเบียนทหารเรียก Selective Services System ชายที่ถือใบเขียวหรือเป็นซิติเซ่นอายุระหว่าง 18-25 ปีต้องลงทะเบียนทหาร และสามารถถูกเรียกไปสงครามได้ถ้าชาติต้องการ ถ้าผู้ถือใบเขียวอายุระหว่าง 18 – 26 ปีไม่ได้ลงทะเบียน จะถือว่าขาดความประพฤติดี และไม่สามารถทำซิติเซ่นได้ต้องรอ 5 ปีหลังอายุ 26 คือเมื่อถึงอายุ 31 ปีถึงจะยื่นเรื่องทำซิติเซ่นได้ นอกจากคุณจะสามารถอธิบายเหตุผลที่ดีได้ว่าทำไมคุณถึงไม่ได้ลงทะเบียน คุณสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ ที่เว๊บ http://www.sss.gov หรือไปขอฟอร์มลงทะเบียนเรียก “ซีเล็กทีฟ เซอร์วิส เรจิ๊สเตรชั่น ฟอร์ม” (Selective Service Registration form) จากไปรษณ๊ย์มากรอก (คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ “คุณสมบัติผู้โอนสัญชาติและ Selective service” ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทที่ 5 กฎหมายสัญชาติและซิติเซ่น หน้า 5-6 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)