ตอบอีเมล์

สวัสดีปีใหม่ 2008 ค่ะ เป็นไงคะสบักสบอมกันมากไหม ในขณะที่คุณอ่านคอลัมน์นี้ ดิฉันก็คงกลับถึงเมกาเรียบร้อยแล้วและแอบซุ่มทำงานหามรุ่งหามค่ำ จะเปิดออฟฟิสรับโทรศัพท์อีกทีก็วันจันทร์ที่ 21 ม.ค.นี้นะคะ เวเคชั่นเมืองไทยคราวนี้ดิฉันสบักสบอมพอสมควร ไม่ได้เขียนคอลัมน์คุยกันหลายสัปดาห์ มีจดหมายและอีเมล์จากแฟนคอลัมน์มาก ขอบคุณมากๆนะคะ จดหมายและอีเมล์เหล่านี้ “โมทิเหวด (motivate) ให้ดิฉันเขียนคอลัมน์ทุกสัปดาห์มา 14 ปี สัปดาห์นี้ว่าจะเบี้ยวไม่ลงคอลัมน์อีกหนึ่งอาทิคย์ แต่เพราะจดหมายฉบับนี้เลยเบี้ยวไม่ลง

“ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณที่ให้ความรู้ด้านอิมมิเกรชั่นสำหรับคนไทยที่อยู่ในอเมริกา ได้ความรู้ดีครับจากความรู้ที่ได้จากคุณรุจี ผมขอสั่งหนังสือ”สิทธิของฉันในอเมริกา”เพื่อเก็บไว้เป็นความรู้ และบอกเพื่อนฝูงรวมทั้งญาติต่อไป เพื่อได้รับความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิดีมากครับต่อคนที่สงสัยและเดือดร้อน ได้บุญมากดีกว่าสร้างเจดีย์ 7 ชั้นครับ สุดท้ายนี้ขอผลบุญที่คุณรุจีได้กระทำ จงส่งผลให้คุณรุจีและครอบครัวจงประสบแด่ความสุขความเจริญด้วยเทอญ” (คงเป็นคนรุ่นดิฉัน เขียนคำว่า “ด้วยเทอญ”)

สรุปเวเคชั่นในไทย

ก่อนอิ่นจะมาเม๊าท์ถึงเวเคชั่นให้ฟังก่อนนะคะ สัปดาห์แรกที่ถึงไทยวันที่ 16 ธันวา ดิฉันก็(หาเรื่อง)จัดสัมนาเรื่องกฎหมายอิมมิเกรชั่นและวีซ่าไปอเมริกาให้แฟนในเมืองไทยที่สำนักพิมพ์มติชน ผลจากสัมนาก็ทำให้ดิฉัน “บิสซี่”รับโทรศัพท์และรับเคส เลยโดนเพื่อนแซวว่า “มาเวเคชั่นหรือทำงานกันเนี่ย” พอวันที่ 23 ธันวา ก็ได้ทำหน้าที่พลเมืองดีไปเลือกตั้ง พอปีใหม่ดิฉันหนีความชุลมุนของหัวหินเข้ากรุงเทพ(บ้านดิฉันอยู่หัวหิน) ช่วงเทสกาลนับเป็นช่วงที่ดีที่สุดที่จะอยู่ในกรุงเทพ เพราะไม่มีรถบนถนน ดิฉันฉลองปีใหม่กับครอบครัวพี่น้องบนดาดฟ้าที่คอนโดในกรุงเทพ เห็นพลุจุดสวยงามจากตึกใบหยก วันที่ 1 มกรา เราไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ทางคุณพ่อ ซึ่งเราเคยทำทุกปีตอนคุณพ่อคุณแม่ยังมีชีวิตและเลิกไป นี่เป็นครั้งแรกใน 10 กว่าปีที่เราพี่น้องตกลงกันที่จะไปไหว้ผู้ใหญ่โดยไม่ถูกบังคับ พอวันที่ 2 มกราข่าวสมเด็จพระพี่นางสิ้นพระชนม์ก็เลยเศร้ากัน ดิฉันก็ต้องไว้ทุกข์ใส่เสื้อผ้าเฉดดำๆอยู่ 3-4 วัน วันที่ 5 ม.ค.ไปงานศพเผาคุณป้า วันที่ 6 มกรา ตระกูลดิฉันมีงานรวมญาติซึ่งเป็นประเพณีทำมาทุกปี มีญาติมากันเป็นร้อย สนุกสนาน หลังจากนั้นดิฉันก็รีบนั่งเรียนหนังสือออนไลน์จนจบ 25 หน่วยกิต เป็นการเรียนวิชาเพิ่มเติม continuing education ที่ทนายความต้องเรียนทุก 3 ปี ได้ความรู้ดีค่ะ ฉะนั้นถ้าดิฉันไม่ได้ตอบโทรศัพท์คุณช่วงระยะเดือนที่แล้วก็ขอโทษด้วยนะคะ แต่ดิฉันได้ตอบอีเมล์ทุกฉบับ

ต่อวีซ่าในประเทศไทย

มาเมืองไทยคราวนี้ดิฉันตั้งใจอยู่เกิน 30 วันโดยปกติถ้าดิฉันตั้งใจอยู่เกิน 30 วันก็จะเข้าไทยด้วยพาสปอร์ตไทย แต่คราวนี้พึ่งทำพาสปอร์ตอเมริกันใหม่ก็เลยใช้พาสปอร์ตอเมริกันใหม่เอี่ยมเข้า ตั้งใจจะมาต่อวีซ่าในหัวหิน เพราะที่หัวหินมีอิมมิเกรชั่นออฟฟิสที่เขตสิงขร ก็เลยได้เรียนรู้ระบบขอวีซ่าในไทย ดังนี้คือ ถ้าคุณเข้าไทยด้วยพาสปอร์ตอเมริกันคุณสามารถอยู่ในไทยได้นาน 30 วันโดยไม่ต้องทำวีซ่าเข้าไทย ถ้าคุณจะอยู่เกิน 30 วันแต่น้อยกว่า 60 วัน คุณสามารถไปทำวีซ่าที่กงสุลไทย เสีย $30 จะได้วีซ่า 60 วัน แต่ถ้าคุณไม่ทำและมาต่อวีซ่าในไทย ทาง ต.ม. จะอลุ่มอล่วยแสตมป์ให้คุณอยู่ในราชอาณาจักรเพิ่มได้อีก 7 วันเท่านั้น เสียค่าธรรมเนียม 1,900 บาท หลังจากนั้นคุณต้องเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งต่างกับในกรณีถ้าคุณไปขอวีซ่าที่กงสุลเข้าไทยก่อนไป เพราะคุณอยู่ได้ถึง 60 วันและถ้าคุณมีวีซ่า คุณยังสามารถไปขอต่อวีซ่าได้อีก 30 วันหรืออาจมากกว่านั้น ดิฉันนึกยั๊วะตัวเองว่าหาเรื่องแท้ๆ เนื่องจากขี้เกียจขับรถไปกงสุลไทยในแอลเอ เพราะดิฉันไม่เพียงจะเสีย 1,900 บาทแต่ต้องอยู่เกินอีก 2 วัน เลยต้องไปเสียค่าปรับวันละ 500 บาทเป็นเพิ่มอีก 1,000 บาทที่สนามบิน (รวมเป็น 2,900 บาท แทนที่จะไปเสียที่กงสุล $30 คุ้มกว่า) ดิฉันนั่งต่อรองกับเจ้าหน้าที่ว่าทำไมไม่อลุ่มอล่วยให้คนไทย เจ้าหน้าที่เลยบอกว่า “ได้ซี่พี่ สำหรับคนไทยที่มีบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน เราแสตมป์ให้อยู่ 1 ปีค่าธรรมเนียม 1,900 บาทเท่ากัน” ดิฉันเลยดีใจไม่ต้องเสียค่าปรับอีก 1,000 บาทที่สนามบิน

ระบบวีซ่าเว๊บเว่อร์

ดิฉันชักจะเข้าใจระบบวีซ่าไทยนี้ คล้ายๆ “วีซ่า เว็ฟเว่อร์ โปรแกรม” Visa Waiver Program ของอเมริกา ที่อนุญาตให้บางประเทศ (ปัจจุบัน 22 ประเทศ) ที่มีประวัติดีคือเข้ามาแล้วไม่ค่อยโดดเป็นโรบินฮู้ด สามารถเข้าอเมริกาโดยไม่ต้องมีวีซ่า เช่นประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมัน ฝรั่งเศษ อังกฤษ เป็นต้น แต่มีข้อแม้คือ ผู้ที่ไม่มีวีซ่า จะได้แสตมป์ให้อยู่สูงสุด 90 วัน และขออยู่ต่อไม่ได้ (เพราะไม่มีวีซ่าจะต่อ) ส่วนผู้ที่ทำวีซ่าเข้าอเมริกาเช่นคนไทยมักจะได้แสตมป์ 6 เดือน และถ้ามีความจำเป็นอาจขอต่อวีซ่าได้อีก 6 เดือน

เม๊าท์มาพอสมควร เข้าเรื่องตอบอีเมล์เลยนะคะ

ถาม ตอนนี้ดิฉันอยู่เถื่อน คุณแม่ซึ่งถือใบเขียวอยู่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้ดิฉันได้ไหม และถ้าสักสองปีดิฉันแต่งงานและแฟนยื่นเรื่องแอ็พพลายใบเขียวให้ จะเป็นปัญหาไหมเพราะแม่ได้ยื่นเรื่องให้แล้ว

ตอบ คุณแม่ใบเขียวแอ็พพลายให้ลูกที่ยังไม่แต่งงานได้ แต่คุณไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้เพราะคุณอยู่เถื่อน นอกจากรัฐบาลจะออกกฎหมายมาตรา 245i ให้ผู้ที่อยู่เถื่อนรับใบเขียวในอเมริกาได้ คุณถึงจะสามารถรับได้ กฎหมายนี้ตอนนี้ยังไม่ออกค่ะ ครั้งสุดท้ายที่ออกมาคือเมษา 2001 อย่างไรก็ตาม ถ้าแม่แอ็พพลายให้ลูกและลูกแต่งงาน แฟนแอ็พพลายให้ภายหลังได้ค่ะ ๆไม่มีข้อห้ามที่คนหนึ่งอาจมีการแอ็พพลายใบเขียวซ้อนกันได้

ถาม วีซ่าหนูจะหมดอายุสิ้นเดือน ม.ค. 2008 นี้ หนูมีแฟนซึ่งได้พึ่งใบเขียวจากการทำงาน เขาเป็นคนดีและต้องการแต่งงานกับหนู เขาจะทำเรื่องแอ็พพลายใบเขียวให้หนู หนูไม่รู้จะแต่งงานรอทำเรื่องอยู่ในเมกา หรือกลับเมืองไทยก่อนและกลับมาเมกาใหม่

ตอบ ผู้ถือใบเขียวแอ็พลายให้คู่สมรส ใช้เวลาประมาณ 6-7 ปีค่ะ เพราะต้องรอโควต้า ระหว่างคอยเรื่องคุณจะไม่ได้เบเนฟิตใดๆทั้งสิ้น และจะกลายเป็นอยู่เถื่อน ไม่สามารถทำงานได้ เมื่อแฟนๆได้ใบเขียวจากการทำงานครบ 5 ปีและทำซิติเซ่นได้เมื่อไร เขาสามารถอัพเกรดเรื่องของคุณจากคู่สมรสของผู้ถือใบเขียวเป็นคุ่สมรสของซิติเซ่น ซึ่งตอนนั้นคุณไม่ต้องรอโควต้าสามารถเปลี่ยนสถานภาพและได้ใบเขียวภายในประมาณ 4 เดือน ถ้าคุณกลับเมืองไทยตอนนี้คุณก็จะไม่เถื่อนเพราะวีซ่ายังไม่ขาด ถ้าวีซ่าขาด คุณห้ามกลับเมืองไทย เพราะจะไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีก ลองคิดดูเองนะคะว่าจะกลับหรือจะอยู่

ถาม ผมถือใบเขียวอยู่ 10 ปีแล้ว แฟนผมวีซ่าขาด ถ้าผมแต่งงานผมแล้วยื่นเรื่องทำใบเขียวให้แฟน แฟนจะได้เวิ้ร์ค เพอร์มิททำงานได้เลยหรือไม่ และแฟนจะเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านได้หรือไม่

ตอบ ตามคำตอบข้างต้น ผู้ถือใบเขียวแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรสๆจะไม่ได้เบเนฟิดใดๆทั้งสิ้นระหว่างคอยค่ะ ไม่ได้เวิ้ร์คเพอร์มิท และกลับไปเยี่ยมบ้านไม่ได้ค่ะ คุณต้องทำซิติเซ่นทันทีที่ทำได้ค่ะ และแอ็พพลายให้แฟนจะดีกว่า

ขอให้แฟนคอลัมน์และทุกคน ประสบความสุขและสุขภาพดีตลอดปีใหม่นี้นะคะ

คุณสามารถอ่านคอลัมน์นี้ได้จาก website ค่ะ www.rujirat.com และติดต่อดิฉันได้ทางโทรศัพท์ 714.994.5958 หรือทางแฟกส์ที่ 714.475.6939 หรืออีเมล์หาดิฉันได้ที่ attorneyruji@aol.com แฟนคอลัมน์เสรีชัยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้โดยดูโฆษณาข้างบนนี้ แฟนเว๊บไซท์ดูวิธีสั่งซื้อได้โดยคลิกเข้าไปที่ “หนังสือ” แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 ราคาเท่ากันค่ะตามอัตราแลกเปลี่ยน