นามสกุล พาสปอร์ต ใบเขียว

นามสกุลในพาสปอร์ตต่างกับใบเขียว และ เดินทางใช้พาสปอร์ตอะไร

นี่เข้าเดือนกุมภาแล้ว ปีนี้เดือนกุมภามี 29 วัน เรียก “ลีพ เยียร์” (Leap year) สงสัยช่วงนี้จะเป็นหน้าเดินทาง อีเมล์ถึงดิฉันหลายฉบับถามเกี่ยวกับปัญหาการเดินทางเมื่อชื่อในใบเขียวต่างกับพาสปอร์ต หรือชื่อในพาสปอร์ตไทยกับอเมริกันต่างกันจะทำอย่างไร ดิฉันรวบยอดตอบเลยนะคะ ตั้งแต่ฉบับนี้ไปดิฉันจะเพิ่มหัวข้อย่อหน้าสุดท้ายว่า “อะไรใหม่” ซึ่งจะลงเกี่ยวกับข่าวหรือกฎหมายใหม่ที่น่าสนใจให้คุณอ่าน

กฎหมายนามสกุล

ตามกฎหมายนามสกุลอเมริกัน หลังที่ผู้หญิงแต่งงาน ผู้หญิงมีสิทธิจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามีใหม่โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องยื่นเรื่องในศาล นามสกุลของสามีเรียก “แมรี่ด์ เนม” (married name) หรือถ้าไม่ต้องการเปลี่ยนก็สามารถใช้นามสกุลเดิมตั้งแต่เกิดคือตอนยังเป็นสาวอยู่เรียก “เม๊ดเด้น เนม” (maiden name) หรือคุณอยากจะใช้สองนามสกุลของคุณและของสามีเลยก็ได้ โดยใช้ชื่อ นามสกุลไทย และตามด้วยนามสกุลสามี ตัวอย่าง “รุจีรัตน์ สีต์วรานนท์ โททาริ” หรือคุณที่เคยแต่งงานมาก่อนอาจคงใช้นามสกุลของสามีเก่า โดยไม่เปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามีใหม่ (ส่วนมากเป็นกรณีที่ผู้หญิงมีบุตรกับสามีเก่า เธออาจอยากคงนามสกุลเดิม เพื่อไม่ทำให้ลูกเล็กๆสับสน) ตามกฎหมายอเมริกันหลังหย่า คุณมีสิทธิกลับไปใช้นามสกุลเดิม “เม๊ดเด้น เนม” ได้โดยอัตโนมัติ หรือคงนามสกุลสามี “แมรี่ด์ เนม” ไว้ได้เป็นสิทธิของคุณ

ตามกฎหมายนามสกุลไทย กฎหมายไทยซึ่งเปลี่ยนไม่กี่ปีมานี้ หญิงที่แต่งงาน สามารถเลือกใช้นามสกุลเดิมก่อนแต่งงานได้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามี แต่ถ้าหย่าต้องกลับไปใช้นามสกุลเดิม ไม่สามารถคงนามสกุลของสามีได้ (คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ กฏการเปลี่ยนนามสกุลหลังสมรสและหลังหย่า ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” บทกฎหมายครอบครัว หน้า 1-10)

เปลี่ยนใช้นามสกุลได้เมื่อไร

หลังคุณแต่งงาน คุณอาจจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามีได้ทันทีหลังแต่งงาน หรือถ้ายังไม่แน่ใจ คุณสามารถยังคงใช้นามสกุลไทยไปก่อน เมื่อไรนึกอยากเปลี่ยนก็เริ่มใช้นามสกุลของสามีได้ทันที ตัวอย่าง “ฮิลลารี่ คลินตัน” หลังแต่งงานกับ “บิล คลินตัน” ยังคงนามสกุลเดิมตนเองคือ “ฮิลลารี่ ร็อดแฮม” อยู่นาน จนกระทั่ง “บิล คลินตัน” ได้เป็นประธานาธิบดี เธอถึงเปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามี

นามสกุลต่างกันพาสปอร์ตและใบเขียว

คุณหลายคนที่ถือพาสปอร์ตไทยโดยยังใช้ชื่อนามสกุลเดิม หรืออาจใช้นามสกุลของสามีเก่า แต่หลังได้ใบเขียวแต่งงาน ได้เปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามีใหม่บนใบเขียว กรณีนี้มักเกิดกับหญิงที่จดทะเบียนสมรสในอเมริกา ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนนามสกุลในพาสปอร์ตให้ตรงกับใบเขียว ก็สามารถทำได้ที่กงสุลไทยโดยส่งทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า(ถ้าแต่งมาก่อน) โปรดเช็คกับกงสุลไทยให้ละเอียดอีกที แต่ถึงคุณไม่เปลี่ยนนามสกุลใหม่ในพาสปอร์ตก็ไม่มีปัญหาเวลาเดินทางค่ะ อาจขลุกขลักนิดหน่อยแต่ไม่เรื่องใหญ่ค่ะ ข้อแนะนำขั้นตอนการเดินทาง

ซื้อตั๋วเครื่องบิน ให้ใส่ชื่อ นามสกุล บนตั๋วตามชื่อในพาสปอร์ต

ตอนเดินทางออกนอกอเมริกา โชว์พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน และใบเขียว สายการบินต้องการเช็คใบเขียวว่าคุณสามารถกลับเข้ามาได้ เพราะคุณซื้อตั๋วไปกลับ ถ้าเจ้าหน้าที่สายการบินถามว่าทำไมนามสกุลไม่เหมือนกัน ก็ตอบว่าพาสปอร์ตใช้นามสกุล maiden name ใบเขียวเป็น married name จะไม่มีปัญหา ส่วนมากไม่ถามเพราะดูจากรูป

ตอนเข้าเมืองไทย โชว์เพียงพาสปอร์ตไทยที่ ต.ม. ไม่ต้องโชว์ใบเขียว

ตอนขาออกจากไทย โชว์พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน และใบเขียว สายการบินต้องการเช็คใบเขียวว่าคุณสามารถเข้าอเมริกาได้ ถ้าเจ้าหน้าที่สายการบินถามว่าทำไมนามสกุลไม่เหมือนกัน ก็ตอบอย่างเดิมว่าพาสปอร์ตใช้นามสกุลก่อนแต่ง ใบเขียวใช้นามสกุลสามี

ตอนเข้าอเมริกา โชว์พาสปอร์ต และใบเขียวให้เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นดู ในอเมริกาชื่อและนามสกุลไม่ใช่เรื่องใหญ่ เขาดูหน้าคุณจากรูป และเขามีข้อมูลคุณทั้งหมดอยู่หน้าจอบนคอม

ทำพาสปอร์ตไทยใหม่ต้องจดทะเบียนใหม่หรือไม่

มีคำถามมาว่า กรณีที่จดทะเบียนสมรสในอเมริกาและถ้าทำพาสปอร์ตไทยใหม่เพื่อเปลี่ยนนามสกุลตามสามี ต้องจดทะเบียนในไทยใหม่หรือไม่ ตามกฎหมายครอบครัวไทย ถ้าคุณจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ คุณต้องจดทะเบียนสมรสตามกฎมายไทยด้วย คืออาจจดที่กงสุลถ้าคุณอยู่ต่างแดน หรือในเมืองไทย แต่ตามกฎหมายสากล ถ้าคุณจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศหนึ่ง เท่ากับคุณมีสถานภาพแต่งงานแล้ว คุณไม่สามารถไปจดทะเบียนซ้อนอีกในประเทศอื่นได้ ถือว่าผิดกฎหมาย ฉะนั้นดิฉันคิดว่า ถ้าคุณเปลี่ยนพาสปอร์ตไทยที่กงสุลไทยในอเมริกา คุณอาจเพียงแสดงทะเบียนสมรสของอเมริกาเป็นหลักฐาน แต่ถ้าคุณต้องส่งพาสปอร์ตไปทำเมืองไทย คุณอาจตองจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย คุณอาจลองเช็คกับสถานกงสุลไทยในอเมริกาดูอีกที

บินเข้าไทยใช้พาสปอร์ตอะไรดี

คุณที่ได้โอนสัญชาติเป็นอเมริกันซิติเซ่นและมีอเมริกันพาสปอร์ต ตามกฎหมายอเมริกัน คุณสามารถถือสองสัญชาติได้ตราบใดที่ประเทศที่สองที่คุณถือสัญชาติอนุญาติให้คุณถือสองสัญชาติ (คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ การถือสองสัญชาติ ได้ในหนังสือ”สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง“บทกฎหมายสัญชาติและซิติเซ่น หน้า 5-8)

แต่เวลาเดินทางเข้าอเมริกา คุณต้องใช้พาสปอร์ตอเมริกันเข้าอเมริกา เมื่อคุณเดินทางเข้าไทยคุณเลือกใช้พาสปอร์ตอะไรก็ได้ค่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ คำแนะนำคือ ถ้าคุณจะอยู่ในเมืองไทยน้อยกว่า 30 วัน คุณใช้พาสปอร์ตอเมริกัน เพราะคุณไม่ต้องทำวีซ่าเข้าไทย และผลดีคือ ถ้าคุณต้องการเคลม VAT คืน (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ที่สนามบินก่อนออกนอกประเทศ คุณต้องเดินทางเข้าด้วยพาสปอร์ตอเมริกัน ถ้าคุณใช้พาสปอร์ตไทยเข้า คุณไม่สามารถเคลม VAT ได้

เดินทางไปประเทศอื่นใช้พาสปอร์ตอะไร

ถ้าคุณเดินทางไปประเทศอื่น จะใช้พาสปอร์ตอะไรขึ้นอยู่กับว่าคุณไปประเทศอะไร ถ้าคุณไปประเทศยุโรป ใช้พาสปอร์ตอเมริกัน เพราะคุณไม่ต้องทำวีซ่า แต่ถ้าคุณจะไปประเทศที่บางประเทศ ถ้าคุณถือพาสปอร์ตไทย คุณไม่ต้องทำวีซ่า แต่ถ้าคุณถือพาสปอร์ตอเมริกัน คุณต้องทำวีซ่า คุณก็ใช้พาสปอร์ตไทย หรือบางประเทศที่ต้องใช้วีซ่าไม่ว่าคุณจะถือพาสปอร์ตไทยหรือพาสปอร์ตอเมริกัน เช่นประเทศจีน ก็แล้วแต่คุณว่าจะเลือกใช้พาสปอร์ตไหน ดิฉันจะใช้พาสปอร์ตไทย เพราะคนจีนชอบคนไทยมากกว่าคนอเมริกัน ถ้าคุณเดินทางออกไปประเทศอื่นจากเมืองไทย และคุณเข้าเมืองไทยด้วยพาสปอร์ตอเมริกัน คุณสามารถเลือกใช้พาสปอร์ตใดก็ได้ไม่สำคัญค่ะ

อะไรใหม่

เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2008 คุณที่เป็นอเมริกันซิติเซ่น ถ้าคุณเดินทางโดยรถส่วนตัว รถโดยสาร รถไฟ เรือ เรือสำราญ (cruise ships) หรือเดินเท้า ไปประเทศเพื่อนบ้านคือ เม็กซิโก แคนาดา คาริบเบียน เบอร์มิวด้า เกาะอาณานิคมต่างๆของอเมริกา (ไป “ฮาวายอิ” ไม่ต้องใช้พาสปอร์ตนะคะ เพราะฮาวายเป็นรัฐหนึ่งในอเมริกา) คุณต้องแสดงพาสปอร์ตอเมริกัน ก่อนหน้านี้เพียงแต่คุณบอกว่าคุณเป็นอเมริกันซิติเซ่นก็เพียงพอ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2008 คุณสามารถแอ็พพลายขอ เรียก “พาสปอร์ตคาร์ด” จะเป็นคล้ายใบขับขี่ เพื่อความสะดวก คุณจะได้ไม่ต้องนำพาสปอร์ตติดตัว “พาสปอร์ตคาร์ด”นี้ไว้ใช้แค่เดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านโดย land departure and entry เท่านั้น ถ้าคุณเดินทางโดยสายการบินไปเม็กซิโกหรือแคนาดา คุณต้องใช้พาสปอร์ต ส่วนผู้ถือใบเขียว เดินทางออกไปแคนาดาและเม็กซิโก โดยรถส่วนตัว รถโดยสาร รถไฟ เรือ เรือสำราญ (cruise ships) หรือเดินเท้า ใช้พาสปอร์ตไทยและใบเขีย แต่ถ้าเดินทางโดยสายการบิน ผู้ถือพาสปอร์ตไทยต้องทำวีซ่าเข้าประเทศ โปรดเช็คกับ Travel agent หรือเช็คไปที่สถานกงสุลของประเทศที่คุณจะเดินทางไปก่อน

ใบขับขี่รุ่นใหม่

ตอนนี้บางรัฐ คือ รัฐวอชิงตัน เสตท, เวอร์ม้อนท์, นิวยอร์ค, และอาริโซน่า กำลังร่วมกับกระทรวงรักษาความปลอดภัย (Department of Homeland Security) ทำ “ใบขับขี่รุ่นใหม่” สำหรับอเมริกันซิติเซ่นเท่านั้น เรียก “เอ็นแฮ๊นซ์ ไดร๊ฟเว่อร์ ไล้เซ่น” (Enhanced driver’s license) ใบขับขี่รุ่นใหม่นี้จะมีข้อมูลเช่นเดียวกับพาสปอร์ตคาร์ด แต่จะอยู่ในใบขับขี่ เมื่อทำสำเร็จ ผู้ที่อยู่ในรัฐ 4 รัฐนี้จะสามารถใช้ใบขับขี่รุ่นใหม่เดินทา’เข้าออก เม็กซิโก แคนาด้าได้ โดยเพียงแสดง ใบขับขี่รุ่นใหม่เท่านั้น แทนที่จะต้องมีคาร์ตสองใบ หรือต้องถือพาสปอร์ตให้ยุ่งยาก

คุณสามารถอ่านคอลัมน์นี้ได้จาก website ค่ะ www.rujirat.com และติดต่อดิฉันได้ทางโทรศัพท์ 714.994.5958 หรือทางอีแฟกส์ที่ 714.475.6939 หรืออีเมล์หาดิฉันได้ที่ attorneyruji@aol.com

คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยส่งเช็คถึง Ruji Totari ไปที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 ราคาหนังสือตามโฆษณาข้างบนนี้ ไม่มีค่าส่งต่างหาก แฟนเว๊บไซท์ดูวิธีสั่งซื้อได้โดยคลิกเข้าไปที่ “หนังสือ” แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 ราคาเท่ากันตามอัตราแลกเปลี่ยน