ดอกเบี้ยบ้านและซับไพรม

สัปดาห์นี้เขียนคอลัมน์ลำบากมาก เพราะโดยปกติดิฉันจะเขียนคอลัมน์คืนวันอังคารเพราะต้องอีเมล์ส่งคอลัมน์เสรี ชัยและลงเว๊บก่อนวันพุธ คืนวันอังคารที่ผ่านมาถือเป็น “ซุปเป้อร์ทิวส์เดย์” (Super Tuesday) ดิฉันนั่งติดหน้าจอทีวี ดูรายการโปรด “อเมริกันไอเดิ้ล” (American Idol) นักร้องชาย 8 คน ปีนี้ทั้งเก่งทั้งฮ็อท ดิฉันคิดว่าปีนี้ไอเดิลผู้ชายคงได้ ซึ่งปีที่แล้วผู้หญิงได้ อีกรายการคือบาสเก็ตบอล (ดิฉันเป็นแฟน”เล๊กเก้อร์ส”) (Lakers) แอลเอเล๊กเก้อร์แข่งกับคิส์ แซ็กคราเม็นโต้ ทำใจหายใจคว่ำจนถึงควอร์เต้อร์สุดท้าย และอีกรายการคือผลการเลือกตั้ง ซึ่งโหวดเลือกเดเลเกท 4 รัฐ คือเท็กซัส โอไฮโอ้ โรดไอแลนด์และเวอร์ม๊อนท์ คลินตันชนะรัฐที่สำคัญ คือเท๊กซัส โอไฮโอ้ และ โรดไอแลนด์ (ดิฉันดีใจมากเพราะอยากเห็นคลินตั้นชนะ) ส่วนโอบาม่าได้รัฐเล็กคือเวอร์ม๊อนท์ จึงทำให้คลินตันยังไม่ยกทัพถอย คาดกันว่าถ้าเธอไม่ชนะเท็กซัสและโอไฮโอ้ เธออาจจะต้องถอนตัว ตอนนี้ก็ยังสู้กันต่อไป หัวนิ้วโป้งดิฉันแข็งไปหมดนั่งคลิกรีโหมดสลับช่องระหว่างสามช่องนี้ คนไหนที่เป็นซิติเซ่นไปใช้สิทธิโหวดหน่อยนะคะ โดยเฉพาะรัฐเพนซิลเวเนีย นอร์ทแคโรไลน่า และอินเดียน่าเป็นรัฐใหญ่ จะโหวดเร็วๆนี้ และคืนวันเสาร์ที่ 8 นี้ตอนตีสองอย่าลืมเปลี่ยนเวลานะคะจากตีสองเป็นตีหนึ่ง เดย์ไลท์ เซฟวิ่งไทม์หลัง (คุณหาอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การแบ่งเขตเวลาและวันหยุด ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 27)
เศรษฐกิจอเมริกา
ตอนนี้เศรษฐกิจในอเมริกาซบเซา โดยเฉพาะข่าวแต่ละวันไม่หนีเรื่องบ้าน บ้านขายลำบาก บ้านราคาตก บ้านถูกยึด “ฟอร์โคลส” (Foreclose) เฟ๊ดฟรีซเโลน (“เฟ๊ด” หมายถึงรัฐบาล ย่อมาจาก “เฟ๊ดเดอรัล” Federal; “ฟรีซ” หรือ freeze ที่แปลว่าแข็ง คำเดียวกับตู้น้ำแข็งหรือฟรี๊ซเซ่อร์; “โลน” หรือ Loan คือเงินกู้) แปลว่ารัฐบาลสั่งไม่ให้ธนาคารปรับราคาค่าผ่อนบ้านสูงขึ้น สำหรับผู้ที่มีเงินกู้แบบปรับสูงขึ้น เป็นต้น
เศรษฐกิจบ้าน
การเป็นเจ้าของบ้านในอเมริกา ถือเป็น “แอ๊ซเส็ท” (asset) หรือทรัพย์สินที่ใหญ่สุดของคนอเมริกันก็ว่าได้ เศรษฐกิจ บ้านในอเมริการาคาต่างกันขึ้นอยู่แต่ละเมือง แต่ละเคาน์ตี้หรือเขต และแต่ละรัฐ เพราะดิฉันอยู่เมืองลา พาลม่า เขตออเร็นจ์ เคาน์ตี้ ใน “เซ้าเท่อร์นคาลิฟอร์เนีย”(Southern California) จึงรู้เรื่องบ้านในรัฐคาลิฟอร์เนียมากกว่าที่อื่น ถ้าคุณมีบ้านใน “เซ้าเท่อร์นคาลิฟอร์เนีย” ในออเร็นจ์ เคาน์ตี้ หรือแอลเอเคาน์ตี้ ไม่ต้องห่วงมากเพราะราคาบ้านจะไม่ตกมากและยังขายได้อยู่ จำได้ว่าพี่สาวเป็นนายหน้าขายบ้านบอกว่าถ้าจะซื้อบ้านให้ซื้อในสองเคาน์ตี้ นี้เพราะอย่างไรก็ไม่ขาดทุน (ตั้งแต่ดิฉันมาอยู่อเมริกา ดิฉันเห็นเหตุการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ 3 ครั้ง ดิฉันก็รอดมาได้ทุกครั้ง ชีวิตก็ยังดำรงไปตามปกติ) ฉะนั้นอย่าเครียดมากนะคะ เมื่อมีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นของธรรมดา
ดอกเบี้ยบ้านและซับไพรม
เมื่อคุณซื้อบ้านในอเมริกา เกือบ 100 ทั้ง 100 เป็นเงินผ่อน โดยทั่วไปคุณวางเงินดาวน์ตั้งแต่ 5% ขึ้นไป ที่เหลือผ่อนแบ๊ง คุณจะกู้ได้และได้อัตราดอกเบี้ยต่ำหรือสูงขึ้นอยู่กับเครดิตหรือไม่ขึ้นอยู่ กับปัจจัยใหญ่คือเงินนดาวน์มากน้อยเท่าไร รายได้ หน้าที่การงาน ความมั่นคงของงาน และเครดิตของคุณ ดอกเบี้ยเงินกู้ผ่อนบ้านมีสองประเภทคือ อัตราฟิกซ์โลน (Fixed Loan) คืออัตราไม่เปลี่ยน หรือ แอ็ดจัสทะเบิ้ล โลน (Adjustable Loan) คืออัตราดอกเบี้ยไม่ฟิกซ์แต่จะปรับ(ขึ้น) อัตราดอกเบี้ยปรับก็จะมีหลายแบบขึ้นอยู่กับว่าคุณผ่อนไหวแค่ไหน ช่วงเศรษฐกิจบูม (boom) แบ๊งหรือสถาบันออกเงินกู้พยายามปล่อยเงินกู้บ้านออกมากที่สุด โดยคิดดอกเบี้ยต่ำ กว่าอัตราที่ธนาคารกำหนด เรียก “ซับไพรม อินเทอเรสท์” (Sub Prime Interest) เรียกย่อๆว่า “ซับไพรม” (“ซับ”หรือ sub แปลว่าใต้หรือต่ำกว่า “ไพรม”หรือ prime คืออัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสุดที่แบ๊งชาติและธนาคารพาณิชย์กำหนด “อินเทอเรสท์”หรือ Interest คือ ดอกเบี้ย) ธนาคารจะให้เงินกู้อัตราไพรม หรืออัตราไพรมบวกเปอร์เซ็นประมาณ ¼ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ขึ้นกับจำนวนเงินดาวน์ต่อลูกค้าชั้นดี ส่วนผู้ที่เครดิตไม่ดี เงินดาวน์น้อย แบ๊งค์พยายามดันเงินกู้ออกโดยคิดดอกเบี้ยซับไพรมให้ค่าผ่อนบ้านต่ำ และหลังจากนั้นประมาณ 6 เดือนหรือ 1 ปี ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นสูงเป็นไพรมบวก และปรับทุกเดือน เวลาเศรษฐกิจดีบ้านราคาขึ้นทุกเดือน คนก็ไม่กลัว เพราะถ้าผ่อนไม่ไหวก็ขายบ้าน แถมได้กำไร เมื่อแบ๊งปล่อยเงินกู้ซับไพรมมากขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจหยุดนิ่ง บ้านเริ่มขายช้าลง ราคาค่อยๆตก คนส่วนมากก็จะกลัว รีบขายบ้านมากขึ้น ทำให้ซัพพลาย (supply) มากกว่าดีมานด์ (demand) บ้านมีขายมากกว่าคนซื้อ บ้านก็ยิ่งตกลงๆ คนผ่อนไม่ไหว ขายบ้านก็ไม่ออก หรือขายก็ขาดทุนเพราะซื้อมาแพง คนจึงเลิกผ่อนและยอมให้แบ๊งยึดบ้าน ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจบ้านเป็นเช่นนี้ผลกระทบไปหมด ถึงธุรกิจอื่นที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับบ้าน ตั้งแต่ธุรกิจการธนาคาร บริษัทสร้างบ้าน ร้านขายวัสดุก่อสร้าง ร้านอาหาร ร้านรีเทลต่างๆ เศรษฐกิจท่องเที่ยว เป็นต้น เพราะคนหยุดจับจ่ายและประหยัดขึ้น เมื่อคนไม่ใช้เงิน เศรษฐกิจก็หยุดนิ่ง เป็นลูกโซ่กันไปเรื่อยๆ
รัฐบาลช่วย
ตอนนี้รัฐบาลบุชพยายามช่วยเจ้าของบ้าน”ชั่วคราว” โดยขอให้แบ๊งฟรีซเงินกู้ไม่ปรับดอกเบี้ยระยะหนึ่ง หรืออย่าพึ่งยึดบ้าน และช่วยรีลีฟ (relieve) ผ่อนเบาให้ประชาชนชั่วคราว คืนภาษีล่วงหน้าเป็น แท็กซ์ รีลีฟ (tax relieve) โดยส่งเช็คให้ผู้ยื่นภาษีครอบครัวละตั้งแต่ $300 ขึ้นไปถึงสูงสุด $1,200 หรือ $1,300 จำไม่ได้ ซึ่งคุณจะได้รับเช็คทางไปรษณย์ประมาณเดือนพฤษภาคมนี้
รีไฟแน๊นซ์
ตอนนี้ดอกเบี้ยบ้านยังดีอยู่ ฉะนั้นถ้าคุณที่ต้องผ่อนสูง คุณอาจพยายาม “รีไฟแน๊นซ์” (refinance) คือทำเงินกู้ใหม่ ลองคุยกับธนาคารที่คุณกู้เงินอยู่ปัจจุบันนี้ว่ามีทางใดที่จะช่วยเปลี่ยน เงินกู้หรือช่วยคุณได้ไหม ตอนนี้ธนาคารพยายามที่จะเวิ๊รค์(work)กับลูกค้า เพราะธนาคารไม่ต้องการยึดบ้าน เขาต้องการออกเงินกู้มากกว่า หลายธนาคารที่ประกาศออกมาว่าเขาไม่ติดต่อลูกค้า แต่ถ้าลูกค้ามาหาเขาๆจะพยายามเวิ๊ร์คด้วย ถ้าสถาบันที่คุณกู้เงินอยู่ต่างรัฐ ลองดูบนเสตทเม๊นท์จะมีเบอร์โทรศัพท์ ลองโทรไปที่เบอร์นั้น ขอให้โชคดีนะคะ
ประกาศ ดิฉันจะไปเวเคชั่น(อีกแล้ว) กลางเดือนมีนาถึงต้นเมษานะคะ ไปเมืองไทยและเลยไปเที่ยวประเทศ ดูไบ (Dubai) กลับมาคงได้ลงรูปใหม่บนเว๊บ กรุณาติดต่อดิฉันทางอีเมล์นะคะ