อาชีพทนายหรือพี่ศิราณี

ก่อนอื่นต้องขอ “รีแทร็ค” (retract) ข้อมูลผิดที่ลงเว๊บคอลัมน์ที่แล้ว ว่าให้เปลี่ยนเวลาจากตีสองเป็นตีหนึ่ง จริงๆแล้วต้องตีหนึ่งเป็นตีสอง ฉะนั้นถ้าคุณไปทำงานสายสองชั่วโมงก็ขอโทษอย่างแรงเลยนะคะ มีแฟนคอลัมน์เขียนมาท้วงตั้งแต่ดิฉันเปิดเว๊บไซท์ก็เริ่มดังระเบิด แฟนคลับเพิ่มมากขึ้น คนเข้าเว๊บวันละเกิน 1,000 คน ดูจากอีเมล์ที่เข้ามาแต่ละวันเป็นสิบๆฉบับ แม้ตอนเช้าดิฉันไปเดินออกกำลังเจอเพื่อนบ้านคนไทย คำแรกที่ทักคือ “เป็นไงครับเครื่องซักผ้าเครื่องใหม่ ใช้ดีไหม” (ทีแรกงง ว่าไม่เคยคุยให้เพื่อนบ้านฟังเลยว่าเราซื้อเครื่องซักผ้าใหม่) อีกวันทักดิฉันว่าขอให้เที่ยวดูไบสนุกๆนะครับ และจะอีเมล์รูปประเทศดูไบมาให้ดู (แฟนพันธ์แท้จริงๆ)

สัปดาห์ที่แล้วได้ลูกความใหม่สามีฝรั่งภรรยาไทย บอกว่าได้ชื่อดิฉันบนเครื่องบินนั่งจากจากรัฐโอรีก้อนไปรัฐฟลอริด้าจากผู้ชายไทยซึ่งเป็นแฟนคอลัมน์ ซึ่งชมดิฉันยกใหญ่ ดิฉันก็เลย ขอบคุณนะคะ

เมื่อไม่นานนี้มีลูกความโทรมาบอกว่า “อยากเป็นแบบคุณรุจีจัง ได้บุญดี เขียนคอลัมน์ให้ประโยชน์ต่อสังคม เป็นอาชีพที่น่าสนุก” ก็คงได้บุญอยู่ แต่เป็นอาชีพที่น่าสนุกเนี่ยไม่รู้เห็นด้วยหรือเปล่า เมื่อผู้อ่านเขียนมาชม หรือท้วงเมื่อดิฉันเขียนข้อมูลผิด และส่งกฎหมายใหม่ๆมาให้ดิฉัน คุณก็ได้บุญกับดิฉันด้วย (บุญต่อเนื่อง)เป็นลูกโซ่ไปเพราะดิฉันก็นำไปเผยแพร่ต่อ ส่วนอาชีพทนายเนี่ยเหนื่อยนะคะ หัวสมองดิฉันทำงาน 24/7 (ถึงต้องแว่บไปเวเคชั่น ชาร์จแบ็ตบ่อยๆ จะได้มีแรงเขียนคอลัมน์และทำงานต่อ) ไม่ต้องอยากเป็นแบบดิฉันหรอกค่ะดิฉันเชื่อว่าแต่ละอาชีพสนุกได้ เมื่อเราสนุกกับอาชีพค่ะ

วันนี้ดิฉันลงอีเมล์สองฉบับตัวอย่างที่ได้รับรายวัน และคำตอบ ฉบับแรกดิฉันอ่านไปหัวเราะไป ฉบับที่สองอ่านแล้วปลื้ม ทั้งสองฉบับเป็นกำลังใจให้ดิฉันมีแรงทำงานสุดใจขาดดิ้น แฟนๆอ่านแล้วคิดไงคะ อาชีพดิฉัน

Pix 400

ฉบับที่หนึ่ง

สวัสดีค่ะคุณทนาย

ดิฉันเคยเมลหาคุณ 2-3ครั้ง คงจะจำกันได้ ระยะหลังๆหาเวลาว่างไม่ค่อยได้ แต่ก็พอจะแบ่งเวลาแวะเข้าไปอ่านบทความในเว็บของคุณ และทราบว่าคุณก็มีเทปเตรียมสอบซิติเซ่นขายด้วย ไม่ไช่เพียงแต่หนังสืออย่างเดียว ดิฉันเหลือเวลาอีกแค่ 2อาทิตย์กว่าจึงวันนัดสอบ แต่เนื่องด้วยดิฉันอายุมากแล้ว การศึกษาก็เพียงแค่ ประถมปลาย อาศัยอยู่ในอเมริกามา 7ปี หัวน่ะดีอยู่ (ไม่เน่า) แต่ความจำนี่ซิ สนิมเกาะ ด้านภาษาอังกฤษก็อ่านรู้บ้างไม่รู้บ้าง อาศัยว่าตัวเองเป็นคนฉลาด(หลงตัวเอง) จึงมีเคล็ดลับในการจำข้อสอบด้วยการอ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้เหมือนกับเราอ่านนิยาย แล้วก็จิตนาการตามไปด้วยจะช่วยให้จำได้แม่นขึ้น แต่เนื่องด้วยความรู้ด้านภาษาอังกฤษมีน้อย จึงไม่ค่อยเข้าใจศัพย์บางคำเพราะในตำราเป็นภาษาอังกฤษล้วน และต้องใช้เวลาค้นหาคำแปล เกรงว่าจะจำได้ไม่ดีเท่าที่ควร…

วันหนึ่ง…จึงแวะเข้ามาในเว็บของคุณ เพื่อสลับกับการดูตำรา (ยอมรับว่าการเล่นอินเตอร์เน็ตช่วยให้ดิฉันเรียนรู้อะไรต่อมิอะไรได้มากกว่าที่คิด แม้กระทั่งภาษาอังกฤษที่เคยมียาวแค่หางอึ่งเดี๋ยวนี้เท่าหางม้าไปแล้ว) จึงติดสินใจสั่งซื้อเทปของคุณ เพราะมั่นใจว่าคุณจะต้องอธิบายเป็นภาษาไทยประกอบด้วย ซึ่งช่วยให้ดิฉันทราบความหมาย สามารถจำเรื่องราวได้ดีและเร็วกว่าเรียนด้วยตัวเองอย่างแน่นอน เหลือเวลาอีกแค่ 2อาทิตย์ นับจากวันที่ส่งเงินไป เมื่อไรจะมาถึงหนอ….

เช้าวันที่ 1 เทปมาถึง (นัดสอบวันที่ 13) สามีช่วยหาซื้อเครื่องเล่นเทปแบบมีหูฟังรอไว้ให้แล้ว หลังจากเสร็จจากทำอาหารใส่ถาด(ที่ร้านขายอาหารไทยแบบบัฟเฟ่)ดิฉันไม่รอช้ารีบเปิดเทปฟังทันที……คุณเชื่อไหมคะ คุณทนายที่เคารพ ดิฉันฟังไปขนลุกไป เพียงแค่เริ่มต้นฟังเท่านั้น ดิฉันรำพึงกับตัวเองว่า “นี่แหละไช่เลยสิ่งที่ฉันต้องการ” ดิฉันฟังเหมือนกับฟังละครวิทยุสมัยเด็ก และจินตนาการณ์วาดภาพเหตุการณ์นั้นๆขึ้นในสมอง ศัพย์คำไหนที่ไม่เข้าใจ ก็จำไว้ และฟังต่อรอบแล้วรอบเล่า สลับกับการทำข้อสอบในอินเตอร์เน็ต เพราะเมื่อเราตอบผิด เขาก็จะบอกคำตอบที่ถูกให้เรา เราก็จำไว้ บวกกับได้ฟังเรื่องที่คุณเล่าในเทป(ยังไม่ฟังหน้าบี) 3วัน ดิฉันทำข้อสอบในเน็ตผ่าน 90เปอร์เซ็นต์ (คิดว่าที่ส่วนใหญ่ตอบถูกเพราะเขามีคำตอบให้เราเลือก ไม่เข้าข้างตัวเอง) จึงจำข้อที่ทำผิด เพราะไม่เข้าใจคำศัพย์นั้นๆ จดและเปิดเทปฟังอีก เน้นเฉพาะตรงจุดที่ไม่เข้าใจ คุณทนายคะ 5วันหลังจากที่ฟังเทป และทดลองทำข้อสอบในหน้าบี ดิฉันตอบได้หมดทุกข้อ ขนลุกอีกแล้วค่ะ แต่ก็ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง เพราะคุณทนายถามเป็นภาษาอังกฤษปนภาษาไทย แต่วันจริงเขาไม่ได้อธิบายเป็นภาษาไทยอย่างนั้น

ดิฉันใช้บททดสอบตัวเองใหม่โดยการให้สามีสรวมบทเป็นเจ้าหน้าที่อิมฯ (สามีเป็นอเมริกัน) เรานั่งหันหน้าเข้าหากัน เขาถาม ดิฉันตอบ โดยนั่งหลับตาค่ะ นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่จินตนาการณ์เรื่องราวไว้

คุณทนายขา…ดิฉันทำได้หมดทุกข้อเลยค่ะ ยกเว้นข้อนี้ที่สับสน ของคุณทนายตอบว่า ประชาธิปไตย คือ Democratic ในวันที่ 13นี้จะไปสอบค่ะ แล้วจะเมลมาบอกอีกทีว่าได้หรือไม่ แต่ตอนนี้ดิฉันคิดเข้าข้างตัวเองแล้วล่ะว่า ดิฉันจะต้องสอบผ่านแน่นอน เพราะเรื่องราวนั้นๆมันฝั่งอยู่ในสมองแล้ว

อย่างไรก็ตามดิฉันต้องขอขอบพระคุณ คุณทนายที่จัดทำเทปนี้จำหน่าย (ถึงแม้ว่าจะมีเสียเห่าแทรกซ้อนบ้างเป็นบางช่วงก็ตาม ฮิฮิ..)ซึ่งเป็นประโยชน์แก่คนที่ไม่ค่อยเก่งทางด้านภาษาอย่างดิฉันเป็นอย่างมาก ตุลานี้เขาจะเริ่มใช้ข้อสอบใหม่แล้ว หวังว่าคุณทนายคงจะจัดทำเทปใหม่นะคะ และขออนุญาตินำเว็ปของคุณไปเผยแผ่ในเว็ปคนไทยที่อยู่ต่างแดน ซึ่งดิฉันรู้จักหลายเว็ป หวังว่าคุณคงจะอนุญาต…..

ตอบ คำว่า Democratic หรือ “เดโมแครติค กัฟเวอร์นเม๊นท์” แปลว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตย คิดว่าคุณคงสับสนกับ พรรคเดโมแครท คือ พรรคการเมืองเรียกพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นถ้าคำถามๆว่า What is the form of our government? คำตอบคือ Democratic ถ้าถามว่าพรรคการเมืองใหญ่ๆในอเมริกาคืออะไร What are the two major political parties? คำตอบคือ Democrat and Republican ค่ะ

ฉบับที่สอง

สวัสดีค่ะคุณทนายรุจี
จากที่คุณแม่เคยเขียนมาเรียนปรึกษาคุณทนาย(ตามเมล์เก่าๆที่แนบมาด้วยท้ายจดหมาย) ก็ได้รับคำตอบจากคุณทนาย ก็ทำให้เราสองแม่ลูกคลายทุกข์และความกังวลกับปัญหาที่เจอ หลังจากที่หนูและแฟนได้ไปฟังสัมนาเมื่อวันที่ 16 ธค 07
ก็ยิ่งเพิ่มความประทับใจในตัวคุณทนายมากยิ่งขึ้น โดยรู้สึกได้ถึงความตั้งใจ ตรงไปตรงมา และมีเมตตาจิตในการช่วย เหลือผู้อื่นอย่างแท้จริง เพราะถ้ามีข้อมูลใดๆที่ไม่ถูกต้องหรือคุณยังไม่แน่ใจว่าข้อมูลนั้นจริงหรือไม่คุณก็จะชี้แจงกับผู้เข้าฟังสัมนาอย่างตรงไปตรงมา (เห็นได้จากการที่คุณแย้งแขกรับเชิญ เรื่องการให้กรีนการ์ด 2ใบสำหรับพยาบาล ??)
หนูเลยรู้สึกประทับใจจว่าคุณจะไม่ยอมให้ข้อมูลที่ผิดพลาดกับผู้ที่มาฟังสัมนากับคุณเด็ดขาด จะมีคนสักกี่คนที่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพเช่นนี้ หนูภูมิใจจริงๆเลยค่ะ ที่มีโอกาสให้พบและกอดคนไทยเก่งๆอย่างคุณทนายรุจี
1. ตอนนี้คุณแม่หนูสอบซิติเซ่นผ่านแล้ว(สอบเมื่อ 2 มีนาคม 2008) เจ้าหน้าที่บอกให้รอ 3-5 เดือนเพื่อไปสาบานตัว คุณแม่และหนูมีคำถามอยากเรียนปรึกษาดังนี้ค่ะ ตอนนี้คุณแม่สามารถยื่นเรื่อง upgrade เข้าไปเป็น ลูกซิติเซ่นอายุเกิน 21 ปียังไม่สมรส เพื่อเปลี่ยนจากกรุ๊บสองB เป็นกรุ๊บ 1 ได้หรือยังคะหรือว่าต้องรอให้สาบานตัวก่อนคะ

2. ทำไมถึงมีการดำเนินเรื่องช้าจังเลยคะ อย่างกรุ๊บ 1 ในเวลา 3 เดือน เรียกเคสเพิ่มแค่ 15 วัน คือ เรียกเคสจาก 01FEB02 ถึง 15FEB02 อย่างนี้หมายความว่าถ้าเคสหนู upgrade ขึ้นมาเป็นกรุ๊บ 1 หนูก็ยังต้องรอกรีนการ์ดอีกเป็นปี หนูเข้าใจถูกต้องหรือไม่คะ

3. กรุ๊บ 3 เรียกเคสจาก 08MAY00 ถึง 15 MAY00 ถ้าเคสหนู upgrade ขึ้นมาเป็นกรุ๊บ 3 (โดยจดทะเบียนแต่งงานกับแฟน) หมายความว่าหนูต้องรอกรีนการ์ดอีก 2-3 ปี ใช่ไหมคะ

ถ้าจะรบกวนคุณทนายดูแลเคสของหนู แม่หนูอยู่ต่างรัฐ สามารถให้คุณทนายดูแลเคสให้ได้ไหมคะ

ต้องขอกราบขอบพระคุณความเมตตากรุณาของคุณทนายที่มีให้ครอบครัวของเราค่ะ
ด้วยความนับถืออย่างสูง

ตอบ หวัดดีค่ะ คุณแม่ต้องรอให้ไปสาบานตัวก่อนจ้ะ และวันนั้นท่านจะได้ ซิติเซ่นชิป เซอร์ติฟิเคท จึงส่งเรื่องไปอัพเกรดโดยส่งก็อปปี้ซิติเซ่นชิปเซอร์ และใบตอบรับ บอกให้คุณแม่โทรหาพี่ ถ้าทำไม่เป็นจะได้บอกวิธีให้ เมื่อคุณได้อัพเกรดจากกรุ๊บสอง B (ลูกใบเขียวที่ยังไม่สมรส) เป็นกรุ๊บ 1 (ลูกซิติเซ่นยังไม่สมรส) คุณควรจะได้ไปปีนี้ แต่อย่างที่พี่เคยบอก ถ้าหลังจากอัพเกรด คุณจดทะเบียนกับแฟน และเปลี่ยนเป็นกรุ๊บสาม (ลูกซิติเซ่นสมรสแล้ว) ประมาณสองปี+ ก็จะได้ไปเมกาทั้งสองคนคุณและแฟน “อดเปรี้ยวกินหวาน.”เรื่องไปเมกา ไม่ต้องรีบร้อนเลยนะจ๊ะ ได้ไปอยู่ดี พอไปแล้วไม่ได้กลับง่ายๆ เชื่อพี่ ทุกคนไป จะทำงานหนักและลืมคุณภาพชีวิต ทำแต่งานหาเงิน เศรษฐกิจทั่วโลก และที่เมกาตอนนี้ไม่ดีนัก ตอนนี้ถ้าเอ็นจอยเศรษฐกิจพอเพียงเมืองไทย และเอ็นจอยเมืองไทยให้มากที่สุดก่อนจะอพยพย้ายกันไปเมกา ก็น่าจะโอเค เพราะคุณทั้งสองยังหนุ่มสาว มีเวลาอีกเยอะเชื่อพี่เถอะ
เพราะถ้าคุณไป โดยแฟนไปวีซ่าท่องเที่ยวและในที่สุดอยู่แบบเถื่อน เพราะไม่อยากจากคุณ คุณก็ต้องรอ 5 ปี กว่าคุณจะได้เป็นซิติเซ่น จึงทำเรื่องใบเขียวให้แฟนได้ ก็โอเค แต่ถ้าสักวันหนึ่งแฟนอึดอัดมากๆที่ตนอยู่เถื่อน หรือถูกจับส่งกลับหรือทำงานดีๆก็ลำบาก เพราะไม่มีใบเขียว กลับไทยก็ไม่ได้ ก็คิดสั้นไปจ้างแต่งงานเพื่อใบเขียว ถ้าเป็นอย่างนั้น พี่แทบจะการันตีได้ว่าชีวิตคู่ของคุณจะหันเหไป พี่เห็นมาเยอะแล้วค่ะ ณ.วันนี้คุณกำหนดมันได้ คุณทั้งสองเข้มแข็งจะมีความสุขด้วยกันไม่ว่าจะอยูประเทศไหนก็ตามโชคดีนะคะ ขอบคุณสำหรับคำชม (คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ “ใบเขียวครอบครัว กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” บทที่ 4 ใบเขียว หน้า 4-8 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)
มีอะไรใหม่

เดือนมีนานี้เป็นเดือนที่เปลี่ยนฤดูในเมกา จากฤดูหนาวหรือ “วินเท่อร์” มาเป็นฤดูใบไม้ผลิคือ “สปริง” วันแรกของสปริงคือวันที่ 20 มีนา อากาศแถบตะวันตกโดยเฉพาะคาลิฟอร์เนียทางใต้หรือ “เซ๊าท์เท่อร์นคาลิฟอร์เนีย” ดีสุดๆตอนนี้เริ่มอุ่นขึ้น ต้นไม้จะเริ่มออกดอกออกใบสวยงามมาก วันศุกร์ที่ 21 มีนาเป็นวัน กู๊ดฟรายเดย์ (วันศุกร์สุดท้ายที่บ้านดิฉันไม่กินเนื้อ คือ ออกจากวันพระตามศาสนาคาทอลิค ดิฉันพุทธค่ะ แต่สามีเป็นคาทอลิคเลยต้องทานเหมือนกันไม่มีทางเลือกเพราะสามีเป็นคนทำกับข้าว”อร่อย”) และมาวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาเป็นวันอีสเต้อร์ ซึ่งวันนั้นดิฉันได้ฉลองอีสเต้อร์กับญาติสามีที่ประเทศดูไบ อ้อ และอย่าลืมวัน “เซ็นท์ แพททริค” (Saint Patrick) ตรงกับวันจันทร์ที่ 17 นะคะ คุณต้องใส่เสื้อผ้าที่มีสีเขียว ไม่งั๊นถูกหยิก (คุณหาอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การแบ่งเขตเวลาและวันหยุด ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 27)

คำพังเพยสัปดาห์นี้ Do buy in Dubai (มีคนส่งมาให้) ดิฉันคงได้ซื้อสนุกแน่ สัปดาห์หน้าหรือ 2-3 สัปดาห์ขอเบรคไม่เขียนคอลัมน์นะคะ มีแฟนคลับขอให้ลงรูป เลยลงรูปดิฉันกับพี่สาวในฝรั่งเศษถ่ายปีที่แล้วให้ดู แทนคอลัมน์เผื่อคิดถึง (ดิฉันคนใส่แว่น หน้าชื่นมื่นเวลาได้เที่ยว)