รายได้น้อย/ไม่เสียภาษีแต่งงานได้หรือไม่

Affidavit of Support

หายไปนานดิฉันกลับจากเวเคชั่นได้ อาทิตย์กว่าแล้ว แต่ต้องรีบเคลียร์งาน ตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ แต่คิดถึงแฟนๆเลยเบรคมาเขียนคอลัมน์ ช่วงดิฉันเวเคชั่นดิฉันไม่ได้ติดต่อใครทางโทรศัพท์เลย อีเมล์อย่างเดียว ซอรี่ด้วยค่ะ วันนี้จะตอบคำถามจดหมายและอีเมล์เกี่ยวกับรายได้และภาษีมีผลกับการทำใบเขียว อย่างไร ซึ่งมีถามมาหลายคน คงจะเป็นหน้าเสียภาษีด้วย ในอเมริกา “เด๊ทไลน์” (dateline) วันสุดท้ายที่ต้องยื่นภาษีรายได้แต่ละปีคือวันที่ 15 เมษา ถ้าคุณทำภาษีไม่เสร็จคุณสามารถยื่นเรื่องขอส่งช้าได้เรียก “ฟายล์ เอ็กซ์เต็นชั่น” (file extension)

ดูไบ

มีแฟนคอลัมน์ถาม เรื่องดูไบมาหลายคนว่าสนุกไหม เรื่องเที่ยวเนี่ย ดิฉันจะสนุกทุกครั้งและทุกแห่งที่ไปเที่ยว ขอคุยเรื่องเวเคชั่นที่ประเทศดูไบให้ฟังหน่อยนึงก่อน

ดิฉันนั่งไทย แอร์เวย์ส จากไทยบินตรงไปดูไบประมาณ 7 ชั่วโมง กลิ่นในเครื่องบินอบอวลด้วยไอกลิ่นตัวแขกเกือบเป็นลม (จนบัดนี้ทุกครั้งที่นึกถึง กลิ่นยังติดจมูกอยู่) ผู้ถือพาสปอร์ตอเมริกันไม่ต้องทำวีซ่าเข้าดูไบ ประเทศดูไบเป็นหนึ่งใน 8 ประเทศของกลุ่มอาหรับแอ็มเมอเร็ทส์ (The Emirates) คิดว่าเป็นประเทศที่เจริญที่สุด ประเทศมีดินแดนนิดเดียว แต่ได้สร้างแผ่นดินยื่นไปในทะเล เป็นรูปต้นพาลม์ เรียก เดอะ พาล์ม (The Palm) บนเดอะ พาล์ม มีคอนโด ตึกสูง ช็อปปิ้ง พวกคนรวยๆไปซื้อคอนโดที่นั่นเป็นแถว คลินตั้นมีหนึ่งหลังเช่นกัน ถ้ามองลงจากเครื่องบินจะสามารถเห็นเป็นรูปต้นพาล์ม และขณะนี้กำลังสร้าง เดอะ พาล์ม เพิ่มอีก 2 แห่งซึ่งใหญ่กว่าเดอะ พาล์มแรก และสร้างแผ่นดินเป็นรูปแผนที่โลก ดูจากรูปจะน่ามหัศจรรย์ (เงินบันดาลวัสดุได้ทุกสิ่ง) ประเทศดูไบมีการก่อสร้างทุกหนแห่ง ตึกสูงๆมาก เต็มไปด้วยช๊อปปิ้งมอลและโรงแรม คล้ายลาสเวกัสมากๆ ฝุ่นเยอะแต่ก็สะอาด มีความรู้สึกปลอดภัย ประเทศทันสมัยไม่เหมือนประเทศอาหรับมุสลิมทั่วไป เพราะเราสามารถนุ่งขาสั้นไปได้ทุกหนแห่ง ไม่มีใครสน อากาศเดือนมีนายังไม่ร้อนมาก คนดูไบท้องถิ่นเพียงประมาณ 20% นอกนั้นต่างชาติ 80% ส่วนมากเป็นคนไปทำงาน ข้าวของตามมอลไม่ถูก ตามตลาด “เดอะ ซุก” (the souk) ถูกเหมือนบ้านเรา เจ้าชาย(พริ๊นซ์)ปกครองประเทศมีวิสัยทัศน์ไกล พัฒนาบ้านเมืองเร็วมาก และชอบทุกอย่างที่เป็นที่สุด คือ ใหญที่สุด สูงที่สุด เป็นต้น เจ้าชายแต่งงาน(ครั้งที่สอง)กับเจ้าหญิงจากเมืองจอร์แดน ที่เป็นน้องชายของคิงองค์ปัจจุบันของจอร์แดน ฉะนั้นสองประเทศนี้ดองกันดี (เวเคชั่นหน้าดิฉันจะไปเที่ยวจอร์แดน ไปอาบโคลนบำรุงผิวที่ Dead Sea ซึ่งเป็นทะเลที่เค็มที่สุดในโลก ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ได้ ลงทะเลไม่จม ตัวจะลอยค่ะ)

“ทริพ” (trip) นี้ที่ชอบมากๆที่สุดคืออาหาร อร่อยมาก ดิฉันชอบอาหารเมดิเตอร์เรเนียนมากที่สุด รองมาคืออาหารอิตาเลี่ยน และที่สุนกมากๆก็ตอนไปเที่ยวซาฟารีทะเลทรายเรียก “เดซเสิร์ท ซาฟารี” (Desert Safari) (ดิฉันลงรูปบนเว๊บให้ดูค่ะ มีรูป ตึกเรือไบ ตึกสูงสุดของโลก รถที่ไปซาฟารี รูปดิฉันและญาติกรี๊ดอยู่บนอูฐ และรูปดิฉันที่ “เดอะ ซุก” ขายเครื่องเทศ) โดยคนขับพาเรานั่งรถโตโยต้า ฟอรันเน่อร์ และขับเร็วมากๆพอกับรถแข่ง (คนขับรถดิฉัน พี่แกขับรถมือเดียว อีกมือคุยมือถือ ก็ยังดี ดิฉันเห็นคนอาหรับบนถนนขับรถใช้เข่าคุมพวงมาลัยรถ มือซ้ายถือถ้วยกาแฟ มือขวาถือมือถือ) ขึ้น ลง ตวัดเลี้ยว เอียงซ้าย ขวา ถอยหลัง กระดอนไปมา รวม 45 นาที ยิ่งกว่านั่ง “โรลเล่อร์ โคสเต้อร์”(roller coaster)ที่ดิสนี่ย์แลนด์ มันส์ ที่ได้ความรู้ใหม่อย่างหนึ่งคือ ก่อนออกทะเลทรายและเวลาขับรถแบบรถแข่งยางเสียดสีจะร้อนมากๆคนขับเอาลมยางรถ ออกเหลือ 15 และ 16 PSI ล้อหน้าและหลัง ซึ่งรถธรรมดาลมยางประมาณ 30 และ 32 PSI หลังจากซาฟารีเสร็จ ดิฉันขึ้นไปขี่อูฐ กระดอนไปกระดอนมา เสร็จแล้วไปนั่งให้ผู้หญิงอินเดียเพ๊นท์ขา(แท็ททู)ด้วยเฮ็นน่า เสร็จแล้วนั่งกับพื้นทานอาหารอาหรับ และดูระบำหน้าท้อง แถมออกไปแจมเต้นบนฟลอร์ด้วย (อ๊ะ อ๊ะ อย่าดูถูกนะคะ ดิฉันเคยเรียนเต้นระบำหน้าท้องมาแล้ว) กิจกรรมนี้รวมทั้งหมด 6 ชั่วโมง พอนั่งรถขับกลับที่พัก ต้องผ่านบั๊ม (ลูกระนาด) ประมาณ 5 อัน ปวดหลังแทบแย่ (ก็ไม่เจียมสังขาลเองเนี่ย) ดิฉันซื้อชุดเต้นระบำจาก “เดอะซุก”กลับมาด้วย วันดีคืนดี ดิฉันจะรีบถ่ายรูปไว้ก่อนที่จะใส่ไม่ได้ วกกลับมาเรื่องกฎหมายนะคะ

Affidavit of Support

กรณี ครอบครัวสปอนเซ่อร์ทำใบเขียว อาจเป็นคู่สมรส พ่อ แม่ ลูก พี่ น้อง ซิติเซ่นที่ยื่นเรื่องให้ต้องเซ็นฟอร์ม “แอ็ฟ-ฟิ-เดวิท-อ๊อฟ-ซัพพอร์ท” (Affidavit of Support) เป็นสปอนเซ่อร์รับรองกับรัฐบาลว่า ถ้าคนที่เขาทำใบเขียวให้ไปกินเงินเบเนฟิทรัฐบาลเช่นเงินเวลแฟร์ และไม่ใช้เงินคืน รัฐบาลสามารถมาตามเรียกเก็บจากสปอนเซ่อร์ได้ (ถึงแม้ในแง่ความเป็นจริง ยังไม่มีเคสตัวอย่างที่รัฐบาลเรียกเก็บและชนะ แต่มีเคสตัวอย่างที่ผู้หญิง (ภรรยา) ที่ได้ใบเขียวซึ่งขณะแต่งงานไม่เคยทำงานมาก่อนตลอดชีวิต พอหย่ากับสามีซิติเซ่นเธอไปกินเวลแฟร์ และเมื่อรัฐบาลตามเก็บจากเธอ เธอซูสามีซิติเซ่นที่หย่าแล้วเรียกร้องเงินเพื่อเอาไปใช้รัฐบาล และเธอชนะ)

รายได้ขั้นต่ำ

ส ปอนเซ่อร์ต้องแสดงภาษีโชว์รายได้ขั้นต่ำต่อปี เรียก “พอฟเวอร์ตี้ ไก๊ดไลน์” (Poverty Guideline) 125% เหนือกว่าจำนวนรายได้ขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนดต่อครัวเรือน ยกเว้นนถ้าสปอนเซ่อร์เป็นทหารต้องแสดงรายได้เพียง 100% ของรายได้ขั้นต่ำ วิธีคำนวนจำนวนคนคือ ถ้าคุณเป็นโสด นับตัวคุณบวกคนที่คุณทำใบเขียวให้เป็นสองคนสมาชิกในครอบครัว ถ้าคุณเคลมดีเพ็นเด้นท์ในภาษี (ลูก คู่สมรส หรือบางคนใส่พ่อแม่พี่น้องเข้าไปในใบภาษี) ก็จะนับจำนวนดีเพ็นเด้นท์บวกคนที่คุณทำใบเขียวให้เป็น 3,4,5 ตามจำนวนคน ฉะนั้นคุณก็ต้องโชว์ภาษีมากขึ้น จำนวนรายได้ขั้นต่ำนี้ปรับทุกกปีตามค่าาครองชีพ รายได้ขั้นต่ำ125% ของปี 2008 คือ

  • สมาชิกในครอบครัว 2 คนต่อปี $17,500
  • สมาชิกในครอบครัว 3 คนต่อปี $22,000
  • สมาชิกในครอบครัว 4 คนต่อปี $26,500
  • สมาชิกในครอบครัว 5 คนต่อปี $31,000

* เพิ่มเงิน $4,500 ต่อหนึ่งคน

ถ้ารายได้ไม่พอ

ดิฉันมักได้รับคำถามบ่อยๆว่า ถ้าสปอนเซ่อร์รายได้ไม่พอแต่งงานได้ไหม แต่งได้สิคะ มีสองวิธีคือ

  • คุณต้องหาคนมาช่วยเซ็นร่วมเป็น “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” (joint sponsor) อาจเป็นเพื่อน ญาติ พี่น้อง หรือคนอื่น คนที่จะเป็น”จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”ได้ต้องมีรายได้เกินจำนวนที่ระบุข้างต้น ขึ้นอยู่กับสมาชิกในครอบครัวที่เขาเคลมดีเพ็นเด๊นท์บนภาษีบวกหนึ่ง คือผู้ที่ทำใบเขียวให้ รายได้”จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”นำมาบวกรวมกับรายได้สปอนเซ่อร์ไม่ได้ “คอมบายน์ อินคัม” (combine income) ยกเว้น
  • ตัวสปอนเซ่อร์และตัวผู้ทำใบเขียว สามารถรวมรายได้ เช่นสปอนเซ่อร์มีรายได้ $10,000 ทำใบเขียวให้คู่สมรส
  • คู่สมรสทำงานรับเงินเดือน มีใบภาษีโชว์ $8,000 จะนำสองรายได้มารวมกันได้สมาชิกครอบครัวในบ้านเช่น ในบ้านมีพ่อแม่พี่น้อง อยู่รวมกัน สามารถนำรายได้มารวมกันให้ครบและทุกคนเซ็นร่วมได้
  • อีกวิธีคือ คุณสามารถใช้มูลค่าทรัพย์สินเรียก “แอ็ซเส็ท” (assets) ของคุณค้ำได้ โดยมูลค่า assets ต้องเป็นสามเท่าของจำนวนเงินที่กำหนด ตัวอย่าง คุณเป็นเจ้าของบ้าน บ้านคุณมีมูลค่า $500,000 คุณเป็นหนี้แบ๊งค์ $300,000 เท่ากับคุณมี assets คำนวนเป็นเงิน $200,000 รายได้ที่รัฐบาลกำหนดต่อสองคนคือ $17,500 x 3 เท่าคือ $52,500 เท่ากับคุณสามารถใช้ assets บ้านโชว์ได้ หรือถ้าคุณมีเงินสดในธนาคาร $52,500 คุณนำมาใช้โชว์ได้

ถ้าสปอนเซ่อร์ไม่ยื่นภาษี

ถ้าสปอน เซ่อร์ไม่ยื่นภาษี อันนี้ลำบากหน่อย เพราะอเมริกันซิติเซ่นทุกคนมีหน้าที่ยื่นภาษี ถ้าไม่ยื่นต้องให้เหตุผล ดิฉันมักแนะนำให้ลูกความยื่นภาษีย้อนหลังสามปี ถึงแม้ว่าจะรายได้น้อยก็ตาม การยื่นภาษีไม่หมายความว่าคุณต้องจ่ายภาษีเสมอไป เพราะถ้ารายได้คุณต่ำ คุณอาจไม่ต้องเสียภาษีก็ได้

สปอนเซ่อร์รับผิดชอบนานเท่าไร

หลังจากสปอนเซ่อร์และ จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์ เซ็นฟอร์มซัพพอร์ทแล้ว เขาจะหมดภาระต่อเมื่อ

  1. ผู้ได้ใบเขียวทำงานจ่ายภาษีรวม 40 ควอร์เต้อร์ ที่จะมีคุณสมบัติรับเงินโซเชียลได้ด้วยตนเอง
  2. ผู้ได้ใบเขียวเป็นซิติเซ่น
  3. ผู้ได้ใบเขียวตาย
  4. ผู้ได้ใบเขียวยกเลิกใบเขียว

****กรณีซิติเซ่นหย่ากับคู่สมรสที่ทำใบเขียวให้ ยังไม่ถือว่าหมดภาระ

ข้อ เตือน เรื่องรายได้ของสปอนเซ่อร์และ คนที่ทำใบเขียว เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าสปอนเซ่อร์รายได้ไม่พอ ไม่ได้ทำงาน เจ้าหน้าที่จะดูจากหลายๆอย่าง คนที่ตกงานเนื่องจากเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่จะเห็นใจไม่ค่อยมีปัญหา คนที่ทำงานแต่ไม่ยอมจ่ายภาษี โดยเฉพาะต่างชาติที่โอนสัญชาติ ทั้งครอบครัวไม่มีรายได้ เขาจะไม่ชอบ เพราะดูรู้ว่าอยู่ได้อย่างไรหลายปีไม่มีรายได้หรือรายได้นิดเดียว ถือว่าไม่ใช่ซิติเซ่นที่ดี (คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับภาษี บท กฎหมายสัญชาติและซิติเซ่น หัวข้อ “หน้าที่ของอเมริกันซิติเซ่น” ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บทที่ 5 หน้า 5-7 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)

มีอะไรใหม่

วันที่ 12 พฤษภา 2008 ค่าแสตมป์ในเมกาส่ง first class หนึ่งอาวนซ์ จดหมายธรรมดาจะขึ้นนะคะ จาก 41 เซ็น เป็น 42 เซ็น และค่าส่งพัสดุอื่นๆขึ้นด้วย ยกเว้นอาวนซ์ที่สองยังเหมือนเดิมคือ 17 เซ็น เดี๋ยวนี้ทางไปรษณีย์มีแสตมป์ใหม่ขายเรียก “ฟอร-เอฟเว่อร์ แสตมป์” (forever stamp) ที่คุณสามารถซื้อตุนได้ในราคาปัจจุบันคือ 41 เซ็นต่อดวง และสามารถใช้ส่ง first class ได้ตลอดไม่ว่าในอนาคตราคาแสตมป์จะขึ้นเป็นเท่าไรก็ตาม ดิฉันถามเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ว่าไอ้ forever stamp นี้มัน forever จริงหรือ คำตอบ “อีก 50 ปีก็ยังใช้ได้!!!!”