เมื่ออิมมิเกรชั่นตามจับ

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วเริ่มบาสเก็บบอล “เพลย์ออฟส์” (Playoffs) ทีมตะวันตกที่เข้ารอบ 8 ทีม และทีมตะวันออกที่เข้ารอบ 8 ทีม แข่งกันเองในดิวิชั่น (division) คือตะวันตกแข่งในตะวันตก ตะวันออกแข่งในตะวันออก แข่งทั้งหมด 7 รอบ ผู้ชนะ 4-3 ได้ และแข่งจนเหลือทีมชนะทีมสุดท้าย ทีมที่เก่งสุดของตะวันตก ก็จะแข่งกับทีมเก่งสุดของตะวันออก ปีนี้ “แอลเอเล็กเก้อร์ส” (L.A. Lakers) เป็นนัมเบอร์วันทีมของฝั่งตะวันตกและบอสตั้นทีมเป็นนัมเบอร์วันทีมฝั่งตะวันออก เราแข่งกับเด็นเว่อร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 เมษา เราชนะ (เรานี้หมายถึง “เล็กเก้อร์ส” นะคะ เพราะนอกจากดิฉันจะเป็นแฟนเล็กเก้อร์สแล้ว ดิฉันยังอยู่มาทางแอลเออีกด้วย) เวลาดิฉันเบรคจากทำงานได้ดูบอลคลายเครียด เตือนอีกทีนะคะ อย่าแทงบอลใต้ดิน ถือเป็นอิลลีเกิ้ลแกมบลิ้ง(illegal gambling)ผิดกฎหมายอย่างแรง เป็นปัญหาใบเขียวภายหลัง (คุณสามารถอ่านประดับความรู้เกี่ยวกับกีฬาในอเมรริกาได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หัวข้อ “วัฒนธรรมอเมริกัน”หน้า 29 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308) นอกจากเพลย์ออฟส์แล้วรายการคลายเครียดอีกรายการคือ “อเมริกันไอเดิ้ล” (American Idol) สัปดาห์นี้เหลือ 5 คนเข้ารอบสุดท้ายแล้ว ดิฉันเชียร์ เดวิด คุ๊กส์ค่ะ (ก่อนหน้าเชียร์ไมเคิล จอน รูปหล่อ ตอนนี้ตกรอบไปแล้ว)

ระบบงานเปลี่ยนแปลงของอิมมิเกรชั่น

อารัมภบทคลายเครียดแล้วตอนนี้มาคุยซีเรียสกัน ตั้งแต่อิมมิเกรชั่นเปลี่ยนระบบงานใหม่ 1 มีนาคม 2003 โดยแยกหน่วยงานอิมมิเกรชั่นออกเป็น 3 แผนก คือ แผนกเอกสาร (U.S.C.I.S. แผนกที่เรายื่นเรื่องขอใบเขียว หรือเปลี่ยนวีซ่า) แผนกศุลกากรและนายด่าน (C.B.P. เจ้าหน้าที่ศุลการักษ์ที่สนามบินและนายด่านตามชายแดน) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายจับกุม (จับลูกเดียว แผนกนี้เรียกย่อๆว่า “ไอซ์” (ICE ย่อจาก Immigration and Custom Enforcement) แผนกนี้ก็ทำหน้าที่ดีเหลือเกิน มีหน้าที่จับโรบินฮู้ดและผู้ทำผิดกฎอิมมิเกรชั่นได้รวดเร็วขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่อิมมิเกรชั่นจะแยกหน่วยงาน โดย เฉพาะระยะหลังๆนี้ที่มีการถกเรื่องผ่านกฎหมาย เกสท์ เวิ๊ร์คเค่อร์ (Guest Workers) ทางส.ส. และเซเนท ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่แผนก ICE ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปกป้องชายแดนและคนที่อยู่ผิดกฎหมายก่อนที่จะผ่านกฎหมายใหม่ จึงต้องมีการเร่งโชว์ผลงาน ทำให้การจับกุมเร็วขึ้น

อิมมิเกรชั่นรู้ได้อย่างไรว่าคุณอยู่เถื่อน

มีหลายวิธีที่อิมมิเกรชั่นรู้ว่าคุณอยู่เถื่อน และเป็นผลให้คุณอาจถูกตามจับช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการทำผิด ดังนี้

  • ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยว เมื่อคุณเดินทางกลับเจ้าหน้าที่สายการบินจะดึงบัตรขาเข้าออกจากพาสปอร์ตคุณและแจ้งไปที่อิมมิเกรชั่น ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่มีบันทึกนี้ ก็จะสันนิษฐานก่อนเลยว่าคุณอยู่เกิน กรณีนี้ปัญหาน้อยเพราะคนที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวอเมริกาปีละหลายล้านคน ไม่ค่อยจะมีเจ้าหน้าที่สนใจมาตามจับเรื่องนี้ นอกจากถ้ามีบางอย่างไปกระตุ้นให้เขาเพ่งเล็งเช่น คุณไปทำเรื่องขออยู่เที่ยวต่อ เรื่องถูกปฏิเสธ ทางอิมมิเกรชั่นจะมีเร็คคอร์ดว่าบัตรขาเข้าของคุณขาด และเพ่งเล็งว่าคุณเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ และอีกกรณีหนึ่งที่คาดไม่ถึง คือครอบครัว ลูก คู่สมรส ในเมืองไทยไปขอวีซ่าท่องเที่ยว ทางสถานทูตเช็คนามสกุลตรงกันรู้ว่า เคยออกวีซ่าท่องเที่ยวให้คุณ และคุณเดินทางเข้าอเมริกาแต่ไม่มีเร็คคอร์ด(record)เดินทางออก ทางสถานทูตอาจแจ้งไปทางอิมมิเกรชั่น
  • ผู้ถือวีซ่านักเรียน ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2003 ระบบ SEVIS เข้าที่ คือทางโรงเรียนที่ออก I-20 ให้นักเรียนต่างชาติต้องแจ้งเข้าไปที่อิมมิเกรชั่นถ้าคุณย้ายโรงเรียน ย้ายที่อยู่ ไม่ไปเรียน ไม่ลงทะเบียนเรียนตอนเปิดเทอม เป็นต้น ทางอิมมิเกรชั่นจะสันนิษฐานว่าคุณอยู่เถื่อน
  • โรบินฮู้ดแต่งงานยื่นเรื่องไม่ผ่าน เมื่อคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานและเรื่องไม่ผ่าน ทางอิมมิเกรชั่นจะให้จดหมายคุณสั่งให้คุณเดินทางออกนอกประเทศ ถ้าคุณไม่ออก โอกาสที่เจ้าหน้าที่ตามจับสูง หรืออีกกรณีที่คุณเคยทำผิดกฎหมายอิมมิเกรชั่นแบบร้ายแรงมาก่อน หรือเคยถูกขับไล่มาก่อน เมื่อคุณยื่นเรื่องขอใบเขียว หลังคุณพิมพ์นิ้วมือ เจ้าหน้าที่จะรู้ว่าคุณมีประวัติเขาจะมาตามจับขณะยื่นเรื่อง (เพียงอยู่เถื่อนวีซ่าขาด จะไม่ถูกจับ)
  • มีคนไปแจ้ง ถ้ามีคนไปแจ้งอิมมิเกรชั่นว่าคุณอยู่เถื่อนหรือเคยทำผิดกฎอิมมิเกรชั่น ที่เห็นๆส่วนมากก็จะเป็นคนใกล้ชิด เช่น นายจ้าง เพื่อนร่วมงาน พาร์ทเน่อร์ธุรกิจ คนที่คุณขัดผลประโยชน์เขา คนที่คุณแต่งงานด้วย แฟนเก่า เป็นต้น (โถ! คนไทยด้วยกัน)

กระบวนการทางกฏหมาย

ตามสิทธิรัฐธรรมนูญภายใต้ บิล อ๊อฟ ไรท์ส (Bill of Rights) สิทธิเบื้องต้นใน 10 อเม็นด์เม๊นท์แรก ซึงคุ้มครองทุกคนที่อยู่ในอเมริกาไม่ว่าจะอยู่เถื่อนหรือไม่ (ข้อนี้อยู่ในข้อสอบซิติเซ่นชุดใหม่ อ้อ! ซีดีชุดใหม่ “ชุดเตรียมสอบซิติเซ่น”ของดิฉันจวนเสร็จแล้วค่ะ วางจำหน่ายสิ้นเดือนเมษานี้ค่ะ มีผลใช้หลัง 1 ตุลา 2008 ผู้ยื่นเรื่องก่อนแต่สอบหลัง 1 ต.ค. สามารถเลือกสอบข้อสอบเก่าหรือใหม่ได้ แต่ถ้ายื่นหลัง 1 ต.ค. ต้องใช้ข้อสอบใหม่ ไม่ยากกว่ากันค่ะ) ระบุว่าก่อนที่คุณจะถูกจับ คุณจะต้องได้รับโนติสก่อน คือแจ้งข้อกล่าวหา มีเวลาตอบหมายศาล มีทนาย และสามารถสู้คดีได้ เป็นต้น ซึ่งเมื่อก่อนนี้ เมื่อทางที่อิมมิเกรชั่นพยายามเสริฟโนติสหรือหมายศาลให้โรบินฮู้ด โรบินฮู้ดหนี อยู่ไม่เป็นที่ทาง ไม่สามารถหาตัวเสริฟโนติสโรบินฮู้ดได้ เมื่อโรบินฮู้ดขึ้นสาล ทนายจะสามารถอ้างละเมิดสิทธิเสมอ แต่ตั้งแต่หลังปี 2003 ทางอิมมิเกรชั่นรื้อฟื้นกฎที่ว่าคนต่างชาติทุกคนที่เข้ามาในประเทศและอยู่เกิน 30 วันต้องแจ้งย้ายที่อยู่ไปที่อิมมิเกรชั่นภายใน 10 วันนับจากวันย้ายที่อยู่โดยกรอกฟอร์ม AR 11 ส่งไป ถ้าไม่แจ้งให้ถือว่ามีความผิด และข้อสำคัญคือ ทางอิมมิเกรชั่นจะถือที่อยู่ที่เขามีในเร็คคอร์ดเป็นที่อยู่ล่าสุดของคุณที่ทางอิมมิเกรชั่นใช้ติดต่อคุณ ฉะนั้นถ้าทางอิมมิเกรชั่นเสริฟโนติสคุณตามที่อยู่ล่าสุด และคุณไม่ได้รับโนติสนั้นเพราะหนีไปแล้วหรือ ??? ไม่สำคัญถือว่าทางรัฐบาลได้ปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว และไม่ได้ละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญของคุณ ฉะนั้นเมื่อเขาตามถึงตัวคุณได้ เขาจะสามารถจับตัวคุณและเนรเทศคุณได้เลย (คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงของอิมมิเกรชั่นหลัง 11 กันยา หน้า 2-10; ระบบ SEVIS หน้า 2-11; AR 11 หน้า 2-12 ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บทที่ 2 กฎหมายคนเข้าเมือง แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)

เมื่ออิมมิเกรชั่นมาเคาะประตูบ้าน

ย่อหน้านี้ดิฉันจะพูดถึงขั้นตอนเมื่อเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นนมาจับคุณถึงบ้าน และสิทธิรัฐธรรมนูญของคุณและคนอื่นที่อยู่ในบ้าน เพื่อช่วยไม่ให้คุณพูดมากไป หรือตอบคำถามในสิ่งที่ไม่ควรตอบ หรืออนุญาตให้เขาเข้าบ้านเป็นผลให้คนอื่นถูกจับไปด้วย ดังนี้

Search and Seizure Rights

ตามสิทธิรัฐธรรมนูญอเม็นด์เม๊นท์ข้อ 4 ห้ามเจ้าหน้าที่ค้น อายัด โดยไม่มีหมายค้นหรือข้อสงสัยพอเพียง เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงบ้านคุณ บ้านถือเป็นสถานที่ๆมีไปรเวซี่สูงสุด เจ้าหน้าที่จะยืนอยู่แค่หน้าประตูบ้าน และถามหาคนที่เขามาจับ เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิเข้าบ้านคุณได้นอกจากคุณจะอนุญาต เขาอาจขอเข้าไปข้างใน คุณบอกปฎิเสธได้ ไม่ต้องกลัว ถามเขาว่ามีหมายค้น “เซิร์ช วอแรนท์” (search warrant)ไหม เขาอาจตอบว่าไม่มี แต่เขากลับไปเอาได้ บอกเขาให้กลับไปเอา เขาจะเข้าไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่อาจมองเข้าไปในบ้านคุณขณะคุณยืนแง้มประตู และเห็นสิ่งที่น่าสงสัยเช่น เขาถามคุณว่าอยู่กันกี่คน คุณบอกอยู่คนเดียว แต่เขาเห็นที่นอน หมอน เสื้อผ้าวางเต็มห้องรับแขก เป็นต้น เขาถามมากขึ้นๆจนคุณยอมรับ ก็จะเป็นปัญหาอีก หรือคุณอาจจมีชื่อโรบินฮู้ดคนอื่นๆที่อยู่ในบ้านคุณแปะติดอยู่ตรงตู้จดหมายนอกอพาร์ทเม๊นท์ เจ้าหน้าที่เห็นชื่อที่ตู้จดหมาย ได้เช็คประวัติเรียบร้อยก่อนมาเคาะประตูบ้าน เก๊าะจะแจ๊กพ็อตอีก ถ้าคุณอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าบ้านคุณ เขาสามารถเช็คผิวเผินได้และเดินเข้าได้ทุกห้อง และถ้าคุณมีคนอื่นหรือโรบินฮู้ดคนอื่นอาศัยอยู่ในบ้านคุณ เขาสามารถถามข้อมูล ขอเช็คไอดี (I.D. Identification) เช็คสถานภาพได้ และถ้าผู้นั้นอยู่เถื่อน เขาสามารถจับตัวไปได้ ฉะนั้นมาจับคนเดียวแต่ได้หลายคน เป็นต้น

Rights against Self Incrimination

ตามสิทธิรัฐธรรมนูญอเม็นด์เม๊นท์ข้อ 5 คุณมีสิทธิที่จะไม่ตอบคำถามที่จะเป็นปรปักษ์ต่อตนเอง โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่สามารถถามคำถามทั่วๆไปคุณได้ โดยไม่ต้องเตือนคุณว่าไม่ต้องตอบ ขอให้คุณตอบน้อยที่สุด คือถามคำ ตอบคำ ไม่ต้องรับอาสาตอบ หรืออธิบายมาก แต่ถ้าคุณไม่ต้องการตอบหรือคิดว่าถ้าตอบแล้วจะเป็นภัยต่อตัว คุณมีสิทธิปฏิเสธไม่ตอบได้ คุณบอกเขาว่าคุณต้องการถามทนายก่อนตอบ หรือถ้าคุณไม่เข้าใจคำถาม คุณบอกเขาว่าคุณไม่เข้าใจให้หาคนแปลมา กรณีนี้ระวังหน่อย เพราะเจ้าหน้าที่อาจถามต่อว่ามีใครอยู่ในบ้านที่รู้ภาษาและแปลได้ไหม (ซึ่งถ้ามีและคนนั้นเป็นโรบินฮู้ด ก็แจ๊กพ็อตอีก) ฉะนั้น ตุณต้องสำรวจสถานการของคุณเอง แต่ละเวลาแต่ละสถานการณ์จะต่างกัน ขอให้คุณระวังคำพูด (คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ สิทธิรัฐธรรมนูญเพิ่มได้ ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บทที่ 1 กฎหมายและรูปคดี หน้า 1-3 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)