ทนายความ รุจีรัตน์ โททาริ

เมื่ออิมมิเกรชั่นตามจับ

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วเริ่มบาสเก็บบอล “เพลย์ออฟส์” (Playoffs) ทีมตะวันตกที่เข้ารอบ 8 ทีม และทีมตะวันออกที่เข้ารอบ 8 ทีม แข่งกันเองในดิวิชั่น (division) คือตะวันตกแข่งในตะวันตก ตะวันออกแข่งในตะวันออก แข่งทั้งหมด 7 รอบ ผู้ชนะ 4-3 ได้ และแข่งจนเหลือทีมชนะทีมสุดท้าย ทีมที่เก่งสุดของตะวันตก ก็จะแข่งกับทีมเก่งสุดของตะวันออก ปีนี้ “แอลเอเล็กเก้อร์ส” (L.A. Lakers) เป็นนัมเบอร์วันทีมของฝั่งตะวันตกและบอสตั้นทีมเป็นนัมเบอร์วันทีมฝั่งตะวันออก เราแข่งกับเด็นเว่อร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 เมษา เราชนะ (เรานี้หมายถึง “เล็กเก้อร์ส” นะคะ เพราะนอกจากดิฉันจะเป็นแฟนเล็กเก้อร์สแล้ว ดิฉันยังอยู่มาทางแอลเออีกด้วย) เวลาดิฉันเบรคจากทำงานได้ดูบอลคลายเครียด เตือนอีกทีนะคะ อย่าแทงบอลใต้ดิน ถือเป็นอิลลีเกิ้ลแกมบลิ้ง(illegal gambling)ผิดกฎหมายอย่างแรง เป็นปัญหาใบเขียวภายหลัง (คุณสามารถอ่านประดับความรู้เกี่ยวกับกีฬาในอเมรริกาได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หัวข้อ “วัฒนธรรมอเมริกัน”หน้า 29 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308) นอกจากเพลย์ออฟส์แล้วรายการคลายเครียดอีกรายการคือ “อเมริกันไอเดิ้ล” (American Idol) สัปดาห์นี้เหลือ 5 คนเข้ารอบสุดท้ายแล้ว ดิฉันเชียร์ เดวิด คุ๊กส์ค่ะ (ก่อนหน้าเชียร์ไมเคิล จอน รูปหล่อ ตอนนี้ตกรอบไปแล้ว)

ระบบงานเปลี่ยนแปลงของอิมมิเกรชั่น

อารัมภบทคลายเครียดแล้วตอนนี้มาคุยซีเรียสกัน ตั้งแต่อิมมิเกรชั่นเปลี่ยนระบบงานใหม่ 1 มีนาคม 2003 โดยแยกหน่วยงานอิมมิเกรชั่นออกเป็น 3 แผนก คือ แผนกเอกสาร (U.S.C.I.S. แผนกที่เรายื่นเรื่องขอใบเขียว หรือเปลี่ยนวีซ่า) แผนกศุลกากรและนายด่าน (C.B.P. เจ้าหน้าที่ศุลการักษ์ที่สนามบินและนายด่านตามชายแดน) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายจับกุม (จับลูกเดียว แผนกนี้เรียกย่อๆว่า “ไอซ์” (ICE ย่อจาก Immigration and Custom Enforcement) แผนกนี้ก็ทำหน้าที่ดีเหลือเกิน มีหน้าที่จับโรบินฮู้ดและผู้ทำผิดกฎอิมมิเกรชั่นได้รวดเร็วขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่อิมมิเกรชั่นจะแยกหน่วยงาน โดย เฉพาะระยะหลังๆนี้ที่มีการถกเรื่องผ่านกฎหมาย เกสท์ เวิ๊ร์คเค่อร์ (Guest Workers) ทางส.ส. และเซเนท ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่แผนก ICE ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปกป้องชายแดนและคนที่อยู่ผิดกฎหมายก่อนที่จะผ่านกฎหมายใหม่ จึงต้องมีการเร่งโชว์ผลงาน ทำให้การจับกุมเร็วขึ้น

อิมมิเกรชั่นรู้ได้อย่างไรว่าคุณอยู่เถื่อน

มีหลายวิธีที่อิมมิเกรชั่นรู้ว่าคุณอยู่เถื่อน และเป็นผลให้คุณอาจถูกตามจับช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการทำผิด ดังนี้

  • ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยว เมื่อคุณเดินทางกลับเจ้าหน้าที่สายการบินจะดึงบัตรขาเข้าออกจากพาสปอร์ตคุณและแจ้งไปที่อิมมิเกรชั่น ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่มีบันทึกนี้ ก็จะสันนิษฐานก่อนเลยว่าคุณอยู่เกิน กรณีนี้ปัญหาน้อยเพราะคนที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวอเมริกาปีละหลายล้านคน ไม่ค่อยจะมีเจ้าหน้าที่สนใจมาตามจับเรื่องนี้ นอกจากถ้ามีบางอย่างไปกระตุ้นให้เขาเพ่งเล็งเช่น คุณไปทำเรื่องขออยู่เที่ยวต่อ เรื่องถูกปฏิเสธ ทางอิมมิเกรชั่นจะมีเร็คคอร์ดว่าบัตรขาเข้าของคุณขาด และเพ่งเล็งว่าคุณเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ และอีกกรณีหนึ่งที่คาดไม่ถึง คือครอบครัว ลูก คู่สมรส ในเมืองไทยไปขอวีซ่าท่องเที่ยว ทางสถานทูตเช็คนามสกุลตรงกันรู้ว่า เคยออกวีซ่าท่องเที่ยวให้คุณ และคุณเดินทางเข้าอเมริกาแต่ไม่มีเร็คคอร์ด(record)เดินทางออก ทางสถานทูตอาจแจ้งไปทางอิมมิเกรชั่น
  • ผู้ถือวีซ่านักเรียน ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2003 ระบบ SEVIS เข้าที่ คือทางโรงเรียนที่ออก I-20 ให้นักเรียนต่างชาติต้องแจ้งเข้าไปที่อิมมิเกรชั่นถ้าคุณย้ายโรงเรียน ย้ายที่อยู่ ไม่ไปเรียน ไม่ลงทะเบียนเรียนตอนเปิดเทอม เป็นต้น ทางอิมมิเกรชั่นจะสันนิษฐานว่าคุณอยู่เถื่อน
  • โรบินฮู้ดแต่งงานยื่นเรื่องไม่ผ่าน เมื่อคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานและเรื่องไม่ผ่าน ทางอิมมิเกรชั่นจะให้จดหมายคุณสั่งให้คุณเดินทางออกนอกประเทศ ถ้าคุณไม่ออก โอกาสที่เจ้าหน้าที่ตามจับสูง หรืออีกกรณีที่คุณเคยทำผิดกฎหมายอิมมิเกรชั่นแบบร้ายแรงมาก่อน หรือเคยถูกขับไล่มาก่อน เมื่อคุณยื่นเรื่องขอใบเขียว หลังคุณพิมพ์นิ้วมือ เจ้าหน้าที่จะรู้ว่าคุณมีประวัติเขาจะมาตามจับขณะยื่นเรื่อง (เพียงอยู่เถื่อนวีซ่าขาด จะไม่ถูกจับ)
  • มีคนไปแจ้ง ถ้ามีคนไปแจ้งอิมมิเกรชั่นว่าคุณอยู่เถื่อนหรือเคยทำผิดกฎอิมมิเกรชั่น ที่เห็นๆส่วนมากก็จะเป็นคนใกล้ชิด เช่น นายจ้าง เพื่อนร่วมงาน พาร์ทเน่อร์ธุรกิจ คนที่คุณขัดผลประโยชน์เขา คนที่คุณแต่งงานด้วย แฟนเก่า เป็นต้น (โถ! คนไทยด้วยกัน)

กระบวนการทางกฏหมาย

ตามสิทธิรัฐธรรมนูญภายใต้ บิล อ๊อฟ ไรท์ส (Bill of Rights) สิทธิเบื้องต้นใน 10 อเม็นด์เม๊นท์แรก ซึงคุ้มครองทุกคนที่อยู่ในอเมริกาไม่ว่าจะอยู่เถื่อนหรือไม่ (ข้อนี้อยู่ในข้อสอบซิติเซ่นชุดใหม่ อ้อ! ซีดีชุดใหม่ “ชุดเตรียมสอบซิติเซ่น”ของดิฉันจวนเสร็จแล้วค่ะ วางจำหน่ายสิ้นเดือนเมษานี้ค่ะ มีผลใช้หลัง 1 ตุลา 2008 ผู้ยื่นเรื่องก่อนแต่สอบหลัง 1 ต.ค. สามารถเลือกสอบข้อสอบเก่าหรือใหม่ได้ แต่ถ้ายื่นหลัง 1 ต.ค. ต้องใช้ข้อสอบใหม่ ไม่ยากกว่ากันค่ะ) ระบุว่าก่อนที่คุณจะถูกจับ คุณจะต้องได้รับโนติสก่อน คือแจ้งข้อกล่าวหา มีเวลาตอบหมายศาล มีทนาย และสามารถสู้คดีได้ เป็นต้น ซึ่งเมื่อก่อนนี้ เมื่อทางที่อิมมิเกรชั่นพยายามเสริฟโนติสหรือหมายศาลให้โรบินฮู้ด โรบินฮู้ดหนี อยู่ไม่เป็นที่ทาง ไม่สามารถหาตัวเสริฟโนติสโรบินฮู้ดได้ เมื่อโรบินฮู้ดขึ้นสาล ทนายจะสามารถอ้างละเมิดสิทธิเสมอ แต่ตั้งแต่หลังปี 2003 ทางอิมมิเกรชั่นรื้อฟื้นกฎที่ว่าคนต่างชาติทุกคนที่เข้ามาในประเทศและอยู่เกิน 30 วันต้องแจ้งย้ายที่อยู่ไปที่อิมมิเกรชั่นภายใน 10 วันนับจากวันย้ายที่อยู่โดยกรอกฟอร์ม AR 11 ส่งไป ถ้าไม่แจ้งให้ถือว่ามีความผิด และข้อสำคัญคือ ทางอิมมิเกรชั่นจะถือที่อยู่ที่เขามีในเร็คคอร์ดเป็นที่อยู่ล่าสุดของคุณที่ทางอิมมิเกรชั่นใช้ติดต่อคุณ ฉะนั้นถ้าทางอิมมิเกรชั่นเสริฟโนติสคุณตามที่อยู่ล่าสุด และคุณไม่ได้รับโนติสนั้นเพราะหนีไปแล้วหรือ ??? ไม่สำคัญถือว่าทางรัฐบาลได้ปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว และไม่ได้ละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญของคุณ ฉะนั้นเมื่อเขาตามถึงตัวคุณได้ เขาจะสามารถจับตัวคุณและเนรเทศคุณได้เลย (คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงของอิมมิเกรชั่นหลัง 11 กันยา หน้า 2-10; ระบบ SEVIS หน้า 2-11; AR 11 หน้า 2-12 ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บทที่ 2 กฎหมายคนเข้าเมือง แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)

เมื่ออิมมิเกรชั่นมาเคาะประตูบ้าน

ย่อหน้านี้ดิฉันจะพูดถึงขั้นตอนเมื่อเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นนมาจับคุณถึงบ้าน และสิทธิรัฐธรรมนูญของคุณและคนอื่นที่อยู่ในบ้าน เพื่อช่วยไม่ให้คุณพูดมากไป หรือตอบคำถามในสิ่งที่ไม่ควรตอบ หรืออนุญาตให้เขาเข้าบ้านเป็นผลให้คนอื่นถูกจับไปด้วย ดังนี้

Search and Seizure Rights

ตามสิทธิรัฐธรรมนูญอเม็นด์เม๊นท์ข้อ 4 ห้ามเจ้าหน้าที่ค้น อายัด โดยไม่มีหมายค้นหรือข้อสงสัยพอเพียง เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงบ้านคุณ บ้านถือเป็นสถานที่ๆมีไปรเวซี่สูงสุด เจ้าหน้าที่จะยืนอยู่แค่หน้าประตูบ้าน และถามหาคนที่เขามาจับ เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิเข้าบ้านคุณได้นอกจากคุณจะอนุญาต เขาอาจขอเข้าไปข้างใน คุณบอกปฎิเสธได้ ไม่ต้องกลัว ถามเขาว่ามีหมายค้น “เซิร์ช วอแรนท์” (search warrant)ไหม เขาอาจตอบว่าไม่มี แต่เขากลับไปเอาได้ บอกเขาให้กลับไปเอา เขาจะเข้าไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่อาจมองเข้าไปในบ้านคุณขณะคุณยืนแง้มประตู และเห็นสิ่งที่น่าสงสัยเช่น เขาถามคุณว่าอยู่กันกี่คน คุณบอกอยู่คนเดียว แต่เขาเห็นที่นอน หมอน เสื้อผ้าวางเต็มห้องรับแขก เป็นต้น เขาถามมากขึ้นๆจนคุณยอมรับ ก็จะเป็นปัญหาอีก หรือคุณอาจจมีชื่อโรบินฮู้ดคนอื่นๆที่อยู่ในบ้านคุณแปะติดอยู่ตรงตู้จดหมายนอกอพาร์ทเม๊นท์ เจ้าหน้าที่เห็นชื่อที่ตู้จดหมาย ได้เช็คประวัติเรียบร้อยก่อนมาเคาะประตูบ้าน เก๊าะจะแจ๊กพ็อตอีก ถ้าคุณอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าบ้านคุณ เขาสามารถเช็คผิวเผินได้และเดินเข้าได้ทุกห้อง และถ้าคุณมีคนอื่นหรือโรบินฮู้ดคนอื่นอาศัยอยู่ในบ้านคุณ เขาสามารถถามข้อมูล ขอเช็คไอดี (I.D. Identification) เช็คสถานภาพได้ และถ้าผู้นั้นอยู่เถื่อน เขาสามารถจับตัวไปได้ ฉะนั้นมาจับคนเดียวแต่ได้หลายคน เป็นต้น

Rights against Self Incrimination

ตามสิทธิรัฐธรรมนูญอเม็นด์เม๊นท์ข้อ 5 คุณมีสิทธิที่จะไม่ตอบคำถามที่จะเป็นปรปักษ์ต่อตนเอง โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่สามารถถามคำถามทั่วๆไปคุณได้ โดยไม่ต้องเตือนคุณว่าไม่ต้องตอบ ขอให้คุณตอบน้อยที่สุด คือถามคำ ตอบคำ ไม่ต้องรับอาสาตอบ หรืออธิบายมาก แต่ถ้าคุณไม่ต้องการตอบหรือคิดว่าถ้าตอบแล้วจะเป็นภัยต่อตัว คุณมีสิทธิปฏิเสธไม่ตอบได้ คุณบอกเขาว่าคุณต้องการถามทนายก่อนตอบ หรือถ้าคุณไม่เข้าใจคำถาม คุณบอกเขาว่าคุณไม่เข้าใจให้หาคนแปลมา กรณีนี้ระวังหน่อย เพราะเจ้าหน้าที่อาจถามต่อว่ามีใครอยู่ในบ้านที่รู้ภาษาและแปลได้ไหม (ซึ่งถ้ามีและคนนั้นเป็นโรบินฮู้ด ก็แจ๊กพ็อตอีก) ฉะนั้น ตุณต้องสำรวจสถานการของคุณเอง แต่ละเวลาแต่ละสถานการณ์จะต่างกัน ขอให้คุณระวังคำพูด (คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ สิทธิรัฐธรรมนูญเพิ่มได้ ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บทที่ 1 กฎหมายและรูปคดี หน้า 1-3 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)

Share

10 Responses to “เมื่ออิมมิเกรชั่นตามจับ”

  1. รบกวนถามหน่อยครับว่าผมเป็นนักเรียนแต่ตอนนี้ไม่ได้เรียนแล้วและอยู่อย่างผิดกฎหมาย แต่ผมมีลูกที่เป็นอเมริกันซิติเซ่น กรณีถ้าผมถูกจับแล้วผมพอจะมีทางใดสู้คดีได้บ้างมั้ยคับ?

  2. ดิฉันอยากเรียนถามว่าในกรณีที่มีญาติโดนตามจับถึงบ้านนั้นเราสามารถหาทนายไปประกันออกมาได้มั้ยคะ เคยติดต่อทนายให้ทำเรื่องประกันตัวออกมาแล้วทนายแจ้งว่าทางรัฐบาลไม่ยอมให้ประกันตัว ดิฉันจะทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือประกันให้เขาออกมาเพื่อที่ว่าจะกลับเองมากกว่าอยู่แบบนั้น แล้วไม่ทราบว่าคุณทนายรับทำเรื่องนี้มั้ยคะ

  3. ดิฉันอยากเรียนถามว่าในกรณีที่ได้ใบเขียวชั่วคราวจากการแต่งงาน แล้วเดินทางกลับประเทศไทย สามารถอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน หากเราอยู่แค่สามเดือน เวลาเดินทางกลับไปอเมริกาต้องไปขอวีซ่าใหม่หรือเปล่าคะ เพราะครั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกจึงอยากถามให้แน่ใจนะคะ แล้วทางคุณรุจีรัตน์รับยื่นเรื่องใบเขียวสิบปีหรือไม่ คิดเท่าไหร่คะ

  4. สวัสดีค่ะ ท่านทนาย

    รบกวนเรียนปรึกษาปัญหากับท่านเกี่ยวกับดิฉันทำวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อมาเลี้ยงหลาน และได้ยื่นคำร้องไปยังสถานทูตเพื่อขออยู่ต่ออีกหกเดือน แต่จนป่านนี้หกเดือนแล้ว เรื่องยังพิจารณาอยู่เลยค่ะ ยังไม่ทราบว่าเรื่องจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติแต่ก็เข้าไปหกเดือนที่ขออยู่ต่อแล้ว เห็นคนที่รู้จักกันเขาบอกว่าเขาเคยทำเรื่องขออยู่ต่อครั้งละหกเดือนติดต่อกันสองครั้งได้

    จึงเรียนปรึกษาท่านว่ากรณีของดิฉันจะขอทำเรื่องอยู่ต่ออีกหกเดือนได้หรือไม่คะ เพราะไม่อยากอยู่อย่างผิดกฏหมาย และลูกสาวเพื่งไปพิมพ์ลายนิ้วมือทำซิติเซ่นเมื่อสองสามวันก่อน ยังไม่ทราบว่าจะได้เป็นซิติเซ่นเมื่อไรเลยค่ะ

    ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

    ขอแสดงความนับถือ

    ศรีวงษ์ กุลพงษ์

  5. ดิฉันมีน้องสาวที่เป็นโรบินฮู๊ดอยู่เมกามาประมาณเกือบ 2 ปีแล้ว

    ก็เลยต้องการขอวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อพาพ่อไปเยี่ยมน้องสาวคนนี้

    อยากทราบว่าทางกงสุลจะรู้ไหมคะว่ามีคนในครอบครัวอยู่อย่างผิด กม.

    และการที่น้องสาวเป็นโรบินฮู๊ด จะมีผลต่อการอนุมัติหรือไม่คะ

    พ่อกับดิฉันมีอาชีพรับราชการค่ะ จะมีโอกาสได้วีซ่าไหมคะ คิดว่ามีหลักฐานเพียงพอในการยืนยันว่ามีความผูกพันมากเกินกว่าที่จะไปอยู่ถาวรค่ะ

    รบกวนตอบให้ด้วยนะคะ กังวลใจค่ะ กลัวจะไม่ได้ไป เพราะคิดถึงน้องสาวมากค่ะ

  6. อยากทราบว่าถ้ามาอเมริกาวีซ่าท่องเที่ยวอยู่เกินหนึ่งปีแล้ว(ต่อไปแล้วแต่ไม่ได้) สามารถสมัครวีซ่าล๊อตโต้ได้หรือไม่ ถ้าตอนสมัครต้องระบุว่าอยู่ที่อเมริกา หรือว่าต้องมีคุณสมบัติอย่างไรถึงจะสมัครได้ โรบินฮู้ดสมัครได้หรือไม่
    รบกวนตอบด้วย ขอบคุณมาก

  7. กรณีที่ทำเรื่องต่อวีซ่าท่องเที่ยวไปแล้ว ได้รับจดหมายตอบรับว่ากำลังดำเนินการอยู่แต่ผ่านไปประมาณสามเดือนแล้ว ทางอิมมิเกรชั่นส่งจดหมายมาขอเอกสารชี้แจงเพ่ิมเติมแต่เราไม่ได้รับจดหมายเพราะเปลี่ยนที่อยู่ จากนั้นเลยกำหนดไปเกือบสามเดือน เค้าส่งจดหมายตอบกลับมาว่าไม่ได้รับการตอบรับจากเรา จึงเป็นโมฆะไปแล้วเพราะเกินเวลาที่กำหนด ในกรณีนี้จะมีวิธีใดบ้างที่จะทำการต่อวีซ่าได้อีก หรือไม่ควรต่อแล้ว
    กรุณาตอบกลับด้วย ขอบคุณมาก

  8. สวัสดีคะคุณทนายรุจิรัตน์
    ดิฉันติดตามอ่านคอลัมของคุณทนายมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง เกิดเรื่องร้อนใจมาก
    ดิฉันแต่งงานกับอเมริกันซิติเซน แต่่พอวันสัมภาษ ไม่ผ่านเพราะวีซ่าดิฉันเป็นประเภท C1D ดิฉันเคยเมลปรึษาคุณทนายแล้วครั้งนึง คุณทนายบอกว่าให้อยู่อย่างสงบ เฉยๆ และรอกฏหมายใหม่ที่จะออกมา แต่ว่าตอนนี้ดิฉันได้รับจดหมายให้ออกนอกประเทศภายใน 30 วัน แล้วดิฉันจะทำยังไงดีคะ ดิฉันทำอะไรไม่ถูกแล้ว
    ขอความกรณาคุณทนาย ให้คำแนะนำดิฉันด้วยคะ

    ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

  9. สวัสดีค่ะ

    ดิฉันได้รับเอกสารเพื่อไปรับกรีนการ์ดที่อเมริกา เมื่อเดือนตุลาคม 53 แต่ดิฉันเป็นมะเร็งที่ลำใส้ต้องเข้าผ่าตัด และรักษาด้วยเคมีบำบัด (ตอนนี้ยังไม่ครบ ยังคงให้อยู่) จะทำอย่างไรเพราะเดินทางไปไม่ได้ เอกสารที่ได้รับต้องยื่นให้ immigration ที่สนามบินจะส่งคืน หรือมีวิธีการจัดการอย่างไรจึงจะดีค่ะ เพราะวันสุดท้ายของการเดินทางคือ 11 มิถุนายน 54 (ตามวีซ่า) ที่ติดกับ passport ค่ะ

    รบกวนตอบให้ทราบด้วย จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

    ด้วยความเคารพ
    เกตุจันทร์ฑา

  10. สวสดีค่ะ
    ดิฉันมีวีซ่าc1d
    อยากทราบว่าดิฉันสามารถไปอเมริกา15 วัน ก่อนถึงวันขึ้นไปทำงานบนเรือ ได้ไหมค่ะ
    ขอบคุณมากคะ
    คุณทิพย์

Leave a Reply