ตอนนี้ดิฉันยังซัมเม่อร์เวเคชั่นค่ะอยู่ประเทศจอร์แดน คุณสามารถติดต่อดิฉันได้ทางอีเมล์เท่านั้นที่ attorneyruji@aol.com คอลัมน์นี้เรามาคุยเรื่องประเพณีงานแต่งงานของคนอาหรับคริสเตียน
อาหรับเว๊ดดิ้ง
ประเพณีแต่งงานของคนอาหรับคริสเตียนที่เมือง “นาซาเรทส์” ประเทศอิสราเอลนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก มีการเตรียมงานกันเป็นปี เป็นงานแต่งงานที่สิ้นเปลืองมากเพราะทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงต่างก็จัดปาร์ตี้เลี้ยงแขกของตนตลอดทั้งสัปดาห์ก่อนวันงาน แต่ละฝ่ายออกค่าใช้จ่ายเอง ยกเว้นวันแต่งงานที่ฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมทั้งค่าชุดเจ้าสาว ค่าแต่งหน้า ทำผม ค่าโบสถ์ และงานเลี้ยง เป็นประเพณีที่ทางฝ่ายหญิงจะย้ายไปอยู่บ้านฝ่ายชาย ซึ่งเป็นเรือนหอที่พ่อแม่ฝ่ายชายจะสร้างให้โดยต่อขึ้นไปชั้นบนบ้านพ่อแม่ ไสตล์บ้านคนอาหรับจะสร้างเป็นตึกสูงข้างล่างมีลานใต้ถุนบ้านปล่อยโล่งเผื่อต่อเติม ซึ่งมักใช้เป็นที่จอดรถและจัดปาร์ตี้ ส่วนชั้นบนจะทิ้งไว้เป็นดาดฟ้าเผื่อต่อเติมบ้านเป็นเรือนหอเมื่อลูกชายออกเรือน ส่วนตัว”เมน ฟลอร์” (main floor) เป็นชั้นที่พ่อแม่อยู่อาศัย บันไดบ้านจะอยู่นอกบ้านเป็นทางเข้าบ้านแต่ละชั้น
หลานสาว(เจ้าสาว)ได้เข้าพิธีหมั้นเดือนกรกฎาปีที่แล้ว หลังพิธีหมั้นทางพ่อแม่เจ้าสาวเริ่มจองสถานที่จัดงานเลี้ยง ทั้งเมืองนี้มีสถานที่จัดงานแต่งงานเป็น “ฮอล” ใหญ่เพียง 2-3 แห่ง และต้องจองนานถึงปี ส่วนตัวเจ้าสาวเริ่มเตรียมตัวขัดสีฉวีวรรณร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆด้วยการ “โกนขน” ซึ่งเป็นประเพณีเจ้าสาวอาหรับที่ต้องโกนขนออก”ทั้งตัว”วันแต่งงานยกเว้นผมและคิ้วเท่านั้น ออกมาเหมือนเด็กแรกเกิด (ก็จินตนาการเอาเองแล้วกันนะคะ) หลานสาวบอกว่าเขาต้องไปทำเลเซ่อร์เอาขนออกเดือนละครั้ง ทั้งหมด 11 ครั้งๆละ $250 เงินค่าใช้จ่ายของเจ้าสาวทั้งหมดเจ้าสาวเป็นฝ่ายออกเอง
ปาร์ตี้ 7 วัน 7 คืน
พีธีแต่งงานหลานตรงกับวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ค. เราเริ่มมีปาร์ตี้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มิ.ย. ปาร์ตี้นี้เป็นของฝ่ายหญิงเท่านั้น ตามที่ทราบคือทางฝ่ายชายก็จัดปาร์ตี้ของเขาเช่นกันที่บ้านเขา ปาร์ตี้เราเริ่มตั้งแต่คืนวันจันทร์ เราจัดปาร์ตี้ใต้ถุนบ้าน งานคนอาหรับมักจะเริ่มดึก เกือบ 3 ทุ่ม คืนแรกมีญาติพี่น้องมาไม่มากประมาณ 50 กว่าคน เราเสริฟ “ออเดริฟอาหรับ” เรียก “เม็ทสะ”(Mezza) มีประมาณ 10 กว่าอย่าง มีการร้องรำทำเพลงเต้นรำไสตล์อาราบิค พวกผู้ชายก็นั่งสูบบ้องยาสูบร้อนเรียก “อาร์กีลี่” (Arguilleh) เราเรียกกันว่า “ฮุคก้า” (Hookah) กว่าแขกจะกลับกันหมดประมาณตีสอง
วันอังคารพ่อแม่เจ้าสาวเปิดบ้านต้อนรับญาติพี่น้องที่จะทะยอยมาแสดงความยินดีตลอดสัปดาห์ พอตกกลางคืนก็มีปาร์ตี้อีกที่บ้าน แขกมาประมาณเกือบ 100 คน เราอยู่กันจนดึก
คืนวันพุธ เรามีงานเลี้ยงใหญ่ให้เจ้าสาวที่ “ฮอล” ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยงโดยเฉพาะ มีแขกมากว่า 300 คน ทุกคนแต่งตัวกันเต็มที่ ผู้หญิงทุกคนทางฝ่ายเจ้าสาวแต่งชุดราตรียาวปักเลื่อมระยิบระยับ มีดิฉันคนเดียวนุ่งกระโปรงสั้นและไม่มีเลื่อมค่ะ ปรากฎว่าทางแขกฝ่ายชาย ผู้หญิงแต่งตัวทันสมัยมากนุ่งกระโปรงสั้น บางคนใส่มินนี่เสกิ๊ตและแต่งตัวกันเฉี่ยวมาก ดิฉันเลยกลืนไปกับแขกฝ่ายเจ้าบ่าว งานเริ่มตั้งแต่ทุ่มครึ่งซึ่งฝ่ายหญิงไปถึงก่อน พอประมาณ 3 ทุ่มฝ่ายชายรวมญาติพี่น้องของเขาประมาณ 50 กว่าคนเคลื่อนขบวนเดินเข้ามาพร้อมกัน เริ่มด้วยพ่อแม่ฝ่ายชายและตัวว่าที่เจ้าบ่าวเดินนำ พวกเราฝ่ายหญิงมีตัวว่าที่เจ้าสาว พ่อแม่ พี่น้อง เขยและสะไภ้ รวมดิฉันยืนเข้าแถวเรียงแถวต้อนรับฝ่ายชาย เรา”เช็คแฮนด์”และหอมแก้มแต่ละคนๆละสองฟอดซ้ายและขวา เมื่อทุกคนเข้ามาหมด ดนตรีก็ขึ้นเจ้าสาวก็เดินรำออกมา ทุกคนตบมือและไปช่วยแจมเต้นรำล้อมหน้าล้อมหลังเจ้าสาว หลังจากนั้นเราก็เริ่มนั่งทานอาหาร อาหารเพียบยิ่งกว่าโต๊ะจีน เริ่มด้วย “เม็ทสะ” และมีอาหารหลักและของหวาน มีดนตรีเล่นตลอดงาน หลังทานข้าวเสร็จ มีประเพณีที่เจ้าสาวต้องรำเทียน คือถือเทียนใหญ่สองแท่งประมาณ 2 ฟุตแต่งด้วยดอกไม้ซึ่งหนักพอสมควร และร่ายรำออกมาถึงเวที หลังจากนั้นญาติผู้หญิงแต่ละคนก็เข้าไปช่วยรับเทียนหนึ่งแท่งและรำคู่กับเจ้าสาว หลังจากนั้นก็เปิดเวที เราเต้นรำกันทั้งคืน ก็สนุกดี และทุกงานที่ดิฉันไปจะมีการให้ เจ้าสาวนั่งเก้าอี้ และมีหนุ่ม 4 คนยกเก้าอี้ขึ้นสูงเหนือศรีษะและเจ้าสาวก็นั่งรำไป ส่วนฝ่ายชายจะถูกแบกขี่คอรำคู่กับเจ้าสาว ดิฉันเห็นประเพณีนี้ทีไรสงสารเจ้าสาวซึ่งนั่งรำตัวเกร็งกลัวหล่น และสงสารคนแบกเจ้าบ่าวคงปวดหลังน่าดู งานเลิกหลังเที่ยงคืน เมื่อกลับบ้านก็ยังมีญาติสนิทตามกลับมาที่บ้านนั่งเม๊าท์กันต่อถึงตี 3
คืนวันพฤหัสฝ่ายชายจัดงานเลี้ยงใหญ่ที่ “ฮอล” แถวบ้านเขาแบบเดียวกับเของเรา แต่เราขอตัวไม่ไปเพราะพ่อเจ้าบ่าวพึ่งผ่าตัดหลัง ไม่สามารถนั่งรถได้นานและสถานที่งานเลี้ยงอยู่ห่างจากบ้านเรา 1 ½ ชั่วโมง เย็นนั้นพวกเราอยู่บ้านทำบาร์ บี คิว ทานกันมีแต่ญาติสนิทมาทานประมาณ 30 คน และเรานั่งคุยกันถึงตีสอง
คืนวันศุกร์เราจัดงานใหญ่ใต้ถุนบ้าน คนมาเป็นร้อย กิน ดื่ม สูบ เต้นรำ กันถึงตีสอง ดิฉันเหนื่อยสุดๆ
คืนวันเสาร์เรามีงานเลี้ยงตอนกลางวัน มีแต่ญาติสนิท หลังทานอาหารเสร็จญาติสาวๆช่วยกันทำความสะอาดและตกแต่งบ้าน เราช่วยกันผูกดอกไม้ตรงบันไดทางขึ้นบ้าน และแต่งข้างในบ้าน เตรียมต้อนรับพ่อแม่และครอบครัวเจ้าบ่าวที่จะมาสู่ขอวันรุ่งขึ้น
วันแต่งงาน
วันอาทิตย์เช้าเจ้าสาวหายไปโกนขน แต่งหน้า ทำผม ลองชุดทั้งวัน ประมาณบ่ายสามพ่อแม่และครอบครัวเจ้าบ่าวเคลื่อนขบวนมาที่บ้าน เจ้าบ่าวไม่ได้มา พ่อแม่มาทำพิธีสู่ขอ โดยมีคุณปู่(พ่อของพ่อเจ้าบ่าว)เป็นผู้สู่ขอกับคุณตาของเจ้าสาว พอทางเราตอบรับ ก็มีการโห่ฮิ้วกัน แต่ละคนก็เข้ามาอวยพรเจ้าสาวและให้ของขวัญส่วนมากเป็นเงินสดและทอง หลังจากนั้นเราก็ขับรถเป็นขบวนออกไปโบสถ์ซึ่งอยู่ใกล้บ้านฝ่ายชายซึ่งห่างจากเมือง “นาซาเรทส์” ประมาณ 1 ½ ชั่วโมง บาทหลวงทำพิธีแต่งงานแบบคริสเตียน ใช้เวลาชั่วโมงกว่า พอเสร็จพิธีในโบสถ์เราก็ขับรถเคลื่อนขบวนไปบ้านพ่อแม่เจ้าบ่าว และไปชมเรือนหอชั้นบน เราทานของหวานและนั่งคุยจนประมาณเกือบ 3 ทุ่ม เราจึงเคลื่อนขบวนไปงานเลี้ยงซึ่งอยู่ใกล้บ้าน งานเลี้ยงเริ่มตั้งแต่ทุ่มครึ่งแต่เป็นธรรมเนียมที่ฝ่ายหญิงจะเคลื่อนขบวนไปพร้อมกันทีหลังประมาณ 3 ทุ่ม พอไปถึงงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวและพ่อแม่พี่น้องเจ้าบ่าวยืนเข้าแถวต้องรับพวกเรา เราเรียงหน้าเข้าไป “เช็คแฮนด์”และหอมแก้มซ้ายขวาคนละสองฟอด หลังจากนั้นเราก็นั่งโต๊ะทานอาหาร เต้นรำ จนถึงเที่ยงคืนกว่า เราจึงกลับ กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบตี 2 ญาติพี่น้องสนิทยังมานั่งคุยกันต่อที่บ้านถึงตี 4
วันจันทร์เราตื่นกันแต่เช้าขับรถกลับไป “อัมมาน” จอร์แดน ขาเข้าจอร์แดน อิมมิเกรชั่นไม่เข้มงวดเท่าอิมมิเกรชั่นอิสราเอล เราจะอยู่จอร์แดน 10 วัน จะไปนอนที่ “เด๊ด ซี” (Dead Sea) หนึ่งคืน เป็นทะเลที่เค็มที่สุดในโลกและไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย ดิฉันกะไปอาบโคลน และไปเมือง “เพ็ททร่า” (Petra) ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกรุ่นใหม่ หนังเรื่อง “อินเดียน่าโจนส์ Raiders of the Lost Ark” ถ่ายทำทีเพ็ททร่าและไปเที่ยวเมือง “อั๊คคาบา” (Aqaba) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวติดทะเลแดงหรือ “เร็ด ซี” (Red Sea) ถ้ามีเวลาจะเขียนเล่าให้ฟังนะคะ
Posted on July 18th, 2008 by admin
Filed under: Articles




