ที่อยู่นั้นสำคัญไฉน

What’s in an “Address”?

วันที่ 08/08/08 ที่ผ่านมาเป็นวันเปิดโอลิมปิคที่ปักกิ่ง ยิ่งใหญ่ สวยงานมาก และวันที่ 8 เดือน 8 นี้ดิฉันฟังข่าวมีเด็กเกิดในเมกาในรัฐทางฝั่งตะวันออก เด็กเกิดเวลา 8.08 น. น้ำหนัก 8 ปอนด์ ตัวยาว 18 นิ้ว จะเฮงอะไรขนาดนั้น ตอนนี้ดิฉันทำงานและรับโทรศัพท์มือเป็นไฟด้วยความแฮ็ปปี้ ไปเวเคชั่นคราวนี้นานไปนี๊ด เลยคิดถึงลูกความ กลับมาก็ได้ยินเรื่องจากแฟนคอลัมน์ที่มีปัญหาถูกอิมมิเกรชั่นจับ จริงๆแล้วไม่ได้มาจับตน อิมมิเกรชั่มมาจับคนที่เคยอยู่บ้านนั้นมาก่อนที่ย้ายออกไปนานแล้ว ก็เลยแจ๊คพ็อทถูกจับ

เหตุการณ์ที่หนึ่ง
เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นมาเคาะประตูอพาร์ทเม๊นท์ คนในบ้านผู้ชายเปิดรับ เจ้าหน้าที่ถามหาผู้หญิงซึ่งเคยอยู่ที่นั่นมาก่อนและได้ย้ายออกไปแล้ว ผู้ชายตอบว่าไม่มีคนชื่อนี้อยู่ เจ้าหน้าที่ขอเช็คพาสปอร์ตและ I-20 ของผู้ชายปรากฎว่าระหว่างเช็ค ได้ยินเสียงรูมเม็ทผู้หญิงอาบน้ำอยู่ข้างในอพาร์ทเม๊นท์ เจ้าหน้าที่จึงถือโอกาสเข้าไปในอพาร์ทเม๊นท์และเคาะประตูห้องน้ำ
เรียกให้ผู้หญิงออกมา เจ้าหน้าที่สามารถทำอย่างนั้นได้เพราะเขาอาจตั้งข้อสงสัยได้ว่า ผู้หญิงที่เขามาตามตัวอาจเป็นรูมเมทหลบซ่อนอยู่ในห้องน้ำ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ขอเช็คพาสปอร์ต วีซ่าและสถานภาพ ซึ่งในเหตุดารณ์นี้ทั้งสองเป็นนักเรียนอยู่อย่างถูกต้องและวีซ่าไม่ขาด แต่เจ้าหน้าที่ไม่หยุดตรงนั้น ได้ไต่สวนและถามต่อว่า ทั้งสองทำงานหรือเปล่า ทันทีที่ยอมรับว่าทำงาน ซึ่งผิดกฎวีซ่านักเรียน ทั้งสองถูกจับและต้องไปขึ้นศาลภายหลัง
วิธีปกป้อง
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะคนไทยที่เพิ่งมาอยู่อเมริกา ยังไม่มีเครดิตและไม่สามารถเช่าอพาร์ทเม๊นท์ได้ด้วยตนเอง หรือบางทีต้องแชร์กับรูมเมทคนอื่น หลายคนก็อาจเช่าช่วงต่อจากคนไทยคนอื่นที่ย้ายออกไปแล้ว ถ้าอิมมิเกรชั่นมาจับคนที่เคยอยู่ที่บ้าน คนที่อยู่ปัจจุบันก็จะโดนร่างแหไปด้วย วิธีปกป้อง คือพยายามอย่าเช่าช่วงบ้านหรืออพาร์ทเม๊นท์ต่อจากคนอื่น พยายามเช่าที่อยู่ด้วยตนเอง ถ้าคุณไม่มีเครดิต คุณยังเช่าได้โดยอาจต้องวางมัดจำสองเดือนแทนที่จะเป็น 1 เดือน และบอกเจ้าของบ้านว่าถ้าคุณจ่ายตรงเวลา 6 เดือนแรก คูณขอมัดจำที่วางเกิน 1 เดือนคืน เป็นต้น โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ คุณสามารถต่อรองกับบเจ้าของอพาร์ทเม๊นท์ตอนเช่าบ้านได้

เหตุการณ์ที่สอง
ลูกเพื่อนจะมาเรียนหนังสือในเมกา ขอยืมใช้ที่อยู่คุณในเมกากรอกตอนยื่นเรื่องขอวีซ่านักเรียน หลังได้วีซ่าเด็กมาเมกาพักบ้านคุณได้ 1 เดือนและย้ายออกไปอยู่ไหนไม่ทราบ ต่อมาอีก 1-2 ปีต่อมา คุณมีน้องมาวีซ่าท่องเที่ยวจากเมืองไทยมาช่วยทำงานในร้านอาหาร น้องปล่อยให้วีซ่าขาดเป็นพ่อครัวอยู่ร้านอาหาร วันหนึ่งเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นมาเคาะประตูตามจับเด็กลูกเพื่อน เพราะเด็กไม่ไปเรียนหนังสือ น้องชายเปิดประตูบาน เลยแจ๊คพ็อท ถูกเจ้าหน้าที่ขอเช็คพาสปอร์ตและวีซ่า ซึ่งขาดเรียบร้อยแล้ว เลยถูกส่งกลับ
วิธีปกป้อง
เหตุการณ์เกิดขึ้นเนื่องจากปัจจุบัน ผู้ถือวีซ่านักเรียน ถ้าขาดเรียนเพียงหนึ่งเทอม ทางโรงเรียนจะแจ้งไปที่อิมมิเกรชั่น อิมมิเกรชั่นจะตามจับโดยไปหาตัวตามที่อยู่ล่าสุดที่เขามี ในที่นี้อาจเป็นที่อยู่ที่เด็กกรอกตอนขอวีซ่าหรือที่อยู่ที่เด็กแจ้งในใบสมัครเข้าเรียน ถ้าเด็กไม่เคยแจ้งย้ายที่อยู่ทางอิมมิเกรชั่นจะตามไปตามที่อยู่ที่เขามี ตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 9/11 ปี 2001 กฎหมายอิมมิเกรชั่นเข้มงวดมากขึ้น โรงเรียนที่ได้อนุมัติให้ออก I-20 ได้ตกอยู่ภายใต้ระบบ SEVIS คือมีหน้าที่ต้องแจ้งอิมมิเกรชั่นทุกครั้งที่ผู้เด็กมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ย้ายโรงเรียน ย้ายที่อยู่ เด็กทำงาน หรือไม่มาเรียนหนังสือ เป็นต้น คุณสามารถปกป้องได้คือ ในกรณีนี้ตอนลูกเพื่อนย้ายออกจากบ้านคุณ คุณต้องให้เขากรอกฟอร์ม AR-11 แจ้งย้ายที่อยู่ไปที่อิมมิเกรชั่น ตามกฎคนต่างชาติทุกคนที่ไม่ได้เป็นซิติเซ่นต้องแจ้งย้ายที่อยู่ไปที่อิมมิเกรชั่นภายใน 10 วัน คุณสามารถดึงฟอร์ม AR-11 จาก www.uscis.gov และในอนาคตอย่าให้คนอื่นยืมที่อยู่คุณไปใช้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

(คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงหลัง 11 กันยา และหน้าที่แจ้งย้ายที่อยู ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง หน้า 2-10 ถึง 2-12 และวีซ่านักเรียนหน้า 3-7 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
อีกกรณีที่ขอเตือนต่อเจ้าของร้านอาหารนะคะ อย่าเอาบ้านเช่าของตนเองให้คนงานในร้านอยู่ ให้คนงานเช่าบ้านอยู่กันเองโดยใส่ชื่อเขาเป็นคนเช่า เพราะถ้าคนงานคนหนึ่งถูกจับ คนงานคนอื่นที่อยู่ในบ้านโดนติดร่างแหถูกจับไปด้วย และตัวคุณอาจเจอข้อกล่าวหาให้ที่พักโรบินฮู้ดอยู่ (Harboring aliens) นอกเหนือจากจ้างแรงงานเถื่อนอีกด้วย