มะเร็งลำไส้ใหญ่ (โคล็อน แคนเซ่อร์)

ประกาศ ซีดีชุดเตรียมสอบซิติเซ่นชุดใหม่ มีผลใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2008 วางจำหน่ายแล้วนะคะ คุณที่ยื่นเรื่องทำซิติเซ่นตอนนี้ สามารถสั่งซื้อข้อสอบใหม่ได้ค่ะ
เอ๋ หัวข้อ”มะเร็งลำไส้ใหญ่”มันเกี่ยวอะไรกับคอลัมน์กฎหมายหนอ จริงๆก็ไม่เกี่ยวหลอกค่ะ แต่เมื่อวัน 2 วันที่ผ่านมามีแฟนคอลัมน์โทรมาขอให้ดิฉันทำลิฟวิ่งทรัสท์ให้เพื่อนที่เป็นมะเร็งลำไส้ขั้นสุดท้าย ดิฉันได้ปฏิเสธไปเพราะเลิกทำ Living trust มาหลายปีแล้ว เนื่องจากทำทีไร ลูกความตายทุกทีและดิฉันได้ไปงานศพลูกความสองครั้งแล้ว ทั้งสองคนตายด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามีคนนวดดิฉันก็ตายด้วยมะเร็งลำไส้ ประกอบกับเดือนพฤศจิกาปีนี้ครบ 5 ปีที่สามีผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งในลำไส้ใหญ่ออก ซึ่งเชื่อกันว่าเมื่อ 5 ปีผ่านไปแล้ว โอกาสที่มะเร็งจะกลับมาน้อยมากๆ??? คอลัมน์นี้เรามารณรงค์ให้ผู้อายุ 45 ขึ้นไป ตรวจร่างกายและตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือ “โคลอน-นอส-โคปี้” (colonoscopy) กันเถอะ
เมื่อสามีเป็นมะเร็ง
สามีดิฉันเป็นคนแข็งแรง น.น.ไม่เคยขึ้นๆลงๆเท่าเดิมมาตลอดตั้งแต่แต่งงานถึงปัจจุบัน ไม่เคยป่วยหนัก ไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่ทานไวตามินและไม่ตรวจร่างกายโดยอ้างว่าไม่รู้จักหมอคนไหนที่อยากไปหา ความที่สามีไม่เคยป่วยก็ไม่เคยสังเกตุสามีว่ามีอะไรผิดปกติ แต่เพื่อนบ้านมักทักว่าสามีดูหน้าซีด ในที่สุดดิฉันไปพบหมอใหม่โดยบังเอิญเป็นผู้หญิงอาหรับใกล้บ้าน ดิฉันเลยดันให้สามีไปหาหมอคนนี้จะได้ส่งภาษาเดียวกัน สามีเลยยอมไปคงขี้เกียจฟังดิฉันบ่น ผลออกมาแข็งแรงทุกอย่างแต่เลือดจางนิดหน่อย หมอบอกว่าผู้ชายอายุยังน้อยอย่างคุณไม่ควรจะเลือดจาง ถ้าเป็นผู้หญิงยังไม่ห่วงเพราะเวลามีรอบเดือนมักเลือดจาง(ดิฉันเองก็เคยเลือดจาง)หมอเลยสั่งให้ไปทำ”โคลอน-นอส-โคปี้”ตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ เก๊าะเลย”แจ๊กพอท”เจอว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เรารู้ผลก่อนวันขอบคุณพระเจ้า (thanksgiving)วันเดียว ดิฉันก็เข่าอ่อน เกิดเป็นโรคกลัวผัวตาย ในที่สุดคิดว่าถ้าเรากลัวสามีก็จะกลัวไปด้วย ดิฉันก็เลยยั๊วะเจ้า “มะเร็ง” ที่ทำให้ดิฉันมีความกลัว คิดว่าต้องทำความรู้จักกับมัน เลยนั่งอ่านตำราทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและอ่านทางเน็ทศึกษาเรื่องมะเร็งลำไส้ ตามตำรายุโรปเชื่อว่าคนทุกคนมีเซ็ลร้ายหรือเซ็ลมะเร็งในร่างกาย แต่เซ็ลเกิด ขยายพันธ์และตายเป็นล้านๆเซ็ล ถ้าเราสุขภาพดีมีภูมิต้านทานสูง เซ็ลดีของเราก็ไล่เซ็ลร้ายออกไป แต่เมื่อไรที่เราสุขภาพไม่ดี เครียด และแก่ลง ภูมิต้านทานน้อยลง เซ็ลร้ายมันก็ชนะและจะขยายพันธ์อย่างรวดเร็ว ดิฉันชอบทฤษฎีนี้ และเหตุผลที่สามีไม่มีอาการป่วยอะไรเลย ไม่ปวดท้อง ไม่มีเลือดทางอุจจาระ คงเป็นเพราะ (หนึ่ง) สามีเป็นมะเร็งขั้นต้นๆ และ (สอง) มะเร็งอยู่ทางบนๆด้านขวาของลำไส้ ซึ่งลำไส้ใหญ่ด้านขวาเป็นปล้องอ้วนหนา ไม่เหมือนด้านซ้ายซึ่งเป็นปล้องผอมกว่า (ดูรูป)ฉะนั้นตัวก้อนมะเร็งถึงแม้ใหญ่แล้วตอนค้นพบ แต่เพราะปล้องลำไส้มันใหญ่จึงยังไม่ไปดันกำแพงลำไส้จึงไม่ทำให้มีอาการปวดท้อง หรือเลือดออกทางอุจจาระเพราะมันอยู่ไกลทวาร (ลำไส้ใหญ่คนเรายาวประมาณ 5 ฟุต) แต่เนื่องจากเวลาเป็นมะเร็ง เลือดจะซึมออกจากลำไส้จึงเป็นสาเหตุให้เลือดจาง ซึ่งถือว่าเป็นที่สังเกตุเริ่มต้นได้ (ดีที่หมอเก่งเอะใจสั่งให้ไปตรวจลำไส้ ถ้าเป็นหมอบางคนอาจจะสั่งให้ทานเพียงธาตุเหล็กก็ได้ อันนี้ต้องขอบคุณพระเจ้า) และตามหนังสือที่อ่านบอกว่า ถ้าคนที่เป็นมะเร็งด้านซ้าย บางทีก้อนมะเร็งไม่ต้องใหญ่นักแต่เพราะลำปล้องลำไส้แคบ อาจมีอาการปวดท้องเป็นที่สังเกตุ หรือถ้าคนที่เป็นมะเร็งด้านซ้ายต่ำลงมาใกล้ทวาร ก็จะมีเลือดซึมออกมากับอุจจาระ เป็นต้น
Colon Cancer

สามีผ่าตัดเดือนธันวาปี 2003 ได้พบว่ามะเร็งได้ทะลุออกจากลำไส้ใหญ่ไปที่ลำไส้เล็ก เลยต้องตัดเอาส่วนหนึ่งของลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ออก แต่โชคดีที่ไม่ลามไปที่อวัยวะอื่นๆและต่อมน้ำเหลือง คิดว่าเป็นขั้นสอง/สาม หลังจากนั้นสามีตัดสินใจทำ”คีโม” เพราะถ้ามะเร็งทะลุออกจากลำไส้ใหญ่ หมายถึงว่าเซลมะเร็งได้ท่องเที่ยวไปตามเส้นเลือดเรียบร้อยแล้ว คีโมจะเข้าไปฆ่าพวกมะเร็งร้ายแต่ในขณะเดียวกันก็ฆ่าเซ็ลดี ดิฉันไม่ค่อยเห็นด้วยกับการทำคีโม เพราะมันลดโอกาสที่มะเร็งจะกลับมาไม่กี่เปอร์เซ็นเอง ดิฉันกลัวผลข้างเคียงมากกว่า แต่อย่างว่า “ร่างกายเขา เขาตัดสินใจ” สามีทำคีโมต่อ 8 เดือนถึงเดือนสิงหา เวลาทำคีโมร่างกายต้องแข็งแรงจริงๆเม็ดเลือดแดงต้องสูง ถ้าต่ำจะไม่สามารถทำได้ ปรากฎว่า สามีเม็ดเลือดแดงต่ำหมอต้องการฉีดยา(อะไรไม่ทราบ)เพิ่มเม็ดเลือดแดง ตอนนั้นยานี้เป็นยาที่อยู่ในระหว่างทดลอง เพราะยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากกรมอาหารและยาและหมอบอกถ้าสามียอมเป็นผู้ทดลอง เขาจะฉีดให้ฟรี ดิฉันก็ไม่ยอมไปเถียงกับหมอว่าสามีไม่ใช่หนูตะเภา ห้ามฉีด ทั้งหมอและสามีอารมณ์เสีย หมอให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ให้กลับไปใหม่ บอกว่าถ้ากลับไปคราวหน้าเลือดแดงไม่ขึ้น หมอจะต้องฉีดยาและคราวนี้เราต้องเป็นคนจ่ายค่าฉีดยาเอง ครั้งละพันเหรียญ 8 ครั้งก็ $8,000 ดิฉันพาสามีกลับบ้าน เนื่องจากอ่านตำราไว้เยอะตอนสามีนอนโรงพยาบาลผ่าตัด ดิฉันบอกสามีว่าคุณต้องเชื่อฉันนะ ฉันจะจัดอาหารให้คุณทานเอง (ธรรมดาสามีเป็นคนทำกับข้าว) ดิฉันก็จัดอาหารตามความรู้จากตำราหลายเล่ม อะไรที่เพิ่มเม็ดเลือดแดงดิฉันก็มาจัดให้ทาน ทุกเช้าให้ทานข้าวโอ๊ตใส่ บลูเบอรี่และโมลาส ตามด้วยไวตามิน บี 12 วันละเม็ด มีถั่วอัลมอนด์ พีคาน และวอลนัท ให้ทานเป็นของว่าง ส่วนผัก มีผักโขมหรือสปินิช มะเขือเทศ บร็อคโคลี่ พริกยักษ์ และผลไม้แทบทุกชนิด ดิฉันให้เขาดื่มไวน์แดงวันละแก้ว ดื่มชาเขียวและน้ำมากๆ อาหารหลักดิฉันทำปลา salmon ใช้กระเทียม และน้ำมันมะกอกมากๆ
ดิฉันให้เขาทานอาหารตามที่จัดทุกวันทั้งสัปดาห์ และยังให้เขาอดข่าว ไม่ให้ดูข่าวหรืออ่านข่าว เพราะดูแล้วเครียด ให้อ่านแต่หนังสือท่องเที่ยว (Travel magazine) และเราจะคุยเรื่องเที่ยว เพราะสามีผิดหวังมากที่เราต้องแคนเซิลทริพไม่ไปเมืองไทยคริสมัสนั้น ดิฉันปลอบใจสามีว่า “คีโมเสร็จแล้วเราจะเริ่มเที่ยวกันบ่อยๆนะที่รัก” (แหม คุณสามีก็ดันจำเก่ง คิดว่าหลังคีโมความจำจะไม่ดี ปรากฎว่าดียิ่งกว่าเก่า เตือนดิฉันอยู่เรื่อยว่าให้รักษาคำพูด นี่คงเป็นอีกเหตุผลที่ดิฉันไปเที่ยวบ่อย) ปรากฎว่าพอกลับไปหาหมออีกสัปดาห์ เม็ดเลือดแดงคุณสามีขึ้นเกินระดับ ก็เลยไม่ต้องถูกฉีดยา ดิฉันเลยตกหน้าที่สลับกันทำกับข้าวตั้งแต่นั้นมา ตั้งแต่สามีต้องขยักขยอกทานอาหารสุขภาพฝีมือดิฉัน จนเดี๋ยวนี้ชมว่าอร่อย???? ณ.วันนั้นถึงวันนี้ครบ 5 ปีค่ะ สามีแข็งแรง สุขภาพดี เซไมรีไทร์ แฮ็ปปี้มากๆ คราวนี้เพื่อนบ้านเห็นหน้าทีไร ชมว่าหน้าเป็นสีชมพู อ้อ!สำหรับดิฉันหลังสามีเป็นมะเร็งก็ได้วิ่งไปทำ “โคลอน-นอส-โคปี้” และไม่เป็นอะไร ธันวานี้ครบ 5 ปีเช่นกันต้องกลับไปตรวจใหม่
“โคลอน-นอส-โคปี้”คืออะไร
“โคลอน-นอส-โคปี้”คือการตรวจหามะเร็งลำไส้อย่างละเอียด โดยมีเครื่องมีอเป็นสายยาวๆเป็นกล้องยาวๆเรียก “โคลอน นอดสโก๊บ” (colonosope)ใส่เข้าไปทางทวารหนักเพื่อส่องดูทั้งลำไส้ (ดูรูป) ไม่เจ็บค่ะทั้งก่อนทำและหลังทำ รับรองได้ เพราะเราจะหลับตอนเขาทำ (สำหรับคุณผู้หญิงที่ไปทำจะแฮ็ปปี้ค่ะ เพราะต้องถ่ายท้องออกก่อน น.น. จะลดหลายปอนด์)ถ้าในลำไส้เรามีเนื้องอกเล็กๆเรียก”พอลลิพส์” (polyps) มันก็จะเข้าไปทำลายหรือเอาออกให้เสร็จ “พอลลิพส์” (polyps)นี้เป็นเซ็ลมะเร็งที่เริ่มก่อตัว แต่ไม่แอ็กทีฟ แต่ถ้าปล่อยไว้นานๆบางทีนานถึง 10 ปี มันก็สามารถจะกลายเป็นเซ็ลมะเร็งร้ายได้ หมอมักแนะนำให้ผู้อายุเกิน 50 ขึ้นไป ไปทำ”โคลอน-นอส-โคปี้” แต่ดิฉันแนะนำให้ไปตรวจตั้งแต่อายุ 45 ปีค่ะ และตรวจทุก 5 ปี เพราะตอนสามีเป็นมะเร็ง จากขนาดของก้อนมะเร็ง แสดงว่าสามีเป็นมะเร็งมามากกว่า 5 ปี ฉะนั้นถ้าสามีดิฉันไปทำ “โคลอน-นอส-โคปี้”ตั้งแต่อายุ 45 ปี คงจะอยู่เพียงขั้นหนึ่งและมะเร็งจะยังไม่ทะลุออกไปลำไส้เล็ก สามีก็ไม่ต้องทำคีโม และดิฉันก็ไม่ต้องทำกับข้าวเป็นประจำเช่นทุกวันนี้
อย่าลืมว่า มะเร็งลำไส้เป็นมะเร็งที่รักษาได้ขาด ถ้าพ้นคบขั้นเริ่มต้น ฉะนั้นขอให้โทรศัพท์ไปนัดหมอตรวจกันนะคะ

A colonoscope inserted into your rectum during a colonoscopy allows your doctor to view the entire length of your colon.
แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือและซีดีโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ “หนังสือ” หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308