“รีเซสชั่น”หรือ”ดีเพรสชั่น”

ประกาศ ซีดีชุดเตรียมสอบซิติเซ่นชุดใหม่ มีผลใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2008 วางจำหน่ายแล้วนะคะ คุณที่ยื่นเรื่องทำซิติเซ่นตอนนี้ สามารถสั่งซื้อข้อสอบใหม่ได้ค่ะ ชุดทั่วไปราคา $30 ชุดสำหรับผู้อายุเกิน 65 ราคา $27
ไงคะ ภาวะเศรษฐกิจในเมกาตอนนี้ตกต่ำ  แฟนๆคอลัมน์เจ้าของธุรกิจบ่นอุบว่า”บิสซิเนส”สโลว์สุดๆ ภาวะเศรษฐกิจถ้าตกต่ำระยะหนึ่งและฟื้นตัวเร็วก็เรียกว่า “รีเซสชั่น”(recession) แต่ถ้าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำนาน
จะกลายเป็น”ดีเพรสชั่น”(depression) ก่อนที่เราจะคุยกันเรื่องเซ็งๆก็ขอ “อั้พเดท” เรื่องอิมมิเกรชั่นก่อนนะคะ
ยื่นเรื่องทำซิติเซ่น
ผู้ที่ยื่นเรื่องแอ็พพลายซิติเซ่นหลังวันที่ 1 ตุลาคม จะต้องสอบข้อสอบใหม่นะคะ ซึ่งดิฉันได้ทำซีดีชุดเตรียมสอบซิติเซ่นชุดใหม่ออกมาแล้ว สวนผู้ที่ยื่นแอ็พพลายก่อนวันที่ 1 ตุลา แต่เรียกสอบหลัง 1 ตุลา สามารถเลือกสอบข้อสอบเก่าหรือข้อสอบใหม่ได้ ส่วนข้อเปลี่ยนแปลงอีกอย่างคือ นับตั้งแต่วันที่ 14 ตุลา คุณต้องส่งเรื่องแอ็พพลายซิติเซ่นไปตามที่อยู่ใหม่ ดังนี้
ถ้าคุณอาศัยอยู่รัฐแถบฝั่งตะวันตก, มิดเวสท์, ร็อคกี้เมาน์เท่น, เซาท์เท่อร์น, และเซาท์เวสเท่อร์น คือ
Alaska, Arizona, California, Colorado, Guam, Hawaii, Idaho, Illinois, Indiana,  Iowa, Kansas, Michigan, Minnesota, Missouri, Montana, Nebraska, Nevada, North Dakota, South Dakota, Ohio, Oregon, Utah, Washington, Wisconsin,  Wyoming,  Guam, Northern Marina Islands.
คุณต้องยื่นเรื่องไปที่

USCIS Lockbox Facility, USCIS,
P.O. Box 21251
Phoenix, AZ 85036

ส่วนคุณที่อยู่รัฐทางฝั่งตะวันออก, แถบนิวอิงแลนด์, และมิดแอ็ตแลนติค คือ
Alabama, Arkansas, Connecticut, Delaware, Florida, Georgia, Kentucky, Louisiana, Maine, Maryland, Massachusetts, Mississippi, New Hampshire, New Jersey, New Mexico, New York, North Carolina, Oklahoma, Pennsylvania, Puerto Rico, Rhode Island, South Carolina, Tennessee,  Texas, Vermont, Verginia, U.S. Virgin Islands, West Virginia, Washington D.C.
คุณต้องยื่นเรื่องไปที่

USCIS Lockbox Facility, USCIS,
P.O. Box 299026
Lewisville, TX 75029

(คุณสามารถอ่านหาความรู้เพิ่ม วิธีแบ่งเขตรัฐในอเมริกาเป็น 7 ภูมิภาค ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” บทภูมิภาคและอากาศ หน้า 23 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630  โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308))
“รีเซสชั่น”หรือ”ดีเพรสชั่น”
เราวกกลับมาเรื่องเศรษฐกิจ มีโจ๊กคำพังเพยกล่าวว่า เมื่อไรที่คุณจะรู้ว่า เศรษฐกิจอยู่ในสภาพ “รีเซสชั่น” หรือ “ดีเพรสชั่น” คือ
รีเซสชั่น คือ เมื่อเพื่อนบ้านของคุณตกงาน
ดีเพรสชั่น คือ เมื่อคุณตกงาน!!!!!!


รีเซสชั่น
นักเศรษฐศาสตร์นิยามคำว่า “รีเซสชั่น” (recession) คือ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำชั่วคราวไม่เกิน 2 ไตรมาศติดต่อกัน (2 ไตรมาศหรือสองควอร์เต้อร์ = 6 เดือน) สาเหตุของ “รีเซสชั่น” คือ โดยปกติรัฐหรือคลังต้องควบคุม ปริมาณเงินหรือ “มันนี่ ซัพพลาย” อัตราดอกเบี้ย และค่าครองชีพให้สมดุลย์กัน เมื่อรัฐบริหารไม่ดี ทั้งสามสิ่งนี้ขาดความสมดุลย์ เช่น รัฐบาลกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำ ธนาคารปล่อยเงินกู้อย่างง่ายดาย  ภาวะเงินเฟ้อสูง (บ้านราคาขึ้นและขึ้น) ทำให้ภาวะเศรษฐกิจไม่สมดุย์ และอาจมีสาเหตุมาจากสิ่งภายนอกเช่น ราคาน้ำมัน ขึ้น หนี้ท่วมหัวจากสงคราม เป็นต้น เหล่านี้เป็นสาเหตุให้เกิดรีเซสชั่น
ดีเพรสชั่น
“ดีเพรสชั่น” (Depression) คือ ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำนานกว่า 2 ควอร์เต้อร์ หรืออีกหลักวิชาที่ใช้วัดภาวะ”ดีเพรสชั่น”คือ ให้ดูจากผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือ “โกรส ดอเมสติค โพรดัค” (gross domestic product หรือ GDP) ซึ่งรวมมูลค่ารวมของผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดของประเทศในกำหนดเวลาระยะหนึ่ง เช่น 12 เดือน ถ้า GDP ต่ำลงเกิน 10% เท่ากับเราเข้าข่ายดีเพรสชั่น  คำว่า”ดีเพรสชั่น” เป็นรากศัพท์คำเดียวกับ”ดีเพรส” (depress) ที่แปลว่า ซึมเศร้า เมื่อมาใช้กับเศรษฐกิจ เรียก “เอ็ค-คอ-นอ-มิค ดีเพรสชั่น” (economic depression) เรียกสั้นๆว่า “ดีเพรสชั่น” ศัพท์นี้คงมีที่มาที่ไป เพราะถ้าเศรษฐกิจตกต่ำนานๆทำให้คนรู้สึก “ดีเพรส”
ถ้าดูจากเหตุการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจสโลว์ คนตกงานมาก ค่าน้ำมันสูง บ้านถูกยึด หรือ “ฟอร์โคลสเช่อร์”(foreclosure) กันมากเพราะคนผ่อนไม่ไหว และบ้านราคาตกมากถ้าขายก็ขาดทุนยังเป็นหนี้แบ๊ง คนจึงทิ้งบ้าน แบ๊งล้ม 13 แห่งในปี 2008 ผู้บริโภคเสียขวัญและขาดความมั่นใจในรัฐบาล สภาวะแบบนี้มันเข้าข่าย “ดีเพรสชั่น” เข้าไปทุกที ถึงแม้ทางรัฐบาลจะไม่อยากยอมรับความจริงก็ตาม รัฐบาลจะเลี่ยงสองคำนี้ ถ้าคุณฟังข่าวเขาจะใช้คำว่า “สเตร๊ส อี-คอ-นอ-มี่” (stressed economy) แปลตรงตัวคือ เศรษฐกิจเครียด หรือ “อีคอนอมี่ ไคร๊ซิส” (economy crisis) คือเศรษฐกิจวิกฤติ ไม่ว่าจะใช้ศัพท์อะไรก็ตาม สำหรับประชาชนตอนนี้ขวัญเสียและกลัวว่าเศรษฐกิจจะถึงขั้น”เกรท ดีเพรสชั่น” (great depression) คำว่า”เกร๊ท” (great) แปลว่ายิ่งใหญ่ คือ ดีเพรสชั่นครั้งยิ่งใหญ่สุดๆ ตามประวัติศาสตร์ “เกรท ดีเพรสชั่น”ในอเมริกาครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นระหว่างปี 1929-1933 ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะเหตุการณ์ปัจจุบันมันใกล้ๆเกร๊ท ดีเพรสชั่นเข้ามาทุกที
“เกร๊ท ดีเพรสชั่น” (Great Depression)
หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเกิดระหว่างปี ค.ศ. 1914-1918)  ระหว่างปี 1920 ไปถึง 1929 อเมริกาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว มีการปล่อยเงินกู้และเครดิตอย่างง่ายดาย มีการเร่งผลผลิตทางอุตสาหกรรมและเท็คโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้ง รถยนต์ โทรศัพท์  วิทยุ และมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างมาก เช่น ผู้หญิงตัดผมสั้นทรงบ๊อบและและเรียกร้องสิทธิความเสมอภาค ลูกจ้างเรียกร้องความเป็นธรรมและต้องการให้กำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำ มีการก่อตั้งระบบ “ยูเนี่ยน”หรือสหพันธ์คนงาน  เศรษฐกิจในอเมริกาบูมมาก และมีผู้อพยพหรืออิมมิแกรนท์เข้ามาอเมริกาจำนวนมาก

ต้นปี 1929 เศรษฐกิจในอเมริกาค่อยๆตกแบบไม่รู้ตัว จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค “แคร๊ช” (Stock market crash) เดือนตุลาคม 1929 วันนั้นตรงกับวันอังคาร ได้สมญานามว่า “แบล๊ค ทิวส์เดย์” (Black Tuesday) (ดิฉันเคยสงสัยว่าทำไมวันเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นพรายแมรี่หรือเลือกตั้งครั้งใหญ่ ต้องเป็นวันอังคาร) หลังจากนั้นเศรษฐกิจก็ซุดลงๆเป็นปีๆ ธนาคารหลายแห่งล้ม ตั้งแต่ “แบล๊ค ทิวส์เดย์” ถึงปี 1933 ธนาคาร 11,000 แห่งล้ม นักลงทุนขาดทุน โรงงานอุตสาหกรรมปิด เพราะของขายไม่ออกเป็นผลให้คนตกงานอย่างมาก เกร๊ทดีเพรสชั่นในอเมริกาส่งผลไปทั่วโลก ระหว่างปี 1929-1933 GDP ในอเมริกาตกต่ำลง 33% นอกจากนั้นประเทศหลายประเทศที่ร่วมในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งยังต้องใช้หนี้สงคราม ยังไม่ทันใช้หมดก็มาประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ โดยเฉพาะประเทศเยอรมันีที่มีหนี้สงครามมากมาย ปี 1939 เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเกิดขึ้นในยุโรปก่อน สงครามโลกครั้งที่สองดันให้เศรษฐกิจในอเมริกาแข็งขึ้น เพราะเราได้”ออเด้อร์”สร้างอาวุธสงครามอย่างมาก คนอเมริกันเริ่มมีงานทำ เศรษฐกิจฟื้นตัว อเมริกาเข้าร่วมสงครามปี 1941
อุทธาหรณ์
สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวเศร้าเกิดขึ้นในคาลิฟอร์เนียแถว แซนเฟอร์นานโด แวลเล่ย์ ที่พ่อบ้านอายุ 49 ปี คนอินเดียตกงานมานาน เครียดจัด ยิงภรรยา ลูก 3 คนอายุ 19, 12, 7 ปี แม่ยาย และตัวเองตาย ขอเตือนเป็นอุทธาหรณ์นะคะ เศรษฐกิจคือวัฏจักรที่มีขึ้นและก็มีลงเป็นของธรรมดา พอลงก็ต้องมีขึ้น อย่าคิดมาก อย่าเครียด  เวลาเศรษฐกิจดีเราก็มีกินมีใช้ แต่พอเศรษฐกิจตกเราก็ยังมีกินมีใช้แต่น้อยหน่อย ดิฉันชอบสองคำนี้เป็นอุทธาหรณ์ตนเอง คือ “ดาวน์ไซ้สิ้ง”(downsizing) และ “ซิมพลิฟาย ยัวร์ ไล้ฟ์” (simplify your life) “ดาวน์ไซ้สิ้ง”ก็คือตัดอะไรได้ก็ตัด คือตัดให้น้อยลง เช่นตอนนี้อยู่อพาร์ทเม๊นท์สองห้องนอน หรืออยู่บ้านใหญ่ ก็ย้ายมาอยูบ้านเล็ก (ไม่ได้หมายความถึงบ้านเมียน้อยนะคะ) เคยกินข้าวนอกบ้านเดือนละ 3-4 ครั้ง ก็ตัดลงสักครึ่งหนึ่ง คือทุกสิ่งทุกอย่าง ลดขนาดให้น้อยลง ส่วน “ซิมพลิฟาย ยัวร์ ไล้ฟ์” ก็ใช้ชีวิตแบบ “ซิมเพิ้ล”หรือสมถะ (ซัม-มะ-ถะ) คืออยู่เรียบๆอะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องมี ไม่ต้องสรรหา ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้าน ว่าถ้าเขามีเราต้องมีมั่ง(หรือมั่งมีเท่าเขา) ทำจิตใจให้สบาย รักษาสุขภาพ ถ้าสุขภาพคุณดีจิตใจก็จะสบาย และคุณจะมีความรู้สึกดีกับตนเองและผู้อื่น ตั้งแต่ดิฉันเรียนโยคะ (ครูสอนเป็นหญิงอินเดีย) ดิฉันชอบหลักโยคะอันนึง ตอนครูสอนให้หัดหายใจเข้า ออก และทำจิตใจให้โล่ง และให้กำจัด”เนกาทีฟ ต๊อด” (negative thought) หรือความรู้สึกไม่ดีหรืออคติต่อผู้อื่นออกไป ดิฉันต้องสำรวจและฝึกตัวเองแต่ละวัน ว่าอย่ามี”เนกาทีฟ ต๊อด”กับผู้อื่น เพราะอาชีพทนาย ถ้าเรามี “เนกาทีฟ ต๊อด” กับผู้อื่น ดิฉันจะทำงานให้ดีไม่ได้  อย่าเครียดกันนะคะ!!!!!!