เมื่อสามีบ่ายเบี่ยงแอ็พพลายใบเขียวให้

ประกาศ ซีดีชุดเตรียมสอบซิติเซ่นชุดใหม่ มีผลใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2008 วางจำหน่ายแล้วนะคะ คุณที่ยื่นเรื่องทำซิติเซ่นตอนนี้ สามารถสั่งซื้อข้อสอบใหม่ได้ค่ะ ชุดทั่วไปราคา $30 ชุดสำหรับผู้อายุเกิน 65 ราคา $27

บ่อยครั้งที่ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากหญิงไทยที่แต่งงานกับสามีฝรั่ง เจอปัญหาสามีบ่ายเบี่ยงไม่ยอมทำใบเขียวให้ โดยอาจสัญญาว่าจะทำแต่ไม่เริ่มทำสักที หรือเริ่มทำแต่ดึงเรื่องไว้ และถ้าภรรยาจะจ้างทนายทำแม้จะจ่ายค่าทนายเองก็ไม่ยอม ส่วนใหญ่ดิฉันคิดว่าเป็นการไม่เข้าใจระบบอิมมิเกรชั่นและการสื่อความหมายหรือ”คอม-มิว-นิ-เขด” (communicate) ระหว่างกัน แต่ก็อาจมีประเด็นอื่นๆ

คัลเช่อร์ ช๊อค” 

ถ้าคุณพึ่งมาอยู่อเมริกาใหม่ๆหรืออาจอยู่นานแล้วแต่ไม่ได้สุงสิงกับฝรั่ง เมื่อคุณแต่งงานกับฝรั่ง คุณจะเจอปัญหาเรื่องความแตกต่างระหว่างขนบธรรมเนียมประเพณีฝรั่งและไทย หรือ “คัลเช่อร์ ช็อค” (culture shock)คือ ช็อคกับ “คัลเช่อร์” หรือขนบธรรมเนียมประเพณี และนิสัยที่แตกต่างกันระหว่างคุณและเขา

ประเพณีและนิสัยแตกต่าง

ข้างล่างนี้เป็นนิสัยต่างระหว่างฝรั่งและไทย (ไม่เหมือนกันทุกคนนะคะ)  

ฝรั่งส่วนใหญ่ไม่เข้าใจระบบอิมมิเกรชั่น ซึ่งคนไทยเข้าใจมากกว่าแม้อาจผิดบ้างถูกบ้าง

ฝรั่งไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับรัฐบาลและไม่ชอบให้รัฐบาลมายุ่งเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับภาษี

ฝรั่งชอบความจริง และพูดตรงไปตรงมา และไม่ชอบ “เซอร์ไพรส์” (surprise) คือมารู้ทีหลัง ส่วนคนไทยมักพูดความจริงครึ่งเดียว (ขยักไว้หน่อย) และพูดอ้อมค้อม 

ฝรั่งชอบความเป็นส่วนตัวหรือ “พรายเวซี่” (privacy) คนไทยไม่ค่อยเคารพในความเป็นส่วนตัว  

ฝรั่งส่วนมากไม่ค่อยชอบทนาย หรือไม่ชอบทำเคสกับทนาย  

เปิดเผยสถานภาพตนก่อนจดทะเบียน 

เมื่อคุณเข้าใจนิสัยทั่วไปของฝรั่ง คุณควรจะตรงไปตรงมากับเขาตั้งแต่ต้น “โน เซอร์ไพร๊ส” ภายหลัง โดยอธิบายให้เขาเข้าใจเกี่ยวกับระบบอิมมิเกรชั่นและสถานภาพของคุณ ดิฉันแนะนำว่าให้คุยกันเรื่องนี้ ก่อนจดทะเบียนสมรสไม่ใช่หลังจดทะเบียน บอกแฟนถึงสถานภาพอิมมิเกรชั่นคุณ ว่าคุณเข้ามาในอเมริกาด้วยวีซ่าอะไร และตอนนี้คุณวีซ่าขาดแล้วหรือยังไม่ขาดก็แล้วแต่ และเมื่อคุณแต่งงานกับเขาซึ่งเป็นอเมริกันซิติเซ่น คุณจะสามารถอยู่ในอเมริกาได้กับเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเขาต้องเป็นสปอนเซ่อร์ยื่นเรื่องทำกรีนคาร์ดให้คุณ เอกสารสำคัญที่เขาต้องโชว์คือ เขามีรายได้พอที่จะสปอนเซ่อร์คุณ โดยโชว์ “อินคัมแทกส์” ปีล่าสุด และเขามีงานทำ คุณต้องพูดเรื่อง”อินคัมแทกส์” (income tax) ตั้งแต่ต้น เพราะฝรั่งมักไม่ชอบส่ง “อินคัมแทกส์” ให้รัฐบาลดูเพราะกลัวมีปัญหาถูกตรวจสอบ ส่วนเรื่องรายได้เขา คุณต้องใช้วิจารณญานคุณเองว่าคุณจะพูดเรื่องรายได้ตอนนี้หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เดี๋ยวเขาจะคิดว่าคุณแต่งงานกับเขาเพราะเงิน คุณควรจะพอเดารายได้เขาจากหน้าที่ตำแหน่งการงานที่เขาทำ ซึ่งดิฉันหวังว่าถ้าคุณจะแต่งงานกับผู้ชาย คุณคงรู้ก่อนแล้วว่าผู้ชายทำงานอาชีพอะไร ถ้าเขาถามเรื่องรายได้ คุณอาจบอกเขาว่าคุณจะโทรเช็คกับทนาย และถ้าเขาต้องการพูดกับทนายโดยตรงก็ได้ (เท่ากับคุณค่อยๆแนะนำให้เขาชินที่จะคุยกับทนาย) 

สาเหตุปัญหาอื่น

นอกจากการสื่อความหมายแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นๆที่ดิฉันพบที่สามีบ่ายเบี่ยงหรือดึงเรื่องอิมมิเกรชั่น จากประสบการณ์ดิฉัน สรุปได้ 3 สาเหตุใหญ่ๆดังนี้ 

สามีกลัวว่าคุณแต่งงานเพื่อเอาใบเขียว เมื่อได้ใบเขียวแล้วจะเลิกจากเขา

สามีไม่ได้จ่ายภาษี หรือไม่มีรายได้พอ หรือกลัวมีปัญหาเรื่องภาษีบางอย่าง

สามีไม่รักคุณและหลอกใช้คุณ เพราะรู้ว่าคุณต้องการใบเขียว

กลัวคุณแต่งงานเพื่อใบเขียว

ข้อนี้มักเกิดกับผู้ชายฝรั่งที่มีความรู้ไม่สูง หรืออายุมาก มักรู้สึก “อินเซ็คเคียวร์” (insecure) คือขาดความมั่นใจในตัวเอง อันนี้แก้ง่ายค่ะ คือ คุณพูดกับแฟนตรงๆแต่ในขณะเดียวกันต้องให้ความมั่นใจเขาว่า คุณแคร์เขา(หรือรักเขา)ถึงจะแต่งงานกับเขา ชีวิตคู่มันต้อง “เวิ๊ร์ค ฮาร์ด” (work hard) ด้วยกันถึงจะอยู่ด้วยกันยืด ถ้าเราไปด้วยกันได้เราก็ครองชีวิตคู่กันนาน ถ้าไปกันไม่ได้ มัก็อาจต้องเลิกกัน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณคนเดียว มันขึ้นกับสองฝ่ายเป็น “ทู เวย์ สตรีทส” (two way streets) เขาอาจจะเป็นฝ่ายเลิกกับคุณก่อนก็ได้ ไม่มีใครรู้อนาคต

ปัญหาภาษี

ถ้าแฟนไม่จ่ายภาษี คุณต้องรู้สาเหตุก่อนว่าทำไม ถ้าเขาสูงอายุและรีไทร์กินเงินโซเชียลหรือรายได้ไม่ถึง คุณต้องหาคนมาเซ็นเป็น “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” (joint sponsor) หรืออาจรวมทรัพย์สินที่มีอยู่ได้ แต่ถ้าเจอแฟนหนุ่ม สุขภาพดีแต่ขี้เกียจไม่ทำงานมาเป็นปีๆโดยไม่มีเหตุผลดีพอ (เป็นดิฉันคงเผ่น) แต่ถ้าคุณรักเขา คุณต้องทำงานหนักหน่อยและหา”จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” ส่วนถ้าแฟนทำงานแต่ไม่ยอมเสียภาษี อันนี้บอกเขาว่า ในอเมริกามีคำพังเพยอันหนึ่งว่า สิ่งที่คุณเลี่ยงไม่ได้คือ “ความตายและภาษี” (เดทซ์ แอนด์ แท็กซ์ death and tax) ฉะนั้นคุณต้องไปทำภาษีย้อนหลัง 3 ปี ถ้าคุณไม่ทำวันนี้ คุณก็ต้องทำวันหน้าอยู่ดี 

สามีไม่รัก

อันนี้ถ้าคุณรู้ว่าสามีไม่รักและหลอกใช้คุณ โดยเอาใบเขียวมาขู่ ถ้าคุณไม่แน่ใจ ขอร้องว่าอย่าดันทุรังจดทะเบียนกับเขาเพื่อใบเขียวค่ะ เพราะคุณมีแต่ฝ่ายเสียและเสีย เพราะถ้าสามีไม่ร่วมมือ คุณยื่นเรื่องทำใบเขียวไปและไม่สำเร็จ คุณจะมีปัญหาอาจถูกเนรเทศ และยังปิดช่องทางที่คุณจะพบผู้ชายดีๆในอนาคต ถ้าสถานภาพคุณเถื่อนอยู่แล้ว และอยู่เงียบๆไม่มีปัญหาทางกฎหมาย ยังดีกว่าที่จะไปทำใบเขียวและไม่สำเร็จ ดิฉันมีคติว่า ปัญหาเล็กกลายเป็นปัญหาใหญ่ แต่ถ้าสามีรัก ปัญหาใหญ่แค่ไหน ก็มีทางแก้ได้ทั้งนั้น

(คุณสามารถอ่านหาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ ความเป็นอยู่และขนบธรรมเนียมฝรั่งได้ ในหนังสืออยู่อเมริกาและอ่านเกี่ยวกับระบบอิมมิเกรชั่นในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งแฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630  โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ “หนังสือ” หรือ (Books) หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

ด่วน

ประกาศ สัปดาห์ที่แล้วดิฉันลงที่อยู่อิมมิเกรชั่นใหม่สำหรับผู้ที่แอ็พพลายซิติเซ่นหลังวันที่ 14 ตุลาคม เมือวันที่ 10 ตุลาที่ผ่านมา ทางอิมมิเกรชั่นประกาศออกมาใหม่ว่า ระบบยังไม่เข้าที่และต้องยืดเวลาไปก่อน ตอนนี้ให้ผู้แอ็พพลายซิติเซ่นส่งเรื่องไปที่เก่าก่อนคือ ที่ศูนย์อิมมิเกรชั่นศูนย์ใดศูนย์หนึ่งในเขตที่คุณอยู่ 4 ศูนย์ คือ California Service Center, Texas 

Service Center, Vermont Service Center และ Nebraska Service Center