(ว่าที่)ประธานาธิบดีโอบาม่า

ประกาศ ซีดีชุดเตรียมสอบซิติเซ่นชุดใหม่ มีผลใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2008 วางจำหน่ายแล้วนะคะ คุณที่ยื่นเรื่องทำซิติเซ่นตอนนี้ สามารถสั่งซื้อข้อสอบใหม่ได้ค่ะ ชุดทั่วไปราคา $30 ชุดสำหรับผู้อายุเกิน 65 ราคา $27

ไงคะ หัวข้อ ฟังแล้วยังไม่ชินหู สำหรับดิฉันชินเรียบร้อยแล้วค่ะ คอลัมน์นี้ดิฉันขอเขียนจากหัวใจ (โดยปกติเขียนจากหัวใจและสมอง) สดุดีสัปดาห์แห่งประวัติศาสตร์ที่จะอยู่ในหัวใจดิฉันไปนาน 

สัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นประวัติศาสตร์จริงๆ วันอังคารที่ 4 พ.ย. ผลการเลือกตั้ง บาแร็ค โอบาม่า สังกัดพรรคเดโมแครท ได้รับเลือกตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 44 (อันนี้อยู่ในข้อสอบซิติเซ่นชุดใหม่นะคะ)  โอบาม่าจะเข้าสาบานตนรับตำแหน่ง เรียก “อิน-อ๊อก-กิว-เร-ชั่น” (inauguration) ในวันอังคารแรกเดือนมกราคม 2009 (อันนี้อยู่ในข้อสอบซิติเซ่นชุดใหม่นะคะ)  

สดุดี โอบาม่า

เลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์สำหรับคนอเมริกัน เริ่มตั้งแต่เรามีเดโมแครท นอมินี่ “ฮิลลารี คลินตั้น” (Hillary Clinton) เป็นผู้หญิงที่ลงสมัครต่อสู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรก ระหว่าง ฮิลลารี่ (ผู้หญิงผิวขาว) กับ โอบาม่า “ชายผิวดำ” หลายคนรวมทั้งดิฉันก็จดจ่อเฝ้าดูว่า อเมริกา พร้อมหรรือยัง ที่จะรับใครคนใดคนหนึ่งเป็นประธานาธิบดี หลายคนเกรงว่า ยังไม่พร้อม ไม่ว่าใครจะได้ก็จะไปแพ้ รีพับบลิคกัน ซึ่งผู้เข้าชิงเป็น “โอลด์ แฟชั่น”ผู้ชายผิวขาวและหัวขาว(ผ่านโลกมานาน) เพราะไม่มีใครแน่ใจว่าอเมริกาจะพร้อมหรือยังกับการเปลี่ยนแปลง 

หลังโอบาม่าได้ชนะ ฮิลลารี่ และได้เป็น เพรสสิเด๊นเชี่ยล นอมินี่ ของเดโมแครท ดิฉันก็ลุ้นต่อ แต่ก็ยังไม่มีความแน่ใจว่าอเมริกาจะพร้อมที่จะรับคนผิวดำเป็นประธานาธิบดี เพราะอเมริกาถึงแม้จะทันสมัยสุดในหลายด้าน แต่ความคิดที่ฝังรากมา 200 กว่าปีก็ยังคงอยู่  ความหวังดิฉันเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆเพราะระหว่างช่วง “แคมเปน” (campaign) หรือหาเสียง ดิฉันได้เห็นคนรุ่นใหม่ คือรุ่น “เจ็น เอ๊กซ์” (Gen X) (“เจ็น เอ๊กซ์” คือผู้เกิดระหว่าง ค.ศ. 1965-1977) และ “เจ็น วาย” (Gen Y) (“เจ็น วาย” คือผู้เกิดระหว่าง ค.ศ. 1978-1994) ตื่นตัวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ และรวมตัวกันอาสาสมัครและหาเสียงให้โอบาม่า ดิฉันมีความหวังมากขึ้นว่า โอบาม่าอาจชนะ ตัวโอบาม่าเองซึ่งเกิด ค.ศ. 1961 เข้าข่ายปลายๆ รุ่น เบบี้ บูมเม่อร์และต้นๆ เจ็น เอ๊กซ์ สามารถสื่อนโยบายการเมือง และเข้าถึงสองรุ่นนี้ และเขามีแคมเปนที่ทันสมัยผ่านทาง “เน็ต” เขาสามารถหาเงินเข้าพรรคได้มากซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่เขาชนะ

การที่เราได้ ป.ธ.บ. ผิวดำครั้งแรก (ถึงแม้โอบาม่าจะเป็นลูกครึ่ง แม่ขาว พ่อดำก็ตาม) ทำให้ดิฉันนึกย้อนหลังถึงประวัติศาสตร์อเมริกาที่กีดกันผิวมาตลอด ถึงแม้ดิฉันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์แต่ดิฉันได้ความรู้นี้มาจากตอนเรียนกฎหมายในเมกา โดยเฉพาะวิชารัฐธรรมนูญหรือ “คอน-สติ-ทิ๊ว-ชั่น” (Constituion) ดิฉันได้อ่านเคสมากเป็น 100ๆ เคส เรียนรู้ถึงการกีดกันผิว การกีดกันผู้หญิง และการที่คนรุ่นก่อนและองค์กรเพื่อเพื่อนมนุษย์ต่างๆต่อสู้มาเพื่อความเสมอภาคมาจนถึงจนกระทั่งปัจจุบัน เช่น

สมัยก่อน สามีสามารถตบตีภรรยาได้ เพราะภรรยาไม่มีสิทธิในตัวเอง ถือเป็นสมบัติของสามีทันทีที่แต่งงาน ผู้หญิงไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือโหวด “ซูซาน บี แอนโทนี่” (Susaan B. Anthony) เป็นผู้หญิงที่มีชื่อในประวัติศาสตร์ที่ทั้งชีวิตเธอต่อสู้เพื่อสิทธิผู้หญิง (อันนี้เป็นหนึ่งในคำถามของข้อสอบซิติเซ่นชุดใหม่)  

สมัยก่อน คนผิวดำแทบจะถือว่าเป็นเศษมนุษย์ เริ่มมาแบบเดียวกับผู้หญิง คือ พวกเขาถูกนำเข้ามาในอเมริกาเป็นทาสหรือ “สเล๊ฟ” (salves) ทาสถือว่าเป็นสมบัติของเจ้านาย ฉะนั้นเจ้านายสามารถทารุณกรรมได้ คนผิวดำไม่มีสิทธิโหวดเช่นกัน หลังจากรัฐธรรมนูญผ่านมาว่าคนทุกคนที่เกิดในอเมริกามีสิทธิเท่าเทียมกัน คนผิวดำก็ยังถูกกีดกัน โดยรัฐบาลจัดที่แบ่งแยกความเสมอภาค เช่น ในรถประจำทาง คนผิวขาวนั่งหน้า คนผิวดำนั่งข้างหลัง ห้องน้ำสาธารณะ   แบ่งแยกระหว่างคนผิวขาวและผิวดำ คุณคงนึกภาพห้องน้ำคนผิวดำได้ว่าโสโครกเพียงใด ด๊อคเต้อร์”มาร์ติน ลูเท่อร์ คิง” (Martin Luther King) บาทหลวงผิวดำถือเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่เป็น”ลี๊ดเด้อร์”หรือผู้นำที่ต่อสู้เพื่อความเสมอภาคของคนผิวดำ โดยนำนโยบายต่อสู้ด้วยความสงบของ มหาตมะ คานธีของอินเดียมาใช้ ซึ่งท่านถูกลอบสังหารในที่สุด  “มาร์ติน ลูเท่อร์ คิง” ถือเป็น “ซิวิล ไรท์ส ลี๊ดเด้อร์” (Civil rights leader) ในประวัติศาสตร์ และปัจจุบันเรามีวันหยุดราชการ วันมาร์ติน ลุเท่อร์ คิง ตรงกับวันที่ 15 มกรา(อันนี้เป็นหนึ่งในคำถามของข้อสอบซิติเซ่นชุดใหม่)  

ชัยชนะของโอบาม่าครั้งนี้ ไม่เป็นเพียงจะจารึกในประวัติศาสตร์อเมริกาเท่านั้น แต่จะจารึกในประวัติศาสตร์โลก หลายประเทศทั่วโลกจับตาดู  ทันทีที่เรารู้ผล ประธานาธิบดีฝรั่งเศษโทรมาแสดงความยินดีกับโอบาม่า (ดิฉันคิดว่าเป็นคนแรก) ประเทศในยุโรปหลายประเทศเบื่อหน่ายกับ “บุช” และภาพพจน์ของอเมริกาปัจจุบันก็ไม่ค่อยจะดี ดิฉันจำได้ว่า 4 ปีที่แล้ว ดิฉันอยู่ประเทศเบลเยี่ยมกับก๊วนเที่ยว พฤศจิกายน. ปี 2004 วันนั้นเป็นวันเลือกตั้ง ตามเวลาตอนเช้ามืดที่เบลเยี่ยมรู้ผลว่าใครชนะเลือกตั้ง เราตื่นเช้ารีบลงไปทานข้าวและฟังข่าวจากทีวีที่ห้องอาหารที่พัก (เราไปพักที่ youth hostel) พอข่าวว่า “บุช” ชนะ “จอน แครี่” แขกที่มาพักมองหน้า บ่นกันอุบ พวกเราก็เซ็งกันสุดๆ ไปไหนก็จะได้ยินแต่คนด่าบุช 

มีแฟนคอลัมน์อีเมล์มาถามดิฉันว่า ทำไมดิฉันถึงไม่เคยเขียนเรื่องการเมืองไทย เขียนแต่ของเมกา เหตุผลเพราะ ดิฉันมาอยู่เมกามาตั้งแต่ตอนวัยรุ่น และดิฉันไม่เคยเรียนเกี่ยวกับระบบรัฐบาล หรือรัฐธรรมนูญไทย จึงไม่รู้ซึ่งถึงการเมืองไทย รัฐธรรมนูญและระบบรัฐบาลในเมืองไทย แต่เพราะดิฉันโตที่นี่และโดยเฉพาะตอนดิฉันเรียนกฎหมายจึงเข้าถึงหัวใจของรัฐธรรมนูญอเมริกันมาก นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ดิฉันถึง “อิน” กับการเมืองในอเมริกา ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่รักเมืองไทยค่ะ

(คุณสามารถอ่านหาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์อเมริกา มาร์ติน ลูเท่อร์ คิง เจ็นเอ็กซ์ เจ็นวาย ในหนังสืออยู่อเมริกาหัวข้อ หน้า 20, 21, 31 และซีดีข้อสอบซิติเซ่นชุดใหม่ ดิฉันได้ทำการเปลี่ยนแปลงใหม่ โดยอั้พเดทข้อมูลหลังเลือกตั้ง และแก้ข้อผิดพลาดบางอย่าง ดิฉันจะส่งซีดีออกไปให้ผู้ที่ได้ซื้ออกไปแล้วทุกคน ภายในเดือนนี้นะคะ 

แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630  โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ “หนังสือ” หรือ (Books) หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308) 

อ้อ เกือบลืม พร็อพ 8 ของคาลิฟอร์เนียผ่านนะคะ หมายความว่าตอนนี้ “เกย์ แมริเอจ” แบน (ban) ต้องถูกหยุดระยะหนึ่ง คิดว่าจะต้องมีการต่อสู้กันในศาลอีกนาน แต่ ณ. วันนี้ ยังไม่แน่ใจว่าถ้าคู่เกย์ไปจดทะเบียนสมรสและจะมีผลทากฎหมายหรือไม่ ก็ต้องดูกันต่อไปนะคะ