ขอบคุณพระเจ้า

ประกาศ ซีดีชุดเตรียมสอบซิติเซ่นชุดใหม่ มีผลใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2008 วางจำหน่ายแล้วนะคะ คุณที่ยื่นเรื่องทำซิติเซ่นตอนนี้ สามารถสั่งซื้อข้อสอบใหม่ได้ค่ะ ชุดทั่วไปราคา $30 ชุดสำหรับผู้อายุเกิน 65 ราคา $27

ขอบคุณแฟนคอลัมน์ที่โทรมาชมว่าซีดีซิติเซ่นชุดใหม่ช่วยให้เขาสอบ(ครั้งที่สอง)ผ่าน (ครั้งแรกไม่ได้ซื้อซีดีจากดิฉัน) แต่ติว่าตัว font ข้อสอบ เล็กไป ต้องใส่แว่นตาอ่าน ดิฉันแก้แล้วนะคะ ตอนนี้ใช้ font เบอร์ใหญ่มาก ขอบคุณค่ะ

เสาร์อาทิตย์ที่แล้ว เกิดไฟไหม้อย่างแรงหลายเคาน์ตี้ในคาลิฟอร์เนียตอนใต้ ที่ใกล้ตัวดิฉันที่สุดคือในออเร็นจ์ เคาน์ตี้เขตที่ดิฉันอยู่ รวมเมือง Anaheim Hills, Brea, และ Yorba Linda ซึ่งห่างจากบ้านดิฉันไม่ถึง 20 ไมล์ รอบบ้านและหลังคาบ้านดิฉัน เต็มไปด้วยเขม่าและขี้เถ้า ดิฉันคิดว่าวิถีทางลมพัดมาไกลถึงแถวบ้านและหยุดตรงนั้นพอดี  หลังคาจึงคลุมไปด้วยขี้เถ้า ถ้าเปิดประตูบ้านออกไปจะเหม็นกลิ่นไหม้ทันที ดิฉันนั่งติดหน้าจอทีวีดูข่าว เห็นแล้วใจหาย ยิ่งโดยเฉพาะดูข่าวตอนสัมภาษณ์คนที่สูญเสียบ้าน หัวใจกระตุกอยากร้องไห้ไปด้วย ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างมากกับผู้ที่สูญเสียครั้งนี้ 

วันขอบคุณพระเจ้าปี 2003

แฟนคอลัมน์ที่ติดตามคอลัมน์นี้คงจำได้ว่า 5 ปีที่แล้ว หนึ่งวันก่อนวัน”ขอบคุณพระเจ้า”(Thanksgiving) ที่หมอพบว่าสามีดิฉันเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากดิฉันไม่ขอบคุณพระเจ้าแล้ว ยังแถมโทษพระเจ้าและโทษดวงชะตา เพราะมีเหตุการณ์ที่วิปโยคเกิดขึ้นหลังจากนั้น คือ 

สามีผ่าตัดมะเร็งก่อนคริสมัส 2003 หลังจากนั้นทำคีโม 8 เดือน เดือนมกราถึงสิงหา 2004 ระหว่างทำคีโม ประมาณกลางปีสามีก็ถูก “เลย์ อ๊อฟ” จากงาน ช่วงนั้นดิฉันก็เซ็งสุดๆ นอกจากขาดรายได้สามีและยังต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพเอง เดือนละเกือบพันเหรียญ  ปลายปี 2004 ดิฉันกับเพื่อนซี้ไปเที่ยวเมืองไทย ระหว่างกำลังดูบ้านตัวอย่างในหัวหิน ได้ไปเจอคนแปลกหน้าเป็นคน”คาเนเดี้ยน” ซึ่งมีเลือดผสมอินเดียนแดงและเอ็สกิโม ผมขาวยาว อายุ 50 กว่าๆ เหมือนคนอินเดียนแดงในหนัง อยู่ๆเขาเข้ามาทักดิฉันและดูดวงให้ดิฉันโดยการขูดอุ้งมือ พี่แกดูชีวิตในอดีตดิฉันถูกหมด และปัจจุบัน เขาบอกว่า “ได้มีการเจ็บป่วยในครอบครัว”และ “เขาจะจากดิฉันไปปีหน้า” คือปี 2005 

ปี 2005 

ดิฉันฝังใจกับคำพูดคนอินเดียนแดงนั้น ทึกทักว่าสามีจะตายปี 2005 เก็บคำพูดนั้นเป็นความลับไม่ได้เล่าให้สามีฟัง ทุกก่อนนอนและตื่นนอน มองหน้าสามีทีไรร้องไห้ทุกที กลัวสามีหลับไม่ตื่น ในที่สุดดิฉันตัดสินใจชนกับดวง จำคำสอนแม่ว่า “เสียหนึ่งอย่าเสียสอง” ก็เลยนึกว่าเป็นไงเป็นกันวะ ถ้าสามีจะตายก็ตายคนเดียว ดิฉันไม่ตายตาม และต้องแข็งแรง/เข้มแข็งอยู่เพื่อตัวเองและหลายๆคน รวม ลูก พี่น้อง ญาติ เพื่อนดีๆ แม้กระทั่งลูกความที่”need”เรา ปี 2005 ผ่านไปอย่างช้า สิ่งที่เกิดขึ้นในปีนั้นคือ (1) ดิฉันได้ช่วยเหลือ”ให้”ที่อยู่เพื่อนที่ “need” ความช่วยเหลือ (โดยแอบหวังผลตอบแทนว่า ถ้าสามีตายเขาจะได้อยู่เป็นเพื่อนดิฉัน) และ (2) ปลายปี 2005 ลูกชาย”ดิสเอเบิ้ล”(พิการทางสมอง) ของดิฉัน จัดการด้วยตนเองเสร็จสรรพย้ายออกจากบ้านโดยความช่วยเหลือจากศูนย์คนพิการ ดิฉันซึมเศร้าอยู่หลายสัปดาห์ ก่อนลูกย้ายออก เขาขอให้ดิฉันพาไปทำอาสาสมัครกับตำรวจเป็นตำรวจอาสาสมัคร ดิฉันก็เลยติดร่างแหต้องอาสาสมัครไปกับลูกเพราะเขาไปทำลำพังไม่ได้มา ดิฉันเป็นตำรวจอาสาสมัครมาถึงปัจจุบัน  ในที่สุดปี 2005 ก็ผ่านไปด้วยดี “สามีไม่ตาย”

. วันนั้นถึงวันนี้

ปี 2006 ดิฉันเปิดตัวเอง ออก”เว๊บไซท์”กฎหมาย ด้วยความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า”คุณจิระเดช” ผู้ทำเว๊บไซท์ให้ดิฉัน(ฟรี)ทุกสัปดาห์ ดิฉันประสบความสำเร็จทางงานและจิตใจมากขึ้น เว๊บไซท์นี้ได้ช่วยคุณๆหลายคนที่มืดแปดด้าน ดิฉันทั้งตอบอีเมล์และตอบปัญหาทางโทรศัพท์ ในขณะเดียวกันคุณก็ช่วยดิฉัน จำคำคมน้องชายดิฉันได้ว่า “ที่เราช่วยคนอื่น ก็เพราะเราช่วยตนเอง เพื่อเอาเขามาทำความพอใจให้ตนเอง” (ไงคะ ตระกูลดิฉันช่างสอนดีไหม) 

ณ.วันนั้นถึงวันนี้ ชีวิตดิฉันเปลี่ยนไปมากในทางดี ดิฉันรู้จัก”แอ็พพรีชิเอท” (appreciate) ครอบครัว พี่น้อง เพื่อนบ้าน คนรู้จักและไม่รู้จัก และสิ่งรอบตัว เช่น บ้าน ต้นไม้ อากาศ เป็นต้น ครอบครัวแฮ็ปปี้ สุขภาพดี บ่อยครั้งที่ดิฉันมองย้อนกลับไปถึงคำพูดคนอินเดียนแดงที่ว่า “เขาจะจากดิฉันไป” เป็นไปได้ไหมที่ เขาอาจหมายถึงลูกชายไม่ใช่สามี ที่เขาย้ายออกจากบ้าน (ซึงดิฉันไม่เคยคิดมาก่อนในชีวิต รู้แต่ว่าลูกชายต้องอยู่กับดิฉันจนตายจากกันไปข้างหนึ่ง) นึกถึงคำพังเพยเพื่อนบ้านที่หัวหินชอบพูดคำนี้ “เบลสซิ่ง อีน ดิสไก๊ส์” (Blessing in disguise) แปลยากหน่อยนะคะ แต่ถ้าแปลตรงตัว คงออกมาในทำนองนี้ “พระเจ้าคุ้มครองเรา แบบแอบแฝงมาในรูปอื่น” 

สำหรับผู้สูญเสียจากไฟไหม้

คุณที่ศูนย์เสียทรัพย์สินจากไฟไหม้ครั้งนี้ ดิฉันอาจไม่เข้าใจถึงความศูนย์เสียครั้งนี้ เพราะไม่ได้เกิดกับตนเอง ดิฉันขอให้คุณ cerebrate ชีวิต ตราบใดที่ตัวคุณและครอบครัวปลอดภัย อย่าโทษพระเจ้าหรือโทษดวง (แบบที่ดิฉันเคยทำมา) วันพฤหัสหน้าที่ 27 พ.ย. เป็นวันขอบคุณพระเจ้า เรามา cerebrate ชีวิตกันเถอะ ดิฉันขอให้พระเจ้าคุ้มครองทุกคนนะคะ (คำว่า”พระเจ้า”ของดิฉันรวมทุกศาสนาค่ะ ดิฉันนับถือพุทธค่ะ) สักวันหนึ่งเมื่อคุณมองกลับไปดูในสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่ว่าจะวิปโยคแค่ไหน แต่มันอาจเป็น Blessing in disguise ก็ได้ 

อ้อ ลืมบอก เมื่อวันพุธที่แล้ว สามีไปทำโคลอนนอสโคปี้ตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผลออกมาทุกอย่างแจ๋ว ตาม ทฤษฎีเชื่อว่าถ้ามะเร็งไม่กลับมาใน5 ปี จะเข้าข่ายปลอดภัย สงสัยสามีจะอายุยืนแฮะ!!!  Happy Thanksgiving