DREAM ACT ปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น ความหวังที่ใกล้ความจริง

ประกาศ
วันที่ 3 พฤษภา วันอาทิตย์เวลาบ่าย 2 โมง ดิฉันจะไปสัมนาเรื่องอิมมิเกรชั่น ที่วัดป่าธรรมชาติเมืองลา พูเอ็นเต้ (La Puente) รัฐคาลิฟอร์เนีย ซึ่งจัดโดยชมรมผู้ปกครองเด็กที่ไปเรียนภาษาไทย เชิญไปฟังกันนะคะ หัวข้อที่จะพูดวันนั้นเป็นหัวข้อที่เป็นปัญหาต่อคนไทยในอเมริกามาก ดังนี้
ต่อวีซ่าท่องเที่ยวหรือเปลี่ยนเป็นวีซ่าอื่น

DREAM ACT
สัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงาน
หย่าก่อนได้ใบเขียวสองปี
ดิฉันมีเวลาเหลือ 3 สัปดาห์ก่อนสัมนา ตั้งใจเขียนคอลัมน์แต่ละหัวข้อ สัปดาห์ที่แล้วเขียนเรื่องต่อวีซ่าท่องเที่ยวหรือเปลี่ยนเป็นวีซ่าอื่น ฉบับหน้าจะเขียนหัวข้อ สัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงาน ถ้าคุณได้อ่านคอลัมน์ทั้ง 4 หัวข้อวันสัมนาดิฉันจะได้ไม่ต้องสาธยายมาก เราจะได้มีเวลาถามตอบคำถามมากหน่อย
การปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น
เมื่อวันที่ 9 เมษา ที่ผ่านมา คณะรัฐบาลของโอบาม่าประกาศว่า ประธานาธิบดีโอบาม่าจะนำเรื่องการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น หรือ “คอมพรีเฮ็นซีฟ อิมมิเกรชั่น รีฟอร์ม” (Comprehensive Immigration Reform) เรียกย่อๆว่า “ซี ไอ อาร์” (CIR) ที่ค้างเติ่งมาตั้งแต่ปี 2006 เข้ามาถกในสภา คาดว่าอาจเร็วที่สุดเป็นเดือนพฤษภานี้ และอาจจะพยายามให้โหวดภายในปลายปีนี้ ครั้งล่าสุดที่มีการโหวดในสภาเกี่ยวกับการปฏิรูป ก.ม.อิมมิเกรชั่นคือสมัยบุช ในปี 2006 ซึ่งทางเซเนท ได้ผ่านร่าง พ.ร.บ. SB 2611 เมื่อเดือนพฤษภา 2006 แต่ไม่ผ่านคองเกรส เพราะมีหลายข้อที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถสรุปได้ ส่วนที่สรุปได้คือด้าน“เอ็นฟอร์ซเม๊นท์” (enforcement) คือภาคปฏิบัติโดยปกป้องความปลอดภัยของประเทศโดยกันไม่ให้ “อิลลีเกิ้ล เอเลี่ยน” (illegal aliens) ลักลอบเข้าประเทศ โดยทางรัฐบาลผ่านงบให้สร้างกำแพงกั้นระหว่างเม็กซิโกกับอเมริกา และเพิ่มเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นตามด่านเพื่อจับคนลักลอบเข้าประเทศ แต่ในส่วนของการปฎิรูปด้านเอกสาร เช่นออกวีซ่าถาวรหรือใบทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้พวก“อิลลีเกิ้ล เอเลี่ยน” นั้นยังสรุปไม่ได้
หลังโอบาม่าเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โอบาม่าได้เปลี่ยนคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หมด รวมทั้งรัฐมนตรีกระทรวงการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ “ดีพาร์ทเม๊นท์ อ๊อฟ โฮมแลนด์ เซ็คคิวริตี้” (Department of Homeland Security) โอบาม่าแต่งตั้งผู้หญิงชื่อ “แจเน็ท นาโพลิทาโน่” (Janet Napolitano) ซึ่งเป็นผู้ว่าหรือ“กัฟวันเน่อร์” (Governor) คนก่อนของรัฐอาริโซน่า เธอ“โพร”(pro)ที่จะปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่น ฉะนั้นถือเป็นนิมิตรดี
ตามข่าวแถลงจากทำเนียบขาวหรือ “ไวท์เฮ๊าส์” (White House) การที่จะให้ใบเขียวเช่นสมัยให้ใบเขียวอภัยโทษแอมเน็สตี้ (สมัยประธานาธิบดีเรแก้น) คงไม่ออกมาในรูปนั้น แต่การปฏิรูปครั้งนี้จะช่วยให้คนที่ทำงานอย่างไม่ถูกกฎหมายหรือ “อันด๊อคคิวเม๊นท์เท็ด เวิ้ร์คเค่อร์ส” (undocumented workers) ได้อยู่ในอเมริกาอย่างถูกกฎหมาย โดยมีเงื่อนไขที่ว่าพวกเขาต้องจ่ายภาษี มีประวัติดี เรียนภาษาอังกฤษ และจ่ายค่าปรับ และในการปฏิรูปครั้งนี้ รัฐบาลจะต้องหาวิธี“เคลียร์”(clear)โควต้าที่ค้างเติ่งหรือ “แบ๊คล็อก”(backlog) ของใบเขียวครอบครัวที่ต้องรอคอยนานเป็นปีๆให้ได้ ซึ่งอันนี้เป็นผลให้ครอบครัวต้องแยกจากกันซึ่งไม่ดีต่อสถาบันครอบครัว
ดิฉันเชื่อว่าโอบาม่าทำได้ (Yes we can ฮั่นแน่ ต้องยืมสโลแกนของโอบาม่ามาใช้หน่อย) เพราะโอบาม่าพูดเก่งจริง ดิฉันเชื่อว่าเขาจะสามารถหว่านล้อมเสียงข้างมากในคองเกรสให้คล้อยตามเขาได้ ดูแล้วความหวังของโรบินฮู้ดน่าจะใกล้ความจริงเข้ามาแล้วนะคะ อดทนกันต่อไป ถ้ามีการปฏิรูปเมื่อไร ดิฉันจะเขียนลงคอลัมน์ทันที และจะรีบวิ่งไปขอร้อง“พี่อุษา” (ที่เชิญให้ดิฉันไปพูดสัมนาวันที่ 3 พฤษภานี้) จัดให้ดิฉันไปสัมนาที่วัดป่าอีกเรื่องนี้
DREAM Act
ร่างกฎหมาย“ดรีมแอ็กท์” (DREAM Act) เป็นอีก“บิล”หนึ่งที่ยังค้างอยู่ในสภา แต่ทั้งสองสภาได้ลงเสียงข้างมากผ่านไฟเขียวแล้ว แต่เนื่องจาก CIR ยังไม่ผ่าน บิลนี้ก็เลยยังติดร่างแหไปด้วย ก่อนหน้าสมัยบุชเคยมีการเคลื่อนไหวที่จะให้บิลนี้แยกผ่านออกมาก่อนโดยไม่ต้องคอย CIR แต่ไม่สำเร็จ ร่างกฎหมาย“ดรีมแอ็กท์” เป็นกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่จะช่วยเด็กที่เข้ามาอยู่ในอเมริกาตั้งแต่เล็ก เรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนจนจบไฮสกูล และไม่สามารถเข้าเรียน“คอลเลจ”รัฐบาลได้ เนื่องจากตนอยู่อย่างผิดกฎหมาย หรือถ้าเข้าได้แต่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนสูงในฐานะเด็กต่างชาติ แทนที่จะจ่ายเท่ากับเด็กอเมริกันที่เกิดที่นี่ และสามารถแอ็พพลายได้ใบเขียวในที่สุด
คุณสมบัติเด็กภายใต้ “ดรีมแอ็กท์”
คุณสมบัติเด็กที่จะ “ควอลิฟาย” (qualify) ภายใต้ร่างกฎหมาย “ดรีมแอ็กท์” (ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือรายละเอียดมากกว่านี้ ก่อนกฎหมายผ่าน) คือ

    เด็กต้องจบไฮสกูลในอเมริกา ณ. วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ “ดรีมแอ็กท์” เข้ามาอเมริกาก่อนอายุ 16 ปี
    ต้องอยู่ในอเมริกาต่อเนื่องมาอย่างน้อย 5 ปี ณ. วันที่กฎหมาย “ดรีมแอ็กท์” ผ่าน
    เด็กต้องมีความประพฤติดี และไม่มีคดีอาญาติดตัว
    เด็กต้องอายุอย่างน้อย 12 ปี และต่ำกว่า 25 ปี ณ. วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ “ดรีมแอ็กท์”
    เด็กต้องเรียนจบไฮสกูลคือได้ประกาศนียบัตรหรือ “ดิพโพลม่า” (diploma) หรือเทียบเท่าหรือได้รับเข้าคอลเลจแล้ว


ใบเขียวเงื่อนไขภายใต้ดรีมแอ็กท์

ถ้าเด็กมีคุณสมบัติข้างต้นนี้ เด็กสามารถแอ็พพลายขอใบเขียวได้ แต่จะเป็นใบเขียวเงื่อนไขมีอายุ 6 ปี และหลังจาก 6 ปี จึงทำเรื่องยกเลิกเงื่อนไข ขอใบเขียวถาวรได้ คุณสมบัติคือ เด็กต้องมีความประพฤติดีและเรียนจบคอลเลจอย่างน้อยสุดสองปี (คือได้รับอนุปริญญา) หรือถ้าไม่เรียนหนังสือแต่ได้เข้ารับราชการทหารอย่างน้อยสองปีและออกมาด้วย honorable discharge กฎหมายฉบับนี้เมื่อผ่าน เด็กจะขอใบเขียวได้เร็ว เด็กสามารถทำงานได้