สัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงาน

ประกาศที่หนึ่ง
วันที่ 3 พฤษภา วันอาทิตย์เวลาบ่าย 2 โมง ดิฉันจะไปสัมนาเรื่องอิมมิเกรชั่น ที่วัดป่าธรรมชาติเมืองลา พูเอ็นเต้ (La Puente) รัฐคาลิฟอร์เนีย ซึ่งจัดโดยชมรมผู้ปกครองเด็กที่ไปเรียนภาษาไทย เชิญไปฟังกันนะคะ หัวข้อที่จะพูดวันนั้นเป็นหัวข้อที่เป็นปัญหาต่อคนไทยในอเมริกามาก ดังนี้
ต่อวีซ่าท่องเที่ยวหรือเปลี่ยนเป็นวีซ่าอื่น
DREAM ACT
สัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงาน
หย่าก่อนได้ใบเขียวสองปี
ดิฉันมีเวลาเหลือ 2 สัปดาห์ก่อนสัมนา ตั้งใจเขียนคอลัมน์แต่ละหัวข้อ 2 สัปดาห์ที่แล้วได้เขียนเรื่องต่อวีซ่าท่องเที่ยวหรือเปลี่ยนเป็นวีซ่าอื่น DREAM ACT ฉบับนี้ และฉบับหน้าจะเขียนเรื่องหย่าก่อนได้ใบเขียวสองปี
ถ้าคุณได้อ่านคอลัมน์ทั้ง 4 หัวข้อ วันสัมนาดิฉันจะได้ไม่ต้องสาธยายมาก เราจะได้มีเวลาตอบคำถามมากขึ้น

ประกาศที่สอง
ดิฉันจะไปเวเคชั่น(อีกแล้ว) ระหว่างวันที่ 13 พ.ค. ถึง 27 พ.ค. ฉะนั้นออฟฟิสจะปิดนะคะ แต่ยังมีผู้ช่วยมาทำงานปกติ

สรุปข่าวรอบตัว
เศรษฐกิจในอเมริกาในระยะเดือนที่แล้วยัง“สโลว์”เหมือนเดิม แต่ตามข่าวบอกว่ากระเตื้องขึ้นนิดหน่อย เพราะราคาบ้านอยู่กับที่และขึ้นมานิดหน่อย เพราะดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านลดลง สถิติคนตกงานก็เสมอตัว แต่ช่วงนี้คนเครียดมาก ผสมอากาศร้อนสุดๆเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หัวหน้าครอบครัวที่ตกงานหาทางออกโดยยิงลูกเมียตนเองตายตามด้วยยิงตัวเอง(เหตุการณ์เกิดที่รัฐแมรี่แลนด์) อีกรายไปยิงเจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่ทำงานและตามด้วยยิงตัวเอง (เหตุการณ์เกิดที่โรงพยาบาล ลองบีช เม็มโมเรียล) ข้อเตือน ก็อย่าเครียดกันนะคะ ใจเย็นๆทุกอย่างต้องมีทางออกทั้งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างมีขึ้นและก็ต้องมีลงเป็นธรรมดา
เดือนพฤษภานี้มีวันหยุดราชการยาว คือวัน “เม็มโมเรียล เดย์” (Memorial Day) เป็นวันที่ระลึกถึงทหารผ่านศึก ตรงกับวันจันทร์สุดท้ายของเดือน ฉะนั้นจะหยุด 3 วันเป็น“ลอง วี๊คเอ็นด์” (long weekend) สำหรับคนทั่วไป “เม็มโมเรียล เดย์ วี๊คเอ็นด์”เป็นวันช๊อปปิ้งที่มีเซลส์ (sales) แบบลดสุดๆเพราะจะใกล้กลางปีแล้ว ร้านค้าต่างๆต้องพยายามโละสินค้า ส่วนวันเทสกาลที่สำคัญเดือนพ.ค.คือ วันแม่ หรือ “มาเท่อร์ส เดย์” (Mother’s day) อย่าลืมไปกราบคุณแม่และขอขมาท่านนะคะ (คุณสามารถอ่านข้อมูลความรู้ทั่วไปในหนังสือ“อยู่อเมริกา” หน้า 27-28 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
สัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงาน
เมื่อคุณทำใบเขียวแต่งงานคุณต้องมีการสัมภาษณ์ โดยสามีภรรยาต้องไปด้วยกันวันสัมภาษณ์ ยกเว้นบางกรณี ที่อาจได้รับการยกเว้นไปสัมภาษณ์คนเดียวได้ ตัวอย่าง คู่สมรสซิติเซ่นเป็นทหารรับราชการอยู่ต่างประเทศ ประเด็นสำคัญในการสัมภาษณ์คือ (1) คุณทั้งสองอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา และ (2) เรื่องรายได้ คอลัมน์นี้เราจะพูดถึงความแตกต่างการสัมภาษณ์มี่อิมมิเกรชั่นในอเมริกา และการสัมภาษณ์ที่สถานทูตในเมืองไทย
การสัมภาษณ์ที่อิมมิเกรชั่นในอเมริกา
การเตรียมเอกสารให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญ ดิฉันจะแนะนำให้ลูกความเริ่มเตรียมเอกสารและหลักฐาน ณ. ตั้งแต่วันจดทะเบียนสมรส หรือตั้งแต่คู่สมรสย้ายมาอยู่บ้านเดียวกัน
เอกสารที่ต้องเตรียม
ตัวอย่างเอกสารที่คุณควรเริ่มเตรียมเพื่อนำไปวันสัมภาษณ์ เอกสารนี้เป็นเพียงไก๊ดไลน์ให้คุณเท่านั้น อาจมีมากหรือน้อยกว่านี้แล้วแต่บุคคล คือ
เพิ่มชื่อคู่สมรสเข้าไปในอพาร์ทเม๊นท์หรือบ้านเช่า ที่คู่สมรสย้ายเข้ามาอยู่ด้วย โดยแจ้งแลนด์ลอร์ดทันที และให้เขา “แอ๊ด” (add) ชื่อคู่สมรสในฐานะ “แอดดิชันเนิ้ล เทอเน๊นท์” (additional tenant)
แจ้งที่ทำงาน แจ้งเปลี่ยนสถานภาพให้ที่ทำงานทราบว่าคุณแต่งงานแล้ว จากโสดหรือ “ซิงเกิ้ล สแตตัส” (single status) เป็นสมรสหรือ “แมรี่ สแตตัส” (married status) และถ้าคุณย้ายที่อยู่ใหม่ไปอยู่บ้านคู่สมรส อย่าลืมแจ้งย้ายที่อยู่ด้วย
เปลี่ยนที่อยู่ ให้คู่สมรสที่ย้ายที่อยู่ใหม่ โดยแจ้งย้ายที่อยู่ที่ไปรษณีย์ และแจ้งย้ายที่อยู่บิลให้ส่งมาบ้านใหม่ เช่นบิลโทรศัพท์มือถือ และบิลเครดิต คาร์ด เป็นต้น และให้เก็บ “บิล สเตทเม๊นท์” (bill statements) แต่ละเดือน
ประกันต่างๆ ถ้าคู่สมรสมีใบขับขี่และมีรถหรือขับรถ คุณควรเพิ่มชื่อคู่สมรสเข้าไปในประกันรถ หรือ “ออโต้ อินชัวรัน” (auto insurance) ในฐานะ “แอดดิชันเนิ้ล ไดร๊ฟเว่อร์” (additional driver) ส่วนถ้าซิติเซ่นที่ทำงานบริษัทใหญ่ๆที่มี ประกัน หรือเงินสะสม ขอให้คุณไปใส่ชื่อหรือเพิ่มชื่อคู่สมรสให้เป็นผู้รับผลประโยชน์
เปิดบัญชีธนาคารร่วมกัน หรือเพิ่มชื่อคู่สมรสเข้าไปในบัญชี กรณีคู่สมรสไม่มีนัมเบอร์โซเชียล ถ้าวีซ่าเล็กหรือบัตรขาเข้ายังไม่ขาด สามารถเปิดบัญชีได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โซเชียล หรือถึงแม้ขาดแล้ว บางธนาคารใหญ่ๆเช่น แบ๊งอเมริกา (Bank of America) หรือ แวลส์ ฟาร์โก้ (Wells Fargo) อาจให้เปิด ส่วนมากแบ๊งเล็กๆของท้องถิ่นอาจไม่ให้เปิด และให้เริ่มเก็บ “บิล สเตทเม๊นท์” แต่ละเดือน
เครดิตคาร์ด เพิ่มชื่อคู่สมรสเข้าไปในเครดิตคาร์ด เครดิตคาร์ดจากธนาคารอาจเข้มงวดไม่ให้ทำ ถ้าคู่สมรสไม่มีนัมเบอร์โซเชียล แต่ลองขอเครดิตคาร์ดจากห้างสรรพสินค้าจะขอได้ง่ายกว่า หรือบัตรสมาชิกตามร้านค้า เช่นบัตรสมาชิก คอสโก้ (costco) เป็นต้น และให้เริ่มเก็บ “บิล สเตทเม๊นท์” แต่ละเดือน
ภาษี เมื่อคุณยื่นภาษีในปีที่คุณสมรส ขอให้คุณยื่นภาษีร่วมกันเป็น married filing joint tax returnแค่ถ้าคู่สมรสไม่มีนัมเบอร์โซเชียล และคุณไม่อาจใส่ชื่อคู่สมรสได้ อย่างน้อยคุณต้องแจ้งสถานภาพว่าเป็น “แมรี่” (married) แทนที่จะเป็น “ซิงเกิ้ล” (single)
รูปถ่าย ขอให้ถ่ายรูปคู่และรูปหมู่ร่วมกับ ญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง
รายได้
เมื่อทำใบเขียวแต่งงาน คู่สมรสซิติเซ่นต้องแสดงว่าเขามีรายได้หรือทรัพย์สินพอสามารถเลี้ยงดูคุณได้ เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้คุณเป็นภาระสังคม รัฐบาลได้กำหนดรายได้ขั้นต่ำ ซึ่งรายได้นี้มีการปรับขึ้นทุกปีตามค่าาครองชีพ คู่สมรสต้องแสดงภาษีรายได้หรือ “อินคัม แท็กซ์” ปีล่าสุด 1 ปี และจดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง หรือสำเนาหางเช็คจากที่ทำงาน ถ้าคู่สมรสมีรายได้ไม่ถึง เขาต้องหาคนอื่นช่วยเซ็นในฐานะ “จ๊อยน์ท สปอนเซ่อร์” ผู้นั้นต้องเป็นอเมริกันซิติเซ่นหรือถือใบเขียวและมีรายได้เกินรายได้ขั้นต่ำ ควรเป็นญาติพี่น้อง อาจ เป็นเพื่อนได้
วันสัมภาษณ์
วันสัมภาษณ์ ประเด็นที่เจ้าหน้าที่เพ่งเล็งคือ คุณทั้งสองแต่งงานจริงมีเจตนาที่จะอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา และดูเรื่องรายได้ นอกจากนี้ก็จะดูว่าคุณเข้ามาอเมริกาทำไม มีจุดประสงค์อย่างไร ผู้เข้ามาวีซ่าท่องเที่ยวที่ขาดมักมีปัญหาน้อยที่สุด ส่วนผู้ที่เข้ามาวีซ่านักเรียนแต่ไม่ได้ไปเรียน จะถูกซักมาก ถ้าคุณมีเอกสารพร้อม และคู่สมรสซิติเซ่นมีงานทำมีรายได้ดี การสัมภาษณ์เท่ากับผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้ว นอกจากเอกสารและรายได้ ข้อมูลที่คุณกรอกในฟอร์มต่างๆสำคัญ เพราะเจ้าหน้าที่จะดูข้อมูลระหว่างสามี ภรรยาว่ามันขัดกันไหม เช่น ที่อยู่ ที่ทำงานในระยะ 5 ปี ว่าทั้งคู่อยู่ที่ไหน และทำงานที่ไหน บางครั้งทั้งสองอยู่ห่างกันคนละโยชน์แต่โคจรมาพบกันได้อย่างไร เป็นต้น นอกจากนั้นสิ่งที่เจ้าหน้าที่จะสังเกตุดูในวันสัมภาษณ์ คือ การตอบคำถาม และกริยาท่าทางการแสดงออกซึ่งกันและกัน เป็นต้น ข้อแนะนำคือ วันไปสัมภาษณ์แต่งตัวสุภาพ แสดงกริยาเคารพพูดจาชัดถ้อยชัดคำ ตอบคำถามตรงไปตรงมา ตอบให้อยู่ในสโก๊ปของคำถาม ไม่ต้องรับอาสาตอบนอกคำถาม
การสัมภาษณ์ที่สถานทูตในเมืองไทย
การเตรียมเอกสารเพื่อสัมภาษณ์ที่สถานทูตจะต่างกันจากสัมภาษณ์ในอเมริกา เนื่องจากคู่สมรสอยู่กันคนละประเทศ และวันสัมภาษณ์คู่สมรสไม่จำเป็นต้องไป หรืออาจไปสัมภาษณ์ด้วยกันได้ ฉะนั้นตัวอย่างเอกสารที่แสดงว่าความสัมพันธ์อาจมีดังนี้ คือ

เอกสารการส่งเงิน
เอกสารการติดต่อ อาจเป็นอีเมล์ บิลโทรศัพท์ คาร์ดวันเกิด วาเล็นไทน์ วันครบรอบแต่งงาน เป็นต้น
สำเนาพาสปอร์ตหน้าที่มีแสตมป์เข้าประเทศไทยของคู่สมรส
รูปถ่ายร่วมกันและกับครอบครัว หรือ
อื่นๆที่คุณคิดว่าจะช่วยพิสูจน์ความสัมพันธ์

การสัมภาษณ์ที่สถานทูตจะเคร่งมากกว่า เนื่องจากคู่สมรสอยู่กันคนละประเทศ และส่วนมากเป็นการสัมภาษณ์เดี่ยวโดยไม่มีคู่สมรส ฉะนั้นท่านกงสุลไม่สามารถดูการแสดงออกและกริยาท่าทางการแสดงออกซึ่งกันและกันระหว่างคุณและคู่สมรสได้ ฉะนั้นท่านกงสุลจะดูละเอียดในข้อมูลที่กรอกในเอกสาร และการตอบคำถามของคุณจะสำคัญมาก จุดสำคัญคือ คุณรู้จักกันนานเท่าไร รู้จักอย่างไร พบกันกี่ครั้งก่อนจดทะเบียน ตามประสบการณ์ของดิฉัน ถ้าคุณแต่งงานกับคนไทยด้วยกัน เจ้าหน้าที่จะเพ่งเล็งใน ความแตกต่างของอายุ กรณีผู้หญิงอายุมากกว่าผู้ชายมาก อาจถูกเพ่งเล็ง ซึ่งตามประสบการณ์ของดิฉัน ถ้าสัมภาษณ์ในอเมริกาที่อิมมิเกรชั่น เรื่องอายุไม่ค่อยเป็นปัญหาใหญ่ นอกนั้นทางสถานทูตยังดูความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในการศึกษา หน้าที่การงาน ส่วนหญิงไทยที่แต่งงานกับฝรั่ง อายุ การศึกษา หน้าที่การงานต่างกันมักไม่ใช่ประเด็นใหญ่นัก ดิฉันแนะนำว่า ถ้าคุณมีเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์น้อย ถ้าเป็นไปได้คู่สมรสควรจะบินไปเมืองไทยและไปสัมภาษณ์ด้วยกัน (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับใบเขียวได้ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 4-8 และ 4-16 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)