หย่ากงสุล&ช่วยจ้างแต่งงาน

สัปดาห์ที่แล้วมีดาราดังสองคนเสียชีวิตวันเดียวกัน คือไมเคิล แจ๊กสัน นักร้อง และฟาราห์ ฟอเซ็ท นักแสดง ฟาราห์ตายจากมะเร็ง แต่ไมเคิลหัวใจหยุดเต้น หลายคนฟังแล้วช็อค ดิฉันเองก็สงสารไมเคิล แจ๊กสัน ดิฉันดูหน้าเขาแล้วว่าหน้าไม่เคยมีความสุขเลย เราน่าจะนึกถึงค่าของชีวิตแต่ละวันนะคะ และใช้ชีวิตอย่างแอ็ปปี้ที่สุด (เอ๋ ทนายเกริ่นจะไปเที่ยวอีกหรือเปล่าเนี่ย!)
“แอ๊ปปี้ จูลายฟอร์ทซ”
วันเสาร์ที่ 4 ก.ค. นี้ตรงกับวันประกาศอิสรภาพของอเมริกาจากอังกฤษเรียกวัน “อินดีเพ็นเด๊นท์ เดย์” เวลาคนทักกันก็จะพูดว่า “แอ๊ปปี้ จูลายฟอร์ทซ” วันนี้ถือเป็นวันเข้าหน้าร้อนเต็มตัว (หน้าร้อนจริงๆเริ่มตามวันในปฏิทินคือ 21 มิถุนา) เพราะปกติจะเป็นวันที่ร้อนสุดๆ ครอบครัวก็จะออกไปปาร์ค ทำบาร์ บี คิวฮ็อท ดอก หรือแฮมเบอร์เก้อร์ และกินแตงโม บางเมืองอาจมีเดินพาเหนด จุดพลุ ปัจจุบันหลายเมืองออกกฎหมายห้ามจุดพลุ เพราะความร้อนประกอบลมร้อน ไฟจะไหม้บ่อยวันนี้ ฉะนั้นขอให้เช็คดูกฎในเมืองคุณนะคะ อย่าไปสุ่มสี่สุ่มห้าจุดพลุเข้า เดี๋ยวเผลอๆโดนตำรวจจับ และยิ่งถ้าคุณเป็นโรบินฮู้ด เผลอๆโดนตำรวจขอเช็คสถานภาพก็แจ๊กพ็อต (คุณสามารถอ่านได้ความรู้เกี่ยวกับ “ฤดู” และ “วันหยุดราชการ” ในหนังสือ“อยู่อเมริกา” หน้า 26-27 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
ข่าวอิมมิเกรชั่น
ระยะนี้จะมีข่าวอิมมิเกรชั่นตามหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยเนื่องจาก พวกโพรอิมมิเกรชั่นอยากให้ประธานาธิบดีโอบาม่าดันให้มีประชุมคองเกรสผ่านการปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่นให้เร็วที่สุด และประกอบกับช่วงนี้นักเรียนเพิ่ง ปิดเทอมและนักเรียนต่างชาติโรบินฮู้ดที่“แกร๊ดดูเอด”(graduate) จบไฮสกูลหรือรับปริญญาประสบปัญหาคือ พวกจบไฮสกูลมีปัญหาเข้าคอลเลจต่อไม่ได้ และพวกจบปริญญามีปัญหาหางานทำไม่ได้ นักเรียนก็มีการเดินขบวนอยากให้ผ่าน “ดรีมแอ็กท์” พวกเขาจะได้อยู่อย่างถูกต้อง ตามข่าวล่าสุด ครีมแอ๊กท์จะไม่ผ่านออกมาเป็นกฎหมายเดี่ยวๆ แต่จะไปรวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งในกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น ที่ดูลาดเลาแล้วกว่าจะได้เข้าสภาก็ปีหน้า ข่าวล่าสุด “จอน แม็คเคน” จำได้ไหมคะ ส.ส. รีพับบลิคกันที่พยายามชิงประธานาธิบดีแข่งกับโอบาม่า พูดประท้วงไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย “เกสท์ เวิ๊ร์คเค่อร์” เพราะบอกวาจะเป็นปัญหากับ “เลเบ้อร์ ยูเนี่ยน” (สหพันธ์กรรมกร) เฮ้อฟังแล้วเหนื่อย
ข่าวอิมมิเกรชั่นหน้า น.ส.พ. 2 เรื่องที่ใกล้ตัวพวกเรามากที่สุดคือ ซึ่งจะเป็นผลต่อคนทำใบเขียวแต่งงานคือ ข่าวหนึ่งเกิดขึ้นในรัฐคาลิฟอร์เนียเรื่อง
“ปัญหาหย่ากงสุล”
ตามข่าวคือ ครอบครัวคนไทย หญิงไทยหย่ากับสามีเก่าไทยที่กงสุลไทยในคาลิฟอร์เนียเมื่อเกือบ 30 ปีมาแล้ว และภายหลังแต่งงานใหม่กับอเมริกันซิติเซ่น สามีซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวแต่งงานให้เธอและลูกติดของเธอ ทั้งสองได้ใบเขียวเกือบ 30 ปี เมื่อเร็วๆนี้ลูกชายซึ่งปัจจุบันคงอายุใกล้ 30 ได้ยื่นเรื่องแอ็พพลายซิติเซ่น ปรากฎหลังเรื่องผ่านก่อนไปสาบานตนอิมมิเกรชั่น “สต๊อป”เรื่อง ว่าทำซิติเซ่นไม่ได้เนื่องจากการหย่าของแม่ที่กงสุลเมื่อ 30 ปีที่แล้วไม่มีผลบังคับใช้ ฉะนั้นการแต่งงานใหม่ของแม่กับสามีซิติเซ่นก็เท่ากับไม่“แวหลิด”(valid) คือไม่มีผลทางกฎหมาย ก็เท่ากับเขาอยู่เถื่อนไม่มีใบเขียว และอิมมิเกรชั่นจะดำเนินเรื่องให้เขาออกนอกประเทศ ตอนนี้เรื่องยังติดอยู่ในศาล
ปัญหาหย่ากงสุลตอนนี้เป็นปัญหามากขึ้นไม่เหมือนเมื่อก่อน ดิฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนนี้เราเคยทำเคสหย่ากงสุลผ่าน โดยเฉพาะเวลายื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่นจะไม่เป็นปัญหา แต่ถ้ายื่นเข้ากงสุลอเมริกันในเมืองไทย เราต้องยื่นเพิ่มว่ากฎหมายรัฐที่ซิติเซ่นอยู่ยอมรับการหย่ากงสุลว่าถูกกฎหมาย เพราะตามกฎอิมมิเกรชั่นระบุว่า การหย่ากงสุลหรือหย่านอกประเทศจะ “แวหลิด” (valid) ยอมรับตามกฎอิมมิเกรชั่นคือ ตราบใดที่รัฐหรือประเทศที่คุณแต่งงานใหม่ยอมรับการหย่านั้นว่าถูกต้องตามกฎหมาย ตัวอย่าง คนไทยในต่างประเทศที่ยังถือสัญชาติไทยเวลาหย่าตามกฎหมายไทยต้องหย่าที่กงสุล ฉะนั้นถ้าคนไทยหย่าที่กงสุลไทยและภายหลังกลับไปแต่งงานใหม่ที่เมืองไทยกับคนไทย ก็น่าจะถูกต้องตามกฎหมายไทย ฉะนั้นก็ควรจะทำเรื่องใบเขียวให้คู่สมรสผ่าน แต่ถ้าหย่ากงสุลและภายหลังแต่งงานใหม่ในอเมริกา ปัญหาคือ หย่ากงสุลนั้นเป็นที่ยอมรับในรัฐที่ตนอยู่หรือไม่ เมื่อก่อนไม่มีปัญหา แต่เดี๋ยวนี้เป็นปัญหา ตามข่าวเรื่องข้างต้นนี้แสดงว่าปัจจุบันอิมมิเกรชั่นไม่ยอมรับ สรุปได้ว่าดิฉันแนะนำว่า ตอนนี้คู่คนไทยที่อยู่อเมริกาต้องหย่าตามกฎหมายรัฐ รัฐบาลรัฐระยะเวลาหย่าเร็วกว่าบางรัฐ ฉะนั้นถ้าคุณต้องการหย่าเร็ว คุณอาจย้ายไปอยู่รัฐที่หย่าเร็วก็ได้ (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มกฎหมายหย่า “ภูมิลำเนาก่อนหย่า” และ “Residency Requirement” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” หน้า 2-3, 2-4 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
คราวนี้ปัญหาเคสข้างต้นนี้ คือ คู่ที่ได้หย่ากงสุลนานแล้ว จนภายหลังแต่งงานใหม่ได้ใบเขียว ตอนนี้จะทำซิติเซ่นได้อย่างไร หรือบางคนที่หย่ากงสุลจนได้ซิติเซ่นแล้ว และตอนนี้ถ้าไปแต่งงานใหม่ จะทำใบเขียวให้คู่สมรสใหม่ได้ไหม หรือต้องวิ่งไปหย่าใหม่อีกทีก่อนทำ
คู่หย่าอยู่คนละประเทศ
อีกปัญหาคือ กรณีที่ถ้าคนหนึ่งอยู่อเมริกาและคนหนึ่งอยู่เมืองไทยจะหย่ากันอย่างไร ตามกฎหมายหย่า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามีหรือภรรยาสามารถยื่นเรื่องหย่าได้ในรัฐที่ตนอยู่ เพราะในอเมริกาแต่ละรัฐรับการหย่าจากรัฐอื่นว่าถูกต้องตามกฎหมายในรัฐตน ปัญหาคือถ้าหย่าคนละประเทศ คือคนหนึ่งอยู่อเมรกาและคนหนึ่งอยู่ไทย ก็ควรจะต้องถูกต้องตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ ดิฉันได้ถามทนายหย่ารัฐคาลิฟอร์เนียถึงปัญหานี้ ซึ่งเธอแนะนำว่า อาจทำได้สองวิธีคือ (1) หย่าในอเมริกาตามกฎหมายรัฐที่คุณอยู่และยังต้องถูกต้องตามสนธิสัญญาหย่าระหว่างประเทศ หรือ(2) ถ้าคู่สมรสทางเมืองไทยเป็นคนยื่นเรื่องหย่าที่ศาลในไทย พอได้ใบหย่าต้องนำใบหย่าไปให้ศาลในรัฐที่คุณอยู่รับรองว่าเป็นการหยาถูกต้อง ซึ่งดิฉันยังไม่ได้ลองทำ แต่คิดว่าน่าจะ“เวิ๊ร์ค” ถ้ามันเวิ๊ร์ค” ทั้งสองวิธีในกรณีนี้หย่าที่ศาลเมืองไทยน่าจะถูกกว่า ขอให้คุณเช็คกับทนายที่ชำนาญด้านหย่าในรัฐคุณ (ข้อคิด ก่อนไปอเมริกาถ้าชีวิตคู่คุณซังกะจายอยู่ไปวันๆหนึ่ง ก็พยายามหาทางหย่าก่อนไปอเมริกา)
“ช่วยจ้างแต่งงาน”
ข่าวเรื่องที่สองพึ่งเกิดขึ้นสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ ผู้หญิงเจ้าของร้านอาหารไทยในเมือง “ซีแอ๊ตเติ้ล” (Seattle) ถูกกล่าวหาว่า เธอช่วยจ้างคนมาแต่งงานกับญาติพี่น้องตนหลายคน คนที่เธอจ้างเป็นคนงานในร้านอาหารเธอเอง ตามข่าวบอกมีคนแจ้งไป อ่านข่าวนี้แล้วก็เซ็งอยู่ เพราะดิฉันเข้าใจปัญหาระบบอิมมิเกรชั่นที่ยังต้องแก้ไขมากโดยเฉพาะการทำใบเขียวให่พ่อครัวแม่ครัว เนื่องจากร้านอาหารไทยมักขาดแคลนแม่ครัว ถ้าดำเนินเรื่องตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นทำใบเขียวให้แม่ครัวอย่างถูกต้องก็ใช้เวลาเป็นปีๆอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป ในแง่ปฏิบัติก็ยากที่ร้านอาหารจะรอได้ หลายคนก็หาทางออกโดยทำใบเขียวแต่งงานเร็วที่สุด ทนายอิมมิเกรชั่นเองก็ไม่มีคำตอบที่ดีให้ลูกความได้ ตราบใดที่ระบบยังไม่แก้ไข เคสแบบนี้ก็ยังจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ข่าวเรื่องเคสนี้อาจทำให้คู่สมรสที่ทำงานร้านอาหารเดียวกัน จะถูกเพ่งเล็งมากขึ้นตอนไปสัมภาษณ์ ก็ขอเตือนนะคะ ว่าการจ้างแต่งงานผิดกฎหมาย ถ้าโดนจับได้โทษสูงสุดคือจำคุก 5 ปีหรือปรับสูงสุด $250,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ