เช็คสถานภาพคนงาน

ฟอร์ม I-9
วันอังคารที่แล้วดิฉันเป็น“สตอมัคฟลู”(stomach flu) คือมีไวรัสในท้อง คงทานอาหารเป็นพิษหรือไงไม่ทราบ ปวดท้องและมีไข้อยู่ 3 วัน เลยไม่ได้เขียนคอลัมน์คุยกัน ตอนนี้สบายดีแล้วค่ะ
ท่านตุลาการใหม่
สัปดาห์ที่แล้ว ท่านผู้พิพากษาหญิง “ชอนเนีย โซโดมายเอ้อร์” (Sonia Sotomayor) ได้รับแต่งตั้งหรือ “แอ๊พ พ็อยนท์” (appoint) โดยเพรสสิเด๊นท์ โอบาม่า และเซเนทได้ “แอ๊ฟเฟิร์ม” (affirmed) คือผ่านเสียงโหวดข้างมากจากเซเนท เข้ารับตำแหน่งใหม่เป็นท่านตุลาการศาลสูงสุดหรือ “ยู เอ็ส ซุพพรีมคอร์ท” (U.S.Supreme Court) แทนท่านตุลาการซุทเท่อร์ (Souter) ซึ่งเกษียร เธอเป็นท่านตุลาการหญิงเชื้อชาติลาตินอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์ พ่อแม่เธอเป็นอิมมิแกรนท์มาจากประเทศเปอร์โตริโก้ ตำแหน่งท่านตุลาการถือเป็นตำแหน่งสำคัญและสูงสุดในชีวิต เพราะคดีต่างๆที่ศาลสูงสุดตัดสินลงมาจะเป็นผลกับ กฎหมายในอนาคต การเมืองและความนึกคิดของคนอเมริกัน การแต่งตั้งครั้งนี้จะถูกจารึกในประวัตศาสตร์ ที่เรามีผู้หญิงลาตินอเมริกันคนแรกในศาล สมัยก่อนตอนอเมริกาสร้างชาติใหม่ รัฐบาลอเมริกันและศาลถือเป็นโลกของผู้ชายขาวเท่านั้น หลังจากนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนไป เราเริ่มมีท่านตุลาการผิวดำ ท่านตุลาการผู้หญิงขาว และปีนี้นอกจากเราจะได้ประธานาธิบดีผิวดำคนแรกซึ่งบิดาเป็นอิมมิแกรนท์จากอัฟริกา และเรายังได้ท่านตุลาการหญิงชาวลาตินอเมริกันอีกด้วย ดิฉันถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นนิมิตรดี
ศาลสูงสุด
การปกครองในอเมริกาแบ่งเป็น 3 ฝ่ายคือ (1) ฝ่ายบริหาร มีประธานาธิบดี ตำแหน่งสูงสุดเป็นผู้บริหารประเทศ ประชาชนและสภาเป็นคนเลือกตั้ง “อีเล็กท์” (elect) (2) ฝ่ายนิติบัญญัติ มีสภาสูง “เซเนท” ประกอบด้วย วุฒิสมาชิกหรือ “เซเนเต้อร์” และสภาล่างคือ “คองเกรส” ประกอบด้วยสมาชิกผู้แทนราษฎร หรือ “คองเกรสแมน” เป็นผู้ร่างกฎหมาย ประชาชนเป็นคนเลือกตั้งและ(3)ฝ่ายตุลาการ ศาลสูงสุดหรือ “ยู เอ็ส ซุพพรีมคอร์ท” ประกอบด้วยท่านตุลาการนั่งบรรลังก์ทั้งหมด 9 ท่าน เป็นผู้ตัดสินกฎหมาย ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งหรือ“แอ๊พพ็อยนท์”(appoint) และยังต้องผ่านเสียงโหวดข้างมากจากสภาก่อนที่จะได้รับตำแหน่ง เรียกระบบการปกครอง 3 ฝ่ายนี้ว่า “เช็ค แอนด์ บาล๊านซ์” (check and balance) คือแต่ละฝ่ายรั้งอำนาจกัน ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ในอเมริกาหรือประเทศที่ปกครองระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์จะมีประโยคศักดิ์สิทธิ์ว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” แม้กระทั่งประธานาธิบดี ฉะนั้นถ้าศาลสูงสุดเป็นผู้ตัดสินคดีสำคัญๆและมีอำนาจไสตร๊คดาวน์(strike down) หรือโมฆะกฎหมายที่สภาผ่านออกมาที่ละเมิดสิทธิประชาชนได้ ดิฉันถือว่าตำแหน่งท่านตุลาการนั้นสำคัญที่สุด (ถือโอกาสติวความรู้สำหรับผู้จะไปสอบซิติเซ่นให้ในตัว) คุณสามารถอ่านเป็นความรู้เพิ่ม การปกครองและรัฐบาลในอเมริกาในหนังสือ “อยู่อเมริกา” บทการปกครองหน้า 18 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308
ข้อเตือนธุรกิจคนไทยที่โดน ICE ตรวจ
ในเดือนกรกฎาที่ผ่านมา มีเจ้าของร้านอาหารไทยแฟนคอลัมน์โทรมาหาดิฉัน เล่าเรื่องว่ามีอิมมิเกรชั่นเข้ามาตรวจและทิ้งจดหมายให้เจ้าของร้านติดต่อกลับไป ตอนนั้นดิฉันยังไม่ได้อ่านข่าวจึงได้แต่อธิบายเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของธุรกิจที่ต้องกรอกข้อมูลคนงานในฟอร์มอิมมิเกรชั่นเรียก ฟอร์ม I-9 และเช็คสถานภาพคนงานตอนจ้าง หหลังจากนั้นสัก 2 สัปดาห์ที่แล้วดิฉันอ่านพบข่าวอิมมิเกรชั่นที่เตือนว่า มีผู้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่“ไอ๊ซ์” (ICE ย่อมาจาก Immigration and Customs Enforcement) คือ อิมมิเกรชั่นแผนกตรวจสอบ จะเข้ามาตามร้านค้าและธุรกิจที่มักมีคนงานต่างชาติ เช่น ร้านอาหารไทย และยื่นโนติสกระดาษ 2 แผ่นๆที่หนึ่งเตือนเจ้าของร้านว่าเขามีหน้าที่เช็คคนงาน และแผ่นที่สอง ให้คุณรายงานหรือแจ้งอิมมิเกรชั่นถ้าคุณรู้ว่ามีใครทำงานเถื่อน โนติสนี้ลงวันที่ 12 กรกฏาคม 2009 มีลายเซ็นหัวหน้าทนายความใหญ่ของอิมมิเกรชั่นในลอสแองเจลิสชื่อ จอห์น ดับเบิ้ลยู ซอลเท่อร์ (John W. Salter) (โปรดดูโนติสที่แนบมา) ทางสมาคม “อเมริกัน อิมมิเกรชั่น ลอว์เย่อร์ส แอสโซซิเอชั่น” (American Immigration Lawyers’Association หรือ AILA) ที่ดิฉันเป็นสมาชิกได้ติดต่อไปโดยตรงถึงนาย ซอลเท่อร์ ว่าเป็นผู้ออกจดหมายฉบับนี้หรือไม่ ซึ่งนายซอลเท่อร์ปำเสธว่าตนไม่ได้เป็นผู้ออกจดหมาย และไม่รู้เรื่องนี้ และขอให้ผู้ได้รับจดหมายนี้เก็บจดหมายและซองไว้ และแจ้งไปที่ ICE Special Agent ในแอลเอ เพื่อทำการสืบสวนต่อไป
FirstNotice
ข้อเตือน
เวลาคุณได้จดหมายแบบนี้ก่อนที่จะตกใจ ขอให้คุณอ่านให้ละเอียดก่อนและพยายามพิจารณาจดหมายว่าดูน่าเชื่อถือไหม หลังจากดิฉันเห็นจดหมาย การใช้ศัพท์และไวยากรณ์หรือแกรมม่าร์ผิดไม่เอาไหน และจดหมายดูไม่โปรเฟสชันเนิ่ล โปรดดูจดหมาย ฉบับที่ขึ้นต้นด้วย FIRST NOTICE จะห็นว่าข้อ 3 ที่เขียนว่า Green card or temporarily permit คำว่า temporarily ใช้ไวยากรณ์ผิดควรเป็น temporary permit และอีกอย่างคือถ้าแปลตรงตัวคือ “ใบอนุญาติชั่วคราว” นั้นหมายถึงอะไรก็ไม่ทราบ เพราะในกฎหมายอิมมิเกรชั่นไม่มีใบอนุญาตชั่วคราว ส่วนคำว่า “กรีนคาร์ด” (Green card) เช่นกัน เป็นศัพท์ชาวบ้านที่เราใช้กัน ถ้ารัฐบาลเขียนจะใช้คำว่า Permanent Resident Card หรือ Alien Registration Card และดูข้อ 4 ใช้คำไวยากรณ์ที่แย่มาก Report all illegal and illegal activities คือใช้คำ illegal ซ้ำสองครั้ง ควรเป็น all illegal activities สรุปได้ว่าถ้าคุณเห็นกระดาษหรือใบปลิวแบบนี้ อ่านแล้วมันทะแม่งๆ อ่านไม่เข้าใจ เขียนไม่โปรเฟสชันเนิ่ล ควรสังหรณ์ใจได้ว่าเป็นการหลอกลวง
G123
ฟอร์ม I-9
อย่างไรก็ตาม ใบปลิวนี้ถึงแม้จะเป็นการหลอกลวง แต่ตามกฎอิมมิเกรชั่นแล้ว เจ้าของธุรกิจมีหน้าที่ต้อกรอกฟอร์ม I-9 และเช็คสถานภาพคนงาน กฎหมายนี้มีผ่านออกมาปี 1986 ภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับปฏิรูป IRCA (Immigration Reform and Control Act) โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” บทที่ 2 กฎหมายคนเข้าเมือง หน้า 2-6 ภายใต้กฎหมายอภัยโทษ พร้อมกฎหมายอภัยโทษหรือ“แอมเนสตี้”กฎหมายบังคับให้นายจ้างกรอกฟอร์ม I-9 และเช็คสถานภาพอิมมิเกรชั่นคนงานที่จ้างตั้งแต่ปี 1986 ไป และเอาผิดนายจ้างถ้าพบว่านายจ้างไม่ได้กรอกฟอร์ม I-9 โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าปรับ นายจ้างมีหน้าที่กรอกฟอร์ม I-9 และตรวจหลักฐานภายใน 3 วันหลังจ้างคนงาน คุณไม่ต้องส่งฟอร์มไปอิมมิเกรชั่น เพียงต้องเก็บฟอร์มเป็นหลักฐานเผื่อถูกอิมมิเกรชั่นสุ่มตรวจหรือเผื่อถูก “ออดิท”(audit) ฟอร์ม I-9 ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยเพื่อให้กรอกง่ายขึ้น คุณสามารถดึงฟอร์ม I-9 ได้จากอิมมิเกรชั่นเว๊บไซท์ www.uscis.gov Immigration Forms เขาจะมีคำอธิบายวิธีกรอก และมีอีกหน้าที่มีข้อมูลรายการเอกสาร A ซึ่งเป็นหลักฐานใหญ่ หรือถ้าไม่มีหลักฐาน A คนงานต้องมีหลักฐานรองสองอย่างตามราาการหลักฐาน B และ C
E Verify
ในปี 2008 รัฐบาลได้พัฒนาระบบการกรอกข้อมูลทางเน็ต โดยเจ้าของธุรกิจสามารถเลือกกรอกกระดาษฟอร์ม I-9 หรือกรอกทางอีเล็คโทรนิคและเช็คสถานภาพคนงานทางอินเตอร์เน็ทโดยเข้าถึงรัฐบาลโดยตรง เรียก “อี แวริฟาย” (E verify)
ความเป็นมาของกฎหมาย
กฎหมายบังคับระบบกรอกข้อมูล I-9 นี้ ในระยะต้นๆที่ผ่านมาไม่ค่อยมีผลนัก เพราะนายจ้างไม่สน เนื่องจากค่าปรับถูกและก็ไม่ค่อยมีเจ้าหน้าที่มาสุ่มตรวจ แต่ระยะหลังๆเริ่มจากหลัง 9/11 ในปี 2003 รัฐบาลได้กรมอิมมิเกรชั่นหรือ INS และตั้งกระทรวงขึ้นมาใหม่คือ“ดีพาร์ทเม๊นท์ อ๊อฟ โฮมแลนด์ เซ็คคิวริตี้” (Department of homeland Security) คือกระทรวงรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ และแยกออกเป็นแผนกใหญ่ 3 แผนก คือ แผนกศุลกาการ แผนกเอกสารคือ USCIS (U.S. Citizenship and Immigration Services) ที่เราส่งเรื่องขอใบเขียวหรือเปลี่ยนวีซ่า และแผนกตามจับหรือ“เอ็นฟอร์ซเม๊นท์”(enforcement) เรียกชื่อย่อว่า “ไอ๊ซ์” (ICE) คล้ายๆตำรวจคือมีหน้าที่ตามจับคนที่ทำผิดกฎหมายอิมมิเกรชั่น มาถึงปี 2006 เป็นช่วงที่รัฐบาลบุชพยายามที่จะผ่านกฎหมายปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่และออกวีซ่าทำงานให้ผู้ที่อยู่เถื่อน แต่ไม่กฎหมายผ่านสำเร็จ เพราะถูกสภาโจมตีว่าก่อนที่จะมีการปฎิรูปกฎหมาย ทางรัฐบาลต้องแสดงให้เห็นก่อนว่ามีการ“เอ็นฟอร์ซ”กฎหมายอิมมิเกรชั่นก่อน รวมทั้งปกป้องคนเถื่อนเข้าประเทศและเอาผิดนายจ้างที่จ้างแรงงานเถื่อน รัฐบาลบุชจึงได้เพิ่ม“บั๊ดเจ็ด”(budget) งบเงินถึง 127 ล้านเหรียญด้านแรงงานหรือ workplace operation และได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ ICE เป็นจำนวนมาก ในเดือนธันวาปี 2006 มีผลงานของ ICE ออกมาโชว์ เป็นคดีใหญ่คดีแรก ได้สมญานามว่า “สวิฟท์ เหรด”(Swift raid) คือบริษัทชื่อ Swift & Co. ในรัฐโอโอว่า เป็นโรงงานฆ่าสัตว์ ขายเนื้อ ได้ถูก ICE บุกตรวจหรือ “เหรด” (raid) และจับคนงานเถื่อนถึง 1,282 คน หลังจาก Swift raid ก็มีข่าว ICE raid ออกมาประปราย ในปัจจุบันสมัยโอบาม่าและรัฐมนตรีใหม่ของ“ดีพาร์ทเม๊นท์ อ๊อฟ โฮมแลนด์ เซ็คคิวริตี้” ชื่อ นาง Napolitano ได้ลงความเห็นว่าจุดมุ่งหมายของ workplace operation นี้ไม่ได้เพื่อตามจับโรบินฮู้ด แต่ต้องการลงโทษนายจ้างที่จ้างคนงานเถื่อนมากกว่า จึงมีการคาดโทษนายจ้างให้หนักขึ้นจากค่าปรับจิ๊บจ้อยซึ่งเปรียบเสมือนคดีแพ่ง เปลี่ยนเพิ่มค่าปรับมากหรือทั้งจำทั้งปรับ และเอาผิดนายจ้างฐานอาญา ซึ่งผู้มีคดีอาญาติดตัวถือเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งมีผลต่อประวัติเสียได้ไปตลอดชีวิต
ซัมเม่อร์ฟัน (Summer Fun)
ช่วงนี้เป็นหน้าร้อนหรือซัมเม่อร์ของอเมริกา อ่านสนุกเป็นความรู้เพิ่มเกี่ยวกับภูมิอากาศในหนังสือ “อยู่อเมริกา” บทภูมิภาคและอากาศหน้า 24 อากาศซัมเม่อร์ในคาลิฟอร์เนียตอนใต้ โดยเฉพาะแถบที่ดิฉันอยู่คือ ออเร็นจ์ เคาน์ตี้ดีมาก ตั้งแต่เริ่มซํมเม่อร์มายังไม่เคยร้อนจัดๆเกิน 1-2 วันเลย อาการศเย็นสบาย ช่วงซัมเม่อร์ตามพาร์คใกล้บ้านคุณมักจะมีคอนเสริทฟรีอาจเป็นเย็นวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ คุณอาจนำอาหารไปนั่งปิคนิคที่พาร์คฟังเพลง เต้นรำและทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน ลองเช็คดูในพาร์คใกล้บ้านสิคะ แถว “ลา พาล์มม่าพาร์ค”จะมีทุกเสาร์เวลา 6.30 ประมาณ 7-8 อาทิตย์ สนุกดีค่ะ ดิฉันไปแจมกับเขาทุกเสาร์ ลองสิคะสนุกดี เสาร์หน้าจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายแล้ว เพราะต้นกันยาโรงเรียนจะเปิด enjoy summer fun ค่ะ