ทนสามีไม่ไหวแล้ว

ดิฉันเพิ่งได้อีเมล์เข้ามาหัวข้อ “ทนไม่ไหวแล้ว” จากสาวไทยอายุ 25 ปี ได้วีซ่าท่องเที่ยว 10 ปี มาอเมริกาได้ 5 เดือนกว่า พบแฟนอเมริกันและแต่งงานก่อนที่วีซ่าจะหมด ปัจจุบันแต่งได้ 3 เดือน 1 สัปดาห์ ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวแล้ว แต่ยังไม่เรียกสัมภาษณ์ ตอนนี้ทนนิสัยสามีไม่ไหว เนื่องจาก สามีสูบบุหรี่ในรถ พูดจาหยาบ และขี้โมโห จึงอยากเลิกจากสามี มีคำถามว่า
ถ้าหย่าตอนนี้เป็นไรไหม
ถ้าหย่าแล้วจะกลับไปอยู่บ้านเลยได้ไหม
เคยอ่านคอลัมน์คุณรุจีว่าเราสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ถ้าไม่มีความสุข ตอนนี้ทุกข์หนักจะยื่นเรื่องเองได้ไหม เนื่องจากไม่อยากเป็นโรบินฮู้ด
วีซ่าท่องเที่ยว 10 ปียังไม่หมดอายุ แต่ overstay อย่างนี้ยังใช้วีซ่าท่องเที่ยวนั้นอีกได้ไหม

Wow! ขอตอบในฐานะทนายอิมมิเกรชั่นและฐานะพี่ศิราณีนะคะ
ถ้าคุณหย่าตอนนี้ ก็จะมีปัญหาค่ะ เพราะคุณได้ยื่นเรื่องเข้าไปแล้ว คุณควรแจ้งให้อิมมิเกรชั่นทราบและยกเลิกเคส หรืออาจไม่แจ้งปล่อยไปก่อนเพื่ออู้เวลาที่คุณจะหย่า กลับบ้าน หรืออาจเปลี่ยนใจดำเนินเรื่องต่อ ฉะนั้นถ้าคุณเป็นลูกความดิฉัน ดิฉันคงไม่ยื่นเรื่องยกเลิกเคส ดิฉันจะให้ลูกความไปพิมพ์นิ้วมือทิ้งไว้ และรอวันไปเรียกสัมภาษณ์และตอนนั้นเมื่อแน่ใจว่าลูกความหย่าจึงจะแจ้งไป
ถ้าหย่าแล้วกลับไปเมืองไทยได้ค่ะ แต่เวลาหย่าใช้เวลาหลายเดือน ถ้าคุณป็นลูกความดิฉัน ดิฉันจะให้รอจนกว่าได้ใบหย่าในมือก่อนค่อยกลับ
ตามที่คุณเคยอ่านคอลัมน์ดิฉัน ลงสัปดาห์ที่ 07/10/2009 หัวข้อ “ตอบอีเมล์ยื่นใบเขียว 10 ปี” ถ้าคุณอ่านซ้ำละเอียดดจะเห็นว่าคุณต้องได้ใบเขียวแรกก่อน และหลังจากนั้นถ้ามีปัญหาชีวิตสมรสและต้องหย่าาหรือถูกคู่สมรสทำร้ายร่างกาย คุณจึงสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง กรณีนี้ถ้าคุณยังไม่ได้ใบเขียวแรกและหย่าเร็วเพราะไม่มีความสุข คงไม่ได้ค่ะ
กรณีวีซ่าท่องเที่ยว 10 ปีของคุณยังไม่หมดอายุ แต่คุณ overstay คือปัจจุบันคุณอยู่เกินวันที่บนวีซ่าเล็กแล้ว คุณจะใช้วีซ่าใหญ่เดินทางได้อีกหรือไม่ ตามกฎได้ค่ะ ถ้าเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นให้เข้าประเทศ กรณีคุณ ณ.วันที่คุณยื่นเรื่องขอใบเขียว วีซ่าเล็กหรือบัตรขาเข้า I-94 ของคุณพึ่งขาด เมื่ออิมมิเกรชั่นรับเรื่องที่คุณแอ็พพลายใบเขียวแล้ว เท่ากับเวลาหยุดเดิน ตัวอย่าง วีซ่าเล็กคุณขาดวันที่ 15 กรกฏา 2009 คุณยื่นเรื่องแอ็พพลายใบเขียวปลายกรกฎา และถ้าอิมมิเกรชั่นรับเรื่องหลังจากนั้น สมมติวันที่ 30 กรกฎา เท่ากับคุณอยู่เถื่อนเพียง 15 วัน ตามกฎหมาย unlawful presence ถ้าคุณอยู่เกิน 180 วัน คุณห้ามกลับเข้าอเมริกา 3 ปี และถ้าอยู่เกิน 1 ปีคุณห้ามกลับเข้าอเมริกา 10 ปี แต่สำหรับคุณเท่ากับคุณอยู่เกินเพียง 15 วัน ฉะนั้นกฎหมายนี้ไม่มีผลต่อคุณ (โปรดอ่านเพิ่มเกี่ยวกับกฎหมาย“Unlawful Presence”ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” บทที่ 2 กฎหมายอิมมิเกรชั่น หน้า 2-9 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308) สรุปคุณยังใช้วีซ่านั้นเดินทางได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ที่สนามบินจะให้คุณเข้าอเมริกาคราวหน้า โดยเฉพาะคุณได้เคยแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่นและได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวมาก่อน เจ้าหน้าที่อาจสันนิษฐานได้ว่าคุณมีเจตนาที่จะเข้ามาแต่งงานและขอใบเขียวอีกก็ได้ ถ้าเขาไม่ให้เข้า เขาอาจ “แคนเซิล” วีซ่าใหญ่คุณได้
คราวนี้ขอตอบในฐานะพี่ศิราณีนะคะ
ชีวิตแต่งงานโดยเฉพาะกับคนค่างชาติ และโดยเฉพาะคุณพึ่งมาอเมริกาได้ไม่กี่เดือน เป็นของธรรมดาที่คุณจะเจอ “คัลเช่อร์ ช็อค” (Culture shock) คือช็อคกับขนบธรรมเนียมประเพณีอเมริกัน และช็อคกับความเป็นอยู่ของชายอเมริกัน โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนกรุงเทพ (เดาเอา) และอายุพึ่ง 25 ปี และถ้าไม่เคยผ่านความลำบากมาก่อน ในทางกลับกันสามีอเมริกันของคุณก็เจอปัญหา “คัลเช่อร์ ช็อค” กับขนบธรรมเนียมประเพณีไทยเช่นกัน โดยเฉพาะฝรั่งที่ไม่เคยออกนอกประเทศเลยและไม่เคยรู้จักคนเอเชียมาก่อน ดิฉันเขียนหนังสือเรื่อง “อยู่อเมริกา” ขอแนะนำให้คุณซื้ออ่านค่ะ จะช่วยให้คุณรู้ถึงสิ่งทั่วไปเกี่ยวกับอเมริกาและขนบธรรมเนียมอเมริกัน สำหรับฝรั่งการแต่งงานกับคนเอเชียถือเป็นอะไรที่ “เอ็กซอติค” (exotic) คำนี้ดิฉันแปลไทยไม่ออก คล้ายๆเรื่องแปลกในทางดี และอีกอย่างคืออายุที่ต่างกันระหว่างคุณและสามีประมาณ 18 ปี ทำให้ทั้งคู่เจอปัญหาความยังไม่เป็นผู้ใหญ่ของคุณและความเป็นผู้ใหญ่มากไปของเขา ดิฉันเห็นชีวิตคู่สมรสตัวอย่างมามากเวลาทำเคสใบเขียวแต่งงาน ที่ดิฉันเห็นเคสที่ชีวิตคู่ไปกันรอดส่วนใหญ่คือผู้หญิงที่มาจากต่างจังหวัดแต่งกับฝรั่ง จะมีความอดทนอย่างสูงและสามีก็รัก ทั้งอดทนผัวและอดทนทำงาน และหญิงไทยโดยเฉพาะคนต่างจังหวัดมักมีความกตัญญูสูง จะกตัญญูสามีที่ทำให้เขาได้ใบเขียว ได้มีชีวิตใหม่ และจะตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินส่งเงินไปให้พ่อแม่ลูกที่เมืองไทย มองข้ามจุดเสียของผัว ดิฉันไม่ได้หมายความว่าสาวกรุงเทพไม่อดทนนะคะ ดิฉันเชื่อว่าคุณสมบัติหญิงไทยส่วนมากเป็นคนอดทนและกตัญญู
ดิฉันจำได้ว่าตอนที่ดิฉันแต่งงานกับสามีคนเก่าใหม่ๆ (เราอายุต่างกัน 19 ปีคล้ายๆคุณ) วันหนึ่งดิฉันจะ“เซอร์ไพร๊ส์”ทำกับข้าวไทยให้สามีทาน ดิฉันวางจานข้าวและกับข้าวพร้อมบนโต๊ะ สามีกลับจากทำงานเดินเข้ามาในบ้านเห็นจานบนโต๊ะอาหาร ปัดจานออกไปและตะคอกใส่ดิฉันว่า เวลาผมนั่งทานอาหาร จะต้องมี “เพลสแม็ท”(placemat) รองจานไม่ใช่สักแต่วางจานเรี่ยราดอย่างนี้ จนปัจจุบันก็ยังไม่รู้ว่าเขาโกรธดิฉันจริงๆเรื่องอะไร บ้านเหม็นกลิ่นกับข้าว หรืออารมณ์เสียมาจากที่ทำงาน หรือกินฝีมือดิฉันไม่ลง???? สรุปเราก็อยู่กัน 10 กว่าปีกว่าจะหย่า ดิฉันได้เรียนรู้ความเป็นระเบียบ และขนบธรรมเนียมอะไรหลายๆอย่างจากเขา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตถือเป็นประสบการณ์ที่คุณจะนำไปใช้ในอนาคตได้ค่ะ หวังว่าคุณจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ