ทำซิติเซ่นเสี่ยงสูญใบเขียวและถูกเนรเทศ

วันพฤหัสที่ 26 พ.ย. นี้เป็นวันหยุดาชการ วันขอบคุณพระเจ้าหรือ Thanksgiving และวันศุกร์หลัง Thanksgiving เรียก“วันศุกร์ดำ”หรือBlack Friday เป็นวันช็อปปิ้งใหญ่ประจำปี ร้านค้าจะโละสต๊อคสินค้าของปีนี้ออกให้มากที่สุด ทางร้านจะดูจากยอดขายของวันศุกร์นี้ ว่าจะเป็นการเริ่มนิมิตรดีหรือเลวสำหรับปีหน้า ดิฉันคงไม่ได้ไปช๊อปวันนี้เพราะต้องโละสต๊อคงานเช่นกัน Happy Thanksgiving และ Happy shop till you drop ค่ะ(คุณสามารถอ่านสนุกเรื่องเทสกาลต่างๆในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 25 และ 28 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
เวลาคุณทำซิติเซ่น อิมมิเกรชั่นจะตรวจประวัติคุณอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าคุณมีปัญหาเหล่านี้ อย่าทำเรื่องเองหรือให้เพื่อนหรือผู้ที่ไม่ใช่ทนายทำ ข้างล่างนี้เป็นเคสตัวอย่างที่ผู้ยื่นเรื่องซิติเซ่นทำเรื่องเองหรือให้แทนะทำ และเรื่องไม่ผ่านและอยู่ในขณะดำเนินเรื่องเนรเทศ
คุณสมบัติผู้ทำซิติเซ่น
ต้องถือใบเขียวอย่างน้อย 5 ปี ยกเว้นถ้าคุณได้ใบเขียวจากการแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น คุณสามารถยื่นเรื่องได้ 3 ปี นับจากวันที่ได้ใบเขียวแรก และคุณต้องยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีผ่านแล้ว และคุณยังต้องแสดงหลักฐานว่ายังอยู่กินกับคู่สมรสฉันท์สามีภรรยา
คุณต้องอยู่ในอเมริการวมแล้วมากกว่า 2½ ปีครึ่งก่อนยื่นเรื่อง หรือมากกว่า 1½ ปีครึ่งถ้าคุณได้ใบเขียวจากการแต่งงาน และแต่ละครั้งที่อยู่นอกประเทศต้องไม่เกิน 6 เดือน ถ้าเกิน 6 เดือนแต่ไม่เกิน 1 ปีขอให้ปรึกษาทนาย
ผู้ชายที่ได้ใบเขียวระหว่างอายุ 18-25 ปี ต้องขึ้นทะเบียนทหาร Register with the Selective Service คุณสามารถขอใบสมัครได้ที่ไปรษณีย์ หรือ on-line ที่ www.sss.gov
คุณต้องยื่นภาษีหรือ “อินคัม แท็กซ์”ในระยะ 3 ปีก่อนยื่นเรื่อง ถ้าคุณไม่ได้ยื่นภาษี คุณต้องอธิบายเหตุผลได้ว่าทำไมถึงไม่ยื่น
คุณต้องมีความประพฤติดีและประวัติดี
(โปรดออ่านข้อมูลเพิ่ม“คุณสมบัติผู้โอนสัญชาติ”ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 5-5) ได้ใบเขียวมาอย่างไร
ตามข้อ 1 และ 2 อิมมิเกรชั่นจะย้อนเช็คข้อมูลกลับไปถึงตอนที่คุณได้ใบเขียว ว่าคุณได้มาอย่างไร และได้มาถูกต้องหรือมีกานฉ้อฉลหรือไม่
เคสตัวอย่างที่หนึ่ง พ่อใบเขียวทำใบเขียวให้ลูกภายใต้กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2B ที่วัดไทย ซึ่งตามกฎลูกต้องโสดหรือหย่า ในเคสนี้ลูกแต่งงานแต่ในใบสมัครเขียนว่าลูกยังไม่แต่งงาน ลูกได้ใบเขียวมาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี ตอนนี้ได้ยื่นเรื่องทำซิติเซ่น ไปสัมภาษณ์ผ่าน กำลังรอเรียกสาบานตน อิมมิเกรชั่นค้นพบว่าลูกแต่งงานตอนพ่อทำใบเขียวให้ ตอนนี้กำลังถูกดำเนินเรื่องเนรเทศ ข้อนี้ ไม่น่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น เพราะตอนยื่นเรื่องลูกน่าจะทำเรื่องหย่าก่อน เมื่อพ่อได้เป็นซิติเซ่น เปลี่ยนกรุ๊บจากลูกโสดของพ่อใบเขียว กรุ๊บ 2B เป็นลูกโสดของพ่อซิติเซ่นในกรุ๊บ 1 หลังจากนั้นถ้าลูกต้องการแต่งงาน ลูกสามารถแต่งได้และเปลี่ยนจากกรุ๊บ 1 เป็นกรุ๊บ 3
เคสตัวอย่างที่สอง ผู้หญิงไทยสินบนที่อำเภอเปลี่ยนชื่อบิดาจริง เป็นคนไทยที่ได้ซิติเซ่น บิดาปลอมทำใบเขียวให้ลูก ลูกได้ซิติเซ่น เรื่องแดงขึ้นภายหลัง ผู้หญิงไม่สูญซิติเซ่น แต่เธอไม่สามารถทำใบเขียวให้คนอื่นได้อีกต่อไป คือคนอื่นจะไม่ได้เบเนฟิตจากการเป็นซิติเซ่นของผู้นี้
เคสตัวอย่างที่สาม เคสนี้ดิฉันอ่านจากหนังสือพิมพ์ คือ แม่หย่าที่กงสุลไทยกับสามีเก่าขณะอยู่ในอเมริกา แม่แต่งงานใหม่กับอเมริกันซิติเซ่น แม่ได้ใบเขียวแต่งงาน ลูกได้ใบเขียวในฐานะลูกเลี้ยง 30 ปีต่อมาลูกทำซิติเซ่น สอบผ่านรอสาบานตน อิมมิเกรชั่นเปลี่ยนกฎใหม่ไม่ยอมรับการหย่ากงสุลว่ามีผลถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันเคสยังติดอยู่ในศาล
เคสตัวอย่างที่สี่ แฟนคอลัมน์หญิงได้ใบเขียวจากการแต่งงานกับซิติเซ่น แทนะทำเรื่องใบเขียวให้พร้อมรับทำภาษี “อินคัมแท็กซ์”ย้อนหลังให้ผู้ชายเสร็จสรรพ เรื่องผ่านผู้หญิงได้ใบเขียว เมื่อผู้หญิงยื่นเรื่องทำซิติเซ่น 3 ปีโดยกลับไปหาแทนะคนเดิม วันไปสัมภาษณ์ถูกถามเรื่องภาษีรายได้ ซึ่งผู้หญิงตอบข้อมูลไม่ตรงกับที่แทนะทำเรื่องภาษีให้ เลยถูกขุดคุ้ยไปถึงหน้าที่การงานของสามีและข้อมูลต่างๆที่กรอกตอนทำใบเขียวปรากฎว่าเรื่องแดงว่าสามีภรรยาไม่ได้อยู่ด้วยกัน ปัจจุบันเธอกำลังถูกดำเนินเรื่องเนรเทศ
จุดเพ่งเล็งสำหรับผู้ยื่นซิติเซ่นจากใบเขียวแต่งงาน
ถ้าคุณได้ใบเขียวแต่งงาน และยื่นเรื่องทำซิติเซ่น 3 ปี อิมมิเกรชั่นจะเพ่งเล็งว่าคุณยังอยู่กับคู่สมรสหรือไม่ ตามกฎอิมมิเกรชั่นใช้คำศัพท์ว่าคุณยังต้องอยู่ใน “แมริเทิ้ล ยูเนี่ยน” (marital union) ศัพท์คำนี้ตีความหมายว่ายังคุณทั้งสองต้องยังอยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยา ฉะนั้นถ้าคุณแยกกันอยู่กับคู่สมรสถึงแม้ยังไม่ยื่นเรื่องหย่า ตามกฎอิมมิเกรชั่นทำไม่ได้ วันสัมภาษณ์คุณต้องแสดงหลักฐานว่าคุณยังอยู่กินด้วยกันกับคู่สมรส เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมา เจ้าหน้าที่จะขุดคุ้ยเรื่องไปถึงตอนคุณทำใบเขียวแรกและใบเขียว 10 ปีว่าคุณแต่งงานจริงหรือไม่ คุณอาจเสี่ยงสูญใบเขียวได้
ยื่นภาษี
การยื่นภาษีรายได้หรือ “อินคัม แท็กซ์” เป็นหน้าที่สำคัญสำหรับผู้ถือใบเขียวและซิติเซ่น อันนี้ดิฉันขอให้ผู้ที่มีใบเขียวอย่างถูกต้องทำงาน รับเงินเดือน และจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง ขอให้คุณนึกถึงว่าคุณทำทุกอย่างที่จะได้ใบเขียวเพื่อจะได้สามารถทำงานได้ แต่เมื่อคุณได้ใบเขียวแล้ว คุณกลับไปทำงานอย่างเดิมคือรับเงินใต้โต๊ะ ขอร้องว่าอย่าทำ คำอ้างที่ว่านายจ้างไม่ยอมจ่ายเงินเดิอนนั้นฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะถ้านายจ้างถูกจับได้ เขายิ่งโดนข้อหาหนักกว่าคุณ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆคุณก็คงต้องพยายามเปลี่ยนงานใหม่ เวลาคุณยื่นเรื่องทำซิติเซ่น คุณต้องแสดงภาษีอย่างน้อย 3 ปี ถ้าคุณไม่ได้ทำงาน แต่คู่สมรสทำงาน คุณสามารถแสดงภาษีร่วมกับคู่สมรสได้ แต่ถ้าคุณอยู่ตัวคนเดียวและไม่เคยแจ้งภาษี คุณต้องอธิบายเหตุผลได้ว่า คุณอยู่และมีกินได้อย่างไร
นประเทศนี้อย่างถูกต้อง
ขึ้นทะเบียนทหาร
ข้อนี้สำคัญสำหรับชายที่ได้ใบเขียวอายุระหว่าง 18-25 ต้องขึ้นทะเบียนทหารถ้าคุณไม่ได้ขึ้นทะเบียน คุณมีปัญหาตอนทำซิติเซ่น เพราะถือเป็นความผิดด้านความประพฤติ คุณต้องคอยให้ 5 ปีผ่านไปก่อนจนกระทั่งอายุ 31 ปี ถึงยื่นได้ ถ้าคุณต้องการยื่นก่อนคุณต้องอธิบายเหตุผลที่คุณไม่ได้ขึ้นทะเบียนทหาร ขอให้ปรึกษาทนาย
คดีอาญา
ตอนทำซิติเซ่น คุณต้องพิมพ์นิ้วมือและถูกเช็คประวัติไปที่ FBI ถ้าคุณมีปัญหาทางกฎหมายไม่ว่าจะจิ๊บจ้อย อย่างไรก็ตาม คุณต้องปรึกษาทนาย ตามกฎอิมมิเกรชั่นถ้าคุณทำผิดกฎหมายอาญาสถานเบาที่เกี่ยวกับความประพฤติ หรือสถานเบาสองคดีรวมกันขึ้นไป คุณไม่สามารถยื่นเรื่องโอนสัญชาติได้ คุณต้องคอยให้คดีจบและหมดภาคทัณฑ์ก่อน 5 ปี ถึงจะยื่นเรื่องโอนสัญชาติได้ คดีที่เป็นปัญหาไม่สามารถยื่นเรื่องโอนสัญชาติได้คือ คดีที่เกี่ยวกับมีเพศสัมพันธ์กับเด็กหรือทำอนาจารเด็ก ทารุณกรรมคู่สมรสและบุตร คดีเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภทยกเว้น มีกัญชาในครอบครองน้อยกว่า 30 กรัม (ยกโทษให้ครั้งเดียว) และคดีอาญาสถานหนักเช่น ปล้น ฆ่า เป็นต้น (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่ม“อาชญากรรมเรื่องความประพฤติ” ในบทที่ 7 “ความอาญาที่ควรรู้” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” หน้า 7-4)
ข้อเตือน
สมัยก่อนยุคไฮเท็ค เคสการปลอมแปงเอกสารในเมืองไทยจะหลุดลอดมามาก ตัวอย่างที่พบ แต่งงานแต่ไม่แจ้งว่าแต่ง หรือแต่งงานซ้อน หรือไม่หย่า หรือหย่าปลอมโดยให้พี่หรือน้องไปเซ็นใบหย่าแทนขณะตัวอยู่ในอเมริกาแล้ว หรือมีการเปลี่ยนใบเกิด เปลี่ยนอายุ และชื่อพ่อ ชื่อแม่ โดยใส่ชื่อพ่อที่เป็นอเมริกันซิติเซ่นแทน เป็นต้น หลายคนที่ได้ใบเขียว และบางคนรอดไปได้จนเป็นซิติเซ่น ปัจจุบันยุคไฮเท็ค มีการเก็บข้อมูลเข้าคอมพิวเต้อร์หมดแล้ว มีทั้งทะเบียนราษฎร์ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ข้อมูลลิ้งค์ถึงกันหมดทั่วทุกจังหวัด และปัจจุบันอิมมิเกรชั่นเช็คชื่อ ที่อยู่ ต่างๆละเอียดในใบสมัครซิติเซ่น และจะมีการ cross reference ข้อมูลถึงกันหมด เวลาดิฉันทำเคส ถ้าดิฉันเห็นที่อยู่เดียวกันของลูกความคนหนึ่งกับอีกคนหนึ่ง หรือชื่อและนามสกุลคล้ายๆกับของคนอื่น ดิฉันต้องขุดค้นไปถึงว่าใครอยู่กับใคร ที่ไหน มีความสัมพันธ์อย่างไร อันนี้เป็นความแตกต่างระหว่างทนาย และแทนะ