สวัสดีปีใหม่ 2010

ประกาศ หนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” ออกวางจำหน่ายแล้วราคา $32 (ฉบับขายในเมืองไทยราคา 600 บาท) และหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” อั้พเดทเล่มใหม่ทั้งหมดและเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ราคา $45

ดิฉันหายไปหลายสัปดาห์เวเคชั่นประจำปี ตอนนี้เปิดออฟฟิสเรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากที่หนังสือเล่มใหม่ชีวิตโรบินฮู้ดวางจำหน่าย มีอีเมล์คำถามมาหลายฉบับ เรามาตอบกันเลยนะคะจะได้ไม่เสียเวลา

ถาม ดิฉันเป็นลูกเรือค่ะ  เริ่มมาทำงานปี 1996 แล้วลาออก มาอยู่อเมริกาปี 2008 ด้วย วีซ่า B2 และ วีซ่าขาดก็อยู่เรื่อยมา อย่างนี้ถีอว่า เข้าอเมริกา เมื่อไหร่ และจะทำเรื่องตามที่กฎหมายใหม่จะออกได้ไหมค่ะ

ตอบ ให้ถือว่าเข้าอเมริกาครั้งล่าสุดค่ะคือปี 2008 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว B-2 จะทำเรื่องกฎหมายใหม่ (ที่ยังไม่ออก) ได้หรือไม่  ต้องรอดูวันที่ที่เขาจะกำหนดค่ะ

ถาม อยากจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องวีซ่า คือก่อนหน้านี้ถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามา แต่ตอนนี้วีซ่าขาดไปสองปีแล้วและใบขับขี่ก็หมดอายุไปแล้วอยากจะทราบว่าพอมีทางแก้ไขให้สามารถต่อใบขับขี่ มี work permit หรือเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียนหรือมีทางแก้ไขให้สามารถอยู่อย่างถูกกฎหมายได้รึปล่าวครับ พอดีเคยคุยกับทนายคนนึงเค้าบอกว่ารู้จักกับคนที่ทำงานอยู่ในอิมมิเกรชั่นซึ่งเค้าบอกว่าสามารถต่ออายุ ใบ I-94 ให้ได้ และสามารถขอ work permit และ SSN (โซเชียลเซ็คคิวริตี้นัมเบอร์) ให้ได้ และนำ SSN ไปต่อใบขับขี่ให้ได้ case แบบนี้สามารถทำได้ไม๊ครับ

ตอบ ถ้าคุณวีซ่าขาดแล้ว คุณไม่สามารถต่อ หรือเปลี่ยนวีซ่าได้เลย และไม่สามารถต่อใบขับขี่หรือขอ work permit หรือนัมเบอร์โซเชียลได้ และไม่สามารถต่ออายุ I-94 หรือบัตรขาเข้าได้ ถ้ามีทนายหรือทแนะบอกคุณว่ารู้จักคนในอิมมิเกรชั่นให้ถือเป็น red flag อย่างแรงค่ะว่าคุณกำลังถูกหลอก  เป็นไปไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณยังพยายามหลับหูหลับตาทำ คุณจะมีปัญหาภายหลังเมื่อถึงเวลาที่จะทำเรื่องอยู่อย่างถูกกฎหมาย เพราะเท่ากับคุณ “ฉ้อฉล”หรือ fraud ค่ะ การปลอมแปลงเอกสารถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอิมมิเกรชั่นเป็นความผิดทางอาญา

ถาม ดิฉันชอบอ่านคอลัมน์ที่คุณเขียนมาก อยากเรียนถามปัญหาคือ ดิฉันได้ส่งลูกชายอายุ 15 ปี ไปเรียนไฮสคูลและอยู่กับญาติปี 2006 ปี 2007 ดิฉันได้วีซ่า 10 ปี และได้ไปเยี่ยมลูกอยู่ราว 5 เดือนกว่า กลับไทยได้หนึ่งเดือนกลับไปอีกครั้งที่ 2 ปี 2007 อยู่ 5 เดือนกว่า เพื่อไปดูแลลูก ลูกป่วยระหว่างวันดิฉันไปช่วยญาติทำงานที่ร้านอาหารไทยได้ค่าแรงไม่มาก หลังจากนั้น 6 เดือนดิฉันกลับอเมริกาครั้งที่ 3 ราวเดือน ก.ค. ปี 2008 แต่อิมมิเกรชั่นไม่อนุญาตให้เข้าเมือง เหตุผลอ้างว่าเมื่อปี 2007 ทำไมไปอยู่รวมสิบเดือน อิมมิเกรชั่นได้พยายามให้รับว่าที่อยู่นานเพราะไปทำงานร้านไทย ดิฉันได้บอกว่าไม่ได้ทำงานแค่ไปช่วยทำให้ญาติเพียงเป็นการตอบแทนนิดหน่อยและเพื่อดูแลลูก แต่ทางอิมมิเกรชั่นพยายามให้รับว่าได้ค่าแรงวันละ $20 เพราะได้โทรไปถามญาติแล้ว อิมมิเกรชั่นให้ดิฉันเซ็นยอมรับว่าทำงานจริง และได้ยกเลิกวีซ่าและส่งกลับไทยทันที และบอกว่าหากอยากมาหาลูกก็ขอวีซ่ามาใหม่จนกระทั่งวันนี้ดิฉันไม่ได้ไปขอเพราะกลัวไม่ผ่าน ตอนนี้ลูกชายกำลังจะแต่งงานแฟนคนไทยซึ่งเป็นซิติเซ่นเร็วๆนี้ อยากถามว่าหากดิฉันอยากไปเยี่ยมลูกอีก ขอวีซ่าจะผ่านไหมและหากลูกชายแต่งงานกับซิติเซ่น เขาจะมีปัญหาตอนแอ็พพลายกรีนการ์ด หรือซิติเซ่นไหมในอนาคต

ตอบ ดีใจค่ะที่เป็นแฟนคอลัมน์ เคสนี้เป็นเคสตัวอย่างที่ดี เพราะดิฉันได้คำถามบ่อยๆจากผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวที่เข้ามาอเมริกาอยู่เต็มที่ 6 เดือนและถามว่าจะกลับมาได้อีกเมื่อไร ตามกฎวีซ่าท่องเที่ยวคือคุณจะต้องมีถิ่นฐานอยู่ในประเทศตนเองและเพียงเดินทางมาเที่ยวในอเมริกา ฉะนั้นระยะเวลาที่คุณอยู่ในประเทศไทยต้องมากกว่าอเมริกา กรณีคุณใน 1 ปีคุณอยู่เมืองไทย 1 เดือน อยู่อเมริกา 11 เดือน จึงเป็นปัญหาเมื่อเข้ามาครั้งที่สาม คุณควรต้องทิ้งช่วงห่างเป็นปีๆ คุณถึงได้ถูกปฏิเสธและยกเลิกวีซ่า  และผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวที่เข้าอเมริกาถี่ หรือผู้ถือวีซ่านักเรียนที่เรียนย่ำอยู่กับที่โดยไม่ได้ก้าวหน้า ขึ้น  เมื่อเดินทางเข้าอเมริกาแทบทุกคนจะถูกซักไซ้เรื่องทำงานจนกระทั่งจนมุม ตามกฎอิมมิเกรชั่นการช่วยทำงานถึงแม้จะไม่ได้รับเงินเดือนแต่เป็นเพียงการตอบแทนบุญคุณหรือแลกเปลี่ยนค่าที่อยู่เช่นกรณีคุณ รวมย่า ยายที่มาอเมริกาเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน ก็ถือว่าเข้าข่ายการทำงานทั้งสิ้น กรณีคุณนั้นเป็นปัญหาเนื่องจากคุณยอมรับว่าคุณทำงาน และคุณเซ็นรับว่าทำงาน คุณจะมีปัญหาเมื่อขอวีซ่าท่องเที่ยวคราวหน้าค่ะ คิดว่าทางกงสุลคงไม่ออกให้ ถ้าลูกชายของคุณแต่งงานเขาจะไม่มีปัญหาตอนแอ็พพลายกรีนการ์ดหรือทำซิติเซ่นค่ะ คุณอาจลองพยายามขอวีซ่าท่องเที่ยวใหม่เพื่อไปงานแต่งานลูกชาย ถ้าขอไม่ผ่านก็ไม่เสียอะไร ไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นผลเสียภายหลังเพราะการที่คุณเซ็นใบยอมรับว่าทำงานก็เท่ากับแบล็กลิสท์ไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณขอวีซ่าท่องที่ยวไม่ผ่าน คุณต้องรอให้ลูกชายได้ซิติเซ่นก่อนอย่างเดียว และหลังจากนั้นเขาถึงแอ็พ พลายใบเขียวให้แม่ได้

ถาม หนูอยากปรึกษาเรื่องวีซ่านักเรียนโดนยกเลิกค่ะ หนูบินไปอเมริกาก่อน ร.ร. เปิด 40 วัน แต่ ต.ม. ไม่ให้เข้าบอกว่าผิดกฎหมาย แล้วเอาหนูไปสอบสวน ตอนนั้นหนูรู้สึกกลัวมากตอบผิดตอบถูกหมด พอดีเค้าถามเรื่องทำงาน หนูก็ตอบแบบไม่ตั้งใจว่าทำงานในห้องสมุดแต่ไม่ได้ทำทุกวัน (เคยไปเรียนมาก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งค่ะ) เค้าก็ถามว่าไม่รู้เหรอว่าทำงานไม่ได้ หนูตอบว่าไม่รู้จริงๆ เค้าบอกว่าเค้าคงต้องยกเลิกวีซ่าเราและส่งกลับ และเค้าเขียนตัวหนังสือไว้บนหน้าวีซ่าว่า 22CFRY1.122 (h) 3 Dec 27 2009 LOS 1235 ส่วนข้างหลังพาสปอร์ต เขียนว่า Application Withdrawn I-275 WD A095 812 911 Dec 27, 2009 Los 1235 เสียใจมากเลยค่ะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องใหญ่โตแบบนี้กับเราได้ ตอนที่ตอบคำถามก้อรู้บ้างไม่รู้บ้าง เพราะไม่มีล่ามด้วย หนูจะทำยังไงดีคะกับการไปขอวีซ่าครั้งใหม่ ไม่ทราบจะมีปัญหาอะไรหรือป่าวคะ

ตอบ ปัญหาคุณเริ่มจากที่คุณเดินทางเข้าอเมริกาก่อนกำหนด ตามปกติถ้าคุณได้วีซ่านักเรียน คุณต้องเดินทางเข้าอเมริกาภายใน 30 วันก่อนโรงเรียนเปิด ห้ามเข้าก่อน และตามที่คุณบอกว่าเคยไปเรียนมาแล้วครั้งหนึ่ง และคราวนี้เป็นวีซ่านักเรียนครั้งที่สอง กรณีได้วีซ่านักเรียนครั้งที่สองทางอิมมิเกรชั่นหรือทางกงสุล(ตอนไปขอวีซ่าใหม่) จะเพ่งเล็ง เพราะเขาจะดูว่าคุณไปเรียนนานเท่าไร หลักสูตรอะไร และการเรียนก้าวหน้าขึ้นหรือไม่ เช่นเรียนภาษาไม่ควรเกิน 2 ปี เรียนปริญญาตรี 4-5 ปี ปริญญาโท 2-3 ปี ถ้าคุณเรียนย่ำอยู่กับที่ เขาจะสันนิษฐานว่าคุณทำงานไปเรียนไป และเมื่อคุณเข้าประเทศคุณจะถูกซักหนักมาก เกี่ยวกับเรื่องเรียนและเรื่องทำงาน และกรณีคุณพูดว่าคุณไม่มีล่ามและฟังภาษารู้บ้างไม่รู้บ้าง อันนี้คงฟังไม่ค่อยขึ้น ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ เคสเกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นไม่ถือเป็นความอาญา ฉะนั้นทางอิมมิเกรชันไม่จำเป็นต้องหาล่ามให้คุณฟรี แต่เขามักหาล่ามให้กรณีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าอเมริกาและถูกซักตามสนามบิน เพราะนักท่องเที่ยวส่วนมากอาจไม่พูดภาษาอังกฤษเลยก็ได้ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ส่วนมากจะหาคนมาช่วยแปลอาจเป็นพนักกงานสายการบินหรือผู้โดยสารคนธรรมดาก็ได้ กรณีคุณเป็นนักเรียน ถือวีซ่านักเรียนและเคยเข้ามาเรียนแล้วครั้งหนึ่ง เขาสันนิษฐานว่าคุณต้องพูดและเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีพอ ถ้าคุณจะพยายามไปขอวีซ่านักเรียนที่สถานกงสุลเข้าไปใหม่ คุณต้อง convince ทางสถานกงสุลให้ได้ว่าคุณตื่นเต้น ตกใจมากๆและตอบผิดถูก และคุณต้องพูดความจริงกับเขา ถ้าคุณเพียงทำงานในห้องสมุด โดยทางอาจารย์ที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติก็รับรู้ และตัวคุณรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คุณอาจมีโอกาสก็ได้ คุณอาจต้องรีบไปขอก่อนโรงเรียนเปิดเทอม (โปรดดูเคสตัวอย่างในหนังสือชีวิตโรบินฮู้ด หน้า 12 คำถามคำตอบ แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630 ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

ถาม ดิฉันเป็นแฟนคุณมานานและชอบอ่านจดหมายถาม-ตอบของคุณมาก เป็นประโยชน์กับดิฉันและเพื่อนๆของดิฉันด้วย เพราะเพื่อนๆที่ไม่มีคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เนตจะชอบมา update ข้อมูลเป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็น Fan Club เลยทีเดียว และหนังสือ ชีวิตโรบินฮู้ด ก็สั่งซื้อมาไว้อ่านแล้วด้วยค่ะ วันนี้ดิฉันมีคำถามมาถามเพื่อตัวเอง และเผื่อจะมีใครที่มีเคสเหมื่อนดิฉันแต่ไม่รู้จะตัดสินใจหรือทำอย่างไรดีคือ เมื่อประมาณปี 2001 พี่สาวของสามีดิฉันยื่นเรื่องขอใบเขียวให้สามีดิฉันและพวกเรา (ดิฉันและ ลูกชาย 2 คน) สามีและดิฉันมักจะตาม Update Queue จนทราบว่าเรื่องจะอนุมัติอีกประมาณ 1 ปี ครึ่ง หรือเร็วกว่านั้นถ้าเขาเคลียร์ เคสได้เร็วกว่านี้ แต่ที่สำคัญคือตอนนี้ดิฉันและลูกชาย ทั้ง 2  เรามาอาศัยอยู่ในอเมริกาและลูกชาย ทั้ง 2 กำลังเรียนอยู่ในระดับ Elementary school ได้เกือบ 4 ปีแล้ว (เรียกได้ว่าเป็น โรบินฮู้ดเต็มตัว) หากว่าเรื่องอนุมัติเราจะสามารถขอรับใบเขียวที่อเมริกาได้เลย หรือต้องพาลูกชายกลับเมืองไทยเพื่อไปรับใบเขียวที่สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย หากเป็นเช่นนี้เรื่องจะถูกยกเลิกหรือเปล่าคะ

ตอบ ตอนที่พี่สาวของสามีขอใบเขียวให้สามีภายใต้ “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 4 ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้อง” คุณและบุตรจะได้พ่วงมาด้วย ตอนยื่นเรื่องคุณและครอบครัวอยู่เมืองไทย คุณได้เดินทางเข้าอเมริกามากับลูกและปล่อยให้วีซ่าขาด ถ้าตัวคุณวีซ่าขาดอาจมีปัญหารับใบเขียวในอเมริกาเพราะคุณพึ่งเดินทางเข้าอเมริกาเมื่อ 4 ปีนี้ ภายใต้มาตรา 245i ที่ผ่านมาครั้งก่อน “คัฟเว่อร์” ผู้ที่เข้าประเทศก่อนเมษายน 2001 ฉะนั้นคุณอาจมีปัญหา ส่วนกรณีเด็กตามกฎหมาย unlawful presence ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เด็กจะปลอดภัยและสามารถรับใบเขียวได้ถึงแม้จะอยู่เกิน แต่อย่างไรก็ตามถ้าคุณอยู่เถื่อนแล้วคุณก็ต้องปล่อยเลยตามเลย อย่าเดินทางออกนอกประเทศตอนนี้ ถ้ากฎหมายใหม่ผ่านออกมาเมื่อไรคุณอาจจะอยู่ภายใต้กฎหมายใหม่บางฉบับ ตอนนี้ก็ใจเย็นก่อนแล้วกันนะคะ (โปรดออ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 4” “มาตรา 245 (i)” และ “unlawful presence” ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกา I เล่มใหม่ หน้า 4-4 กรุ๊บ 4th; หน้า 2-5 มาตรา 245(i) และ Unlawful Presence แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630  โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)