หญิงที่ถูกสามีใบเขียวทารุณสามารถขอใบเขียวเองได้

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันได้รับโทรศัพท์จากหญิงที่ถูกสามีถือใบเขียวทารุณกรรม 2 รายติดๆกัน รายหนึ่งสามียื่นเรื่องขอใบเขียวแล้วและกำลังคอยเรื่อง อีกรายสามียังไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ เพราะต้องการรอได้ซิติเซ่นก่อน ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจที่แย่มากๆหรือยังไงทำให้คนอารมณ์ร้ายขึ้น ดิฉันทำเคสขอใบเขียวให้ภรรยาที่ถูกสามีซิติเซ่นทารุณมาหลายเคสจนชำนาญ แต่ยังไม่เคยทำเคสให้ภรรยาที่ถูกสามีใบเขียวทารุณมาก่อน เลยต้องศึกษาว่าจะทำได้ไหมอย่างไร และจะมีอะไรเกิดขึ้นถ้าสามีสูญใบเขียว เพราะคดีเกี่ยวกับ “โดเม็สติค ไวโอเล๊นซ์” (Domestic violence) คือ“การทารุณกรรมคนในบ้าน รวมคู่สมรส และเด็ก” ถือเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าผู้ถือใบเขียวมีคดีเกี่ยวกับ“โดเม็สติค ไวโอเล๊นซ์” เขาอาจสูญใบเขียวได้

VAWA

กฎหมายอิมมิเกรชั่นมีฉบับหนึ่งเรียก “วาว่า” (VAWA) ย่อมาจาก “ไวโอเลชั่น อเก๊นสท์ วีเม่น แอ๊กท์” (Violation Against Women Act) เป็นกฎหมายที่ช่วยให้คู่สมรส หรือบุตรเลี้ยง ของอเมริกันซิติเซ่นหรือผู้ถือใบเขียวที่ถูกทารุณ สามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้โดยสามีไม่ต้องเซ็น เรียก “แซ็ลฟ์ เพอทิชั่น” (Self petition) และถ้าคุณมีลูกติด ลูกจะได้ใบเขียวด้วย ”(คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่ บทใบเขียวแต่งงานหน้า 5-7 หัวข้อ “ขอใบเขียวเองภายใต้หญิงถูกทารุณ”  และเรื่อง Domestic Violence และ Abuse ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” หน้า 7-7 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

แต่งงานกับคู่สมรสใบเขียว

กรณีถ้าคุณอยู่ในอเมริกาและแต่งงานกับคู่สมรสใบเขียว คู่สมรสใบเขียวสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณได้ภายใต้กรุ๊บ “เพร็ฟเฟอเร็นซ์ สอง” ซึ่งคุณต้องคอยโควต้า ปัจจุบันระยะรอคอยประมาณ 3 ½ -4 ปี ระหว่างคอยเรื่อง คุณจะอยู่แบบโรบินฮู้ด และไม่ได้ใบทำงาน ใบขับขี่ หรือใบโซเชียล คือคุณคอยอย่างเดียว และเนื่องจากคุณเถื่อนแล้ว เมื่อโควต้ามาถึงคุณจะไม่สามารถยื่นเรื่องปรับสถานภาพและรับใบเขียวในอเมริกาได้ นอกจากคู่สมรสจะเป็นซิติเซ่น คุณถึงจะปรับสถานภาพได้ ”(คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“ชีวิตโรบินฮู้ด เล่มใหม่” หัวข้อ แต่งงานกับผู้ถือใบเขียว และ เลิกกับคู่สมรสก่อนได้ใบเขียว 10 ปี หน้า 62-63)

อภิสิทธิ์ของคู่สมรสใบเขียวที่ถูกทารุณ

  • กรณีที่ภรรยาของผู้ถือใบเขียวถูกทารุณ และสามียังไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวได้ด้วยตนเองถึงแม้คุณจะอยู่เถื่อนแล้วก็ตาม ถ้าคุณมีลูกติด (ถึงแม้ลูกไม่ได้ถูกทารุณ หรือลูกถูกทารุณแต่คุณไม่ถูกทารุณ) คุณสามารถพ่วงลูกเข้าไปได้ ทันทีที่คุณยื่น คุณสามารถยื่นเรื่องขอ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” หรือใบทำงานด้วยพร้อมกัน และถ้าเรื่องได้ “แอ็พพรูฟ” (approved) และคุณได้ใบทำงาน คุณจะสามารถทำงานได้ถูกต้อง ถึงแม้คุณยังไม่ได้ใบเขียวก็ตาม คุณยังต้องคอยโควต้าไปก่อน จนกระทั่งโควต้ามาถึง คุณจึงสามารถยื่นเรื่องขอปรับสถานภาพ “ขอใบเขียว”ตอนนั้นได้
  • คุณสามารถได้ใบเขียวเร็วขึ้น ถ้าทันทีถ้าคุณรู้ว่าสามีคุณได้ซิติเซ่นถึงแม้คุณจะไม่มีใบเซอร์ติฟิเดทซิติเซ่นชีปของเขาก็ตาม คุณสามารถยื่นเรื่องไปที่อิมมิเกรชั่นขอปรับสถานภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องรอโควต้า และทางอิมมิเกรชั่นจะนัมเบอร์เซอร์ติฟิเคทซิติเซ่นชิปของสามีให้เอง
  • กรณีถ้าสามีสูญใบเขียว เนื่องจากคดีทารุณกรรมคู่สมรส หรือบุตร หรือพ่อแม่ ถือเป็นคดีอาญาร้ายแรงตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นถึงขั้นสูญใบเขียวได้ ถ้าสามีสูญใบเขียวและถึงขั้นถูกส่งกลับเมืองไทยก็ตาม ตัวคุณไม่เสียสิทธิที่จะทำใบเขียว คุณยังสามารถทำใบเขียวต่อไปได้
  • กรณีที่คู่สมรสใบเขียวยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณแล้ว และคุณอยู่ระหว่างคอย คุณสามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนจากเคสใบเขียวธรรมดาเป็นเคสใบเขียวหญิงถูกทารุณได้เช่นกัน และคุณจะได้อภิสิทธิ์เช่นเดียวกับข้อมูลข้างต้น

คู่สมรสซิติเซ่นที่ถูกทารุณ

คู่สมรสซิติเซ่นที่ถูกทารุณ อยู่ในสภาวะที่ดีกว่าคู่สมรสใบเขียว คือคุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอโควต้า คือถ้าเรื่องผ่านคุณจะได้ใบเขียวทันที หรือถ้าคุณได้ใบเขียวสองปีแล้ว คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีได้โดยไม่ต้องรอให้ได้ใบเขียวแรกครบ 2 ปี

ข้อแนะนำสำหรับหญิงถูกทารุณ

ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากหญิงที่ถูกทารุณที่กลัวสามีอย่างแรง เนื่องจากโดนสามีขู่ต่างๆนาๆ รวมทั้งขู่จะฆ่า ข้อแนะนำที่จะให้ได้คือ

  1. เลิกกับสามี เพื่อความปลอดภัยของตน
  2. ถ้าคุณเลิกไม่ได้อาจเป็นเนื่องจากคุณไม่มีที่ไป หรือคุณไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงิน เป็นต้น คุณต้องรู้จักป้องกันตนเอง โดยออกกำลังกายทุกวันให้แข็งแรง ออกไปเดิน หรือวิ่งทุกวัน ฝึกวิชาป้องกันตัวอาจดูจากทีวี หรือหัดต่อย เตะ อย่าลืมว่ามวยไทยมีชื่อไปทั่วโลก และคุณมีขาแขน เช่นเดียวกับเขา ไม่จำเป็นที่ว่าคุณจะตัวเล็กกว่าเขา ถ้าคุณรู้จุดยุทธศาสตร์ว่าจะเตะตรงไหน
  3. รู้ทางหนีทีไล่ ทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง ถ้าไว้ใจเพื่อนบ้าน อาจให้เขารับรู้เรื่อง และถ้าเขาได้ยินเสียงดังในบ้านให้เขาโทรแจ้งตำรวจ อย่าลืมว่าผู้ชายที่รังแกตบตีผู้หญิงโดยปกติเป็นคนขี้ขลาดและมีปมด้อยบางอย่าง ข่มได้แต่เมียตัวเองแต่จะกลัวคนอื่น (ดิฉันเคยพบผู้ชายประเภทนี้ จะสังเกตุได้ว่าเขาไม่ค่อยยอมสบตากับคนอื่น)
  4. มีอาวุธป้องกันตัวเอง เริ่มจากอาวุธแรกคือความรู้ คือคุณต้องมีความรู้ด้านกฎหมาย กฎหมายอเมริกันคุ้มครองผู้หญิงมาก แต่บางรัฐคุณอาจจะเจอตำรวจที่เข้าข้างผู้ชาย (แน่นอนว่าไม่ใช่รัฐคาลิฟอร์เนีย) แต่ไม่ต้องกลัว เพราะกฎหมายเกี่ยวกับหญิงถูกทารุณมีทั่วทุกรัฐ ถ้าสามีตั้งท่าจะทารุณคุณ คุณสามารถตะคอกกลับสามีได้(อย่าแสดงความกลัวให้เขาเห็น) และถือโทรศัพท์ไว้เลยบอกเขาว่า “ถ้าคุณแตะต้องตัวฉันเมื่อไร ฉันจะโทรหา 911” แนะนำให้คุณใช้โทรศัพท์บ้าน เพราะถึงแม้คุณไม่สามารถพูดอะไรก็ตาม แต่ถ้าคุณสามารถตะโกนใส่โทรศัพท์ “Help” ตำรวจจะเช็คที่อยู่คุณได้และมาที่บ้านทันที หรือถ้าคุณวิ่งออกนอกบ้านก็ให้ใช้มือถือตำรวจจะจับสามีไปโรงพัก พิมพ์นิ้วมือ อาจถูกติดคุก บอกสามีว่าเขาจะมีประวัติเสียไปตลอดชีวิต “bad record all your life” อนาคตเขาจะถูกทำลาย “your future is ruined” เขาจะไม่สามารถทำงานกับรัฐบาลได้ หรืองานบางอย่างเช่นเป็นครู หรืองานที่ต้องมีศีลธรรมสูง และเขาจะมีปัญหาในอนาคตถ้าต้องการแอ็พพลายวีซ่าคู่หมั้นหรือใบเขียวให้คนอื่นต่อไป อาวุธที่สองที่มีได้คือ หัดช่างสังเกตุว่ามีอะไรอยู่ในบ้านตรงไหน และมีวัตถุแข็งที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ต่อสู้ เช่น ไฟฉาย “สเตเพิ้ล” (staple) หรือที่แม็กกระดาษ พวงกุญแจรถ แจกัน จาน หม้อ สากครก แม้กระทั่งปากกา ก็สามารถเป็นอาวุธได้ เป็นต้น คุณอาจเอาวัตถุต่างๆที่ใช้เป็นอาวุธได้ เตรียมไว้ทุกห้องตามจุดต่างๆ และควรมีโทรศัพท์มือถือและกุญแจรถติดตัวไว้ตลอด
  5. หางานทำนอกบ้าน เก็บเงิน เพราะสักวันหนึ่งคุณก็ต้องเลิกกับสามี คุณจะได้ช่วยตัวเองได้