แฮ๊ลท์ แคร์ รีฟอร์ม (การปฏิรูประบบประกันสุขภาพ)

ประกาศ หนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” ออกวางจำหน่ายแล้วราคา $32 (ฉบับขายในเมืองไทยราคา 600 บาท) และหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งปี 2010” อั้พเดทเล่มใหม่ทั้งหมดและเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ราคา $45

แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

สวัสดีค่ะ ทนายหายไปทำธุระเมืองไทย 3 สัปดาห์ ตอนนี้กลับมาลุยงานต่อแล้วค่า ดิฉันได้มีโอกาสไปดูการแข่งว่าวนานาชาติประจำปีที่ชะอำ สวยมาก เลยลงรูปที่ถ่ายมาให้ดูในเว๊บไซท์ต้อนรับสปริงและซัมเม่อร์ ไปเมืองไทยคราวนี้ก็ได้เรื่องตื่นเต้น คือเป็นช่วงที่กลุ่ม“เสื้อแดง”มีการเดินขบวนเรียกร้องให้ยุบสภาและต้องการให้มีการเลือกตั้งคณะรัฐบาลใหม่ การเดินขบวนเริ่มวันเสาร์ที่ 13 มีนา วันจันทร์กลุ่มเสื้อแดงเดินผ่านถนนพหลโยธินแถวคอนโดดิฉัน ถนนปิดดิฉันก็เลยขับรถออกถนนใหญ่ไม่ได้ต้องพึ่งรถไฟฟ้า ตอนนี้เมืองไทยนอกจากจะมีการแบ่ง“สี”แล้ว ตอนนี้มีการแบ่งชั่นวรรณะเพิ่มมาอีก โดนมีศัพท์ใหม่ที่นำมาใช้ คือ“พวกไพร่”และ“พวกอำมาตย์” คืนหนึ่งดิฉันนั่งฟังรายการทีวีถกเรื่องคำนิยาม “ไพร่และอำมาตย์” จัดโดย คม ชัด ลึก โอ๊ย! ฟังแล้วเหนื่อยใจ ยิ่งนับวันคนไทยก็ยิ่งแตกแยกกันมากขึ้น  เรามาสามัคคีรักกันดีกว่าเนอะ!!  เรากลับมาพูดเรื่องข่าวใหญ่ในอเมริกาตอนนี้แล้วกันนะคะ คือ เรื่องการปฏิรูประบบประกันสุขภาพหรือ แฮ๊ลท์ แคร์ รีฟอร์ม (Health Care Reform) ที่เพิ่งผ่านมาเป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 25 มีนา 2010 นี้

ระบบประกันสุขภาพในอเมริกา

อเมริกาถือเป็นประเทศพัฒนาที่ล้าหลังที่สุดในระบบประกันสุขภาพ เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาอื่นๆโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มยุโรป(เมืองไทยยังมี 35 บาทรักษาทุกโรคเลย) อเมริกาไม่มีระบบประกันสุขภาพให้พลเมืองทั่วไปเพียงแต่มีโปรแกรมรัฐบาลสปอนเซ่อร์กระจัดกระจายให้คนบางกลุ่มเท่านั้น นอกนั้นปล่อยเป็นหน้าที่ของรัฐ และบริษัทเอกชนที่จะมีประกันสุขภาพให้คนงาน ค่ารักษาพยาบาล ค่าหมอและและค่ายาในอเมริกาแพงหูฉี่ ตามสถิติในปี 2007 ผู้ยื่นเรื่องทำล้มละลายจำนวน 62% สาเหตุมาจากไม่สามารถจ่ายหนี้สินที่มาจากจากค่ารักษาพยาบาล เนื่องจากคนหลายคนที่ไม่สามารถซื้อประกันสุขภาพได้ เมื่อป่วยหนักขึ้นมา สามารถหมดเนื้อหมดตัวได้ และจากข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2009 คนอเมริกัน 47 ล้านคนไม่มีประกันสุขภาพ (ขอแทรกหน่อย การสำรวจสำมะโนประชากรในอเมริกาหรือ U.S. Census มีทุก 10 ปี ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนนี้ไป ซึ่งแต่ละบ้านสมาชิกคอรบครัวในบ้านควรได้รับรับฟอร์มนี้แล้วทางไปรษณีย์ ขอให้คนไทยทุกคนที่อยู่ในอเมริการวมทั้งโรบินฮู้ด กรอกข้อมูลนี้และส่งกลับไปในซองที่แนบมานะคะ ไม่ต้องกลัวถูกอิมมิเกรชั่นจับค่ะ ข้อมูลนี้เป็นความลับ การร่วมมือกรอกข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเราคนไทยคือ ทางรัฐบาลจะเฉลี่ยแบ่งเงินช่วยเหลือให้ชุมชนแต่ละกลุ่ม เช่นกลุ่มคนไทยถ้าเรามีจำนวนคนไทยมากพอในแต่ละเขต จะเห็นได้จากปัจจุบันที่คนไทยในแอลเอได้รับสวัสดิการฟรีหรือจ่ายค่าเซอร์วิสถูก เพราะทางองค์กรได้รับเงินที่รัฐบาลช่วย ตัวอย่าง ค่ารักษาพยาบาลจากศูนย์ส่งเสริมชาวไทย ค่าใช้จ่ายถูกที่องค์กรไทยช่วยกรอกฟอร์มทำซิติเซ่นที่วัดไทย เป็นต้น ถ้าคุณไม่ได้ฟอร์มนี้ คุณสามารถขอฟอร์มไปได้ที่ 866-872-6868) โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ U.S. Census Bureau หัวข้อ “ประชากร” ในหนังสือ“อยู่อเมริกา” หน้า 15 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

โปรแกรมประกันสุขภาพปัจจุบัน

ปัจจุบันรัฐบาลกลางหรือ “เฟ็ดเดอรัล กัฟวันเม็นท์” (Federal Government) มีโปรแกรมประกันสุขภาพที่จำกัด นแกนั้นให้เป็นหน้าที่รัฐเองที่จะจัดประกันสุขภาพให้พลเมืองของตน (โปรดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างอำนาจของรัฐบาลกลางและรัฐในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” หัวข้อ “กฎหมายรัฐบาลกลาง” และ “การขัดกันระหว่างรัฐและรัฐบาลกลาง” หน้า 1-3) รัฐแมสสาจูเซสท์ เป็นรัฐแรกที่จัดระบบประกันสุขภาพให้พลเมืองในรัฐเมื่อปี 2007 ปัจจุบันมีไม่กี่รัฐที่มีระบบประกันสุขภาพของตน นอกจากนี้รัฐบาลกลางออกกฎให้บริษัทใหญ่ที่มีคนงาน 50 คนขึ้นไป ต้องเสนอประกันสุขภาพให้คนงาน บางรัฐอาจมีกฎข้อบังคับให้บริษัทที่มีคนงานจำนวนน้อยกว่านี้เสนอประกันสุขภาพให้คนงาน (โปรดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ประกันสุขภาพ ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” หัวข้อ “สวัสดิการลูกจ้าง” “ประกันสุขภาพ” หน้า 8-8) โปรแกรมประกันสุขภาพของรัฐบาลปัจจุบันคือ

  1. เมดิแคร์ โปรแกรม (Medicare Program) สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ
  2. มิลลิทารี่ แฮ๊ลท์ ซิสเต็ม (Military Health System) หรือไทรแคร์ (TRICARE) สำหรับพวกรับราชการทหารทุกหน่วย ทหารที่เกษียรแล้ว และครอบครัวทหาร
  3. เมดิเคด โปรแกรม (Medicaid Program) เป็นโปรแกรมร่วมระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐ สำหรับคนจน
  4. โปรแกรมช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่มีเด็กและมีรายได้ต่ำ State Children’s Health Care Insurance Program เรียกย่อๆว่า SCHIP
  5. โปรแกรมสำหรับคนอเมริกันอินเดียน หรืออินเดียนแดง

ประวัติความเป็นมาของระบบประกันสุขภาพ

รัฐบาลหลายสมัยพยายามที่จะผ่านการปฏิรูประบบประกันสุขภาพแต่ไม่สำเร็จ อาจมีกฏหมายผ่านมาบ้างประปราย เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 สมัยประธานาธิบดี โรสแวลท์ (Roosevelt), ทรูแมน (Truman), นิกสัน (Nixon) ในยุคประธานาธิบดีคาร์เต้อร์ (Carter) ได้ผ่านประกันสุขภาพออกมาให้คนออกจากทำงานบริษัทได้รับประกันต่อระยะสั้นภายใต้โปรแกรมเรียก “โคบร้า” (COBRA) โดนจ่ายเบี้ยประกันต่ำ พอมาถึงสมัยประธานาธิบดี “คลินตัน” ได้ยกตำแหน่งให้ภรรยา “ฮิลลารี่ คลินตัน” เป็นผู้ร่าง“แฮ๊ลท์ แคร์ รีฟอร์ม”ปรากฎว่า “บอมบ์” ถูกพลเมือง สภาโจมตีมากมาย “แฮ๊ลท์ แคร์ รีฟอร์ม”ก็หยุดนิ่งตั้งแต่นั้นมา มาสมัยประธานาธิบดี “บุช” (Bush) ได้มีโปรแกรมสั่งจ่ายยาให้ผู้สูงอายและผู้พิการภายใต้เมดิแคร์ โปรแกรม ตอน “โอบาม่า” (Obama) หาเสียงได้สัญญาว่าจะนำเรื่องปฏิรูประบบประกันสุขภาพและปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นเข้าสภาในปีแรกที่รับตำแหน่ง  ณ. วันนี้ ป.ธ.บ.โอบาม่าเข้ารับตำแหน่งได้ 1 ปี 2 เดือน และได้ทำสำเร็จผ่านระบบประกันสุขภาพออกมาและเซ็นเป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 25 มีนา (ตอนนี้ดิฉันมีความหวังว่าปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นจะเป็นลำดับต่อไปที่จะเข้าสภา คุณสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น ในหนังสือ“ชีวิตโรบินฮู้ด เล่มใหม่” บท “กฎหมายใหม่ที่โรบินฮู้ดรอคอย”หน้า 26) ทางเซเนทและสภาคองเกรสได้ผ่าน กฎหมายมาสองฉบับ คือ Patient Protection and Affordable Care Act และ Health Care and Education Reconciliation Act of 2010 ตอนนี้ประเด็นที่เหลือที่ยังตกลงกันไม่ได้ระหว่างสองสภาคือ เงินที่จะเอามาจ่ายระบบประกันสุขภาพจะมาจากไหน

ระบบประกันสุขภาพตามกฎหมายใหม่

ระบบประกันสุขภาพใหม่หรือ แฮ๊ลท์ แคร์ รีฟอร์ม จะมีผลบังคับใช้เป็นระยะๆ กฎหมายนี้เชื่อว่ายังต้องมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงอีกบ้าง ในที่นี้ดิฉันจะกล่าวถึงเพียงโปรแกรมหลักเท่านั้น

โปรแกรมหลักมีผลบังคับใช้ระหว่างปี 2010-2011

  • ห้ามบริษัทประกันสุขภาพยกเลิกประกันเมื่อผู้ประกันป่วยหรือมีโรคประจำตัว ผู้ประกันที่มีประกันสุขภาพประเภทตลอดชีวิต ทางบริษัทต้องกำหนดเงื่อนไขที่ห้ามยกเลิกประกันและมีการจำกัดค่าเบี้ยประกันต่อปี
  • เด็กสามารถติดอยู่ภายใต้ประกันสุขภาพของพ่อแม่ถึงอายุสูงสุด 26 ปี ปัจจุบันบริษัทประกันส่วนมากจำกัดอายุเด็กภายใต้ประกันพ่อแม่เมื่อเด็กอายุครบ 19 ปีหรือบางยริษัทให้จนกระทั่งเด็กจบมหาวิทยาลัย
  • ผู้ที่ไม่มีประกันที่ป่วยหรือมีโรคประจำตัวมาก่อนเรียก “พรี เอ็กซิสติ้ง คอนดิชั่น” (pre-existing conditions) สามารถซื้อประกันสุขภาพได้ภายใต้โปรแกรมใหม่ชั่วคราวปีนี้ ซึ่งโปรแกรมใหม่นี้จะหมดเขตปี 2014 และตอนนั้นจะมีโปรแกรมใหม่ถาวรเรียก “อินชัวรันส์ เอ็กซ์เช๊นจ์เจ็ส” (insurance exchanges) มาแทนที่
  • ตั้งโปรแกรมใหม่ชั่วคราวเพื่อช่วยบริษัทนายจ้างให้คงประกันสุขภาพให้แก่คนงานที่เกษียรก่อนกำหนด หรือ “เออร์ลี่ รีไทร์รี่” (early retirees) ระหว่างอายุ 55-64 ปี โปรแกรมนี้จะหมดในปี 2014
  • ผู้ที่ได้ยาภายใต้เมดิแคร์โปรแกรม และอยู่ภายใต้ช่องโหว่ระยะหนึ่งที่เมดิแคร์ไม่จ่ายค่ายา จะได้รับเงิน “รีเบท” $250 ภายใต้กฎหมายใหม่จะค่อยๆปิดช่องโหว่นี้
  • รัฐบาลจะให้เครดิตภาษี หรือ “แท็กส์ เครดิต” (tax credit) ต่อธุรกิจย่อยที่มีประกันให้คนงาน
  • รัฐบาลจะเก็บภาษี 10% ต่อธุรกิจอาบผิวภายในร้าน (indoor tanning services) ที่ใช้แสงรังษีอุลตร้า ไวโอเล็ค เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2010

โปรแกรมหลักมีผลบังคับใช้ระหว่างปี 2011

  • เมดิแคร์เพิ่มเงินโบนัส 10% ให้หมอประจำและหมอผ่าตัดที่รับคนไข้เมดิแคร์ (หมอส่วนมากไม่ค่อยชอบรับคนไข้ที่ใช้เมดิแคร์ เพราะเรียกเก็บเงินได้ช้าหรือกฏเกณฑ์มาก)
  • ผู้รับเมดิแคร์จะใด้ตรวจสุขภาพฟรีปีละครั้ง และจะสามารถเลือกประเภทประกันที่ปกป้องมากกว่ารักษาเรียก “พรีเว็นชั่น แพลน เซอร์วิส” (prevention plan services) ประกันระบบใหม่นี้จะเพิ่ม “พรีเว็นชั่น แพลน เซอร์วิส” ให้เลือกได้โดยจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นนิดหน่อยหรืออาจไม่ต้องจ่ายเพิ่มเลย
  • โปรแกรมใหม่ภายใต้ “เมดิเคด โปรแกรม” (Medicaid program) สำหรับคนจนจะมีผลบังคับใช้เดือนตุลาคม 2011 โดยรัฐจะเสนอให้ “โฮม และคอมมิวนิตี้ เบสแคร์” (home and community based care) คือเป็นโฮมแคร์ หรือสถานที่จัดโดยองค์กรท้องถิ่น ต่อผู้พิการแทนที่จะต้องไปอยู่สถาบันคนพิการ
  • จะไม่ขึ้นค่าเบี้ยประกันเพิ่มของ “เมดิแคร์ แอ็ดแวนเท็จ เซอร์วิส” (Medicare advantage service) หลังจากปี 2010 และจะค่อยๆลดลงให้เท่ากับค่าเบี้ยประกันของเมดิแคร์ธรรมดา
  • นายจ้างต้องเปิดเผยค่าประกันสุขภาพต่อลูกจ้างในใบภาษี W-2 ฟอร์ม
  • รัฐบาลจะเก็บเงินเพิ่มรายปีคิดตาม “มาร์เก็ต แชร์” (market share) จากโรงงานผลิตยาที่มีรายได้เกิน 5 ล้านเหรียญต่อปีขึ้นไป

โปรแกรมหลักเหล่านี้นี้มีผลบังคับใช้ระหว่างปี 2012 ไปถึง 2018

  • เมดิแคร์โปรแกรมปฏิรูปการจ่ายเงินหมอที่รับคนไข้เมดิแคร์ให้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มคุณภาพหมอให้ดีขึ้น
  • มีโปรแกรมให้รางวัลโรงพยาบาลที่รับเมดิแคร์ เพื่อเพิ่มคุณภาพของโรงพยาบาลให้ดีขึ้น
  • ศูนย์เมดิแคร์ และเมดิเคด ที่ดูแลโปรแกรมรัฐบาลนี้จะมีการตรวจประวัติโรงพยาบาลที่รับคนไข้ที่กลับมารักษาพยาบาลซ้ำ โดยมีโปรแกรมให้รางวัลเพื่อลดการรับคนไข้ซ้ำน้อยลง

โปรแกรมหลักเหล่านี้นี้มีผลบังคับใช้ระหว่างปี 2013 ไปถึง 2018

โปรแกรมหลักระหว่างปี 2013-2018 เป็นการให้โปรแกรม “อินเซ็นทีฟ” (incentives) ต่อหมอและโรงพยาบาลที่รับคนไข้เมดิแคร์ เพื่อส่งเสริมให้เพิ่มคุณภาพการรักษาพยาบาล และกล่าวถึงการกำหนดค่าภาษีที่จะเก็บแต่ละครอบครัวตามรายได้ และแหล่งเงินที่จะหามาจ่ายระบบประกันสุขภาพ

หมายเหตุ: คอลัมน์นี้เขียนให้แฟนคอลัมน์ทุกคนโดยเฉพาะ “คุณใหญ่” ที่อีเมล์มาขอร้อง(หลายครั้ง)ให้ดิฉันเขียนเรื่องแฮ๊ลท์ แคร์ รีฟอร์ม

Happy Easter ค่ะ