กฏหมายใหม่รัฐอาริโซน่าและผลต่อโรบินฮู้ดในรัฐ

เมื่อวันศุกร์ที่ 23 เมษาที่ผ่านมา ผู้ว่าของรัฐอาริโซน่าลงนามผ่านบิล SB 1070 เป็นกฎหมายซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ภายใน 90 วัน หรืออาจเร็วกว่านั้นคือหลังปิดสภาประมาณปลายเดือนพฤษภาคม กฎหมายฉบับนี้จะมีผลต่อโรบินฮู้ดที่อยู่ในรัฐอาริโซน่าเท่านั้น ตามกฎหมายนี้ระบุว่า ถ้าผู้ใดอยู่ในรัฐอาริโซน่าอย่างผิดกฎหมาย ถือเป็นความผิดทางอาญาสถานเบา “มิส เดอมีเน่อร์”(misdemeanor) หรือสถานหนัก “เฟโลนี่” (felony) กฎหมายให้อำนาจตำรวจตรวจเอกสารเพื่อเช็คสถานภาพของคนต่างชาติได้ ถ้าผู้ใดอยู่อย่างผิดกฎหมาย สามารถถูกจับเข้าคุก ขึ้นศาล จ่ายค่าปรับได้ กฎหมายใหม่นี้ถือเป็นกฎหมายที่กีดกันโรบินฮู้ดอย่างแรงแทบจะว่าไร้มนุษยธรรมก็ว่าได้ โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่สิวิไลซ์เช่นอเมริกา
รัฐธรรมนูญอเมริกัน
รัฐธรรมนูญอเมริกันระบุสิทธิต่างๆ ซึ่งครอบคลุมคนทุกคนที่อยู่ในอเมริกาไม่ว่าจะถือเชื้อชาติหรือสัญชาติใด ทุกสีผิว ทุก สถานภาพไม่ว่าจะอยู่อย่างถูกกฎหมายหรืออยู่เถื่อน ตามสิทธิรัฐธรรมนูญระบุว่ารัฐบาลต้องปฏิบัตต่อทุกคนเท่าเทียมกัน ห้ามกีดกันคนเนื่องจากเชื้อชาติ สัญชาติ สีผิว และก่อนที่ตำรวจจะจับใครก็ต้องมีข้อสงสัยที่เพียงพอ และก่อนที่ผู้ต้องหาจะถูกลงโทษก็ต้องมีการผ่านขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายหรือ “ดู พรอเซส” (due process) เช่น ต้องมีข้อสงสัยที่เพียงพอ มีหลักฐาน มีการขึ้นศาล และมีการตัดสินโดยผู้พิพากษาหรือลูกขุน เป็นต้น  คุณสามารถอ่านหาความรู้เกี่ยวกับ “สิทธิรัฐธรรมนูญเบื้องต้น” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” หน้า 1-3 และความอาญา ข้อแตกต่างระหว่าง “มิสเดอมีเน่อร์” และ “เฟโลนี่” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” หน้า 7-4   แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308
กฎหมายละเมิดสิทธิ
กฎหมายใหม่นี้ละเมิดทุกสิทธิที่ระบุข้างต้น เพราะกฎหมายนี้กว้างมากและให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ คือเพียงเจ้าหน้าที่เห็นหน้าคนที่ไม่ใช่ฝรั่ง คือ (ตัวอย่าง) ถ้าคุนไม่ผิวขาว ผมบลอนด์ หรือตาสีฟ้า ก็อาจถูกขอตรวจเอกสารได้ว่าอยู่ในรัฐอาริโซน่าอย่างถูกต้องหรือไม่โดยไม่จำเป็นต้องมีข้อสงสัย โดยปกติโรบินฮู้ดสามารถดำรงชีวิตในอเมริกาอย่างปกติคือสามารถเช่าบ้าน เดินออกนอกบ้าน ไปซื้อกับข้าว ไปสังสรรกับเพื่อนฝูง ออกไปทำงานรับเงินใต้โต๊ะ โดยไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะมาจับ นอกจากตัวจะทำผิดกฎหมายบางอย่างถึงจะถูกตำรวจจับ กฎหมายนี้จริงๆแล้วต้องการ“ทาร์เก็ต”(target)ชาวเม็กซิกัน เพราะรัฐอาริโซน่าเป็นรัฐติดชายแดนประเทศเม็กซิโก แต่จะมีผลถึงคนต่างชาติทุกคนรวมคนไทย และจุดใหญ่อีกจุดหนึ่งที่ออกกฎหมายนี้ คือปัญหาเศรษฐกิจ เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจตกต่ำมาก คนอเมริกันจะโทษษชาวต่างชาติว่ามาแย่งงานเขาทำ เนื่องจากนายจ้างชอบจ้างแรงงานต่างด้าว เพราะสามารถจ่ายค่าแรงได้ถูกกว่า
“เรเชียล โพรฟายลิ่ง” (Racial Profiling)
การที่ตำรวจหยุดคนเพื่อขอตรวจค้น โดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ เพียงแต่เขาหน้าตาเป็นคนเม็กซิกันหรือหน้ากะเหรี่ยง เรียกว่า  “เรเชียล โพรฟายลิ่ง” คือจับคนเพราะสัญชาติหรือเชื้อชาติ หรือเพราะหน้าตากะเหรี่ยง อันนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ คือปฎิบัติต่อคนไม่เท่าเทียมกัน เพราะคนผิวขาว ผมบลอนด์ ตาสีฟ้า ที่เป็นชาวยุโรป หรือแคนาดาที่อยู่เถื่อนก็มีมากมายเช่นกัน
กฎหมายรัฐก้าวก่ายอำนาจรัฐบาลกลาง
นอกจากกฎหมายรัฐอาริโซน่านี้จะละเมิดสิทธิแล้ว ยังถือเป็นการก้าวก่ายอำนาจของรัฐบาลกลางด้วย เนื่องจากกฎหมายอิมมิเกรชั่นเป็นกฎหมายรัฐบาลกลางหรือ “เฟ็ดเดอรัล ลอว์” (Federal Law) ไม่ใช่กฎหมายรัฐ หรือ “เสตท ลอว์” (State Law) คือทุกอย่างที่ครอบคลุมเกี่ยวกับคนต่างด้าวและการเข้าออกประเทศตกอยู่ในอำนาจรัฐบาลกลางเพื่อกฎหมายจะได้ยูนิฟอร์มมีระเบียบเหมือนกันหมด รัฐอาริโซน่าอ้างกฎหมายใหม่นี้ว่าเพื่อรักษาความปลอดภัยของพลเมืองในรัฐจากอาชญากรรม และยาเสพติดทั้งหลาย เพราะพวกองค์กรเครือข่ายค้ายาเสพติดแหล่งใหญ่มาจากเม็กซิโก และพวกนี้ลักลอบเข้ามาตามชายแดนกันมาก ข้ออ้างหรือเหตุผลนี้อาจผ่านได้ถ้าทางรัฐสามารถแสดงน้ำหนักว่าเขาคำนึงถึงความมปลอดภัยยของพลเมืองเป็นใหญ่ โดยไม่มีเจตนากีดกันคนต่างชาติ
กฎหมายกีดกันคนต่างชาติ
ปัจจุบันรัฐหลายรัฐได้ผ่านและพยายามผ่านกฎหมายกีดกันคนต่างชาติมาบ่อยๆ บางกฎหมายก็ยังมีผลบังคับใช้ บางกฎหมายก็ถูกยกเลิก ตัวอย่างกฎหมายเกี่ยวกับการออกใบขับขี่ การออกใบขับขี่ถือเป็นกฎหมายรัฐ รัฐแต่ละรัฐมีกฏเกณฑ์ในการออกใบขับขี่ต่างกันได้ แต่ตั้งแต่รัฐบาลกลางเข้มงวดกับกฎหมายอิมมิเกรชั่น ได้บังคับให้แต่ละรัฐตรวจสถานภาพของผู้ขอใบขับขี่ใหม่ก่อน และไม่ออกใบขับขี่ให้โรบินฮู้ด เนื่องจากการใช้ถนนถือเป็นกึ่งรัฐกึ่งรัฐบาลกลางเพราะทางด่วนหรือฟรีเวย์เป็นงบของรัฐบาลกลาง ฉะนั้นรัฐบาลกลางจะมีอำนาจมากพอสมควรที่จะกำหนดกฎเกณฑ์การออกใบขับขี่ของรัฐได้ ฉะนั้นคุณจะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนโรบินฮู้ดก็จะวิ่งไปขอใบขับขี่บางรัฐที่ยังออกให้อยู่แต่ปัจจุบันไม่ได้แล้ว โปรดอ่านเกี่ยวกับคุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ “ปัญหาเรื่องใบขับขี่สำหรับโรบินฮู้ด” ในหนังสือ“ชีวิตโรบินฮู้ด” บท “ระวังการขับรถและการเดินทาง” หน้า52
ผลกระทบกับคนไทย
คนไทยที่อยู่ในรัฐอาริโซน่าที่เป็นโรบินฮู้ดเต็มตัว หรืออาจยังเป็นนักเรียนแต่ไม่ไปเรียนหรือลักลอบทำงาน หรือเด็กที่เรียนหนังสืออย่างผิดกฎหมาย หรือผู้ที่แต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่นแต่ไม่ยื่นเรื่องขอใบเขียว ต้องระวังตัว เพราะถ้ากฎหมายนี้มีผลบังคับใช้เมื่อไร คุณจะไม่ปลอดภัย เชื่อกันว่าองค์กรหลายองค์กรจะฟ้องร้องว่ากฎหมายนี้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และขอให้ยกเลิกกฎหมายนี้ แต่อาจใช้เวลานาน ระหว่างที่อยู่ในการฟ้องร้อง กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ รัฐอาริโซน่ามีชื่อว่าเป็นรัฐที่ “คอนเซอร์เวทีฟ” มาก จะเห็นตัวอย่างได้จาก ในปี 1992 รัฐบาลกลางประกาศให้วัน “มาร์ติน ลูเท่อร์ คิง”  เป็นวันหยุดราชการ เพื่อรำลึกถีงความสำคัญของท่าน (ด็อคเต้อร์ มาร์ติน ลูเท่อร์ คิง เป็นบาทหลวงผิวดำที่ถูกลอบสังหาร ท่านเป็นผู้นำที่เรียกร้องความเท่าเทียมและเสมอภาคระหว่างผิวโดยสงบโดยใช้ลัทธิเดียวกับ มหาตมะ คานธี) รัฐอาริโซน่าไม่ยอมรับวันนี้เป็นวันหยุด จนกระทั่งปี 1996 รัฐอาริโซน่าได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัด ซุบเป้อร์ โบล ในปี 1996 เขาโดนบีบบังคับจากคณะกรรมการซุบเป้อร์ โบล ว่าถ้ารัฐอาริโซน่าไม่ยอมรับ  วันมาร์ติน ลูเท่อร์ คิง เป็นวันหยุดราชการ เขาจะถอนไม่ให้รัฐเป็นเจ้าภาพ รัฐจึงต้องยอมจำนน  คุณสามารถอ่านสนุกได้ความรู้เกี่ยวกับ วันมาร์ติน ลูเท่อร์ คิง และประวัติความเป็นมา ในหนังสือ“อยู่อเมริกา” หน้า 27 และ 21

04/30/2010กฏหมายใหม่รัฐอาริโซน่าและผลต่อโรบินฮู้ดในรัฐ ประกาศ หนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” ออกวางจำหน่ายแล้วราคา $32 (ฉบับขายในเมืองไทยราคา 600 บาท) และหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งปี 2010” อั้พเดทเล่มใหม่ทั้งหมดและเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ราคา $45 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)เมื่อวันศุกร์ที่ 23 เมษาที่ผ่านมา ผู้ว่าของรัฐอาริโซน่าลงนามผ่านบิล SB 1070 เป็นกฎหมายซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ภายใน 90 วัน หรืออาจเร็วกว่านั้นคือหลังปิดสภาประมาณปลายเดือนพฤษภาคม กฎหมายฉบับนี้จะมีผลต่อโรบินฮู้ดที่อยู่ในรัฐอาริโซน่าเท่านั้น ตามกฎหมายนี้ระบุว่า ถ้าผู้ใดอยู่ในรัฐอาริโซน่าอย่างผิดกฎหมาย ถือเป็นความผิดทางอาญาสถานเบา “มิส เดอมีเน่อร์”(misdemeanor) หรือสถานหนัก “เฟโลนี่” (felony) กฎหมายให้อำนาจตำรวจตรวจเอกสารเพื่อเช็คสถานภาพของคนต่างชาติได้ ถ้าผู้ใดอยู่อย่างผิดกฎหมาย สามารถถูกจับเข้าคุก ขึ้นศาล จ่ายค่าปรับได้ กฎหมายใหม่นี้ถือเป็นกฎหมายที่กีดกันโรบินฮู้ดอย่างแรงแทบจะว่าไร้มนุษยธรรมก็ว่าได้ โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่สิวิไลซ์เช่นอเมริการัฐธรรมนูญอเมริกัน รัฐธรรมนูญอเมริกันระบุสิทธิต่างๆ ซึ่งครอบคลุมคนทุกคนที่อยู่ในอเมริกาไม่ว่าจะถือเชื้อชาติหรือสัญชาติใด ทุกสีผิว ทุก สถานภาพไม่ว่าจะอยู่อย่างถูกกฎหมายหรืออยู่เถื่อน ตามสิทธิรัฐธรรมนูญระบุว่ารัฐบาลต้องปฏิบัตต่อทุกคนเท่าเทียมกัน ห้ามกีดกันคนเนื่องจากเชื้อชาติ สัญชาติ สีผิว และก่อนที่ตำรวจจะจับใครก็ต้องมีข้อสงสัยที่เพียงพอ และก่อนที่ผู้ต้องหาจะถูกลงโทษก็ต้องมีการผ่านขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายหรือ “ดู พรอเซส” (due process) เช่น ต้องมีข้อสงสัยที่เพียงพอ มีหลักฐาน มีการขึ้นศาล และมีการตัดสินโดยผู้พิพากษาหรือลูกขุน เป็นต้น  คุณสามารถอ่านหาความรู้เกี่ยวกับ “สิทธิรัฐธรรมนูญเบื้องต้น” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” หน้า 1-3 และความอาญา ข้อแตกต่างระหว่าง “มิสเดอมีเน่อร์” และ “เฟโลนี่” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” หน้า 7-4   แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308กฎหมายละเมิดสิทธิกฎหมายใหม่นี้ละเมิดทุกสิทธิที่ระบุข้างต้น เพราะกฎหมายนี้กว้างมากและให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ คือเพียงเจ้าหน้าที่เห็นหน้าคนที่ไม่ใช่ฝรั่ง คือ (ตัวอย่าง) ถ้าคุนไม่ผิวขาว ผมบลอนด์ หรือตาสีฟ้า ก็อาจถูกขอตรวจเอกสารได้ว่าอยู่ในรัฐอาริโซน่าอย่างถูกต้องหรือไม่โดยไม่จำเป็นต้องมีข้อสงสัย โดยปกติโรบินฮู้ดสามารถดำรงชีวิตในอเมริกาอย่างปกติคือสามารถเช่าบ้าน เดินออกนอกบ้าน ไปซื้อกับข้าว ไปสังสรรกับเพื่อนฝูง ออกไปทำงานรับเงินใต้โต๊ะ โดยไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะมาจับ นอกจากตัวจะทำผิดกฎหมายบางอย่างถึงจะถูกตำรวจจับ กฎหมายนี้จริงๆแล้วต้องการ“ทาร์เก็ต”(target)ชาวเม็กซิกัน เพราะรัฐอาริโซน่าเป็นรัฐติดชายแดนประเทศเม็กซิโก แต่จะมีผลถึงคนต่างชาติทุกคนรวมคนไทย และจุดใหญ่อีกจุดหนึ่งที่ออกกฎหมายนี้ คือปัญหาเศรษฐกิจ เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจตกต่ำมาก คนอเมริกันจะโทษษชาวต่างชาติว่ามาแย่งงานเขาทำ เนื่องจากนายจ้างชอบจ้างแรงงานต่างด้าว เพราะสามารถจ่ายค่าแรงได้ถูกกว่า “เรเชียล โพรฟายลิ่ง” (Racial Profiling) การที่ตำรวจหยุดคนเพื่อขอตรวจค้น โดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ เพียงแต่เขาหน้าตาเป็นคนเม็กซิกันหรือหน้ากะเหรี่ยง เรียกว่า  “เรเชียล โพรฟายลิ่ง” คือจับคนเพราะสัญชาติหรือเชื้อชาติ หรือเพราะหน้าตากะเหรี่ยง อันนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ คือปฎิบัติต่อคนไม่เท่าเทียมกัน เพราะคนผิวขาว ผมบลอนด์ ตาสีฟ้า ที่เป็นชาวยุโรป หรือแคนาดาที่อยู่เถื่อนก็มีมากมายเช่นกันกฎหมายรัฐก้าวก่ายอำนาจรัฐบาลกลางนอกจากกฎหมายรัฐอาริโซน่านี้จะละเมิดสิทธิแล้ว ยังถือเป็นการก้าวก่ายอำนาจของรัฐบาลกลางด้วย เนื่องจากกฎหมายอิมมิเกรชั่นเป็นกฎหมายรัฐบาลกลางหรือ “เฟ็ดเดอรัล ลอว์” (Federal Law) ไม่ใช่กฎหมายรัฐ หรือ “เสตท ลอว์” (State Law) คือทุกอย่างที่ครอบคลุมเกี่ยวกับคนต่างด้าวและการเข้าออกประเทศตกอยู่ในอำนาจรัฐบาลกลางเพื่อกฎหมายจะได้ยูนิฟอร์มมีระเบียบเหมือนกันหมด รัฐอาริโซน่าอ้างกฎหมายใหม่นี้ว่าเพื่อรักษาความปลอดภัยของพลเมืองในรัฐจากอาชญากรรม และยาเสพติดทั้งหลาย เพราะพวกองค์กรเครือข่ายค้ายาเสพติดแหล่งใหญ่มาจากเม็กซิโก และพวกนี้ลักลอบเข้ามาตามชายแดนกันมาก ข้ออ้างหรือเหตุผลนี้อาจผ่านได้ถ้าทางรัฐสามารถแสดงน้ำหนักว่าเขาคำนึงถึงความมปลอดภัยยของพลเมืองเป็นใหญ่ โดยไม่มีเจตนากีดกันคนต่างชาติ กฎหมายกีดกันคนต่างชาติปัจจุบันรัฐหลายรัฐได้ผ่านและพยายามผ่านกฎหมายกีดกันคนต่างชาติมาบ่อยๆ บางกฎหมายก็ยังมีผลบังคับใช้ บางกฎหมายก็ถูกยกเลิก ตัวอย่างกฎหมายเกี่ยวกับการออกใบขับขี่ การออกใบขับขี่ถือเป็นกฎหมายรัฐ รัฐแต่ละรัฐมีกฏเกณฑ์ในการออกใบขับขี่ต่างกันได้ แต่ตั้งแต่รัฐบาลกลางเข้มงวดกับกฎหมายอิมมิเกรชั่น ได้บังคับให้แต่ละรัฐตรวจสถานภาพของผู้ขอใบขับขี่ใหม่ก่อน และไม่ออกใบขับขี่ให้โรบินฮู้ด เนื่องจากการใช้ถนนถือเป็นกึ่งรัฐกึ่งรัฐบาลกลางเพราะทางด่วนหรือฟรีเวย์เป็นงบของรัฐบาลกลาง ฉะนั้นรัฐบาลกลางจะมีอำนาจมากพอสมควรที่จะกำหนดกฎเกณฑ์การออกใบขับขี่ของรัฐได้ ฉะนั้นคุณจะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนโรบินฮู้ดก็จะวิ่งไปขอใบขับขี่บางรัฐที่ยังออกให้อยู่แต่ปัจจุบันไม่ได้แล้ว โปรดอ่านเกี่ยวกับคุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ “ปัญหาเรื่องใบขับขี่สำหรับโรบินฮู้ด” ในหนังสือ“ชีวิตโรบินฮู้ด” บท “ระวังการขับรถและการเดินทาง” หน้า52ผลกระทบกับคนไทยคนไทยที่อยู่ในรัฐอาริโซน่าที่เป็นโรบินฮู้ดเต็มตัว หรืออาจยังเป็นนักเรียนแต่ไม่ไปเรียนหรือลักลอบทำงาน หรือเด็กที่เรียนหนังสืออย่างผิดกฎหมาย หรือผู้ที่แต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่นแต่ไม่ยื่นเรื่องขอใบเขียว ต้องระวังตัว เพราะถ้ากฎหมายนี้มีผลบังคับใช้เมื่อไร คุณจะไม่ปลอดภัย เชื่อกันว่าองค์กรหลายองค์กรจะฟ้องร้องว่ากฎหมายนี้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และขอให้ยกเลิกกฎหมายนี้ แต่อาจใช้เวลานาน ระหว่างที่อยู่ในการฟ้องร้อง กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ รัฐอาริโซน่ามีชื่อว่าเป็นรัฐที่ “คอนเซอร์เวทีฟ” มาก จะเห็นตัวอย่างได้จาก ในปี 1992 รัฐบาลกลางประกาศให้วัน “มาร์ติน ลูเท่อร์ คิง”  เป็นวันหยุดราชการ เพื่อรำลึกถีงความสำคัญของท่าน (ด็อคเต้อร์ มาร์ติน ลูเท่อร์ คิง เป็นบาทหลวงผิวดำที่ถูกลอบสังหาร ท่านเป็นผู้นำที่เรียกร้องความเท่าเทียมและเสมอภาคระหว่างผิวโดยสงบโดยใช้ลัทธิเดียวกับ มหาตมะ คานธี) รัฐอาริโซน่าไม่ยอมรับวันนี้เป็นวันหยุด จนกระทั่งปี 1996 รัฐอาริโซน่าได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัด ซุบเป้อร์ โบล ในปี 1996 เขาโดนบีบบังคับจากคณะกรรมการซุบเป้อร์ โบล ว่าถ้ารัฐอาริโซน่าไม่ยอมรับ  วันมาร์ติน ลูเท่อร์ คิง เป็นวันหยุดราชการ เขาจะถอนไม่ให้รัฐเป็นเจ้าภาพ รัฐจึงต้องยอมจำนน  คุณสามารถอ่านสนุกได้ความรู้เกี่ยวกับ วันมาร์ติน ลูเท่อร์ คิง และประวัติความเป็นมา ในหนังสือ“อยู่อเมริกา” หน้า 27 และ 21