ใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i

ควันหลงโยคะ

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันเขียนเรื่องโยคิณีทนายความ เรื่องดิฉันไปเรียนจบหลักสูตรครูสอนโยคะ หลังจากลงคอลัมน์ดิฉันได้ feed back จากแฟนๆดังนี้

ควันหลงโยคะ

“ดิฉันได้มีโอกาสเข้าไปอ่านคอลัมน์ของคุณ รู้สึกปลื้มใจคุณรุจิรา (“รุจีรัตน์”ค่ะ)มากๆ รู้สึกภูมิใจว่ามีคุณที่เป็นผู้หญิงไทยที่เก่งมากๆ คุณเป็นหน้าเป็นตาให้กับชาติบ้านเมืองไทยอย่างยิ่งและยังจรรโลงสังคมด้วยการเขียนบอกเล่าข้อมูลดีๆเป็นวิทยาทานให้คนทั่วไปที่ไม่รู้และคิดไม่ถึงอีกด้วย ดิฉันขอให้คุณประสบความสำเร็จในทุกเรื่องและเจริญๆยิ่งขึ้นไปด้วยนะคะ……….”   “โยคะ–คุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เลือกทางที่ถูก” “I am so proud of you, P Ruji, you are my inspiration!” “ดิฉันอยากเรียนโยคะกับคุณ จะต้องทำอย่างไร และจะเปิด class สอนเมื่อไร”

ขอบคุณมากๆๆๆๆค่ะ ดิฉันดีใจมีแฟนๆ ติดตามอ่านคอลัมน์ และสนับสนุนการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของดิฉัน สามีดิฉันเองยังติดตามการเคลื่อนไหวของดิฉัน เขาว่าดิฉันมีกิจกรรมและไอเดียใหม่ๆมาเซอร์ไพรส์เขาอยู่เสมอ นอกจากโยคะแล้วตอนนี้ดิฉันยังเข้าครัวลองทำอาหารทุกชาติ และค้นพบว่าตัวเองชอบทำขนมมากๆ (ปล่อยให้สามีเป็นแผนกอาหาร เพราะเขาทำกับข้าวอร่อยไม่อยากแย่งหน้าที่) ตั้งแต่ขนมเค็ก ขนมปังโดยเฉพาะขนมปังอาหรับพิต้า (pita bread) ขนมหวานของอาหรับต่างชนิด(สามีเป็นชาวอาหรับ) ขนมใข่ของฝรั่งเศษเรียก“แม็ดดาลีน”ขนมของว่างทานเล่นกับน้ำชา อังกฤษเช่นสโกน (scones) และยังแถมทำแยมต่างชนิดเองเพื่อทานกับสโกน เพื่อนบ้านก็จะมานั่งทานกาแฟและเป็นหนูตะเภาลองทานขนมแต่ละชนิดของดิฉันทุกวันเสาร์ แฮ็ปปี้ทั้งคนทำและคนทาน เลยรู้ว่าการทำขนมหวานอร่อยๆๆเป็นวิธี “ชนะมิตรและจูงใจคน”ได้อย่างดี

เรื่องสอนโยคะ

ดิฉันกำลังวางแผนอยู่ค่ะเพราะแถวบ้านก็มีเพื่อนบ้านคนไทยหลายคนที่อยากเรียนโยคะกับดิฉัน ดิฉันเชื่อว่าดิฉันจะสอนได้ดีเนื่องจากเพิ่งเรียนจบหลักสูตรมา ความรู้กำลังแน่นอยากถ่ายทอด นึกถึงตอนเรียนจบทนายใหม่ๆ ได้ไปกวดวิชาก่อนสอบ “บาร์ เอ็กแซม” หรือ “เนฯ” วันเรียนจบครูกวดวิชาให้พรพวกเราว่า “พวกคุณตอนนี้ความรู้แน่นมากกว่าทนายที่ทำมานาน เพราะคุณพึ่งติวจบวิชาทุกสาขา ขออวยพรให้คุณสอบผ่านและขอให้นำความรู้นี้ไปใช้ในทางที่ถูก และเป็นทนายที่ดี” ตอนดิฉันจบคอร์สโยคะ ครูก็ให้คติและสติพวกเราว่า “สอนเพื่อเรียน หรือ Teach to learn อย่าเป็นครูเพื่อแสดงอำนาจ ทักษะที่ดีของการสอนคือ รักในสิ่งที่ตนทำ ให้โดยไม่เห็นแก่ตัว รักและเมตตา” ดิฉันตั้งใจจะถือคตินี้เมื่อสอน สรุป ดิฉันตั้งใจจะสอนโยคะ วันพุธและอาทิตย์ เวลา 9.30 น.พุธ 1 ชั่วโมง คิดว่าวันอาทิตย์จะสอน 1 ชั่วโมง 15 นาที ฝึกลมปราณ 15 นาที และโยคะ 1 ชั่วโมง ที่สตูดิโอ(บ้านดิฉัน) ซึ่งมีเนื้อที่จำกัด ถ้าผู้ใดสนใจเชิญติดต่อค่ะ คุณๆจะเป็นนักเรียนรุ่นแรกของดิฉัน

เรื่องอาชีพทนาย

ตามที่แฟนบางคนถามมาว่าจะเลิกเป็นทนายไปเป็นครุสอนโยคะหรือ ไม่เลิกค่ะ แฮ้ปปี้มากๆ เป็นโยคิณีทนายความ การฝึกโยคะช่วยให้ดิฉันเป็นทนายที่ดีขึ้น

ใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i

กลับมาเรื่องอิมมิเกรชั่น พอดิฉันกลับจากเรียนโยคะ ก็เจองานประดังจากเคสใบเขียวพี่น้องที่ลูกความได้ยื่นกันไว้ระหว่างมกรา-เมษาปี 2001 ภายใต้มาตรา 245i เพราะตอนนี้โควต้าหรือ “พรายออริตี้เดท” กรุ๊บพี่น้องคือกรุ๊บ 4 (คุณสามาาถเช็ค priority date ได้ใน www.travel.state.gov under Immigrant Visas, Priority Date) มาถึงแล้วเร็วกว่ากำหนด ก่อนดิฉันไปโยคะ เดือนมิถุนา กรุ๊บพี่น้องโควต้าอยู่เดือนกันยา 2000 ระหว่างเรียนโยคะเดือนกรกฎา โควต้ากระโดดมาเดือนมกรา 2001 ดิฉันก็กะกลับมามีเวลาทำเคส ที่ไหนได้พอกลับมาเช็คเข้าไปปรากฎว่าเขาโพสโควต้าของเดือนสิงหาว่ากรุ๊บพี่น้องกระโดดเป็นเดือนมิถุนา 2001 ดิฉันตั้งตัวแทบไม่ทัน ตอนนี้ก็เลยปั่นรีบทำเคสพี่น้อง ทุกคนแฮ็ปปี้หลังจากที่คอยกันมานาน ดิฉันสังเกตุอยู่อย่างคือ พี่น้องซิติเซ่นที่ยื่นเรื่องใบเขียวให้พี่น้องโรบินฮู้ดของตน แต่ละคนกุลีกุจอให้ความร่วมมือกับดิฉันมากๆ ขอเอกสารอะไรรีบส่งให้หมด ซึ่งต่างกับเคสใบเขียวคู่สมรส ที่คู่สมรสบางคู่ต้องค่อยๆประคับประคองความสัมพันธ์ เพื่อให้การขอใบเขียวไปอย่างราบรื่น เลยสรุปได้ว่า “พี่น้อง ยังไงก็ไม่ทิ้งกัน”

ใบเขียวพี่น้องภายใต้มาตรา 245i

โดยปกติเมื่อคุณวีซ่าขาดและกลายเป็นโรบินฮู้ดแล้ว คุณไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ ต้องกลับไปรับที่เมืองไทย ซึ่งเสี่ยงกลับมาอเมริกาอีกไม่ได้ ยกเว้นใบเขียวแต่งงานกับซิติเซ่น ซิติเซ่นทำให้พ่อแม่ หรือพ่อแม่ทำให้ลูกอายุต่ะกว่า 21 ปี ถึงจะรับใบเขียวในอเมริกาได้ กฎนี้ทำให้เป็นปัญหาต่อสมาชิกครอบครัวในกรุ๊บอื่นๆโดยเฉพาะกรุ๊บพี่น้อง ที่พี่หรือน้องที่เป็นซิติเซ่นสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้พี่น้องอาจต่างพ่อหรือต่างแม่ได้ แต่เนื่องจากใบเขียวพี่น้องใช้เวลานานมากประมาณ 10 ปี พี่น้องที่รออยู่ในอเมริกาก็จะเถื่อนเป็นโรบินฮู้ด และเมื่อโควต้ามาถึงก็ไม่สามารถรับใบเขียวได้ นอกจากจะมีกฎหมายเรียกมาตรา 245i เข้ามาช่วย มาตรา 245i นี้ช่วยให้โรบินอู้ดที่เข้ามาอเมริกาก่อน วันที่ 20 ธันวาคม 2000 และได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ก่อนวันที่ 30 เมษา 2001 รับใบเขียวในอเมริกาโดยจ่ายค่าปรับนอกเหนือจากค่าอิมมิเกรชั่นปกติอีกคนละ $1,000  โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ มาตรา 245i ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่”  หน้า 2-5 และ 4-8 และ/หรือในหนังสือชีวิตโรบินฮู้ดหน้า 28ประโยชน์ของมาตรา 245i คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้กับดิฉัน แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

การรักษาสิทธิภายใต้มาตรา 245i

ถ้าคุณได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวภายใต้มาตรา 245i คู่สมรสคนเก่าของคุณที่จดทะเบียนสมรสก่อนหน้ายื่นเรื่อง และบุตร สามารถคงสิทธินี้ไปได้ตลอด ในกรณีที่คู่สมรสหรือบุตรเกิดขาดคุณสมบัติที่จะได้ใบเขียวตอนนี้ แต่เขาสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวในอนาคตและใช้สิทธิภายใต้มาตรา 245i นี้ได้ตัวอย่าง

คุณหย่ากับคู่สมรสเก่า

กรณีพี่น้องซิติเซ่นยื่นใบเขียวให้ คู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานจะได้ใบเขียวพ่วงตามคุณด้วย กรณีคุณหย่ากับคู่สมรสเก่าที่คุณจดทะเบียนก่อนหน้ายื่นเรื่อง คุณสมรสเก่าก็จะไม่ได้ใบเขียวตามคุณ แต่สมมติในอนาคตเขามีนายจ้างจะยื่นเรื่องขอใบเขียวคนงานให้ หรืออาจถูกใบเขียวล็อตโต้ ซึ่งปกติเขาจะรับใบเขียวในอเมริกาไม่ได้เพราะเขาเป็นโรบินฮู้ด แต่ในกรณีนี้จะยื่นได้เพราะคู่สมรสคุณสามารถรักษาสิทธิภายใต้มาตรา 245i ของคุณได้

คู่สมรสใหม่

กรณีคุณแต่งงานใหม่กับโรบินฮู้ด คู่สมรสคนใหม่ของคุณจะได้ใบเขียวพ่วงตามคุณ ไม่สำคัญว่าเขาจะเข้ามาหลัง วันที่ 20 ธันวาคม 2000 เพราะคู่สมรสที่พ่วงไม่ต้องพิสูจน์หลักฐานว่าอยู่ในอเมริกาก่อนวันที่ 20 ธันวาคม 2000

ลูกอายุเกิน 21 ปี

กรณีลูกอายุเกิน 21 ปีหรือ age out และไม่ได้ปกป้องใน Child Status Protection Act เด็กก็จะได้รักษาสิทธิภายใต้มาตรา 245i จากคุณ ตามตัวอย่างข้างต้นเช่นกัน