“แบล็คลิสท์” และ “อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น”

ระกาศ   วันเสาร์และอาทิตย์ที่แล้วดิฉันเปิดสอนโยคะ class แรก มีนักเรียนมา 5 คน และเพื่อนๆมาอีกรวม 8 คน บวกคุณครู เกือบทุกคนเป็นนักเรียนใหม่ ทั้งครูและนักเรียนแฮ็ปปี้ ดิฉันมีสตูดิโอทั้งในและนอกบ้าน สัปดาห์ที่แล้วเราเล่นโยคะกันสตูดิโอข้างหลังบ้าน เพราะอากาศสบาย มีเสียงน้ำตกและกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งเป็นแบ๊คกราวนด์ ถ้าผู้ใดสนใจเรียนโยคะ โปรดดโทรหรืออีเมล์หาดิฉัน

“แบล็คลิสท์”และ“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น”

คอลัมน์สัปดาห์นี้เรามาทำความเข้าใจกับคำว่า “แบล็คลิสท์” และ “อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” คนไทยส่วนมากจะใช้คำ“แบล็คลิสท์” แทบทุกสถานการณ์ ตัวอย่าง

  1. ดิฉันขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน จะติด“แบล็คลิสท์”นานเท่าไร ถึงจะไปขอวีซ่าใหม่ได้
  2. ถ้าเคยขอวีซ่าท่องเที่ยวหลายครั้งไม่ผ่าน และตอนนี้จะแต่งงานกับซิติเซ่น จะถูก“แบล็คลิสท์”ตอนขอใบเขียวแต่งงานหรือไม่
  3. ถ้าขอต่อวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน กว่าจะรู้ผลก็อยู่เกินไป 3 เดือน กรณีนี้ถ้ารีบเดินทางออกจะถูก“แบล็คลิสท์”ไหม จะมีปัญหาตอนกลับเข้าเมกาคราวหน้าไหม
  4. ถ้าวีซ่าเล็กขาด และรีบกลับเมืองไทยก่อน 6 เดือน ตามที่อ่านคอลัมน์คุณรุจี จะไม่ถูก“แบล็คลิสท์” 3 -10 ปี และจะไปเมกาใหม่ได้เมื่อไร

“แบล็คลิสท์”

คำว่า “แบล็คลิสท์” (Black List) ดิฉันเข้าใจว่าตามคำถามข้างต้น คงหมายถึง“ประวัติเสีย” หรือ “แบ๊ด เร็คคอร์ด” (Bad record) ในแง่กฎหมายอิมมิเกรชั่น ถ้าประวัติคุณเสียเท่ากับคุณไม่ได้ทำอะไรผิดตามตัวบทกฎหมาย แต่มองจากการกระทำของคุณ ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคุณไม่บริสุทธิ์ใจ อันนี้ยากที่จะเปลี่ยนใจหรือเปลี่ยนความคิดเจ้าหน้าที่ได้ในอนาคต แต่การกระทำบางอย่างเช่นขอวีซ่าไม่ผ่าน ไม่ได้หมายความเสมอไปว่าคุณจะถูก“แบล็คลิสท์”หรือประวัติเสีย

“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น”

“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” เป็นตัวกฎหมายที่ระบุอยู่ในกฎหมายอิมมิเกรชั่นฉบับปฏิรูปปี ค.ศ. 1996 ดังนี้ “ผู้ใดที่อยู่เกินกำหนดวันที่บนบัตรขาเข้า (วีซ่าเล็ก) ถึงแม้ว่าเพียงวันเดียวก็ถือว่าอยู่อย่างผิดกฎหมายหรือ “อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” (Unlawful Presence) โทษคือ ถ้าผู้ใดที่อยู่เกิน 6 เดือนแต่ไม่เกิน 1 ปี เมื่อเดินทางออกนอกอเมริกาเมื่อไร จะไม่สามารถเข้าอเมริกาได้ 3 ปีนับตั้งแต่วันเดินทางออก และถ้าผู้ใดอยู่เกิน 1 ปีขึ้นไป จะไม่สามารถเข้าอเมริกาได้ 10 ปี โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมาย “อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่”  หน้า 2-5 บทกฎหมายคนเข้าเมือง แลหัวข้อ “วีซ่าใหญ่วีซ่าเล็ก”ในหนังสือชีวิตโรบินฮู้ดหน้า 9 และคำถามคำตอบหน้า 12 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้กับดิฉัน แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

ตอบคำถามข้างต้น

ขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน “แบล็คลิสท์” นานเท่าไร

ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน ไม่จำเป็นว่าคุณจะถูก“แบล็คลิสท์” มันขึ้นอยู่กับว่าคุณขอวีซ่าไม่ผ่านเนื่องจากอะไร ถ้าคุณขอไม่ผ่านเนื่องจากหลักฐานการเงินไม่ดีพอ หรืองานไม่มั่นคง ซึ่งทำให้ทางสถานทูตสันนิษฐานว่าคุณต้องการไปทำงานเขาก็จะไม่ออกวีซ่าให้ แต่คุณไม่ประวัติเสีย คุณอาจพยายามขอวีซ่าใหม่ได้ ถ้าสถานการณ์ของคุณเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น คุณมีงานทำดี มั่นคง หรือแต่งงานมีคู่สมรสงานมั่นคง เป็นต้น แต่ถ้ากรณีคุณกรอกใบสมัครไม่ตรงความจริงหรือตอนตอนสัมภาษณ์อาจโกหก เช่น คุณมีพ่อ แม่ พี่ น้องอยู่ในอเมริกา แต่บอกว่าไม่มี กรณีนี้ คุณก็จะถูก “แบล็คลิสท์” ประวัติเสีย และ/หรืออาจจะผิดกฎหมายเข้าข่ายความประพฤติ กรณีนี้คุณอาจต้องรอ 5 ปีก่อนที่จะพยายามขอวีซ่าใหม่ได้ (แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะให้)

ถ้าขอวีซ่าท่องเที่ยวหลายครั้งไม่ผ่าน และขอใบเขียวแต่งงานภายหลังจะถูก“แบล็คลิสท์”ไหม

ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน โดยปกติคุณขอใบเขียวแต่งงานภายหลัง คุณจะถูกเพ่งเล็งว่าคุณแต่งงานจริงหรือเปล่า หรือแต่งงานเพื่อความสะดวกที่จะได้ใบเขียว เนื่องจากพยายามขอวีซ่าท่องเที่ยวหลายครั้งไม่ผ่าน แต่กรณีนี้ถ้าคุณแต่งงานจริงไม่น่าเป็นปัญหาค่ะ

ถ้าขอต่อวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่านและรีบกลับ จะถูก“แบล็คลิสท์”และมีปัญหาตอนกลับเข้าเมกาคราวหน้าไหม

ข้อนี้และข้อ 4 คำตอบเหมือนกัน คือคุณเข้าข่าย“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น” และอาจถูก “แบล็คลิสท์” ด้วย เพราะเท่ากับคุณผิดกฎ“อันลอว์ฟูล เพร็สเซ่น”เพราะคุณอยู่ ถึงแม้จะเพียงวันเดียว แต่เนื่องจากคุณอยู่ไม่เกิน 6 เดือน คุณสามารถกลับเข้าอเมริกาได้ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ “แบล็คลิสท์” คุณเสียก่อน โดยสันนิษฐานว่าคุณอาจมาอยู่เลย หรืออยู่เกินอีก คือประวัติศาสตร์ซ้ำรอย นอกจากคุณจะตแสดงหลักฐานถึงเหตุผลดีมากๆและคุณสุจริตใจ และสามารถทำให้เขาเชื่อว่าคุณมีความจำเป็นต้องงอยู่เกิน

จดหมายแฟนคอลัมน์

คนไทยถืออเมริกันพาสปอร์ทต้องการยู่นานในเมืองไทย

เรียนทนายรุจี ผมเคยเมล์ขอคำปรึกษาคุณบ่อยๆ หลังสุดที่ได้ปรึกษาเกียวกับลูกชายผมที่เพิ่งได้ American passport แต่ไม่มีเวลาทันเพื่อขอวีซ่าเข้าไทย ผมได้ทำตามคำแนะนำของคุณคือใช้พาสปอร์ทอเมริกาเข้าไทยโดยไม่มีวีซ่าอยู่ได้ 30 วัน พอไกล้หมดอายุ ผมได้ไปขอต่อระยะการอยู่เมืองไทยต่อที่จังหวัดผม(อุดรธานี)ซึงเปิดให้บริการผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในจ.อุดรๆและจ.หนองบัวลำภูเท่านั้น ตอนแรกเจ้าหน้าที่ก็จะไม่ทำให้เพราะเข้าใจว่าเป็นคนต่างชาติ ผมจึงบอกจนเจ้าหน้าที่ว่าลูกชายเคยถือสัญชาติไทยมาก่อน เค้าจึงขอเอกสาร 2 ชุดมี บัตรปชช.ไทย ใบเกิด ทะเบียนบ้าน หน้าพาสปอร์ทอเมริกาและหน้าประทับตาเข้าไทย…กรอกแบบฟอร์ม และจ่ายค่าทำเนียม (แบบเข้า-ออกประเทศได้1ครั้งภายใน 1 ปี) 1,900 บาท ถ้าเลือกแบบเข้าออกกี่ครั้งก็ได้ภายใน1ปี ค่าธรรมเนียม 3,800 บาท เจ้าหน้าที่แนะนำว่าถ้าไม่ได้เข้าออกบ่อยให้เลือกแบบ 1,900 ก็พอ และเมื่อไหร่ต้องการออกจากประเทศไทยก็เพียงแต่มาขอแบบฟอร์มและแจ้งที่ตม.อุดรๆ ก็ใช้สิทธิได้เป็นครั้งๆไปโดยไม่ต้องเสียสิทธิค่าธรรมเนียม  1,900 บาท สรุปทำเรื่องสะดวกมากครับและใช้เวลาประมาณครึ่งชม.เท่านั้น จึงเรียนให้คุณรุจีทราบเผื่อเป็นข้อมูลให้คนอื่นด้วย หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้าง และขอขอบคุณอีกครั้งนะครับสำหรับคำแนะนำที่ผ่านมา
คุณสามารถอ่านคอลัมน์นี้ได้จาก website ค่ะ www.rujirat.com และติดต่อดิฉันได้ทางโทรศัพท์ 714.994.5958 หรือทางอีแฟกส์ที่ 714.475.6939 หรืออีเมล์หาดิฉันได้ที่ attorneyruji@aol.com และคุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยส่งเช็คถึง Ruji Totari ไปที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 ราคาหนังสือตามโฆษณาข้างบนนี้ รวมค่าส่งแล้ว แฟนเว๊บไซท์ดูวิธีสั่งซื้อได้โดยคลิกเข้าไปที่ “หนังสือ” แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308