โควต้าคู่สมรสของใบเขียว

คอลัมน์ที่แล้วดิฉันเขียนเรื่องโควต้าใบเขียวบางกรุ๊บกระโดดเร็วมากขึ้นโดยเฉพาะกรุ๊บ 2 A คือกรุ๊บคู่สมรสของใบเขียว และลูกของใบเขียวที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ดิฉันได้รับคำถามมามากทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล์ วันนี้จะพูดถึงข้อดีและข้อเสียของกรุ๊บนี้ที่โควต้ามาถึงเร็วเกินคาด

โควต้าจะมาเร็วอย่างนี้ไปตลอดหรือไม่

ก่อนอ่านคอลัมน์นี้ขอให้คุณอ่านคอลัมน์สัปดาห์ที่แล้วก่อน หรืออ่านในหนังสือของดิฉันเกี่ยวกับ “ระบบโควต้า”และ “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 4 ใบเขียว คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 ตอบคำถามที่ว่าโควต้าจะมาเร็วอย่างนี้ไปตลอดหรือไม่ อันนี้ตอบไม่ได้ค่ะ เพราะมันขึ้นอยู่กับสองแฟ็กเต้อร์ใหญ่คือ (1) ในแต่ละปีจะมีคนแอ็พพลายใบเขียวมากแค่ไหน ถ้ามีมากสมมติเป็นล้าน แต่โควต้ากำหนดเพียงปีละ 114,000 คน โควต้าก็จะแบ็คล็อก (backlog) ไปหลายปี ฉะนั้นถ้าคุณรีบแอ็พพลายเร็วเท่าไร โควต้าของคุณก็จะมาถึงเร็วเท่านั้น เหมือนยืนเข้าแถวรอคิว ถ้าคุณเป็นคนแรกๆคุณก็ได้เรียกก่อน เป็นต้น  (2) ระบบการทำงานของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะโละเคสที่ค้างๆได้เร็วขึ้น สรุปดิฉันคิดว่า โควต้าน่าจะกระเถิบเร็วอยู่อย่างนี้ไประยะหนึ่ง เพราะรัฐบาลชุดโอบาม่าต้องการผ่านกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น แต่ยังติดอยู่ในคองเกรส เนื่องจากคองเกรสต้องการเห็นประสิทธิภาพในการทำงานของอิมมิเกรชั่น และต้องการให้โละเคสเก่าๆให้เร็วที่สุด เพราะตามร่างกฎหมายใหม่ที่เสนอมา ที่ว่าจะออกใบทำงานหรือ “เกสท์ เวิ๊ร์คเค่อร์”ให้โรบินฮู้ด เพื่อโรบินฮู้ดจะได้อยู่อย่างถูกกฎหมาย และถ้าเป็นพลเมืองดี ทำงานเสียภาษี อ่านพูดหรือๆไป เรียนภาษาอังกฤษ ใน 8 ปีพวกเขาถึงจะสามารถแอ็พพลายใบเขียวได้ โปรดอ่านเกี่ยวกับร่างกฏหมายปฏิรูปใหม่ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” หน้า2-6 และ “ชีวิตโรบินฮู้ด” บทกฎหมายใหม่ที่โรบินฮู้ด รอคอย หน้า24

ข้อดีที่โควต้ามาเร็ว

เมื่อก่อนนี้ถ้าผู้ถือใบเขียวแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปี ใช้เวลานานประมาณเกือบ 4 ปี ฉะนั้นคนส่วนมากก็จะรอให้ตนเองได้ซิติเซ่นก่อนและจึงแอ็พพลายให้คู่สมรสหรือลูก ข้อดีที่ตอนนี้โควต้ามาเร็วคือ

ตัวอย่างที่หนึ่ง ผู้ชายพึ่งได้ใบเขียวหนึ่งปี ได้ไปจดทะเบียนกับแฟนที่เมืองไทย แฟนมีลูกติดอายุ 5 และ 6 ขวบ 2 คน (หรือเด็กเป็นลูกของคุณเอง) คุณสามารถแอ็พพลายใบเขียวให้ภรรยาได้เลยทันทีโดยไม่ต้องคอยให้เป็นซิติเซ่นก่อน นอกจากจะเร็วแล้วยังทุ่นเงินอีกด้วยเนื่องจาก คุณสามารถพ่วงลูกทั้งสองคนมาได้เลย เท่ากับยื่นหนึ่งเคส พ่วงเด็กสองคน เสียค่าทนายทำคนเดียวและค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นก็ถูกกว่า และได้ใบเขียวทั้ง 3 คน ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณคอยให้เป็นซิติเซ่นกว่าจะได้ต้องคอย 4 ปี (เพราะต้องถือใบเขียว 5 ปีก่อนแอ็พพลายได้) เมื่อได้ซิติเซ่นแล้ว จึงยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ ภรรยา และลูก 2 คน ในกรุ๊บ“อิมมีเดียท เรเลมีฟ”  ซึ่งกรณีนี้พ่วงไม่ได้ ต้องแยกเป็นคนละเคส เท่ากับต้องทำ 3 เคส เสียค่าทนาย 3 เคส และค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นมากขึ้น

ตัวอย่างที่สอง คุณแต่งงานกับซิติเซ่น คุณมีลูกติดอยู่เมืองไทย อายุยังน้อย คุณอยากทำใบเขียวให้ลูก แต่คู่สมรสไม่ยอมทำให้ ทันทีที่คุณได้ใบเขียวแรกคุณสามารถทำใบเขียวให้ลูกคุณเองได้โดยไม่ต้องพึ่งคู่สมรส ใช้เวลาเพียง 1 ปีตามโควต้าปัจจุบัน

ข้อเสียที่โควต้ามาเร็ว

ข้อเสียที่โควต้ามาเร็วมักเป็นกรณีที่ผู้ที่คุณแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรสหรือบุตรอยู่เถื่อนแล้วในอเมริกา ตัวอย่างดังนี้

ตัวอย่างที่หนึ่ง คุณถือใบเขียวมา 2 ปี ได้แต่งงานกับโรบินฮู้ด และยื่นเรื่องใบเขียวให้คู่สมรส เพราะกว่าโควต้าจะมาถึงก็ 3-4 ปี คุณกะว่าพอดีคุณได้ทำซิติเซ่นก่อน และเมื่อได้ซิติเซ่นปุ๊บก็อัพเกรดเรื่องของคู่สมรสจากกรุ๊บ 2A เป็นกรุ๊บ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” และทำเรื่องปรับสถานภาพให้คู่สมรสรับใบเขียวในอเมริกาได้เลยทันที กรณีที่โควต้าใบเขียวมาเร็วแบบนี้ โควต้ามาถึงก่อนที่คุณจะสามารถแอ็พพลายทำซิติเซ่นได้ คู่สมรสจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะคู่สมรสไม่สามารถเดินทางกลับเมืองไทยไปรับใบเขียวได้เพราะติดกฎหมาย Unlawful Presence ห้ามกลับเข้าเมกา 10 ปี และไม่สามารถทำเรื่องปรับสถานภาพในอเมริกาได้เพราะกฎหมายห้ามโรบินฮู้ดรับใบเขียวในอเมริกา นอกจากจะเป็นคู่สมรสซิติเซ่น โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Unlawful Presenceในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งเล่มใหม่” หัวข้อUnlawful Presenceหน้า 2-5 ฉะนั้นคู่สมรสก็ต้องคอยอยู่เงียบๆในอเมริกาอย่างเดียวและรอจนกว่าคุณจะได้ซิติเซ่นก่อน และถ้าในตอนนั้นเรื่องเก่าถูกยกเลิกไปแล้ว เพราะคุณทิ้งเรื่องโดยไม่ได้ทำเรื่องต่อ คุณก็ต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คู่สมรสใหม่หลังคุณได้ซิติเซ่น

ตัวอย่างที่สอง มีคำถามเข้ามาว่า แม่ได้ใบเขียว 2 ปีจากการแต่งงาน ซึ่งตอนแต่งงานกับซิติเซ่นลูกอายุเกิน 18 แล้ว สามีซิติเซ่นจึงไม่สามารถทำใบเขียวให้ลูกได้ ทันทีที่ตนได้ใบเขียวได้แอ็พพลายใบเขียวให้ลูกทันทีในกรุ๊บ 2A (ลูกใบเขียวอายุต่ำกว่า   21 ปี) ลูกจะอายุครบ 21 ปลายปี 2010 นี้ และแม่สามารถแอ็พพลายซิติเซ่นได้ปีหน้า ตอนนี้โควต้าใบเขียวลูกมาถึงแล้ว จะทำอย่างไรได้ กรณีนี้ทำอะไรไม่ได้เลยค่ะ เพราะลูกคุณไม่สามารถปรับสถานภาพหรือรับใบเขียวในอเมริกาได้ เนื่องจากเขาเถื่อนเป็นโรบินฮู้ดแล้ว และถึงแม้คุณจะได้ซิติเซ่นปีหน้า คุณก็ไม่สามารถช่วยอะไรลูกได้เลย เนื่องจากเขาจะอายุเกิน 21 ปีแล้ว ลูกก็จะตกไปเป็นกรุ๊บ 1 คือลูกที่ยังไม่แต่งงานอายุเกิน 21 ปีของซิติเซ่น ลูกไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาอยู่ดี มีทางเดียวค่ะคือลูกต้องแต่งงานกับซิติเซ่นและให้คู่สมรสทำใบเขียวให้

ฝึกโยคะแล้วผอมลงหรือไม่

ดิฉันได้โทรศัพท์ถามมาหลายคนว่า ฝึกโยคะแล้วผอมลงไหม? จากประสบการณ์ดิฉัน ตอนดิฉันฝึกโยคะใหม่ๆ 1-2เดือนแรกดิฉันน้ำหนักลดลงไม่กี่ปอนด์ แต่กล้ามเนื้อโดยเฉพาะหน้าท้องเฟิร์มขึ้น คือรู้ตัวว่าร่างกายมันไม่ฮ่อกแฮ่ก สามีปลอบใจว่าตามหลักแล้ว “กล้ามเนื้อหนักกว่าไขมัน” (muscles weight more than fat) ก็เลยทนทำต่อไป ที่แน่นอนคือ ความดันลดลง ใน 6 เดือนแรกเพราะวัดทุกวัน หลังจากนั้นก็เลิกวัด จนเกือบ 1 ปีไปหาหมอ ปรากฎว่าความดันเพอร์เฟ็กท์ 120/80 และโคเลสเตอรอลลดลงเป็น 180 กว่า ตอนดิฉันไปเรียนเป็นครูสอนโยคะ ครูสอนวิชา “อายุรเวชย์” สอนว่าให้ถือคติ “ทานน้อยกว่าที่อยาก” (eat less than you want)  หลังจากนั้นดิฉันก็เปลี่ยนวิถีการกินใหม่ ยึดคติทานน้อยกว่าที่อยาก ใน 28 วันหลังเรียนจบ น้ำหนัก ดิฉันลดไปประมาณ 8 ปอนด์ สรุป ได้ว่า ฝึกโยคะแล้ว ร่างกายคุณจะดีและแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย ตื่นตัว สมองดีขึ้น สุขภาพของคุณจะดีขึ้นอย่างทันตาเห็น ซึ่งเป็นผลให้คุณรักร่างกายตัวเองมากขึ้น ผลอื่นก็จะตามมา คือคุณจะเริ่มเปลี่ยนวิธีการทานเอง เพราะคุณรู้สึกตัวไม่หนักเมื่อทานพอประมาณ คำตอบคือ  YES YES YES

ดิฉันเปิด class สอนโยคะแล้วค่ะ  เชิญแฟนคลับมาลองฝึกโยคะ class แรกฟรีค่ะ ลงมือสอนโดย “โยคิณีทนายความ” เอง  ถ้าผู้ใดสนใจเรียน โปรดโทรหาดิฉันที่ 714-994-5958 หรืออีเมล์ attorneyruji@aol.com