กลับมาแล้วจ้า

ดิฉันกลับจากไทยได้ 1 สัปดาห์แล้วค่ะ อากาศดีมากเมืองไทยโดยเฉพาะที่หัวหินที่ดิฉันอยู่ คราวนี้เป็นครั้งแรกที่อยู่เมืองไทยและต้องใส่เสื้อหนาว 2 วัน ขอขอบคุณลูกความทุกคนที่ส่ง ก๊าร์ด ส.ค.ส. ไปอวยพรปีใหม่นะคะ  ตอนอยู่เมืองไทยก็พยายามเลี่ยงไม่ฟังหรือคุยเรื่องการเมืองเพราะมันหดหู่ พอกลับมาเมกาก็ได้อ่านเรื่องการเมือง หดหู่มากโดยเฉพาะข่าวที่ ส.ส. หญิงสังกัดพรรคเดโมแครทชื่อ กิฟฟอร์ด ผู้พิพากษา และผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเมือง Tucsan รัฐอาริโซน่าถูกมือปืนยิงกราดตายทั้งหมด 6 คน ส.ส. กิฟฟอร์ดไม่ตายแต่บาดเจ็บสาหัส เชื่อว่าการยิงครั้งนี้เป็นเรื่องการเมือง ที่น่าเศร้ามากๆคือมีเด็กหญิงชื่อ คริสติน่า กรีน ซึ่งเธอเกิดวันที่ 11 กันยา 2011 วันที่ผู้ก่อการร้ายนำเครื่องบินถล่มตึก World Trade ถูกยิงตายด้วย น่าเศร้าจริงๆเกิดวันที่เศร้าที่สุดในประวัติศาสตร์และตายวันที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก การยิงครั้งนี้เชื่อว่าเกี่ยวกับการเมืองที่ผู้ยิงไม่พอใจกับนโยบายรัฐบาล ตอนนี้การเมืองอเมริกันกฌระส่ำระสายเช่นหัน เฮ้อ!! เรามาคุยเรื่องงานกันดีกว่า

ดรีมแอ็กท์ไม่ผ่าน

“ดรีมแอ็กท์” (DREAM Act ย่อมาจาก Development, Relief, and Education for Alien Minors) คือ ร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นฉบับหนึ่งที่ค้างอยู่ในสภา จะผ่านแต่ไม่ผ่านออกมาเสียที เมื่อเดือนธันวา 2010 ที่ผ่านมานี้ ดรีมแอ็กท์ เข้าสภาอีกครั้ง และสภาล่างหรือสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายด้วยเสียงโวทข้างมาก หลังจากนั้นดรีมแอ็กท์เข้าสภาสูงหรือวุฒิสภาหรือเซเนท เมื่อวันที่ 18 ธันวา ปรากฎว่าไม่ผ่าน เนื่องจากเสียงโวทไม่พอ ซึ่งพลิกล็อค หลายคนเป็นห่วงว่าดรีมแอ็กท์จะไม่ผ่านสภาล่างเนื่องจากหลังการเลือกตั้งกลางสมัยปรากฎว่าสมาชิก ส.ส. ในสภาล่างมีฝ่ายพรรครีพับบลิคกันมากกว่าพรรคเดโมแครท แต่ในเซเนทก็ยังมีฝ่ายเดโมแครทมากกว่าพรรครีพับบลิคกัน ปรากฎว่า ร่ากฎหมายนี้ผ่าน ส.ส. แต่ไม่ผ่านเซเนท ซึ่งเป็นที่ผิดหวังมากโดยเฉพาะ ป.ธ.น. โอบาม่าผิดหวังมาก เพราะเแสดงว่าพรรคเดโมแครทชักจะระส่ำระสายและสมาชิกไม่ค่อยแฮ็ปปี้กับนโยบายประธานาธิบดีซึ่งเป็นเดโมแครทด้วยกัน น่าเซ็งจริงๆเรื่องการเมืองทั้งไทยและเมกา ดรีมแอ็กท์ เป็นกฎหมายที่ถ้าผ่านจะช่วยนักเรียนโรบินฮู้ดที่เรียนจบ “ไฮสกูล” ในอเมริกา แต่ไม่สามารถเข้ามหาลัยรัฐบาล หรือถ้าเข้าได้ต้องเสียค่าเล่าเรียนแพงในฐานะนักเรียนต่างชาติ ภายใต้ร่างกฎหมาย“ดรีมแอ็กท์” เด็กสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวเงื่อนไขได้มีอายุ  6 ปี โดยมีเงื่อนไขว่า

  • เด็กต้องเข้าอเมริกาก่อนอายุ 16 ปีและจบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนในอเมริกาและได้ประกาศนียบัตร หรือเทียบเท่าหรือได้รับเข้ามหาวิทยาลัยแล้วณ. วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ “ดรีมแอ็กท์”
  • เด็กต้องอายุอย่างน้อย 12 ปี และต่ำกว่า 25 ปี ณ. วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ “ดรีมแอ็กท์”
  • ต้องอยู่ในอเมริกาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ณ. วันที่กฎหมาย “ดรีมแอ็กท์” ผ่าน
  • เด็กต้องมีความประพฤติดี และไม่มีคดีอาญาติดตัว

หลังจากเด็กได้ใบเขียวเงื่อนไข 6 ปี เด็กจะสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวรได้ โดยต้องมีเงือนไขดังนี้

  • ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยและต้องเรียนอย่างน้อยสุดสองปีคือได้รับอนุปริญญา หรือ
  • เด็กเข้ารับราชการทหารอย่างน้อยสองปีและออกจากราชการทหารด้วย Honorable discharge
  • ต้องมีความประพฤติดี

อย่างไรก็ตาม โรบินฮู้ดนักเรียนทั้งหลายไม่ต้องผิดหวังนะคะ เนื่องจากนโยบายการเข้ามหาลัยและค่าเล่าเรียนรัฐแต่ละรัฐไม่เหมือนกัน บางมหาลัยหรือโดยเฉพาะคอมมิวนิตี้คอลเลจยอมให้โรบินฮู้ดเข้าเรียนและจ่ายเงินเช่นเดียวกับคนอเมริกันตราบใดที่สามารถแสดงหลักฐานว่าตนเป็นเรสสิเด๊นท์ในรัฐนั้น และจบไฮสกูลในอเมริกา เมือเดือนธันวา ศาลในรัฐคาลิฟอร์เนยได้ตัดสินมาว่า มหาลัยรัฐในคาลิฟอร์เนียไม่สามารถคิดค่าเล่าเรียนนักเรียนต่างชาติโรบินฮู้ด ที่เป็น “เรสสิเด็นท์” ของรัฐและได้เรียนไฮสกูลในรัฐมาอย่างน้อย 3 ปี และจบ”ไฮสกูล“รัฐ” แพงกว่าเด็กอเมริกันได้ คือต้องคิดค่าเล่าเรียนเท่ากันเช่นเดียวกับเด็กนักเรียนอเมริกัน (คุณสามารถอ่านเพิ่มเกี่ยวกับ ดรีมแอ็กท์” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” หน้า 2-8 และชีวิตโรบินฮู้ด หน้า 31)

ตอบคำถาม

ถาม มีแฟนคอลัมน์โทรมาถามดิฉันตอนดิฉันอยู่เมืองไทยว่า เธอมีวีซ่าท่องเที่ยว (B-2 วีซ่า) 10 ปี บินมาเที่ยวอเมริกาหลายครั้ง ตอนนี้เจอแฟนและตั้งใจจะบินกลับเมกาใหม่เดือนเมษาเพื่อกลับไปแต่งงาน ได้ทราบมาว่ากฎหมายในอเมริกาเปลี่ยนใหม่ ผู้ถือวีซ่า B-2 ไม่สามารถได้กรีนการ์ดในอเมริกาจริงหรือไม่

ตอบ ไม่จริงทีเดียวค่ะ คุณสามารถแต่งงานและให้สามียื่นเรื่องขอใบเขียวในอเมริกาให้ได้ค่ะ ที่อาจเป็นปัญหาคือ ถ้าคุณมีเจตนาที่จะบินไปแต่งงานและทำใบเขียว การแสดงเจตนานั้นอิมมิเกรชั่นจะดูได้จาก การที่คุณบินเข้าเมกาปุ๊บแต่งงานปั๊บ มีกฎหมายหนึ่งเรียกว่า Preconceived intent คือถ้าคุณเข้าเมกาด้วยวีซ่าหนึ่งและภายใน 30 วันหลังเดินทางเข้า คุณพยายามยื่นเรื่องขอเปลี่ยนวีซ่าหรือแต่งงาน ทางเจ้าหน้าที่จะสันนิษฐานว่าคุณมีเจตนาก่อนเข้าประเทศที่จะมาเปลี่ยนวีซ่าหรือมาแต่งาน นอกจากคุณจะพิสูจน์กลับว่าคุณไม่มีเจตนา

เบาสมอง

เรามาคุยเรื่องขำขันเบาสมมองคลายเครียดกันดีกว่านะคะ ทุกครั้งที่ดิฉันไปเมืองไทย จะต้องมีเรื่องขำขันให้ดิฉันได้หัวเราะเสมอง เลยมาแชร์กัน คือ คนไทยแทบจะไม่พูดตัว “ร” และเวลาพูดตัว “ล” ก็กลายเป็นตัว “ร” สลับกันให้วุ่น ดิฉันงงบ่อยๆ จนปัจจุบันดิฉันยังไม่รู้เลยว่า สะกดอันไหนกันแน่ระหว่าง “ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า หรือ ลาดหน้า” และ “มุ้งรวด หรือมุ้งลวด”

เรื่องแรก

ดิฉันกับเพื่อนที่เธอฝึกโยคะมาหลายปี เธอมาโยคะกับดิฉันที่บ้าน ระหว่าง“โย”เราก็แลกเปลี่ยนความรู้และท่าต่างๆกัน ดิฉันก็แสดงวิธีนั่งลมปราณให้เพื่อนดู วิธีที่ให้อ็อกซิเจ็นไปเลี้ยงสมองเรียก “อัศวินี มุทรา” (Asvini Mudra) โดยต้องทำ “ล็อคที่คอ” คือกลั้นลมหายใจตรงช่วงคอหอยก่อนเรียก “โทร๊ท ล็อค = Thoat lock” ซึ่งดิฉันก็พูดภาษาอังกฤษว่า Throat lock หลังจากนั้นเพื่อนก็สอนท่าโยคะท่ายืนให้ท่าหนึ่ง ซึ่งเราต้องล็อคตรง “ช่วงลำท้อง” หรือ “คอร์ = Core” คือแขม่วท้องให้มากที่สุดและพยายามล็อคท้องโดยดันสะดือให้ไปถึงกระดูกสันหลัง ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า “Core lock” ระหว่างยืนท่า เพื่อนก็บอก “ล็อคคอ” โดยไม่ได้กระดกลิ้นคำว่า “คอร์รรรรร” ดิฉันก็คิดว่าเขาจะให้ throat lock ที่คอหอยก็กลั้นหายใจตรงคอ แทนที่จะไปกลั้นหายใจช่วงท้อง กว่าจะเข้าใจดิฉันก็แทบหายใจไม่ออก พอ“เก๊ท”ก็หัวเราะกันจนปวดท้อง

เรื่องที่สอง

คือ ดิฉันเรียก“ช่าง” มาเพื่อปูกระเบื้องใหม่บ้านทั้งหลัง (ดิฉันเรียกพวกช่างว่า “ช่างเถอะ” เพราะต้องทำใจมากจริงๆเวลาเรียกช่างมาซ่อมบ้านที่เมืองไทย) ช่างก็เดินดูรอบบ้าน พอเข้าไปดูห้องน้ำ เห็นปลั๊กไฟ ก็แนะนำว่า “คุณ ปั๊กนี้มันอันตราย เดี๋ยวผมจะเปี่ยนอันใหม่ให้ไม่คิดตัง ผมจะใส่กาวให้” ดิฉันก็ “ขอบคุณช่าง” และถามช่างต่อด้วยความซื่อบื้อว่า “คุณจะใช้กาวยี่ห้ออะไรคะ” ช่างงงบอกว่า “ผมจะใส่กาวลงดินน่ะคับ” ดิฉันเลย “อ๋อ ใส่กราวนด์” (ground)

หวัดดีปีใหม่ค่ะ