โยคะ รีทรีท

ในที่สุดดิฉันเดินทางกลับจากเมืองไทยโดยปลอดภัย ไปเวเคชั่นคราวนี้มีแต่ข่าววุ่นวายในโลกทั้งการเมืองในหลายประเทศในตะวันออกกลางที่เรียกร้องประชาธิปไตยและต้องการขับไล่ผู้นำ ไปถึงภัยภิบัติในญี่ปุ่นสุนามิและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ส่งผลให้โรงงานผลิตนิวเคลียร์ในเมืองใกล้ๆสั่นสะเทือนมากและรั่วกัมมันตภาพรังสีออกมา ตอนนี้ทั่วโลกเป็นห่วงว่าประชาชนในญี่ปุ่นอาจมีผลได้รับรังสีในร่างกายถึงขั้นอันตราย(สาเหตุหนึ่งของมะเร็ง)และมีผลไปถึงพืช ผลไม้และสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ในน้ำทะเล (ปลาดิบ) ที่ได้รับรังสีเป็นผลร้ายต่อผู้บริโภค ดิฉันก็โชคดีจริงๆเพราะปกติเวลาไปไทยดิฉันบินเจแปนแอร์ไลน์มาตลอดเป็น 10ๆปี  ซึ่งต้องลงเปลี่ยนเครื่องที่โตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมง คราวนี้นึกยังไงไม่รู้เปลี่ยนไปบินไทย แอร์เวย์เป็นครั้งแรกซึ่งบินตรงจากแอลเอถึงไทย/ไทยถึงแอลเอ ไม่งั้นคงกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัยจากกัมมันตภาพรังสี ตอนนี้ดิฉันตั้งใจจะไม่กินปลาดิบระยะหนึ่ง

โยคะรีทรีท เกาะพะงัน

ไปเมืองไทยครั้งนี้มีจุดประสงค์ใหญ่ 2 อย่างคือ ไปดูบ้านที่ซ่อมแซมใหม่และไปโยคะรีทรีท ดิฉันตั้งใจว่าจะหาคอร์สสั้นๆเรียนโยคะปีละครั้งในประเทศต่างๆเวลาไปเวเคชั่นเพื่อให้วิชาแน่นขึ้น ครั้งนี้ไปเมืองไทยดิฉันจึง“กูเกิ้ล”หาที่เรียนโยคะ  ที่เกาะสมุยหรือภูเก็ต เลยไปเจอเกาะพะงันโดยบังเอิญ เนื่องจากค่าเรียนและค่าที่พักถูกและดิฉันไม่เคยไปเกาะนี้มาก่อน เลยเลือกไปเกาะพะงัน ซึ่งไม่ผิดหวัง

เกาะพะงัน

คำว่า “พะ-งัน” หรือ “พงัน” เป็นภาษาใต้ คำว่า “พะ” แปลว่า “พบ หรือค้นพบ” คำว่า “งัน” แปลว่า “สันทราย” หรือ Sand bar เนื่องจากพื้นที่ชายหาดของเกาะพะงันจะมีสันทรายและแนวหินปะการังที่เรียกว่า “คันนา” รอบๆเกาะ เวลาน้ำลงจะะสามารถเห็นสันทรายได้ชัดจึงเรียกชื่อกันว่าเกาะพะงัน เกาะพะงันเป็นหนึ่งในสองอำเภอ(อีกอำเภอคือ เกาะสมุย)ที่อยู่กลางทะเลของจังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ทางทิศตะวันออกในอ่าวไทยห่างจากสุราษฎร์ประมาณ 100 ก.ม. และอยู่ตอนเหนือจากเกาะสมุยประมาณ 15 ก.ม. เกาะพะงันมีพื้นที่ประมาณ 168 ต.ร.ก.ม. ภูมิประเทศเกาะพะงันส่วนใหญ่เป็นภูเขาและชายหาด มีที่ราบเพียง 1 ใน 4 ของเกาะ ภูเขาอยู่กลางเกาะจากเหนือจดใต้ มีที่ราบอยู่บริเวณทิศตะวันตก ส่วนทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาจดทะเล มีอ่าวเล็กอ่าวน้อยมากให้เรือหลบมรสุมได้ ภูมิอากาศเกาะพะงันจะมีฝนตก 8-9 เดือนต่อปีระหว่างตุลาถึงมกรา เนื่องจากได้รับลมมรสุมทั้ง 2 ด้านจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และหน้าร้อนระหว่างกุมภาถึงเมษา  อาชีพหลักคือประมง และสวนมะพร้าว

เกาะพะงันในอดีต

อดีตเกาะพะงันย้อนกลับไปมากกว่า 2000 ปี เชื่อกันว่าพวกมุสลิมยิปซีเป็นกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ เป็นทางผ่านไปมาเลย์ แต่ปัจจุบันแทบจะไม่มีพวกมุสลิมลงเหลืออยู่ในเกาะนี้ ปัจจุบันประชากรเกาะพะงันส่วนมากเป็นคนไทยและจีน สมัยการปกครองรัชกาลที่ 5 ระหว่างปี 1868-1910 คนเริ่มรู้จักเกาะพะงันมากขึ้น เพราะ ร. 5 ทรงโปรด(ชอบ)เกาะพะงันมาก ท่านเดินทางไปเกาะนี้ทั้งหมด 14 ครั้ง โดยไปพักที่หาดธารเสด็จ เป็นหาดเล็กๆมีน้ำตกธารเสด็จผ่านลงทะเล ช่วงนั้นนเกาะพะงันอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าเมืองไชยา (ปัจจุบัน ไชยาเป็นอำเภอหนึ่งของสุราษฎร์) จนกระทั่งปี 1897 เกาะพะงันได้กลายเป็นตำบลหนึ่งของเกาะสมุย และมาปี 1970 เกาะพะงันและเกาะเต่าอยู่ตอนเหนือของเกาะพะงันได้ถูกรวมเป็นอำเภอหนึ่งของสุราษฎร์

เกาะพะงันปัจจุบัน

เกาะพะงันปัจจุบันในสายตาดิฉันยังคงความสวยงามมาก อากาศทรอปิคัล ฝนตก เทือกเขาเขียวชอุ่ม ยังไม่กลายเป็นถิ่นนักท่องเที่ยวและยังไม่มีโรงแรม 5 ดาวเข้า โรงแรมและบังกะโลส่วนมากยังเป็นของคนไทยและคนท้องถิ่น บังกะโลหลายแห่งยังให้นอนมุ้งและมีพัดลม  นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเริ่มเข้าเที่ยวเกาะพะงันตั้งแต่ปี 1970 เมื่อก่อนถือเป็นสวรรค์ของพวก “แบ๊กแพ็คเก้อร์” (Back Packers) คือพวกแบกเป้เดินเขา ปัจจุบันมีทั้งพวกแบกเป้ และครอบครัวฝรั่งมาพักมาก สิ่งมีชื่อของเกาะพะงันคือ “ฟูลมูนปาร์ตี้”(Full Moon Party) ซึ่งมีเดือนละครั้งวันพระจันทร์เต็มดวงขึ้น 15 ค่ำ ปาร์ตี้มีที่ที่หาดริ้น(คำว่าริ้น คือตัวริ้นตัวไร ซึ่งเมื่อสมัยก่อนหาดริ้นมีตัวริ้นไรมาก จึงได้ชื่อว่าหาดริ้น ส่วนคนไทยเรียก “หาดลิ้น”) อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ วันที่ 19 มีนาที่ผ่านมาเป็นวัน “ฟูลมูนปาร์ตี้” ที่สวยที่สุดก็ว่าได้ เพราะวันนั้นเป็นวันที่พระจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ดิฉันอดดูเพราะดิฉันเดินทางกลับกรุงเทพบ่ายวันที่ 19 แต่ได้ดูพระจันทร์คืนวันที่ 18 ก็เกือบๆเต็มดวงสวยทีเดียว วัน”ฟูลมูนปาร์ตี้”นักท่องเที่ยวจะไปปาร์ตี้กันที่หาดริ้น ปาร์ตี้เริ่มตั้งแต่เย็นยันสว่าง เห็นว่าสนุกมากๆ สิ่งที่มีชื่ออีกอย่างของเกาะพะงันคือ โยคะ ที่เกาะนี้มีอาศรมสอนโยคะหลายแห่งมาก ส่วนมากคนต่างชาติเป็นเจ้าของ

ไปเกาะพะงันได้อย่างไร

ดิฉันบินไทย แอร์เวย์ จากกรุงเทพไปสมุย และนั่งเรือเร็ว “คาตามาแรน” (Catamaran) จากท่าเรือแม่น้ำไปถึงท่าเรือท้องงศาลาที่เกาะพะะงัน ใช้เวลา 20 นาทีเท่านั้น ดิฉันถูกคนงานของไทย แอร์เวย์ขโมยกล้องถ่ายรูปโซนี่จากกระเป็าเสื้อผ้า เซ็งมากๆ ที่กล้าปรักปรำคนงานไทยแอร์เวย์เพราะ ดิฉันเป็นคนแพ็กกระเป๋าก่อนเดินทาง และแพ็ค”แล็ปท็อป”และกล้องไปในกระเป๋าเช้านั้น ตั้งใจจะถือกระเป๋าขึ้นเครื่องไปด้วย ตอนเข้าแถวเช็คอิน มีป้ายและรูปโชว์ว่าอย่านำ คอม กล้องถ่ายรูป เงินทองของมีค่าเพชรพลอย ทิ้งไว้ในกระเป๋าจะหายได้ แต่เพราะดิฉันตั้งใจจะนำกระเป๋าขึ้นเครื่องกับตัวจึงไม่คิดอะไร แต่เนื่องจากกระเป๋าหนักเกินกำหนด  เจ้าหน้าที่สายการบินบอกให้เราโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง ดิฉันจึงรีบนำ”แล็ปท็อป”ออก และหันไปถามสามีเสียงดังฟังชัดว่าแล้ว “คาเมร่า” ล่ะซึ่งอยู่ข้างในกระเป๋าจะต้องเอาออกไหม สามีบอกไม่ต้องก็ได้ เพราะแถวก็ยาวและคนยืนคอยมาก เราก็ไม่อยากให้เสียเวลาคนอื่น ดิฉันจึงโหลดกระเป๋าไป พอถึงเกาะสมุยระหว่างรอที่ท่าเรือ เราเปิดกระเป๋าเพื่อจะเอากล้องออกมาถ่ายรูป ปรากฎว่าหายไปเรียบร้อย ดิฉันและสามีพยายามทำใจเพื่อไม่ให้เราเซ็งระหว่างอยู่เวเคชั่น ยังนึกขำตัวเองว่า โง่เองที่เขามีป้ายเตือนแล้วและตอนเช็คอินกระเป๋ายังไปประกาศให้เขารู้อีกว่าตนมีกล้องอยู่ในกระเป๋า แต่ก็ยังอดเสียความรู้สึกไม่ได้ ถ้าคุณคิดจะไปเที่ยวเกาะพะงันหรือเกาะสมุย ดิฉันแนะนำให้บินไปสุราษฎร์แทน เพราะบินไปสุราษฎร์มีสายการบินหลายสายบินและราคาถูกกว่าบินไปสมุยเกือบครึ่งราคา และจากสุราษฎร์คุณสามารถขึ้นเรือเร็ว”คาตามาแรน”ไปสมุยหรือพะงันใช้เวลา 45 นาทีเท่านั้น

โยคะรีทรีท

คำว่า “รีทรีท” (retreat) แปลได้ความหมายว่า เป็นการถอยออกไปตั้งหลักใหม่จากสิ่งที่คุณกำลังทำเป็นกิจวัตร ฉะนั้นดิฉันก็ตีความหมายไปว่า “โยคะรีทรีท” คือ การที่ดิฉันพักจากงานทนาย และไปชาร์จแบ็ตคือไปพักผ่อนโดยไปเรียนโยคะ แต่ที่ไหนได้ไป “โยคะ รีทรีท” เมืองไทยนี้ไม่ได้ไปพักผ่อนเลย แต่ไปทรมานตนแท้ๆ(จริงๆไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ)  ดิฉันไปเรียนโยคะที่อาศรมเรียก Yoga Retreat อยู่ที่หาดสลัด (คิดว่ามาจากโจรสลัด ไม่ใช่ผักสลัด) ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะพะงัน คอร์สที่ดิฉันลงเรียนคือ โยคะรีทรีท 5 วัน จันทร์ถึงศุกร์ ฝึกโยคะวันะ 3 ชั่วโมง 1 1/2 ช่วงเช้า 9.00-10.30 น. และ1 1/2 ช่วง ช่วงบ่าย 4.00-5.30 น และเรียนภาคทฤษฎี 1 ชั่วโมง ได้พักช่วงเที่ยงถึงบ่าย 4 โมง สถานที่ดิฉันไปเรียนเจ้าของเป็นชาวออสเตรเลีย ครูเป็นหนุ่ม(หล่อ)ชาวฝรั่งเศษ เวลาสอนพี่แกเปลือยอกไม่ใส่เสื้อนุ่งแต่กางเกงเล มีนักเรียนประมาณ 15-20 คน นักเรียนเป็นฝรั่งหมด มีดิฉันเป็นคนไทยคนเดียว สถานที่เรียนเป็นศาลากว้างยกพื้นสูง หลังคามุงจาก สถานที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา ขณะฝึกโยคะเราหันหน้าเข้าหาเทือกเขาจะเห็นต้นไม้และต้นมะพร้าวทึบไปหมดเขียวชอุ่ม สวยมากๆเหมือนเราอยู่ในป่า อากาศอบอ้าว ระหว่างทำโยคะ ดิฉันเหงื่อโซกหยดเป็นน้ำ  ทำให้เข้าอาสนะ(ท่าโยคะ)ลำบากเพราะมือ ขา แขนเปียกไปหมดทำให้ลื่น ยิ่งกว่าโยคะร้อนอีก  ดิฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมคนไทยในเมืองไทยถึงเห่อโยคะร้อนกันนัก อากาศในไทยก็ร้อนมากอยู่แล้ว  ดิฉันมีความรู้สึกว่าครูโยคะในเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นครูไทยหรือครูฝรั่งจะดุนักเรียนและพยายามที่จะจับให้นักเรียนทำท่าที่เขาทำไม่ได้ ครูจะดุจับตัวนักเรียนให้พยายามบิดและดัดตัวเราให้เข้าท่าตามที่ครูต้องการยิ่งกว่าฤาษีดัดตน อันนี้ต่างกับที่ดิฉันถูกสอนมาตอนไปเรียนคอร์สเป็นครู  ในเมกาเราถูกสอนมาว่าร่างกายและสรีระของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจะไม่มีการไปขืนตัวนักเรียนให้เข้าอาสนะมีท่าที่เขาไม่สามารถทำได้ ตราบใดที่เขาพยายามคือได้เท่าไหนก็ได้เท่านั้น ครูจะสอนหลักเกณท์ของท่า คุณประโยชน์ของท่า และวิธีเข้าท่าและอยู่นิ่งในท่าโดยหลีกเลี่ยงไม่ให้นักเรียนบาดเจ็บ ดิฉันมีความรู้สึกว่าโยคะที่เมืองไทยมันยากกว่าไปโยคะที่ยิมในเมกาเป็น 100 เท่า แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็ชอบและทนไปเรียนแต่ละวัน เพื่อฝึกให้ตัวให้มี”แสตมมินา” (stamina) หรือ”อึด”มากขึ้น

พักผ่อนเมื่อไม่โยคะ

จริงๆแล้วดิฉันได้พักผ่อนค่ะไม่ได้เรียนหนักอย่างที่โอดครวญ เมื่อเลิกเรียนช่วงเที่ยงถึงบ่าย 4 โมง ดิฉันก็จะเดินกลับจากอาศรมโยคะไปโรงแรม เดินทางลัดลงเขาและเลียบเข้าชายหาดประมาณเกือบ 2 ก.ม. ถ้าร้อนมากๆก็นั่งมอไซด์กลับโรงแรม สามีเดินมารอพบที่ชายหาดและเราเดินไปหาข้าวทาน เราไปเจอร้านอาหารไทยชื่อร้าน “แจงคิทเช่น” เจ้าของชื่อคุณแจงเคยมีร้านอาหารอยู่ออสเตรเลียมากว่า 15 ปี ตอนนี้เธอและสามีมารีไทร์ที่พะงัน เธอทำอาหารได้อร่อยมากๆเราได้อาศัยร้านแจงกินข้าวเกือบทุกมื้อ ดิฉันต้องระวังไม่ทานอาหารเผ็ดตอนกลางวันเพราะต้องกลับไปโยคะตอนบ่าย พอเรียนเสร็จช่วงบ่าย รถโรงแรมไปรับกลับมาดิฉันก็เดินเล่นอยู่ชายหาด กิน นวด เล่นน้ำ ดูทีวี ได้พักผ่อนเต็มที่ วันพุธดิฉันโดดดไม่ไปเรียนหนึ่งวัน นั่งเรือไปเที่ยวเกาะสมุยแต่เช้าจดเย็น นั่งทานอาหารที่หาดเฉวง และนอนนวดที่แคร่หน้าทะเล เท่ากับได้พักผ่อนเต็มที่ มีความสุขมาก ลงรูปที่ถ่ายจากไอโฟนให้ดูกันค่ะ รูปดิฉันและเพื่อนทำโยคะที่บ้าน และอีกรูปคือหาดสลัดที่ดิฉันพักจะเห็นได้ว่าเวลาน้ำลงคุณสามารถเห็นสันทรายได้ชัด