สังเว “โฮลี่แลนด์”


ประกาศ ดิฉันปิดสำนักงานระหว่าง ตั้งแต่ 11 พ.ค. ถึง 2 มิถุนาค่ะ ไปเวเคชั่นอิสราเอลและยุโรป คุณสามารถติดต่อดิฉันได้ทางอีเมล์ attorneyruji@aol.com หรือทางแฟกส์ เบอร์ 714-475-6939 ผู้ช่วยดิฉันมาทำงานปกติค่ะ

สังเวโฮลี่แลนด์

ขณะเขียนคอลัมน์นี้ดิฉันถึงเมืองนาซาเรทส์ในประเทศอิสราเอลเรียบร้อยแล้ว สัปดาห์นี้ดิฉันจะพาคุณไปสังเวประเทศอิสราเอลซึ่งถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาหรือ “โฮลี่แลนด์” (Holy Land) แห่งหนึ่ง ดิฉันพึ่งได้ยินคำว่า “สังเว” เป็นครั้งแรกเมื่อกรุ๊บญาติพี่น้องดิฉันกรุ๊บใหญ่ไป “สังเวอินเดีย” เมื่อมีนาที่ผ่านมา ตามพจนานุกรมคำว่า “สังเว” ย่อมาจาก “สังเวชนียสถาน” แปลว่า “สถานที่อันเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวชซึ่งใช้กับโบราณสถานทางศาสนาที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะ” ดิฉันเปรียบเทียบ “สังเว” กับภาษาอังกฤษ คล้ายไป “พิลกริมเมจ” (pilgrimage) คือการไปทัวร์แสวงบุญ ซึ่งส่วนมากใช้กับโบราณสถานศาสนาคริสต์ สรุปสัปดาห์นี้เราไปทัวร์อิสราเอ็ลกัน

อิสราเอล

อิสราเอล เป็นประเทศใหม่ประกาศตนเป็นประเทศเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ปี 1948 ปีนี้ครบรอบ 63 ปี  (ที่ดิฉันรู้เพราะเวลาไปช็อปปิ้ง จะมีป้ายซื้อหนึ่งและชิ้นที่สองได้ลด 63% เพื่อฉลองครบรอบ 63 ปีของประเทศ) อิสราเอลเป็นประเทศของชาวยิวตั้งอยู่ในตะวันออกกลางท่ามกลางกลุ่มประเทศอาหรับ ประเทศอิสราเอลเป็นประเทศที่มีพื้นที่เล็กมากๆ จากเหนือจดใต้ประมาณ 400 กว่าไมล์ จากตะวันออกไปตกจุดกว้างสุดประมาณ 50 ไมล์ ทางตอนเหนือติดประเทศเลบานอนและซีเรีย ตะวันตกติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตะวันออกติดจอร์แดนและทะเลสาป “เด๊ด ซี”ทางใต้ติด “เร๊ด ซี” ตะวันตกเฉียงใต้ติดทะเลทราย “ไซนาย เด๊ซเสิร์ท”และอีจิปต์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ติดจอร์แดน อิสราเอลถึงจะเป็นประเทศเล็กแต่ก็เล็กพริกขี้หนู เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีเท็คโนโลยีสูงและมีกองทัพที่แข็งแกร่งมาก

ความเป็นมาของอิสราเอล

ประวัติศาสตร์ที่มาของชาวยิวต้องย้อนไปประมาณ 900 ปีก่อนหน้า “ไครสต์” หรือคริสตกาล บรรพบุรุษของชาวยิวเป็นพวกเผ่า “คานาน” (Canaan) มีถิ่นฐานอยู่บริเวณที่ราบทางตอนเหนือเรียกแถบ “เมโสโปเตเมีย” พวกเขาอยู่กันเป็นเผ่าๆและเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ย้ายที่อยู่ไปเรื่อยคล้ายพวกยิปซี โดยมีหัวหน้ากลุ่มเรียก“แพททริอาร์ค” (Patriarch)  แพททริอาร์คคนที่สำคัญ ที่พวกเขายกย่องเป็นศาสดาคนแรกที่พระเจ้าส่งมาชื่อ “อับราฮัม” คนอาหรับเรียก “อิบบราฮิม” ได้พาเผ่าอพยพมาทางใต้เรียกแถบปาเลสไตน์และอาเรเบียซึ่งเป็นที่ตั้งอิสราเอลปัจจุบัน บริเวณนี้พวกอาหรับปาเลสไตน์ได้อพยพมาตั้งรกรากอยู่ก่อนหน้า คนแถบนี้เชื่อในพระเจ้าองค์เดียวกันคือ God ซึ่งไม่มีตัวตน พวกยิวเรียกพระเจ้าว่า “ยะโฮวา” พวกอาหรับเรียก “อัลเลาะห์” เขาเชื่อกันว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกโดยส่งอาดัมและอีฟมาอยู่ในสวนอีเดนที่สวยงามมีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่พระเจ้าได้สั่งห้ามไม่ให้เด็ดลูกแอ็ปเปิ้ลจากต้นกิน แต่อีฟได้ทำบาปโดยเด็ดลูกแอ็ปเปิลจากต้นและแถมยังส่งให้อาดัมกิน เลยบาปทั้งคู่ พระเจ้าจึงขับไล่ทั้งสองออกไปจากสวนอีเดน ซึ่งอาดัมและอีฟถือเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ในโลกทุกชาติพันธิ์ พวกเขายังเชื่อต่อกันว่าพระเจ้าจะส่งศาสดามาเป็นยุคๆมาช่วยปลดทุกข์พวกเขา ซึ่งศาสดานี้จะมาสอนพวกเขาถึงวิธีปฏิบัติตน เรื่องชีวิตประจำวัน  การกินอาหารว่าอะไรทานได้อะไรทานไม่ได้ การทำความสะอาดร่างกายตน ตามประวัติศาสตร์เชื่อว่าพวกนี้เป็นชนกลุ่มแรกที่รู้จักการอาบน้ำ นอกจากนี้ยังสอนให้นมัสการพระเจ้า ศาสดาคนต่อมาที่สำคัญคือ “โมเสส” คนอาหรับเรียก “มูซ่า” ถือกำเนิดในอียิปต์ โมเสสได้นำชาวยิวอพยพจากอียิปต์ไปปาเลสไตน์ และศาสดาคนต่อมาคือ “เยซู” คนอาหรับเรียก “อีซ่า” ซึ่งช่วงนี้เป็นจุดแตกแยกทางศาสนา 2 ศาสนาคือ ยิวและคริสต์ กลุ่มคริสต์เชื่อว่าคนเรามีบาปติดตัวมาแต่กำเนิด และพระเจ้าส่ง “เยซู”มาไถ่บาปพวกเขา ส่วนพวกยิวเชื่อว่าคนเราบริสุทธิ์มาตั้งแต่เกิด และพระเจ้าจะส่ง“เมไซอาห์”มาช่วยพวกเขาพ้นทุกข์จากการกดขี่และภัยสงครามของชนชาติอื่น และท่านเป็นผู้ที่จะนำสันติที่แท้จริงมาสู่พวกเขา ซึ่งคนยิวยังคอย“เมไซอาห์”อยู่ถึงปัจจุบัน ต่อมามีศาสดากำเนิดขึ้นอีกคนหนึ่งในแดนอาเรเบียชื่อ “โมฮัมมัด” ทำให้ศาสนานี้แยกเป็น 3 ศาสนา เนื่องจากยิวและคริสต์ไม่ยอมรับศาสดาท่านนี้ ทำให้เกิดเป็นศาสนาอิสลามขึ้นมา ผู้นับถืออิสลามเรียกตัวเองว่า“มุสลิม”คือนอกจากนับถือพระเจ้าแล้ว พวกเขาต้องศรัทธาต่อศาสดาที่พระองค์ส่งมา ระหว่างนี้ดินแดนนี้ได้ผ่านการแย่งชิงและเปลี่ยนมือมาหลายกษัตริย์รวม กษัตริย์ยิว เปอร์เชีย โรมัน เตอร์ค เป็นต้น แต่ละครั้งที่เปลี่ยนการปกครองบ้านเมือง วิหารที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็ถูกพัง และสร้างใหม่หลายครั้ง พวกยิวถูกไล่ออกจากแผ่นดินและอยู่กระจัดกระจายไปทั่วโลกบางเผ่าได้สูญหายไป พวกยิวกลายเป็นผู้ไร้ถิ่น ภายหลังเมื่อโรมได้เข้าปกครอง โรมได้ประกาศ “โรมันคาทอลิค” เป็นศาสนา และมีความเชื่อเพิ่มว่า เยซูไม่เพียงเป็นศาสดาแต่เป็นบุตรของพระเจ้า (Son of God) ก็เลยยิ่งไปกันใหญ่ จึงเกิดมีการขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จนเกิดสงครามระหว่างคริสต์กับอิสลาม เป็นผลให้ชาวยิวแตกกระจายพลัดถิ่นไปอยู่ตามยุโรป จักรวรรดิ์สุดท้ายที่ปกครองแถบนี้คือพวก “เติ๊ร์ค อ็อตโตแมน”(Turks Ottoman) ปกครองมานานกว่า 200 ปี จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 พวกเติ๊ร์คร่วมกับเยอรมันีอยู่ฝ่ายเดียวกัน เยอรมันและพวกเติ๊ร์คแพ้สงครามต่อพันธมิตร ในปี 1917 อังกฤษได้ครอบครองกรุงเจรูซาเล็มและแถบปาเลสไตน์ซึ่งรวมอิสราเอลและจอร์แดน ส่วนฝรั่งเศษได้ครอบครองประเทศเลบานอนและซีเรียตอนเหนือของอิสราเอล นายกอังกฤษได้มีการตกลงลับกับชาวยิวที่จะคืนเจรูซาเล็มให้คนยิวภายหลัง ระหว่างนั้นพวกคนยิวได้เตรียมกำลังทัพและเปิดประเทศรับให้คนยิวที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลกกลับมาอยู่ในอิสราเอล (ซึ่งนโยบายนี้ยังมีมาถึงปัจจุบันที่คนยิวทั่วโลกสามารถเข้ามาตั้งรกรากในอิสราเอ็ลได้ทุกเมื่อ เพราะถือว่าอิสราเอลเป็นของคนยิวทุกคน) จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1948 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ฝรั่งเศษคืนซีเรียและเลบานอนไป อังกฤษคืนจอร์แดนไป และได้ให้ครึ่งหนึ่งของกรุงเจรูซาเล็มต่อคนยิวโดยไม่มีใครคาดฝัน วันที่ 10 พ.ค. 1948 วันที่อังกฤษลดธงชาติอังกฤษลง พวกคนยิวได้ชักธงชาติอิสราเอลขึ้นแทน และได้ประกาศดินแดนนี้เป็นประเทศอิสราเอ็ลและตั้งเจรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง กรุงเจรูซาเล็มได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง เจรูซาเล็มฝั่งตะวันตกเป็นของอิสราเอล และเจรูซาเล็มฝั่งตะวันออกเป็นของจอร์แดน ส่วนคนปาเลสไตน์ไม่ได้อะไร พวกเขากลายเป็นผู้ไร้ประเทศ ก่อนหน้าสงครามโลกครั้งที่หนึ่งพวกปาเลสไตน์อยู่กันประปรายแต่จะอยู่กันหนาแน่นในเขตเวสท์แบ๊ง (West bank) ซึ่งอยู่ในครอบครองของจอร์แดน และแถบกาซ่าซึ่งอยู่ในทะเลทรายไซนายของอีจิปต์ แต่ทั้งจอร์แดนและอีจิปต์ไม่ถือว่าชาวปาเลสไตน์เป็นซิติเซ่นของเขา หลังจากนั้นพวกยิวและอาหรับก็ทำสงครามแย่งดินแดนกันมาเรื่อยจนกระทั่งวันที่ 5 มิถุนายน 1967 ได้เกิดสงคราม 6 วันขึ้น อิสราเอลได้ทำสงครามจู่โจมประเทศเพื่อนบ้าน โดยยึดเจรูซาเล็มฝั่งตะวันออกจากจอร์แดน ยึดเมือง“โกแลน ไฮท์ส” (Golan Heights) จากซีเรีย และยึดทะเลทรายไซนายหรือ”ไซนาย เด๊ซเสริ์ท” (Sinai Desert) ซึ่งรวมแถบ “กาซ่า” จากอีจิปต์ (ภายหลังอิสราเอ็ลได้คืนไซนาย เด๊ซเสริท ให้อีจิปต์ไป) ชาวปาเลสไตน์กลายเป็นผู้ไร้ประเทศ จน ณ. วันนี้ผู้นำอิสราเอ็ลและผู้นำชาวปาเลสไตน์ โดยมีอเมริกาและประเทศทางฝั่งตะวันตกพยายามช่วยใกล่เกลี่ยให้ทั้งสองฝ่ายเซ็นสนธิสัญญาสงบสุข และต้องการให้อิสราเอลคืนเวสท์แบ๊งเป็นอิสระและให้ปาเลสไตน์เสตทปกครองกันเอง

อิสราเอลดินแดนศักดิ์สิทธิ์หรือสาปแช่ง

อิสราเอลถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เนื่องจาก เป็นแหล่งกำเนิดของ 3 ศาสนา คือ ศาสนาจูดาย (ยิว) ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะในกรุงเจรูซาเล็มมีปูชนียสถานทางศาสนาที่สำคัญๆของทั้ง 3 ศาสนาตั้งอยู่ สำหรับชาวยิวมีวิหารแรกและที่สองที่สลักปักพังสร้างโดยกษัตริย์ยิว“คิงโซโลมอน” สำหรับชาวคริสเตียนเป็นที่ๆพระเยซูถูกตรึงไม้กางเขนและไปสู่สวรรค์ สำหรับชาวมอสเล็มมีสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ศาสดาโมฮัมมัดได้มาจากเมกกะ มาที่ “อัล อั๊กซา” (Al Aqsa) และจากที่อัลอั๊กซานั้นท่านได้ไปสู่สวรรค์ สำหรับดิฉันอิสราเอลเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสาปแช่งเพราะเป็นแหล่งที่มาของความขัดแย้งทางศาสนามาเป็นพันๆปีถึงปัจจุบันและไม่มีทีท่าว่าจะไปจบตรงไหน ดิฉันได้ไปเห็นปูชนียสถานทั้งสามแห่งนี้เห็นแล้วทำให้เกิดความรู้สึกสังเวช เลยเข้าใจคำว่า “ไปสังเว”ได้อย่างลึกซึ้งขึ้น