อยู่เถื่อนด้วยความหวาดกลัว

ดิฉันกลับจากเวเคชั่นได้อาทิตย์กว่าแล้ว กลับมาก็เจออากาศ “จูนกลูม” (June gloom) คืออากาศขมุกขมัว อากาศเย็นและเมฆลงต่ำตอนเช้า  ปีนี้ฤดูร้อนมาช้า ปกติเมื่อเข้ากลางเดือนมิถุนาอากาศหน้าจะร้อนแล้ว วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพลย์ออฟส์บาสเก็ตบอลรอบชิงชนะเลิศระหว่างทีม”ดัลลัส มาเวอริคส์” (Dallas Mavericks)  และ”ไมแอมมี่ ฮีท” (Miami Heat) ซึ่งทีม”มาเวอริค”ชนะได้ถ้วยแชมเปี้ยนชิปปี 2011 ไป ปีนี้ดิฉันไม่ได้ติดตามบาสเก็ตบอลนัก เพราะทีมดิฉัน”เล็คเก้อร์”ตกรอบไปนานแล้ว อย่างไรก็ตามดิฉันก็ดีใจที่มาเวอริคชนะเพราะดิฉันอยู่แแอลเอฝั่ง”เวสท์โคสท์” ก็ต้องเชียร์ทีมทางฝั่งตะวันตกอยู่ดี วันอาทิตย์ที่ 19 มิ.ย. นี้เป็นวันพ่อในอเมริกา Happy father’s day สำหรับผู้เป็นพ่อทุกคนค่ะ  คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับ ดินฟ้าอากาศ ฤดู วันเทศกาล วัฒนธรรมกีฬาในอเมริกาได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 25, 28 และ 29 ในหนังสือ “อยู่เมริกา

อยู่แบบโรบินฮู้ด

ระยะนี้จะมีข่าวเกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นตามจับโรบินฮู้ดบ่อยๆ แต่ละอาทิตย์ดิฉันก็จะได้โทรศัพท์หลายครั้งจากโรบินฮู้ดที่อยู่อย่างหวาดกลัวว่าสักวันจะถูกจับส่งกลับเมืองไทย และหลายคนหาทางว่าจะอยู่ได้ถูกต้องอย่างไร ขอตอบรวบรัดเเลยนะคะ ว่าเมื่อคุณเป็นโรบินฮู้ดแล้วเปลี่ยนเป็นวีซ่าใดๆไม่ได้ทั้งสิ้น และกรณีมีลูกเกิดในอเมริกาก็ทำอะไรไม่ได้ต้องรอให้ลูกอายุ 21 ปีก่อน ลูกถึงจะแอ็พพลายใบเขียวให้คุณได้ ถ้าคุณกลับเมืองไทยพยายามทำวีซ่าใหม่หรือทำใบเขียวจะทำไม่ได้เพราะคุรไม่สามารถกลับเข้าอเมริกาได้ 10 ปี สรุปคือแต่งงานกับซิติเซ่นได้อย่างเดียว หรือคอยจนกว่าจะมีกฎหมายผ่านออกมาช่วยซึ่งตอนนี้ยังไม่มี ดิฉันได้เขียนหนังสือเรื่อง “ชีวิตโรบินฮู้ด” ในหนังสือมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เป็นโรบินฮู้ดและในนั้นตอบคำถามต่างๆที่คุณถามดิฉันค่ะ โปรดซื้ออ่าน รับรองว่าคุ้มค่ะ คุณสามารถซื้อหนังสือ ชีวิตโรบินฮู้ด” โดยสั่งหนังสือโดยตรงจากดิฉัน ดูวิธีสั่งจากโฆษณา  ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

ข่าวอิมมิเกรชั่นจับโรบินฮู้ด

สาเหตุที่ข่าวอิมมิเกรชั่นจับโรบินฮู้ดฮือฮาออกมาบ่อยๆช่วงนี้ ดิฉันคิดว่ามาจาก 2 แหล่ง คือ (1) ร่างกฎหมายอาริโซน่า SB1070 ที่ผ่านออกมาเดือนเมษายนปี 2010 ร่างกฎหมายนี้ดังมากเพราะ ออกกฎให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในรัฐอาริโซน่าทุกคนต้องถือ”ไอดี” ติดตัวตลอด และให้อำนาจตำรวจรัฐที่อาจเรียกตรวจไอดีชาวต่างชาติที่ดูท่าทางน่าสงสัยว่าอาจอยู่เถื่อนได้ และถ้าเรียกตรวจและผู้นั้นไม่มีไอดีแสดงก็สามารถจับหรือให้ข้อมูลไปที่อิมมิเกรชั่นได้ ร่างกฎหมายนี้ผ่านสภารัฐเดือนเมษา และกำหนดมีผลบังคับใช้เดือนกรกฎา 2010 ทันทีที่ร่างกฎหมายนี้ผ่านสภา ฝ่ายตรงข้ามที่ไม่เห็นด้วยได้บล็อกเรื่องเข้าไปในศาลไม่ให้ผ่านออกมาใช้ และศาลได้ตัดสินว่ากฎหมายนี้เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลและถือเป็นการกีดกันคนเนื่องจากผิว หน้าตา เชื้อชาติ สัญชาติ ภายหลังศาลได้ออกคำสั่งไม่ให้ผ่านกฎหมายนี้ออกมา จน ณ.วันนี้ร่างกฎหมายนี้ไม่มีผลบังคับใช้ แต่อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายนี้ทำให้หลายรัฐฮือฮากันมากและบางรัฐพยายามที่จะผ่านกฎหมายทำนองนี้ออกมา (2) อีกแหล่งหนึ่งที่ประเด็นเรื่องอิมมิเกรชั่นเป็นข่าวมากเพราะ ใกล้จะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีก ในปี 2012 (ไม่น่าเชื่อนะคะเผลอแป็บเดียว โอบาม่าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกือบ 3 ปีแล้ว) ตอนนี้ก็เริ่มมีผู้ลงสมัครเป็น “เพรสสิเด๊นท์เชียลแคนดิเดท” หลายคน ประเด็นที่สำคัญในการหาเสียงคืออิมมิเกรชั่น  “แคนดิเดท”แต่ละคนต้องแสดงตนว่าตัว “โพร”(Pro)อิมมิแกรนท์  หรือ “แอนไท”(Anti) อิมมิแกรนท์ และเห็นด้วยกับการที่จะ “ลี-กัล-ไลซ์”(Legalize) โรบินฮู้ดให้อยู่อย่างถูกต้องไหม นักข่าวก็เลยสนุกกันใหญ่ ฉะนั้นตั้งแต่นี้ไปถึงเลือกตั้งคุณในเดือนพฤศจิกายน 2012 คุณก็คงจะได้ยินข่าวอิมมิเกรชั่นบ่อยๆ

ทำความเข้าใจกฎหมายอิมมิเกรชั่น

ก่อนที่คุณจะกลัวจนเสียขวัญ เรามาหาความรู้เกี่ยวกับกฏหมายอิมมิเกรชั่นและกฎหมายรัฐ กฏหมายในอเมริกาแบ่งเป็นกฎหมายรัฐบาลกลางและกฎหมายรัฐ รัฐบาลกลางเรียก “เฟ็ดเดอรัล” (Federal) รัฐเรียก “เสตท” (States) ตอนอเมริกาสร้างชาติเมื่อ 200 กว่าปี รัฐแต่ละรัฐปกครองตนเองอิสระ เมื่อผู้นำรัฐมารวมตัวกันว่าเราต้องปรองดองกันโดยรวมรัฐทั้งหลายมาเป็นประเทศเพื่อความแข็งแกร่งและมีรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลปกครอง(คือรัฐบาลกลาง) และในขณะเดียวกันก็ให้อำนาจรัฐปกครองตนเองเป็นอิสระ โดยรัฐมีหน้าที่ปกครองดูแลทุกข์สุขของพลเมือง โดยรัฐแต่ละรัฐมีกฎหมายของตนเอง เช่น กฎหมายครอบครัว (แต่ง หย่า) กฎหมายชื่อและนามสกุล และกฏหมายอาญาต่างๆ ส่วนรัฐบาลกลางมีอำนาจออกกฎหมายบางประเภทที่ทุกรัฐต้องปฏิบัติตามเพื่อความเป็นระเบียบคือ “ยูนิฟอร์มมิตี้”(Uniformity) เช่น กฎหมายคนเข้าเมือง กฎหมายเกี่ยวกับการธนาคาร ด้านการทหาร กฎหมายระหว่างน่านน้ำ เป็นต้น   สรุปว่ากฎหมายอิมมิเกรชั่นเป็นน กฎหมายรัฐบาลกลาง ฉะนั้นเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นจะมีอำนาจตรวจคนเข้าเมืองและจับคนเถื่อนหรือผู้ที่ทำผิดกฎหมายอิมมิเกรชั่น ส่วนรัฐไม่มีอำนาจ ฉะนั้นโดยทั่วไปตำรวจของรัฐก็จะไม่มีอำนาจจับผู้ที่อยู่เถื่อนด้วยเหตุผลว่าเขาอยู่เถื่อน โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับกฎหมายอิมมิเกรชั่น ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 2 กฎหมายคนเข้าเมือง หน้า 2-3 และ ความแตกต่างระหว่างกฎหมายรัฐและกฎหมายรัฐบาลกลาง บทที่ 1 หน้า 1-3

อำนาจของตำรวจ

อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์ 9/11 รัฐบาลกลางได้ผ่านกฎหมายปกป้องผู้ก่อการร้ายและเปลี่ยนระบบตรวจคนเข้าเมืองให้แน่นหนาขึ้นรวมทั้งออกกฎเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างชาติรัดกุมและเอาผิดนายจ้างที่จ้างคนงานต่างชาติที่ไม่มีใบ ออกกฎหมายเข้มงวดระบบเวลแฟร์และประกันสังคม โดยเข้มงวดในการออกบัตรโซเชียลและทินนัมเบอร์ ให้รัฐร่วมมือออกบัตรประชาชนและใบขับขี่เป็นอีเล็คโทรนิคที่ปลอมแปลงยากขึ้นและออกกฎระเบียบใหม่ ให้รัฐเช็คเอกสารต่างๆของคนต่างชาติก่อนที่จะออกไอดีให้ เป็นต้น นอกจากนั้นรัฐบาลกลางยังขอให้รัฐร่วมมือปราบปรามและเข้มงวดกับอาชญากรรมที่ก่อโดยคนต่างชาติ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐส่งข้อมูลให้อิมมิเกรชั่นเมื่อจับกุมคนต่างชาติและในขณะเดียวกันรัฐบาลกลางได้เปลี่ยนแปลงระบบคอมโดยแชร์ข้อมูลถึงกันหมด ฉะนั้นตำรวจสามารถเช็คข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของคนต่างชาติได้ ซึ่งอันนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถานีตำรวจแต่ละเมือง โดยปกติถ้าคุณทำความผิดกฎจราจรหรือผิดกฎหมายอาญา ตำรวจมักจะไม่เช็คสถานภาพทางอิมมิเกรชั่นของคุณ ตอนที่ร่างกฎหมาย SB1070 ของรัฐอาริโซน่าผ่านออกมาเป็นข่าวดัง ผู้นำหลายรัฐที่ชอบกฎหมายนี้และคอยความคืบหน้าว่าศาลจะตัดสินออกมาอย่างใดให้มีผลบังคับใช้หรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวตำรวจแต่ละบุคคล ถเพราะรัฐบาลกลางให้อำนาจตำรวจที่จะร่วมมือกับเขาโดยเช็คสถานภาพทางอิมมิเกรชั่นคนต่างชาติ ฉะนั้นถ้าคุณไปเจอตำรวจที่เข้มงวดก็อาจเป็นปัญหาได้

กลัวอิมมิเกรชั่นมาจับ

โดยปกติอยู่ดีๆอิมมิเกรชั่นไม่มาจับคุณนอกจาก (1) จะมีคนไปแจ้ง หรือ (2) อิมมิเกรชั่นมาจับคนอื่นและคุณอยู่ในที่นั้นจึงติดร่างแห ตัวอย่างคุณเป็นเจ้าของธุรกิจมีปัญหากับลูกจ้าง ลูกจ้างโกรธไปแจ้งอิมมิเกรชั่น หรือคุณเป็นลูกจ้างมีปัญหากับนายจ้าง นายจ้างโกรธไปแจ้งอิมมิเกรชั่น หรือคุณเป็นเจ้าของร้านอาหาร ธุรกิจดีมากคู่แข่งอิจฉาโทรแจ้งอิมมิเกรชั่น เป็นต้น กรณีที่ (2) คือ คุณติดร่างแห เช่นคุณเช่าบ้านหรืออพาร์ทเม๊นท์ที่มีโรบินฮู้ดอื่นๆอยู่ อิมมิเกรชั่นมาจับรูมเมทคุณ คุณอยู่ ณ.ที่นั้นจึงติดร่างแห หรือคุณซื้อ I-20 จากโรงเรียนแต่ไม่เคยไปเรียนอิมมิเกรชั่นจับนักเรียนคนอื่นได้หรือได้เบาะแสว่าโรงเรียนนั้นๆขาย I-20 จึงกว้านจับทุกคน หรืออิมมิเกรชั่นมาจับคนงานเถื่อน และคุณทำงานอยู่ ณ.ที่นั้น เป็นต้น

วิธีปกป้อง

โอกาสที่อิมมิเกรชั่นเจาะจงจะมาจับคุณเพราะคุณเป็นโรบินฮู้ดนั้นน้อยมาก ถ้าคุณอยู่ของคุณไปเรื่อยๆไม่ได้ทำอะไรผิด

แต่การเคราะห์ร้ายก็เกิดขึ้นได้ตามตัวอย่างข้างต้น ฉะนั้นจะปกป้องได้ก็คือ ไม่ต้องไปให้ใครๆรู้เกี่ยวกับสถานภาพของคุณว่าคุณอยู่เถื่อน และการเลือกคบคนนั้นสำคัญ รวมทั้งเลือกจ้างคนงานที่นิสัยดี เลือกทำงานกับนายจ้างที่นิสัยดีมีความเป็นธรรม หลายครั้งเราเลือกเพื่อนร่วมงานไม่ได้แต่ถ้านายจ้างเป็นธรรมเขาก็น่าจะปกครองคนงานให้อยู่ร่วมกันได้โดยมีปัญหาน้อยที่สุด คนเรานั้นดิฉันว่าดูไม่ยากหรอกค่ะมันรู้สึกเองค่ะ คนที่เราอยู่ใกล้ๆแล้วรู้สึกไม่สงบทำให้เราร้อนอยู่ตลอดเวลาก็ควรพยายามอยู่ห่างๆ จะได้ไม่สร้างปัญหาให้ตนเอง ตัวอย่าง คนที่อาจสร้างปัญหา เช่น  คนติดการพนัน คนมีหนี้สินเยอะ คนชอบขอยืมเงิน คนใช้เงินเกินตัว(เงินเดือนต่ำ รสนิยมสูง มักมีหนี้สินเยอะ) คนขี้อิจฉา คนขี้นินทา และคนที่มองโลกในแง่ไม่ดี  เป็นต้น

ข้อแนะนำ

ดิฉันแนะนำการอยู่แบบโรบินฮู้ดคือ อยู่อย่างพลเมืองดี ทำงาน ไม่ทำความเดือดร้อนให้ตนและผู้อื่น มองโลกในแง่ดีว่าสักวันหนึ่งก็จะมีกฎหมายบางอย่างออกมาช่วยให้คุณอยู่อย่างถูกต้องได้ ถ้าเคาะห์ร้าย ถูกจับก็ค่อยๆสู้ไปหรือกลับไปอยู่บ้านเรา การอยู่แต่ละวันด้วยความกลัว หวาดระแวงไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นทั้งตัวเองและผู้ที่อยู่รอบตัวคุณ

วันพฤหัสถึงวันเสาร์ 16-18 มิถุนานี้ นี้ดิฉันต้องไปเรียน Continuing education อิมมิเกรชั่นคอร์ส 27 หน่วยกิตที่ San Diego สัปดาห์หน้าดิฉันจะเขียนเรื่องที่ดิฉันได้เรียนมาให้อ่านกัน