(ต่อ) เรื่องความหวาดกลัวของโรบินฮู้ด

ตอนนี้เราเข้าซัมเม่อร์อย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 21 มิย. แต่อากาศในคาลิฟอร์เนียก็ยัง “จูนกลูม” ขมุกขมัวเมฆบังแดดตอนเช้า “วีคเอ็นด์”หรือสุดสัปดาห์นี้เป็น “จูลาย ฟอรท์ซ วีคเอ็นด์” (July Weekend) คือวันประกาศอิสรภาพหรือ “อินดีเพ็นเด๊นท์ เดย์” (Independent day) จากอังกฤษของเมกา เมกาเป็นเมืองขึ้นอังกฤษมาก่อนและชนะสงคราม ปรกาศอิสรภาพปี 1783 (ข้อมูลนี้อยู่ในข้อสอบซิติเซ่นด้วยค่ะ) วีคเอ็นด์นี้สองครอบครัวดิฉันและพี่สาวจะไปเที่ยว และเดินป่าที่ “อุทธยานแห่งชาติ โซโควย่า” ห่างจากแอลเอประมาณ 4 ชั่วโมง ที่นั่นมีต้นไม้ใหญ่และสูงเป็นร้อยๆปี  โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับที่มาของ July 4th ในหนังสืออยู่อเมริกาหน้า 21 หัวข้อสงครามครั้งที่สอง คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันไปเรียนเพิ่มกฎหมายอิมมิเกรชั่นจัดโดย American Immigration Lawyers Association มา 3 วันที่ San Diego ดิฉันได้มีโอกาสเข้าไปทัวร์ด่านตรวจคนเข้าเมือง “โอเท เมซ่า” (Otay Mesa Port of Entry) ที่อยู่ชายแดนของแซนดิเอโก้ติดเมือง “ติฮัวน่า เม็กซิโก” (Tijuana, Mexico) เจ้าหน้าที่ศุลการักษ์ “คัสต้อม แอนด์ บอร์เด้อร์ พาโทรล” (Custom and Border Patrol เรียกย่อๆว่า  “ซี บี พี” CBP) พาพวกกลุ่มเราดูระบบการทำงานของอิมมิเกรชั่น วิธีตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งการตรวจขั้นหนึ่งและ “การตรวจขั้นสอง” (second inspection) ก่อนที่แสตมป์ให้เข้าประเทศ การดำเนินงานต่างกับสนามบิน เพราะอันนี้เป็น “แลนด์ พอร์ท” (Land port) คือคนขับรถเข้าและเดินเข้าประเทศ และยังได้เห็นวิธีที่เขาฝึกเจ้าหน้าที่สุนัขตำรวจทำหน้าที่ดมหายาเสพติดอีกด้วย ระหว่างอยู่ที่นั่นดิฉันแวะไปหาลูกความที่เป็นเจ้าของร้านอาหารไทย คุณเป็ดเลี้ยงดู(แต่ไม่ได้ปูเสื่อ)เราได้ทานอาหารไทยญี่ปุ่นอร่อยมาก ขอบคุณมาที่นี้ด้วยนะจ๊ะ

ระบบงานซีบีพี

“คัสต้อม แอนด์ บอร์เด้อร์ พาโทรล” (Custom and Border Patrol หรือ “ซี บี พี”) คือเจ้าหน้าที่ศุลการักษ์ มีหน้าที่ตรวจ คนเข้าเมือง ที่สนามบินและด่านเข้าเมืองทางบกและทางน้ำ และตรวจสัมภาระ สินค้าที่เข้าประเทศ เราได้เห็นระบบการรทำงานของเจ้าหน้าที่ ผู้ที่เข้าเมกาด่านนี้ 60% เป็นเม็กซิกันและ 40% เป็นคนเมกันและชาติอื่น มีทั้งเดินเข้าและขับรถเข้า  ผู้ที่เข้าด่านนี้ส่วนมากจะใช้ใบผ่าน 4 ชนิดคือ (1) U.S. Passport Card (2)ใบเขียวรุ่นใหม่ (3) Border Crossing Card หรือ (4) SENTRI card ผู้ที่มีบัตร 3 ชนิดแรกนี้จะสามารถขับรถผ่านเข้าเลนด่วนได้เร็วเรียก Ready Lane ระยะเวลาคอยประมาณ 15-30 นาที ส่วนผู้ที่มี SENTRI Card สามารถผ่านได้เลยคอยไม่ถึง 5 นาที ทั้ง 4 บัตรนี้เป็นบัตรใหม่มีข้อมูลของเจ้าของบัตรทั้งหมดและเป็นคาร์ดไฮเท็ค คุณสามารถเช็คเข้า website www.GetYouHome.gov ว่าจะขอบัตรเหล่านี้ได้อย่างไร ถ้าผู้ใดไม่มีบัตร มีเพียงพาสปอร์ตและวีซ่า รวมทั้งผู้ถืออเมริกันพาสปอร์ต ต้องเข้าคิวธรรมดา ระยะเวลาคอยยาวประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าจะผ่านด่านได้ ส่วนผู้เดินเข้าระยะคอยไม่ถึงชั่วโมงขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นคนเข้าออกมากแค่ไหน แต่ถ้าผู้ใดมี SENTRI card ก็ไม่ต้องคอยเลย ดิฉันเห็นเจ้าหน้าที่ถามคำถามผู้ที่เข้ามาก็คล้ายๆถามที่สนามบินคือตรวจเอกสาร และถามเหตุผลที่มาอเมริกา จะอยู่นานเท่าไร และคีข้อมูลเข้าคอมเช็คประวัติผู้นั้นและให้ผ่าน ถ้าเขาสงสัยผู้ใดเขาก็จะส่งให้ไปจอดรถคอยและมีคนมาสัมภาษณ์หรือเข้าห้องสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ที่พาเราดูระบบงานดูดีมาก คุยสนุกและเป็นกันเอง  ซีบีพีเป็นแผนกหนึ่งของอิมมิเกรชั่นแต่ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ศุลการักษ์โดยเฉพาะ อีก 2 แผนกของอิมมิเกรชั่นคือ (1) แผนกเอกสารหรือ “ยูซิส” (USCIS) แผนกนี้ตรวจเอกสารและแอ็พพรูฟเอกสารเวลาคุณยื่นเรื่องเปลี่ยนวีซ่า ทำใบเขียว ต่อใบเขียว ทำซิติเซ่น เป็นต้น และอีกแผนกคือ “ไอ๊ซ์”(ICE) เป็นตำรวจอิมมิเกรชั่น แผนกนี้จับโรบินฮู้ดที่อยู่เถื่อน หรือทำผิดกฎอิมมิเกรชั่นต่างๆ โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับกฎหมายอิมมิเกรชั่น ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 2 กฎหมายคนเข้าเมือง หน้า 2-6 การเปลี่ยนแปลงหลัง 11 กันยา

ไอ๊ซ์ vs ตำรวจ

ตำรวจแบ่งเป็นหลายกรุ๊บคือ ตำรวจท้องถิ่น (Police officer) คือตำรวจในเมืองที่คุณอยู่ ตำรวจของเมืองก็จะมีอำนายในเมืองนั้น เช่นเมืองที่ดิฉันอยู่เมือง ลา พาล์มม่า  (La Palma) เราก็มีตำรวจลา พาล์มม่า อีกกรุ๊บคือ “แชริฟ” (Sherriff) อันนี้ต่างกันแต่ละเคาน์ตี้ บางทีก็เรียกชื่ออื่นแชริฟเป็นตำรวจของเคาน์ตี้ (เขต) มีอำนาจข้ามเมืองได้แต่อยู่ภายในเคาน์ตี้ เช่น      “แชริฟของลอสแองเจลิส” หรือ “ไฮเวย์ พาโทรล” ก็อยู่ในเคาน์ตี้ลอสแองเจลิส แชริฟยังทำหน้าที่ให้ตั๋วบนฟรีเวย์ เนื่องจากฟรีเวย์เป็นทางด่วนเชื่อเมืองต่างๆฉะนั้นเขามีอำนาจจับข้ามเมือง ซึ่งต่างกับตำรวจท้องถิ่นจะขับรถอยู่บนถนนในเมือง และให้ตั๋วตามถนนในเมือง อีกกรุ๊บคือ FBI เป็นตำรวจของรัฐบาลกลาง ซึ่งส่วนมากจะมีหน้าที่สอบสวนคดีต่างๆที่เกิดขึ้นนอกเมืองหรือระหว่างเมืองหรือเป็นคดีใหญ่ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในประเทศ เช่นคดียาเสพติด คดีค้าแรงงาน เป็นต้น ส่วน”ไอ๊ซ์” (ICE) เป็นตำรวจอิมมิเกรชั่น ที่ไปเคาะประตูบ้านโรบินฮู้ดและตามหาตัวบุคคลที่อยู่เถื่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาก็ต้องได้เบาะแสมาว่ามีโรบินฮู้ดอยู่ที่นั้นๆไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆจะมาเคาะประตูบ้านขอตรวจเอกสาร ตำรวจไม่ใช่ไอ๊ซ์ เขามีหน้าที่รักษาความสงบสุขของราษฎรและจับคนที่ทำผิดกฎหมายอาญาของเมืองหรือของรัฐเท่านั้น ไม่จับคนที่ทำผิดกฎหมายอิมมิเกรชั่น เช่นอยู่เถื่อนหรือลักลอบทำงานเถื่อน อันนั้นถือเป็นหน้าที่ของไอ๊ซ์ ซึ่งไอ๊ซ์และตำรวจจะไม่ก้าวก่ายงานกัน แต่เนื่องจากระยะไม่กี่ปีผ่านมานี้ รัฐบาลกลางได้ให้อำนาจตำรวจรัฐจับคนที่อยู่อย่างผิดกฎหมายได้ (โรบินฮู้ด) และยังขอร้องให้ตำรวจถ้าจับคนทำผิดกฎหมายอาญาให้ตรวจสถานภาพและถ้าผู้นั้นไม่มีเอกสารแสดงว่าอยู่ในเมกาอย่างถูกต้องขอให้แจ้งให้อิมมิเกรชั่นรู้ด้วย อันนี้ไม่ได้เป็นการสั่งหรือบังคับให้ตำรวจปฏิบัติเพียงแต่เป็นการขอความร่วมมือ ฉะนั้นจะขึ้นอยู่กับตัวตำรวจเองและนโยบายของสถานีตำรวจในถิ่นที่คุณอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนมากไม่ต้องการทำงานเกินเพราะงานของเขาก็เยอะอยู่แล้ว ฉะนั้นหลายแห่งจะไม่สนเวลาเขาจับคนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายว่าคนนั้นอยู่เถื่อนหรือไม่สถานภาพอะไร แต่ก็ขึ้นกับเมืองที่คุณอยู่ ถ้าเมืองไหนมีคนขาวอยู่มากไม่ค่อยมีคนต่างชาติและพวกคนรุนเก่าที่ไม่ค่อยจะชอบหน้ากะเหรี่ยงมากนั้ก เขาก็อาจกีดกันพวกกะเหรี่ยงและตรวจเอกสารและแจ้งอิมมิเกรชั่นได้ ฉะนั้นถ้าคุณไม่ได้ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองอะไรคุณเดินผ่านตำรวจไม่ต้องกลัวเดินตัวลีบหรือมีพิรุธ เพราะอยู่ๆเขาจะไม่มาขอดูตรวจเอกสารของคุณ

กฎหมายรัฐอาริโซน่า (AZ)

ปีที่แล้วร่างกฎหมายรัฐอาริโซน่าผ่านสภาออกมา(แต่ยังติดอยู่ในศาล)ให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารคนต่างชาติได้และจับได้ และตรวจนายจ้างเช็คเอกสารลูกจ้าง รวมทั้งออกกฎเอาเรื่องเจ้าของบ้านและอพาร์ทเม๊นที์ที่ให้โรบินฮู้ดเช่าบ้านทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นโรบินฮู้ด หลายเมืองก็ฮือฮากับกฎหมายนี้และต้องการออกกฎหมายในรูปเดียวกันแต่ก็คอยดูว่ากฎหมายนี้จะชนะในศาลหรือไม่ รัฐอาริโซน่าเมื่อมีข่าวเรื่องร่างกฎหมายนี้ก็เศรษฐกิจตกลงมากและบ้านราคาตก คนต่างชาติย้ายออกจากรัฐ บางรัฐรวมทั้งรัฐคาลิฟอร์เนียต้องการ “บอยคอท” ไม่ทำธุรกิจกับรัฐอาริโซน่า ส่วนรัฐที่คิดจะออกกฎหมายทำนองเดียวกับรัฐ AZ ก็ต้องช่างน้ำหนักดูว่าจะคุ้มไหม

ตอบอีเมล์เรื่องโรบินอู้ด

ถาม เวลาตำรวจเรียกให้จอดรถ แล้วชื่อเราจะโชว์บนจอไหมว่าเราเป็นโรบินฮู้ด

ตอบ คิดว่าไม่นะคะ แต่วันหลังดิฉันจะถามตำรวจเมือง La Palma ดู อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเจอตำรวจที่เขาต้องการเช็คสถานภาพคุณเขาก็สามารถเช็คได้ โปรดอ่านข้อมูลเพิ่ม ในหนังสือชีวิตโรบินฮู้ด” หน้า53 ทำอย่างไรเมื่อตำรวจเรียกหยุดรถ

ถาม มีใบขับขี่เดินทางขึ้นเครื่องบินไปในประเทศได้ไหม

ตอบ ได้ค่ะ เวลาขึ้นเครื่องบินเจ้าหน้าที่สนามบินเพียงต้องการเช็คไอดีคุณว่าคุณเป็นคนเดียวกับชื่อบนตั๋ว คุณสามารถแสดงพาสปอร์ตที่ไม่หมดอายุ ถึงแม้วีซ่าคุณจะหมดอายุก็ตาม แต่ชื่อบนไอดีต้องตรวกับชื่อบนตั๋วนะคะโปรดอ่านข้อมูลเพิ่ม ในหนังสือชีวิตโรบินฮู้ด” หน้า56 การเดินทางระหว่างรัฐ

ถาม เป็นโรบินฮู้ดทำงานรับเงินสด เอาเงินเข้าทุกอาทิตย์ ตอนนี้ใกล้หมื่นแล้ว จะมีปัญหาไหม ต้องมียอดเท่าไรถึงจะปลอดภัยจากการตรวจสอบจาก IRS

ตอบ ไม่มีปัญหาค่ะถ้ามีเงินในธนาคารเกินหมื่น ภายใต้กฎหมายปกป้องเงินฟอกถ้าคุณเบิกเงินสดออกมา หนึ่งหมื่นหรือมากกว่านั้นทางธนาคารจะแจ้งไปที่ IRS หรือนำเงินหมื่นไปซื้อของเขาก็จะแจ้งเช่นกัน เช่นซื่อรถด้วยเงินสดเกินหมื่นเป็นต้น โดยปกติถ้าคุณมีเงินในธนาคารที่คุณได้ดอกเบีย สิ้นปีบางแบ๊งจะส่ง W-2 แจ้งรายได้คือดอกเบี้ยไปยัง IRS

สรุป ดิฉันคิดว่าเรื่องโรบินฮู้ดมีโอกาสที่จะถูกจับ มีส่วนขึ้นอยู่กับเมืองที่คุณอยู่ด้วย ถ้าคุณรู้ว่าคุณอยู่เมืองที่ผู้คน prejudice กีดกันผิว ก็น่าเป็นห่วง ไม่อย่างนั้นก็อย่าไปกังวลมากนัก และไม่ต้องไปฟังคนโน้นคนนี้พูดมากนักค่ะ ประสาทกินเปล่าๆ