โยคะ คอนเฟอเร็นซ์และเที่ยวชิคาโก

ดิฉันกลับจาก “โยคะ คอนเฟอเร็นซ์” (Yoga Conference) ที่ Lake Geneva รัฐวิสคอนซินคืนวันเสาร์ 16 ก.ค สดชื่นมากๆ เพื่อนบอกหน้าสดใสกลับมา ดิฉันไปโยเพียง 2 วัน และอีก 6 วันไป”แฮ้ง”อยู่ชิคาโก้ ไปหาและพักอยู่บ้านเพื่อนเก่าราชินีบน ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และดิฉันก็เที่ยวและเที่ยวทุกวัน และได้มีโอกาศไปดูละครชื่อ “Chinglish” ดีมากๆ ดิฉันชอบชิคาโก้เอามากๆเลย เมืองมีชีวิตชีวา (ดิฉันว่าคล้ายๆเมืองเบอร์ลินในเยอรมันี) อากาศดี และทันสมัยสุดๆ เริ่มตั้งแต่ส้วมที่สนามบินโอแฮร์ (O’Hare) มีพลาสติกหุ้มที่นั่งส้วม ถูกสุขลักษณะ ซึ่งหลังคุณทำธุระเสร็จก็โบกมือผ่านเซ็นส์เซ่อร์ พลาสติกนั้นก็จะเลื่อนเปลี่ยนมาเป็นอันใหม่ โดยมือคุณไม่ต้องแตะอะไรเลย ถ้าคุณได้ไปสนามบินโอแฮร์นี้ต้องเข้าไปใช้ส้วมนะคะ ดิฉันถ่ายวีดีโอมาให้ดูกันด้วย

Toilet

เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์

ชิคาโก เป็นเมืองดังที่ 3 รองจากนิวยอร์ค และลอสแองเจลิส ชิคาโกตั้งอยู่ระหว่าง “เดอะ เกรท เลคส์” (The Great Lakes ซึ่งรวม 5 ทะเลสาปมาจดกันคือ Huron, Ontario, Michigan, Erie, Superior วิธีจำคือ HOMES)   และเชื่อมไปถึงแม่น้ำมิสซิสซิปปี้  ชิคาโกตั้งอยู่แถบตะวันตกกลาง หรือ “มิดเวสท์” (Midwest) ซึ่วถ้าดูตามแผนที่อเมริกาแล้วรัฐอิลลินอยส์จะอยู่ใแทางตะวันออกมากกว่า แต่เนื่องจากการแบ่งเขตในเมกาเป็นไปตามเรื่องราวในประวัติศาสตร์มากกว่า ฉะนั้นรัฐอิลลินอยส์จึงจัดอยู่ในมิดเวสท์ คุณสามารถอ่านเกี่ยวกับการแบ่งเขตภูมิภาคของอเมริกา และดินฟ้าอากาศในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 24 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308  ชิคาโก้ประกาศตนเป็นเมืองเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 1833 ซึ่งตอนนั้นมีพลเมืองประมาณ 200 คน คำว่า “ชิคาโก” มาจากภาษาอินเดียนแดง “Shikaakwa” อ่าน”ชิคากวา” แปลว่า “หัวหอมป่า” เพราะสมัยก่อนตามแถบแม่น้ำมีต้นหัวหอมป่าขึ้นต็มไปหมดและส่งกลิ่นเหม็น หลังจากชิคาโกกตั้งเป็นเมือง ได้เจริญอย่างรวดเร็วและกลายเป็นเมืองท่าสำคัญเชื่อมระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ชิคาโกเปิดรางรถไฟแรกในปี 1848 และเปิดคลองทางผ่านระหว่างรัฐอิลลินอยส์และรัฐมิชิแกน เนื่องจากการคมนาคมที่สะดวกและทันสมัยทั้งทางเรือและทางรถไฟ อุตสาหกรรมให้ญๆเกิดขึ้นรวมทั้งโรงฆ่าสัตว์ใหญ่ ผู้คนได้อพยพมาตั้งรกรากที่ชิคาโกกันมาก ในปี 1871 ได้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่เรียก The Great Chicago Fire of 1871 แทบจะเผาเมืองชิคาโก อย่างไรก็ตามชิคาโกได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วมากหลังจากไฟไหม้ มีการสร้างสาธารณูประโภคใหม่ สร้างตึกระฟ้าเป็นโครงเหล็กทันสมัย ชิคาโกถือเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยและเป็นที่เกิดของศิลปินทุกประเภท เวลาไปเดินตามพาร์คใกล้ทะเลสาปดิฉันจะมีรูปปั้นและ sculpture ศิลปะสวยงามมาก อย่างไรก็ตามภายใน 22 ปีหลังไฟไหม้ ชิคาโกแท่ากับแทบจะสร้างเมืองใหม่ ดีกว่าเก่า ทันสมัยกว่าเก่า และในปี 1893ได้เลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน “เอ็กซ์โป โลก” ที่ใหญ่มาก เรียก World’s Columbian Exposition งานเอ็กซ์โปนี้มีคนเข้าชมถึง 27.5 ล้านคน นับว่าประสบผลสำเร็จมาก ประมาณช่วงทศวรรษ 1920 พวกมาเฟียอิตาเลียนเริ่มเข้ามาตั้งแก็งกันในชิคาโก รวมทั้งมาเฟียกลุ่มมีชื่อดังคือ “อัล คาโปน” ปัจจุบันก็ยังพอมีมาเฟียหลงเหลืออยุ่บ้างประปรายแต่ไม่เอิกเกริกเหมือนสมันก่อน ดิฉันอ่านเจอในหนังสือเลืมหนึ่งว่า “ชาวชิคาโกอัน” (Chicagoan) นิสัยง่ายๆและแคร์ฟรี พวกเขาไม่มี “แฮ็งอัพ” (hang up) หรือความเย่อหยิ่งเกี่ยวกับประวัติของบรรพบุรุษที่มาจากยุโรป เช่นเกียวกับ 13 รัฐแรกที่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ ประวัติศาสร์ความเป็นมาของเมกา หัวข้อ “อเมริกาดินแดนแห่งผู้อพยพ” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 2 หน้า 2-2  และคนใน 13 รัฐนั้นจะมี “แฮ็งอัพ” กับประวัติศาสตร์มาถึงปัจจุบัน ชิคาโกมีคนแทบทุกชาติทุกภาษาและมีคนผิวดำอยู่ปะปนกันเป็นจำนวนมาก  ทั้งอิตาเลี่ยน ยิว ไอริช จีน กรีก เยอรมัน เป็นต้น ในสายตาของดิฉันคนชิคาโกอยู่กันง่ายๆแบบเอื้ออาทร คนที่นี่ได้สมญาว่าเป็น “Rule Breakers” คือไม่ค่อยเคารพกฏเกณท์เท่าไรนัก ที่ดิฉันเห็นได้ชัดคือคนที่นี่ไม่เคารพกฎจราจร(เหมือนคนไทย) มองไปทางไหนก็เห็นคนขับรถใช้มือถือกันเฉยทั้งที่ผิดกฎหมาย คนเดินเท้าก็ผ่าไฟแดงเฉย  รถก็หลีกๆกันไปอลุ่มอล่วยดี ดิฉันว่าผู้คนที่นี่เป็นมิตรดี สรุป ชิคาโกเป็นเมืองที่ดิฉันชอบมากๆ คนดังที่มาจากชิคาโกคือ คือ ประธานาธิบดี “โอบาม่า” และ”โอปร้า”

โยคะคอนเฟอเร็นซ์

โยคะคอนเฟอเร็นซ์มีทั้งหมด 5 วัน แต่ดิฉันไปแค่ 2 วัน วันแรกดิฉันเลือกเรียน ไทยโยคะหรือนวดไทยครึ่งวัน 3 ชั่วโมงวันที่สองดิฉันเรียนเต็มวันเกี่ยวกับ “กล้ามเนื้อไม่บาล๊านซ์” (Muscle Imbalance) และปัญหาปวดหลังช่วงล่างหรือ “โลว์ แบ๊ค เพน” (low back pain)

ไทยโยคะหรือนวดไทย

ดิฉันค้นพบสิ่งที่อเมซิ่งมากๆคือการนวดไทยแผนโบราณ ผู้นวดขณะนวดได้ทำโยคะไปด้วยในตัว ครูที่สอนเป็นฝรั่งเป็นครูโยคะจบหลักสูตรนวดจากเมืองไทย เขามีสตูดิโออยู่ในชิคาโก้ วิธีสอนนวดคือ ให้เรานักเรียนจับคู่กัน ดิฉันเลือกเป็นผู้นวดให้พาร์ทเน่อร์ก่อน และหลังจากนั้นเราสลับกัน พาร์ทเน่อร์นวดให้ดิฉัน ครูเริ่มด้วยการสาธิตวิธีนวดโดย เริ่มตั้งแต่การหายใจแบบ “โยกิก เบร๊ทซ์” (yogic breath) ขณะนวด คือหายใจยาวเข้าออกช้าๆทางจมูก ฉะนั้นเวลาดิฉันนวด จึงจำเป็นต้องกดช้าและนานตามการผ่อนคลายลมหายใจแบบโยคินีของดิฉัน เราเริ่มด้วยการไหว้ครูโดยนั่งคุกเข่าบนส้นเท้า และครูสาธิตโดยบอกท่าโยคะแต่ละท่า เริ่มตั้งแต่นวดหลัง ขา แขน ด้านหน้า ท้อง ไหล่ ศรีษะ ท่าตอนจบเป็นท่านั่งและดัดตน ทั้งผู้ให้และผู้รับได้ดัดไปด้วย เมื่อก่อนดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเรียกนวดไทยว่า “ไทยโยคะ” ตอนนี้รู้แล้ว ดิฉันนวดให้พาร์ทเน่อร์45 นาที รู้สึกเวลาผ่านไปเร็วและดิฉันไม่รู้สึกเหนื่อยและเบื่อเลย ดิฉันตื่นเต้นมากที่ดิฉันค้นพบไทยโยคะ

กล้ามเนื้อไม่บาล๊านซ์และโรคปวดหลัง

คลาสนี้ ครูเป็นครูสอนโยคะและมีประกาศเป็น “ฟิสิเคิล เทราพิสท์” (Physical Therapist) เธอเน้นโยคะทางกายภาพบำบัด มีประสพการณ์มากว่า 30 ปี แกมีโยคะสตูดิโออยู่ในเมือง พอร์ทแลนด์ โอริกอน เราเริ่มเรียนเกี่ยวกับ สรีระ ชนิดต่างๆของกล้ามเนื้อ เอ็น กระดูกสันหลังตั้งแต่ต้นคอไปถึงก้นกบ การเคลื่อนไหวและการทำงานของมัน อันหนึ่งที่ดิฉันชอบ ครูบอกว่ากล้ามเนื้อและกระดูกคนเราจะหดไปตามวิถีการใช้งาน(หรือไม่ใช้งาน)ในกิจวัตรประจำวันของเรา เช่น คนที่นั่งหน้าคอมทั้งวัน กระดูกสันหลังก็จะหดลง ช่วงหน้าท้องก็จะสั้นและอ่อนแอลง ช่วงตะโพกก็จะไม่ “เฟล็กซิเบิ้ล” (flexible) เอ็นที่เชื่อมระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อได้รับอาหารหรือการหล่อเลี้ยงจากเลือดโดยการเคลื่อนไหวเท่านั้น เพราะมันไม่มี”บลัดซัพพลาย”(blood supply) ของมันเอง เมื่อเอ็นแห้งจะเป็นเหตุให้กระดูกและข้อต่อ “จ๊อยนท์” (joint) เสื่อมลง เป็นสาเหตุของโรคกระดูกไขข้อเสื่อมหรือ “อาร์ทไรทิส” (arthrithis) และครูสอนท่าโยคะต่างๆที่ช่วยนำ “นิวเทรียนท์”(nutrients) หรืออาหารและเลือดมาเลี้ยงเอ็นและช่วยกระดูกและข้อต่อให้แข็งแรง และยังสอนท่ายืน การปรับสูญถ่วงหรือ “แอลไลน์เม๊นท์” (allignment) ต่างๆด้วยโยคะอาสนะ (ท่าโยคะ) ต่างๆ ดิฉันได้ความรู้มาพอใช้แต่ยังไม่แน่น ดิฉันตั้งใจว่าจะต้องกลับไปเรียนเพิ่มอีกที่สตูดิโอของครูที่พอร์ทแลนด์ เป็นความรู้เพิ่มเพื่อจะได้มาสอนนักเรียนโดยเฉพาะคุณสามีซึ่งมีปัญหาปวดหลังช่วงล่าง

ชิงกลิช (Chinglish)

ดิฉันและเพื่อน 3 คนไปดูละครที่โรงละคร”กู๊ดแมน”ในตัวเมืองชิคาโก ชื่อ “ชิงกลิช” (Chinglish) ย่อมาจาก “ไชนิส+อิงลิช” (Chinese+English) เป็นละครที่สนุกมากๆมีผู้แสดงไม่กี่คน เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักธุรกิจอเมริกันที่พยายามไปทำธุรกิจในประเทศจีน และประสบปัญหาหลายอย่างรวมทั้ง ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม คุณค่าของสถาบันครอบครัว คอรัปชั่น และประเด็นหนึ่งที่สำคัญของละครนี้คือ การทำธุรกิจในจีนต้องใช้ “กวังซิ” (Guanxi) คือมี “คอนเน็กชั่น” (Connection) คือ “ขึ้นอยู่กับคุณรู้จักใครในสังคม” ซึ่งคนเหล่านั้นจะช่วยเบิกทางให้คุณประสบผลสำเร็จ ละครดีค่ะ ดิฉันชอบมากๆ ถ้าละครนี้เข้ามาแสดงคาลิฟอร์เนียเมื่อไร ขอแนะนำให้ไปดูค่ะ คุณจิรเดชผู้ทำล็อกนี้ให้ดิฉัน แนะนำว่าดิฉันควรพยายามลงรูปในคอลัมน์ ไม่น่าเบื่อดี ก็เลยลงรูปให้ดูกัน  เป็นรูปที่ดิฉันและเพื่อนเดินอยู่บนถนนในดาวน์ทาวน์ชิคาโก้ วันไปดูละคร เพื่อพิสูจน์ว่าดิฉันแฮ็ปปี้มากแค่ไหนเวลาเที่ยวและโยคะ ดูหน้ายิ้มแฉ่ง เดินโชว์อ๊อฟชุด “สกินนี่ แบล็ค เดรส” (skinny black dress) ที่เคยใส่ครั้งเดียวเมื่อ 14 ปีก่อน และหลังจากนั้นก็ไม่เคยใส่อีกเลย เพราะใส่ไม่เข้าด้วยโยคะเพียง 2 1/2 ปีเท่านั้น ดิฉันสามารถกลับไปใส่ชุดนั้นได้ !!!