โยคะ พอร์ทแลนด์ โอริกอน

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันไปเรียนหลักสูตรโยคะเกี่ยวกับสรีระหรือ “แอนนาโตมี่” (anatomy) ของร่างกาย เป็นคอร์สสำหรับผู้ที่ฝึกโยคะควรเรียนรู้เกี่ยวกับสรีระ เพื่อจะได้โยคะโดยถูกวิธี และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ดิฉันได้ความรู้เพิ่มมามาก และรู้จักสรีระของตนเองดีขึ้น และสามารถเห็นคามแตกต่างในสรีระของนักเรียนแต่ละคน เพราะก่อนหน้านี้เวลานักเรียนเข้าท่าโยคะไม่ได้ นักเรียนก็จะบ่นว่าตัวไม่อ่อนเหมือนครู แต่ตอนนี้ดิฉันพอเข้าใจเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเข้าท่าไม่ได้ และเห็นประเด็นว่าส่วนไหนของร่างกายที่อาจเป็นปัญหา  ด้วยความรู้ที่เพิ่งเรียนมาเบื้องต้น ดิฉันยังต้องศึกษาต่ออีกเยอะ แต่ยอมรับว่าเปิดตาให้สว่างจริงๆ ดิฉันมีความรู้สึกเหมือนเด็กเพิ่งหัดเดินใหม่ ตอนนี้ไม่ใช่สักแต่ว่าจะโยคะ อย่างเดียว ดิฉันเริ่มปรับศูนย์ตัวเองเวลาเข้าท่าอาสนะแต่ละท่า  ยังนึกว่าเราน่าจะได้เรียนสรีระแต่ต้นก่อนไปเรียนเป็นครูสอนโยคะ แต่นึกอีกทีก็ว่าเรียนตอนหลังเป็นครูโยคะแล้วน่าจะดีกว่า เพราะเราควรต้องทำผิดก่อน และเมื่อรู้วิธีที่ถูก เราจึงเปรียบเทียบและแก้ไขได้  ดีกว่าถ้าเริ่มถูกเลย (นอกจากจะยากแล้วและคงเลิกโยคะไปตั้งแต่ต้น) เราก็จะไม่รู้ว่าผิดอย่างไร และวิธีนี้ทำให้เราสามารถเข้าใจนักเรียนดีขึ้นอีกด้วย

เอาว่าสัปดาห์นี้คุยเรื่องเที่ยวและโยคะนะคะ เดี๋ยวนี้แฟนคลับดิฉันขยายไปทั่วเมกาและเมืองไทย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือแฟนพันธ์แท้ที่ชอบอ่านเกี่ยวกับกฎหมายอิมมิเกรชั่นและอ่านทุกอย่างที่ดิฉันเขียนเพื่อเบาสมองคลายเครียด และอีกกลุ่มคือ กลุ่มที่เป็นซิติเซ่นแล้วและไม่สนกฎหมายอิมมิเกรชั่น แต่จะชอบอ่านเมื่อดิฉันเขียนเรื่องอื่นๆทั่วไปโดยเฉพาะเรื่องเที่ยว เอาว่าวันนี้เอาใจกลุ่มที่สอง

โยคะที่พอร์ทแลนด์

ดิฉันไปเรียนวิชา Anatomy Awareness in Asana นี้กับครู Julie Gudmestad ที่เมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอริกอน ดิฉันไปรู้จักครู Julie ที่ Lake Geneva, Wisconsin ตอนที่ดิฉันไป “โยคะ คอนเฟอเร็นซ์” เมื่อเดือนที่แล้ว ดิฉันได้เข้าคลาสที่เธอสอน พอเห็นครูครั้งแรกดิฉันทึ่งและนับถือเธอมาก เธอมี “พอสเจ้อร์” (posture) บุคลิก ลักษณะการยืน การเดิน การพูด การหายใจ ที่สง่ามาก หน้าตาสดใส สว่างไปทั้งห้อง ดิฉันลงความเห็นว่าแกสวยมาจากข้างใน ครู Julie เป็นครูสอนโยคะและเป็น “ฟิสิเคิล เทราพิสท์” (Physical Therapist) หรือผู้ทำกายภาพบำบัด มานานเกือบ 40 ปี สตูดิโอที่พอร์ทแลนด์ของครูเป็นโยคะสตูดิโอและเป็นสถานที่ทำกายภาพบำบัด เธอมีหลักสูตรสอน Anatomy Awareness in Asana ในเดือนสิงหา รวม 5 วันๆละ 5 ชั่วโมง ดิฉันตั้งใจว่าปีหน้าจะกลับไปเรียนอีก

หลักสูตรสรีระโยคะ

ครูจัดหลักสูตรวิชา 5 วัน โดยเริ่มจากเท้าขึ้นไปถึงศีรษะ วันจันทร์วันแรก เราเริ่มต้นด้วยทำคามรู้จักร่างกายสรีระคน วิธีเรียกชื่อ และคำศัพท์ต่างๆเกี่ยวกับ กระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ซึ่งพึ่งรู้ว่าแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ “เท็นดอน” (tendon) เอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อกับกระดูก และ อีกอันคือ “ลิกาเม๊นท์” (ligament) เอ็นที่ยึดกระดูกกับข้อ ระบบการทำงานและการเคลื่อนไหวของกระดูกและกล้ามเนื้อ และส่วนต่างๆของร่างกายว่าอยู่ที่ไหน มาจากไหน และมีหน้าที่อะไร โดยเริ่มจากเท้าขึ้นไปถึงศรีษะ วันแรกเราเริ่มจาก เท้า ข้อเท้า น่อง ถึงเข่า ดิฉันว่ามันยากมาก เพราะภาษาไทยดิฉันยังไม่รู้เลยว่าเขาเรียกกันว่าอะไร เวลาไปนวด หมอนวดชอบพูดคำเล่านี้ เช่นเส้นตึง จุดนี้มีพังผืด หรือสะบัก ดิฉันฟังแล้วเป็นงง คราวนี้ยิ่งหนักขึ้นไปใหญ่ เรียนศัพท์ภาษาอังกฤษและคำส่วนมากมาจากภาษาลาติน นอกจากภาควิชา เราก็เรียนภาคปฏิบัติโดยเรียนวิธีบริหารส่วนต่างๆและครูให้ทำท่าโยคะ ที่ช่วยให้กล้ามเนื้อเท้า ข้อเท้า ขา และเข่าแข็งแรง และการเข้าท่าที่ถูกวิธีและ วิธีปรับศูนย์หรือ “ปรับ แอลไลน์เม๊นท์” (alignment adjustment) สำหรับแต่ละคน เพราะแต่ละคนปัญหาต่างกัน  เนื่องจากดิฉันเป็นคนขาโก่ง ดิฉันค้นพบว่า หัวนิ้วโป้งเท้าขวาของตัวเอง เวลายืนมันกดลงจิกพื้น ซึ่งเป็นผลให้เข่าขวาเบี่ยงเข้ามา ทำให้เวลายืน หรือเข้าท่าโยคะ เข่าจะไม่ตรง อันนี้ถือเป็น poor alignment ฉะนั้นลักษณะการเดิน การยืน นั่ง และการทำโยคะของดิฉัน จะส่งผลให้กระดูก ไขข้อ เอ็น สึกหรอ เป็นผลให้เป็นโรคไขข้อหรือ “อาร์ทไรทิส” (arthritis) ตอนแก่ได้ ครูสอนวิธียืนเพื่อให้เข่าตรงและปรับท่าโยคะบางท่าเพื่อให้เข่าตรง ครูบอกว่าตามทฤษฎีการฝึกกล้ามเนื้อเราควรอยู่ในท่านานอย่างน้อย 90-120 วิ และควรทำวันละ 2-3 ครั้ง ตอนนี้ดิฉันเลยลองฝึกดู เริ่มตอนเช้าขณะต้มน้ำทำกาแฟ

ก็ยืนท่าตามที่ครูสอน  ก็หลายวิอยู่  พอตอนกลาคืนก่อนนอน ขณะสีฟัน ซึ่งดิฉันใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า ตั้งเวลา 2 นาที ดิฉันยืนท่าตามที่ครูสอน   ตอนนี้มีความรู้สึกว่าตรงเข่ามันร้อนผ่าวๆ ไม่รู้ว่ามัน working หรือเปล่า  แต่ครูบอกว่าเวลาเราฝึกร่างกาย กล้ามเนื้ออาจปวดเมื่อยแต่จะคลายไปภายใน 24-48 ชั่วโมง  OMG เอ ถ้ายังงี้ ดิฉันทำทุกวันมันก็จะไม่คลายเลยหรือเนี่ย

วันอังคาร เราเรียนจากเข่า ต้นขา กระดูกเชิงกราน การเคลื่อนไหวของมัน เราเรียนถึงปัญหา กระดูกเชิงกราน ซึ่งส่งผลไปถึงความอ่อนแอของต้นขา ข้อต่อสะโพก อวัยวะในท้อง และกระดูกสันหลัง คนส่วนมากมีปัญหากล้ามเนื้อกระดูกเชิงกราน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นั่งหน้าคอมกันทั้งวัน ลักษณะท่านั่งทั่วไป เวลานั่งนานๆส่วนหลังก็งอลงเป็นผลถึงกระดูกสันหลังค่อมลง ไหล่ห่อ ช่วงลำตัวตรงท้องก็สั้น ทำให้กล้ามเนื้อแถบนี้อ่อนแอ อวัยวะในท้องก็ถูกกดทำให้ระบบทำงานในท้องและการย่อยอาหารเสื่อม ช่วงต้นขาอ่อนแอเพราะไม่ได้ใช้งาน ครูสอนวิธีบริหารส่วนต่างๆเหล่านี้ให้มีแรงขึ้น  ก่อนที่จะเข้าท่าโยคะ และสอนให้เรารู้จักปรับท่าแต่ละท่าให้ดีขึ้น ซึ่งท่าเหล่านี้เป็นท่าโยคะธรรมดา แต่คราวนี้พอเราเริ่มรู้จักปรับท่าเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น สำหรับดิฉันท่าเหล่านี้เลยไม่ค่อยจะธรรมดาอีกต่อไป  ตัวอย่าง เวลาเข้าอาสนะท่านักรบ (ดูรุป)  ดิฉันต้องยืนแยกขาให้ห่างขึ้น ยืดช่วงลำตัวให้เต็มที่ จะรู้สึกท้องยืดและกระดูกสันหลังยืดขึ้นทันที และเวลายืนเราต้องปรับกระดูกเชิงกรานให้ตรง เวลากางแขนออก ต้องหมุนปรับข้อต่อตรงไหล่ให้ออกก่อนโดยมือหงายก่อน และถึงจะหมุนมือกลับให้คว่ำลง สรุปว่าตอนนี้ก่อนดิฉันเข้าท่าแ ต่ละท่า จะมีสติก่อน และเริ่มรู้ที่มาที่ไปของมัน

วันพุธ เราเรียนต่อเรื่อง กระดูกเชิงกราน ก้น สะโพก กระดูก ข้อต่อต่างๆ และการเคลื่อนไหว และการรับน้ำหนักของมัน

วันพฤหัส เราเรียนเกี่ยวกับกระดูกสันหลังขึ้นไปถึงบ่า และไหล่ ดิฉันค้นพบว่าไหล่ดิฉันดีมาก เห็นจากการเคลื่อนไหวของข้อต่อที่ไหล่ โดยดิฉันสามารถยกแขนขึ้นตรงนาบหูได้ 180 องศา ครูบอกว่าคนส่วนมากจะยกแขนได้ประมาณ 160 องศา และแขนไม่นาบหู ดิฉันฝึกกับนักเรียนเวลาให้นักเรียนนอนหงายและค่อยกางแขนตรงระดับไหล่ และให้งอข้อศอกตั้งฉาก ปรากฎว่านอกจากท่อนแขนล่างจะไม่ตั้งฉากแล้ว หลายคนแขนและมือไม่ติดพื้น คือข้อมือจะงอห่างพื้นขึ้นมาเกือบครึ่งฟุต  โดยจะเป็นมากกับคนที่ทำงานนั่งโต๊ะหน้าคอมทั้งวัน

วันศุกร์ วันสุดท้ายเราเรียนต่อเกี่ยวกับไหล่ แขน และไปถึงคอ ดิฉันยังได้มีโอกาศไปเรียนเพิ่มโยคะคอ 2 ชั่วโมงที่ทางสตูดิโอสอนพิเศษ ดิฉันลองเอามาฝึกกับนักเรียน ท่าเดียวกับท่าไหล่ข้างต้น คือนอนหงายยกแขนตั้งฉาก แต่ให้ลองหันหน้าไปด้านซ้ายและขวา   ปรากฎว่าหันกันแทบจะไม่ได้

ดิฉันดีใจมากๆที่ตัดสินใจไปเรียนหลักสูตรนี้ ได้เปิดตาให้รู้จักกับสรีระตนเองและนักเรียน ดิฉันรู้ว่ามันช่วยดิฉันโดยเฉพาะดิฉันตัวอ่อน จึงหลายท่าที่ดิฉันทำไม่ถูกวิธี เพราะถ้าตัวอ่อนมากไปก็ไม่ใช่ว่าจะดี และถ้าดิฉันโยคะไปนานเข้าก็สามารถเป็นลบมากกว่าบวกได้ และดิฉันยังสามารถนำวิชาที่เรียนมาถ่ายทอดให้นักเรียนได้อีกด้วย

พอร์ทแลนด์ โอริกอน

เมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอริกอน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตก อยู่เหนือรัฐคาลิฟอร์เนีย จัดตามเขตภูมิภาคอเมริกา เรียกแถบนี้ว่า ปาซิฟิค โคสท์ เสตท (Pacific Coast States) อากาศช่วงเดือนนี้ดีตอนดิฉันไป แต่ส่วนมากเขตนี้ฝนตกชุกได้ โปรดอ่านได้ความรู้เกี่ยวกับ ภูมิภาคและอากาศ ในหนังสือ อยู่อเมริกา หน้า 24 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 ดิฉันนั่งสายการบิน Jet Blue (เมื่อก่อนดิฉันเป็นแฟนสายการบิน Southwest แต่ตแนนี้นอกใจ) จากสนามบินลองบีช ตรงไปพอร์ทแลนด์ 2 ชั่วโมง ประทับใจ Jet Blue มาก ตรงเวลา การต้อนรับดี ให้นำกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 2 ใบ และเสริฟ snacks ดีมีให้เลือกหลายชนิดและมีประโยชน์ ในเครื่องบินมีจอทีวีให้แต่ละที่นั่ง ดิฉันเอาหูฟังไปด้วย ถ้าไม่มีหูฟังต้องซื้อ $2 ดิฉันถึงพอร์ทแลนด์วันจันทร์เช้า มีเพื่อนของเพื่อนรุ่นน้อง “คุณตุ่ม” เจ้าของร้านอาหารไทย “ไทยพีค๊อค” (Thai Peacock) มารับที่สนามบินและบึ่งไปส่งที่โยคะสตูดิโอเมืองพอร์ทแลนด์เป็นเมืองใหม่ ทันสมัย และ “อีโค เฟร์นด์ลี่” (Eco friendly) คือเขามีนโยบายปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ต้นไม้เขียวชอุ่มไปทั่ว ตึกใหม่ๆสร้างใช้วัสดุ “อีโค เฟร์นด์ลี่” เมืองพอร์ทแลนด์มีรถสาธารณะให้คนขึ้นหลายชนิด เพื่อพยายามจะส่งเสริมไม่ให้คนใช้รถส่วนตัว จะมีรถราง street car ให้ขึ้นฟรีช่วงที่อยู่ในดาวน์ทาวน์ ในดาวน์ทาวน์แบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก โดยมีแม่น้ำหลัก Willamette กั้นกลาง ทางฝั่งตะวันตก ถนนแต่ละถนนจะเป็นตัวเลข ส่วนฝั่งตะวันออกจะเป็นชื่อถนน ทำให้หาทิศทางง่าย (ถึงอย่างงั้นดิฉันก็ยังหลง) ในดาวน์ทาวน์น่าเดินมาก มีร้านค้าเล็กๆตามถนน และร้านอาหารที่ “ฮิป” หลายร้าน ส่วนชอปปิ้งมอลใหญ่ไม่ค่อยมีนัก ซึ่งดิฉันชอบแบบนั้น ดิฉันไปพักอยู่ที่โรงแรมชื่อ มาร์ค สเป็นเซ่อร์ (Mark Spencer) ซึ่งมีสาวไทยคุณ “แมจิก” (Magic) ทำงานอยู่ที่นั่น ซึ่งดิฉันได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและได้เธอยังเลือกห้องมุมดีให้อีกด้วย และแถมยังให้”ดิสเค๊านท์”ลดราคาให้อีก  คุณแมจิกบอกว่าถ้าเธอรู้ว่าแขกมาพักเป็นคนไทย เธอจะ “ดิสเค๊านท์” ให้ ระหว่างอยู่ที่พอร์ทแลนด์ ดิฉันได้ “คุณตุ่ม” ที่กุลีกุจอช่วยเหลือ วิ่งรับส่งสนามบิน และวิ่งรับตามหัวถนนเมื่อดิฉันหลงทาง เนื่องจากร้านอาหารคุณตุ่ม อยู่บนถนน S.W. 9 th ตัดกับถนน Burnside ห่างโรงแรม Mark Spencer แค่บล็อคเดียว ดิฉันก็เลยฝากท้องอยู่ที่นั่นเกือบทุกเย็น อาหารอร่อยมากทีเดียว ดิฉันชอบพอร์ทแลนด์มาก แต่มานึกดูอีกทีดิฉันก็ชอบทุกแทบแห่งที่ไปเที่ยว ตอนไปชิคาโก้ก็ชอบ คิดว่านอกจากสถานที่ อาจเป็นบรรยากาศความประทับใจคนเสียมากกว่า ตอนไปชิคาโก”อ้อย” เพื่อนเก่าราชินีบน และ”โจ”เพื่อนทนายก็ต้อนรับดิฉันอย่างอบอุ่น พอไปพอร์ทแลนด์ ทั้งคุณตุ่มและคุณแมจิกก็ต้อนรับดิฉันอย่างดีและอบอุ่น ขอขอบคุณ คุณตุ่ม และคุณแมจิกมาที่นี้ด้วยนะค้า (ดูรูปร้าน) รูปนี้ถ่ายคืนวันสุดท้ายก่อนกลับ เรา 3 คน คุณแมจิก คุณตุ่มและดิฉันนั่งทานข้าว ดื่มไวน์กันนอกร้าน คืนนั้นอากาศดีมาก เราอยู่กันจนปิดร้าน แฟนคอลัมน์มีโอกาสไปเที่ยวพอร์ทแลนด์ อย่าลืมติดต่อหาคุณแมจิกที่โรงแรม และไปอุดหนุนทานข้าวร้าน Thai Peacock กันนะคะ  “ไทยอุดหนุนไทย”


อย่าลืมมาเที่ยวงาน Thai Amazing Festival ที่เมืองดิฉันอยู่นะคะ เมือง La Palma วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 27-28 สิงหา ดิฉันอ่านประกาศใน น.ส.พ. เสรีชัยสัปดาห์ที่แล้วว่ามีการประกวด Mrs. La Palma Thai Amazing Festival หันไปบอกสามีว่าจะเข้าประกวดเพื่อการกุศล สามีหันมามองหน้าตาขวางมาก (ธรรมดาสามีไม่ค่อยกล้าดุดิฉัน) บอกว่า “เลิกคิด” 🙁 แล้วเจอกันที่ลาพาล์มม่านะคะ