ขั้นตอนแต่งงานในเมกา

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยานี้ ครบรอบ 10 ปีของโศกวินาศกรรมที่ผู้ก่อการร้ายไฮแจ็คเครื่องบิน พุ่งบินถล่มตึกเวิร์ลดเทรด 2 ตึกในรัฐนิวยอร์ค  ดิฉันจำได้ว่าวันนั้นเช้าตรู่ดิฉันยังอยู่บ้าน ดิฉันได้โทรศัพท์จากเมืองไทยจากคนรู้จักโทรมาถามว่าดิฉันปลอดภัยหรือไม่จากเหตุการณ์ถล่มตึก หลังจากนั้นสามีและดิฉันนั่งดูรายการติดหน้าจอทีวีทั้งวัน ดิฉันจำความรู้สึกตัวเองได้หลังจากเหตุการณ์ว่าดิฉันได้มีความรู้สึกหดหู่และตกอยู่ในความซึมเศร้าหรือ “ดีเพรสชั่น” อยู่หลายเดือน จากเหตุการณ์นี้ทำให้คนอเมริกันมีอคติต่อคนอาหรับ ถึงขนาดทำร้ายร่างการและฆ่าตายโดยไม่มีสาเหตุ สามีดิฉันก็ดันเป็นคนอาหรับ หน้าตาก็คล้ายผู้ก่อการร้าย ตอนนั้นสามีทำงานที่เมือง San Jose ตอนเหนือของรัฐคาลิฟ ถ้าขับรถไปกลับจากบ้านขึ้น San Jose ใช้เวลาประมาณ เกือบ 6 ชั่วโมง สัปดาห์นั้นสามีขับรถลงมา และเขาต้องขับกลับ ดิฉันห่วงสามีมากเพราะเขาต้องจอดรถเติมน้ำมันกลางทาง ดิฉันบอกให้สามีเติมน้ำมันรถเต็มถังและบอกอย่าจอดจถระหว่างทาง ดิฉันอยู่ด้วยความหวาดกลัวและบอกให้สามีบินไม่ให้ขับรถอยู่เป็นเดือน หลังจากนั้นดิฉันต้องบินไปไทย จำได้ว่าความกลัวครอบงำตอนจะก้าวขาขึ้นเครื่องบิน หลังจากตั้งสติได้ จำได้ว่าฮึดขึ้นมาว่า”เอาวะ เอาไงเอากัน ถ้าฉันอยู่ด้วยความหวาดกลัว เท่ากับพวกผู้ก่อการร้ายชนะเรา!!!” เก๊าะเลยหายกลัว วันอาทิตย์นี้ก็ขอให้เราสวดมนต์หรือนั่งเงียบ “moment of silence” รำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11 และผู้ที่เสียสละชีวิตโดยเฉพาะพวกตำรวจดับเพลิงหลายคนที่เสียสละและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11

อีเมล์ถามขั้นตอนการจดทะเบียน

ถาม

เมื่อ 2 ปีกว่า ตอนนั้นดิฉันยังวีซ่าไม่ขาด ดิฉันไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนที่เขต เจ้าหน้าที่ได้ให้เอกสารมาและบอกว่าให้เราเอาไปยื่นให้กับทางโบสถ์ที่เราแต่งงานแล้ว เขาจะต้องมีการเซ็นเอกสารรับรองว่าเราแต่งงานจริงๆ กระดาษใบนี้มีอายุแค่ 2 เดือน ถ้าทางเขตไม่ได้รับกลับถือว่าเป็นโมฆะ พอดีมีเรื่องกับแฟนให้ต้องเลิกกัน แล้วเขาไม่ได้ส่งใบที่จดทะเบียนไปทางโบสถ์ ยังงี้ถือว่าเราจดหรือไม่ได้จดทะเบียนกันคะ แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งดิฉันต้องแต่งงานใหม่ถือว่าเราจดทะเบียนซ้อนหรือเปล่าคะ

ตอบ

ตามที่ถามคิดว่าคุณยังไม่ได้สมรสนะคะ เพราะตอนคุณทั้งสองไปขอเอกสารมาจากเขต ดิฉันคิดว่าอันนั้นคือ “ไลเซ่นแต่งงาน” (License to Marry) เพราะหลังคุณได้ License to marry คุณทะเลาะกับแฟนและเลิกกันก่อน คุณบอกว่าแฟนไม่ได้ ส่งใบที่จดทะเบียนไปทางโบสถ์ ดิฉันสันนิษฐานว่าคุณทั้งสองยังไม่ได้ไปทำพิธีอะไร ฉะนั้นคิดว่าคุณยังไม่ได้สมรสค่ะ โปรดอ่านรายละเอียดต่อไป

การสมรสVS การหย่า

การสมรสและการหย่าเป็นเรื่องของกฎหมายครอบครัว ซึ่งกฎหมายครอบครัวอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐ การแต่งงานมักจะง่ายกว่าการหย่า เนื่องจากรัฐส่งเสริมสถาบันครอบครัว ซึ่งต่างกับการหย่าที่จะยุ่งยากมากกว่าการแต่ง เพราะในแง่ศีลธรรมก็ไม่ค่อยมีใครจะชอบเห็นครอบครัวแตกแยกกัน ส่วนในแง่ของรัฐ รัฐมีส่วนได้ส่วนเสียเมื่อพลเมืองในรัฐหย่าคือ ทุกข์สุขของราษฎรและเรื่องเงินและสวัสดิการ โดยเฉพาะถ้าครอบครัวมีลูก เนื่องจากเด็กที่พ่อแม่เลิกกัน ตามสถิติเด็กมักมีปัญหามากกว่าเด็กที่พ่อแม่อยู่ด้วยกัน และโยงไปถึงเรื่องเงินที่ “ซิงเกิ้ล แพเร็นซ์” (single parent) พ่อหรือแม่คนเดียวต้องเลี้ยงลูก ถ้ารายได้ไม่พอ ก็เดือดร้อนรัฐบาลเมื่อพ่อหรือแม่ต้องกินเวลแฟร์(สวัสดิการรัฐบาล) เป็นต้น

การจดทะเบียนแต่ละรัฐ

สิ่งที่ต้องรู้คือ ไม่ว่าคุณจะจดทะเบียนในรัฐไหน ทุกรัฐในอเมริกาต้องรับการจดทะเบียนนั้นว่าถูกต้องตามกฎหมาย Full Faith and Credit Clause  ถ้าคุณจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยหรือจดที่กงสุลไทยหรือจดมาจากประเทศอื่นๆ (ข้อเตือน ในที่นี้เราพูดถึงเรื่องจดทะเบียนเท่านั้นนะคะ ไม่ได้พูดเรื่องหย่า) ถ้าถูกต้องตามกฎหมายประเทศนั้นๆในอเมริกาถือว่าคุณสมรสแล้วตามกฎหมาย ห้ามไปจดทะเบียนซ้อนโดยไม่หย่าให้ถูกต้องก่อน

ขั้นตอนการจดทะเบียน

ขั้นตอนการจดทะเบียนหลักใหญ่ของแต่ละรัฐมักจะคล้ายๆกัน ที่แตกต่างกันคือคุณสมบัติผู้จดทะเบียน เช่น อายุ ความสัมพันธ์ทางครอบครัวเช่นเป็น ลูกพี่ลูกน้องลำดับไหน  และระยะเวลารอก่อนจด และการตรวจเลือด เป็นต้น  ขั้นตอนหลักใหญ่ๆคือ

  1. ไปขอ “ไลเซ่น” แต่งงานหรือเรียก (License to Marry) ที่สำนักงานเขต เรียก “ซิตี้ ฮอล” (city hall) หรือ “เคาน์ตี้ เคลิก” (county clerk) ต้องเสียค่าธรรมเนียม ไลเซ่นนี้มีกำหนดอายุ  ตอนขอทางเคาน์ตี้เขาจะกรอกข้อมูลและขอดูบัตรประชาชนหรือ “ไอดี”จากคุณ คุณสามารถใช้พาสปอร์ตได้ ถ้าคุณเคยแต่งมาก่อนบางแห่งจะขอดูใบหย่า บางแห่งไม่ต้อง ในไลเซ่นจะลงวันที่ที่คุณขอวันนั้น และลงวันที่คุณต้องนำไลเซ่นหลังจดทะเบียนแล้วมาคืน
  2. เมื่อได้ไลเซ่นแล้ว คุณมีเวลาที่จะนำไลเซ่นไปทำพิธีแต่งงาน โดยต้องไปทำพิธีต่อหน้า ผู้พิพากษา หรือ Clergyman คือผู้ปฎิบัติธรรมทางศานาใดๆก็ได้เช่น บาทหลวง หรือพระไทย หรือบางเคานตี้อนุญาติให้ผู้มีไลเซ่น  Notary Public ทำพิธีสมรสได้  เป็นต้น ผู้ทำพิธีก็จะทำพิธีให้ หลังคุณทั้งสองให้คำสัตย์ปฏิญานต่อหน้าเขาและต่อหน้าพยาน(บางแห่งไม่ต้องมีพยาน) และชายหญิงตอบว่า “I Do” คุณทั้งสองเซ็นชื่อในไลเซ่น ผู้ทำพิธี และพยานเซ็นชื่อ ก็เท่ากับคุณทั้งสองจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ตอนนี้เท่ากับไลเซ่นนั้น กลายเป็นทะเบียนสมรส หรือ “แมริเอจ ไลเซ่น” (marriage license) คือมีลายเซ็นของผู้ทำพิธี ลายเซ็นสามีภรรยา และลายเซ็นพยานครบ แต่ marriage license นี้ยังไมสมบูรณ์ เพราะยังไม่ได้ส่งไปบันทึก
  3. หลังจากนั้นคุณมีเวลาตามที่เขากำหนดประมาณ 10 วัน ที่ต้องนำไลเซ่นนั้นกลับไปยื่นที่ “ซิตี้ ฮอล” (city hall) หรือ “เคาน์ตี้ เคลิก” (county clerk) เพื่อเขาจะนำไปบันทึกหรือ “รีคอร์ด” (record) หลังจากนั้นเขาจะส่งไลเซ่นที่รีคอร์ดแล้วไปทางไปรษณีย์กลับไปให้คุณ โดยปกติผู้ที่จัดพิธีแต่งงานในโบสถ์ หรือผู้ไปจดทะเบียนสมรสที่ลาส เวกัส (Las Vegas) รัฐเนวาด้า (Nevada) มักจะไม่ต้องวิ่งไป “ซิตี้ ฮอล” (city hall) หรือ “เคาน์ตี้ เคลิก” (county clerk) หรือวิ่งกลับไปยื่นให้หลังจด เพราะตามโบสถ์อาจเสนอเซอร์วิสต่างๆเหล่านี้ให้เสร็จสรรพ แม้กระทั่งหาตัวพยานมาให้เสร็จ โดยบวกเงินเข้าใปในการทำพิธี ฉะนั้นคุณก็เพียงแต่เซ็นและควักกระเป๋าอย่างเดียว

คุณสามารถเช็คการจดทะเบียนสมรสในเคาน์ตี้ของคุณได้ โดยกูเกิ้ลเข้าไปที่ marriage law และคลิกเข้าไปในรัฐและเคาน์ตี้หรือเขตที่คุณอยู่  โปรดอ่านเพิ่มความรู้เรื่องการสมรสในเมกา ได้ ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสองใหม่”หัวข้อ”การสมส”   หน้า 1-5 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

นำเอกสารอะไรไปบ้าง

เมื่อคุณไปขอไลเซ่น คุณต้องนำไอดีไปด้วย คุณที่ไม่มีใบขับขี่รัฐ สามารถแสดงพาสปอร์ตไทยได้ พาสปอร์ตต้องยังไม่หมดอายุ หรือคุณอาจแสดงใบเกิดไทยได้ และใบแปลที่มีการรับรองการแปล  ส่วนผู้ที่เคยแต่งงานมาก่อน บางเคานตี้ต้องการดูใบหย่าทุกใบ บางแห่งไม่ต้อง แต่คุณต้องมีรายละเอียด วันที่หย่า

Residency Requirement

บางรัฐคุณต้องอาศัยอยู่ในรัฐนั้นระยะหนึ่งอาจตั้งแต่ 30 -180 วัน ขอให้คุณเช็คกฎหมายรัฐ รัฐเนวาด้าไม่ต้องคอย รัฐคาลิฟถ้าคุณจดทะเบียนลับไม่ต้องคอยเช่นกัน

การตรวจเลือด

บางรัฐยังมีการบังคับให้ตรวจเลือดก่อน รัฐเนวาด้าไม่ต้องตรวจ รัฐคาลิฟถ้าคุณจดทะเบียนลับไม่ต้องตรวจเช่นกัน

อายุ

ส่วนมากเกือบทุกรัฐอายุ 18 ปีขึ้นไป ถ้าหญิงหรือชายอายุน้อยกว่า 18 ปี ก็แต่งได้แต่ต้องได้รับการยินยอมจากพ่อหรือแม่

ช่วงระยะเวลาคอย

บางรัฐหลังคุณไปขอไลเซ่น จะมีเเวลากำหนดให้คุณคอย 3 วันหรือ ??? เผื่อเปลี่ยนใจ แต่รัฐคาลิฟและเนวาด้าไม่ต้องคอย ขอไลเซ่นปุ๊บแต่งวันนั้นได้เลย

แต่งงานระหว่างลูกพี่ลูกน้อง

บางรัฐอนุญาติให้แต่งระหว่าง First Cousin คือลูกพี่ลูกน้องลำดับหนึ่งคือ บางรัฐไม่ให้ต้องเป็นลูกพี่ลูกน้องลำดบสองหรือ Second Cousin รัฐคาลิฟอร์เนียยอมรับ First Cousin รัฐเนวาด้าไม่ยอมรับ ประเทศไทยยอมรับ หมายความว่าถ้าคุณแต่งงานกับญาติและทำเรื่องผ่านสถานทูตอเมริกันในเมืองไทย คู่สมรสคนหนึ่งอยู่ในไทยอีกคนอยู่รัฐคาลิฟอร์เนีย เท่ากับทำเรื่องผ่าน แต่ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งอยู่รัฐเนวาด้า หรือรัฐที่ไม่ยอมรับ เรื่องจะไม่ผ่านค่ะ

จดทะเบียนสาธารณะหรือเป็นความลับ

อันนี้ดิฉันแปลตรงตัวฟังแล้วทะแม่งๆ ภาษาอังกฤษคือ Public Marriage หรือ Confidential Marriage อันนี้ต่างกันคือ จดทะเบียนสาธารณะคือเป็นบันทึกสาธารณะ ใครๆก็สามารถขอ record หรือใบสมรสคุณได้ แต่ถ้าเป็นความลับ คู่สมรสเท่านั้นที่จะสามารถขอ record ได้ ตอนคุณขอไลเซ่น คุณสามารถขอเจ้าหน้าที่ได้ว่าคุณต้องการแบบไหน สำหรับรัฐคาลิฟอร์เนียกฎของการจดทะเบียนลับหรือ Confidential Marriage เพียงคุณต้องบอกเจ้าหน้าที่ว่าคุณทั้งสองได้อยู่กินด้วยกันอยู่แล้ว จะง่ายกว่าจดสาธารณะดังนี้ คือคุณไม่ต้องอยู่ในรัฐคาลิฟอร์เนียมาก่อน ไม่ต้องมีพยาน ไม่ต้องมีการตรวจเลือดและถ้าคุณหย่าภายใน 2 ปีคุณต้องแสดงใบหย่า ถ้าหย่าเกินกว่านั้นไม่ต้อง

การสมรสระหว่างเพศเดียวกัน

ปัจจุบันมีบางรัฐที่ยอมรับการจดทะเบียนสมรสระหว่างเพศเดียวกันว่าถูกต้องตามกฎหมาย แต่กฎหมายอิมมิเกรชั่นไม่ยอมรับ คือคุณไม่สามารถทำใบเขียวได้