ไว้อาลัยสตีฟ จ๊อบส
เมื่อวันพุธที่ 5 ตุลาที่ผ่านมา นายสตีฟ จ๊อบส ผู้ก่อตั้งบริษัทแอ็ปเปิล คอมพิวเต้อร์ ได้เสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน หรือ”แพนเครียส แคนเซ่อร์” (Pancreas Cancer) สัก 2 วันก่อนหน้าเขาเสียชีวิต แอ็ปเปิ้ลประกาศว่าจะออกไอโฟนใหม่เรียก 4G S ดิฉันยังคุยกับสามีเลยว่า ดิฉันจะไม่เปลี่ยนไอโฟนตัวใหม่ เพราะรุ่นใหม่ไม่ได้มาจากน้ำมือของ สตีฟ จ๊อบส
การจากไปของ จ๊อบส ถือเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ในวงการคอมพิวเต้อร์เท็คโนโลยีอย่างมาก ผู้ชายคนนี้อัจฉริยะจริงๆในด้านเท็คโนโลยี ดิฉันเคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับเขา ว่าพ่อแม่บุญธรรมเลี้ยงเขามา พ่อโดยกำเนิดของเขาเป็นชาวซีเรียน (คนอาหรับเช่นเดียวกับสามีดิฉัน) และแม่เป็นอเมริกัน ดิฉันชอบผลงานเขามาก ดิฉันเองเศร้าใจมากเมื่อรู้ข่าวว่าเขาเสียชีวิต ยังดีใจว่าตัวเองมีผลงาน 2 ชิ้นสุดท้ายของเขา ไอ โฟน 4G และไอแพด 2 รู้สึกเหมือนมีของที่ระลึกของเขา เวลาหยิบสองเครื่องนี้มาใช้ ทำให้นึกขอบคุณเขา
แม่ม่ายซิติเซ่นขอใบเขียวด้วยตนเอง
ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่น ถ้าคุณแต่งงานกับซิติเซ่น คู่สมรสซิติเซ่นสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณได้ทันที ภายใต้กรุ๊บ อิมมีเดียท เรเลทีฟ คือไม่ต้องรอโควต้า โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับกรุ๊บ “อิมมีเดียท เรเลทิฟ” และกรุ๊บ “เพร็ฟเฟอเร็นซ์” ได้ ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” หน้า 4-3 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 แต่ถ้าคู่สมรคุณตายก่อนคุณได้ใบเขียว เคสคุณก็จะตายตามคู่สมรส (คำพังเพยค่ะ) คือเรื่องโมฆะไป ในปี 1990 กฎหมายอิมมิเกรชั่นผ่าน Widows Act INA §201(b)(2)(A)(i) ช่วยกรณีที่คู่สมรสซิติเซ่นตายว่า “ถ้าคุณแต่งงานกับซิติเซ่นเกิน 2 ปี แต่ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียว หรือยื่นแล้วแต่อยู่ในระหว่างรอ คู่สมรสซิติเซ่นเกิดเสียชีวิตลง แม่ม่ายหรือพ่อม่ายสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวหรือดำเนินเรื่องต่อเองได้ด้วยตนเองภายใน 2 ปีหลังจากคู่สมรสซิติเซ่นเสียชีวิต ตราบใดที่คุณยังไม่ได้แต่งงานใหม่” ฉะนั้นถ้าคุณแต่งงานกับซิติเซ่นน้อยกว่า 2 ปี และคู่สมรสซิติเซ่นเกิดเสียชีวิต เท่ากับคุณไม่สามารถทำอะไรได้เลย
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมปี 2009 ได้มีการแก้กฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากมีเคสที่ผู้หญิงโรบินฮู้ดได้แต่งงานกับซิติเซ่นซึ่งเป็นทหาร หลังแต่งงานสามีซิติเซ่น ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ภรรยา ขณะกำลังรอเรื่องใบเขียว สามีไปสงครามอิรักและเสียชีวิต อิมมิเกรชั่นยกเลิกเคสและดำเนินเรื่องเนรเทศผู้หญิง ทนายเธอซูอิมมิเกรชั่น และแพ้ ภายหลังทนายได้รวมกรณีคู่สถานการณ์เช่นเดียวกับเคสนี้ที่แม่ม่ายสามีซิติเซ่นตายก่อนสองปี และไม่สามารถขอใบเขียวได้ รวมเป็น “เคสหมู่” หรือ “คลาส” (class) เป็นโจทก์ฟ้องร้องอิมมิเกรชั่น เรียกว่า “class action law suit” เรื่องขึ้นถึงศาลรัฐบาลกลางหรือ Federal Court และในที่สุดชนะคดี ศาลสั่งระงับการเนรเทศ และอิมมิเกรชั่นได้อนุมัติใบเขียวให้เธอ หลังจากนั้นจึงมีการแก้กฎหมายอิมมิเกรชั่นฉบับนี้ โดยตัดคำว่า “คู่สมรสต้องแต่งงานอย่างน้อย 2 ปี” ออกไป แต่คุณยังต้องยื่นเรื่องภายใน 2 ปีหลังจากคู่สมรสเสียชีวิต กฎหมายฉบับแก้ไขนี้ผ่านออกมามีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 ตุลา 2009 และเป็นกฎหมายถาวร
หมดเขต 28 ตุลา 2011
เนื่องจากกฎหมายฉบับใหม่นี้ผ่านออกมาเมื่อวันที่ 28 ตุลา 2009 อิมมิเกรชั่นจึงให้เวลาแม่ม่ายหรือพ่อม่ายที่แต่งงานน้อยกว่า 2 ปีก่อนที่กฎหมายฉบับแก้ไขผ่าน คือแต่งงานก่อนหน้า 28 ตุลา 2009 และคู่สมรสมาเสียชีวิตเสียก่อน 28 ตุลา 2009 สามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ แต่คุณต้องรีบยื่นทันทีเพราะคุณมีเวลายื่นภายใน 2 ปีหลังกฎหมายผ่าน ฉะนั้น คือต้องยื่นก่อนวันที่ 28 ตุลา 2011 กรณีคุณมีลูกติด ลูกติดของคุณสามารถขอใบเขียวได้ด้วย ถ้าคุณอยู่ในข่ายนี้โปรดติดต่อทนายทันทีค่ะ
-
คุณเคยแต่งงานกับซิติเซ่นก่อนวันที่ 28 ตุลา 2009
-
คู่สมรสซิติเซ่นได้เสียชีวิตภายใน 2 ปีหลังแต่งงาน และก่อนหน้าวันที่ 28 ตุลา 2009
-
คุณยังไม่ได้ยื่นเรื่องงขอใบเขียว หรือยื่นเรื่องแล้วแต่ขอไม่ผ่านเนื่องจากคู่สมรสตายเสียก่อน
-
ปัจจุบันคุณยังไม่ได้แต่งงานใหม่
ผลของกฎหมายฉบับแก้ไข
กฎหมายฉบับแก้ไขเมื่อวันที่ 28 ตุลา 2009 นี้เป็นกฎหมายถาวร ฉะนั้นถ้าคุณแต่งงานกับซิติเซ่นหลังวันที่ 28 ตุลา 2009 และคู่สมรสเสียชีวิตภายใน 2 ปีหลังสมรส คุณมีเวลา 2 ปีที่จะยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ตราบใดที่คุณยังไม่ได้แต่งงานใหม่ ตัวอย่าง คุณแต่งงานกับซิติเซ่นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2009 คู่สมรสเสียชีวิตวันที่ 1 มกราคม 2011 เท่ากับคุณแต่งงานเพียง 1 ปี 2 เดือน คุณมีเวลาถึงวันที่ 1 มกราคม 2013 คือภายมน 2 ปีที่จะยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ในฐานะแม่ม่ายหรือพ่อม่ายและถ้าคุณมีลูกติดที่อายุต่ำกว่า 18 ปี วันที่จดทะเบียน ลูกคุณสามารถขอใบเขียวพร้อมคุณได้เช่นกัน
“ม่าย”หรือ “หม้าย”
ดิฉันเคยสงสัยมานานว่า คำสะกด “ม่าย” หรือ “หม้าย” แตกต่างกันอย่างไร ก่อนเขียนคอลัมน์นี้ก็ไปเช็คไทยกูเกิ้ลดู เก๊าะเลยได้คำตอบว่า “ม่าย” คือกรณีคู่สมรสตาย แต่ “หม้าย” คือกรณีคู่สมรสหย่ากัน สมัยนี้จะหาข้อมูลอะไรมันง่ายจริงๆค่ะ แค่คลิกคอม Thank you, Steve Jobs
Posted on October 12th, 2011 by rujirat
Filed under: Articles


