New Day Resolution

จันทร์ที่แล้วตรุษจีน ก็ขอให้เฮงๆกันนะคะปีมังกรนี้ แฟนคอลัมน์ส่งก๊าร์ดมาให้ และเขียนว่าผู้ที่เกิดปี มะโรง จอ ฉลูและเถาะ เป็นปีชง ดิฉันก็ต้องไปถามลูกความอีกคนว่า “ปีชง” นี่หมายความว่าดีหรือไม่ดี บางครั้งดิฉันก็ซื่อบื้อมากไม่ค่อยรู้อะไรพวกนี้เท่าไร นอกจากจะมีคนมาบอก มีคำพังเพยคนเมกันว่า “Ignorance is bliss” แปลว่า “บางสิ่งที่คุณไม่รู้ ก็ดีกว่ารู้ ทำให้ไม่วอรี่กับมัน” ดิฉันก็ว่าจริง บางครั้งไม่รู้มากก็ดี ไม่ต้องคิดมาก สรุปว่าดิฉันไม่ได้เกิดปีชง

วันนี้เบรกคุยกันแล้วกันนะคะ เดือนมกราก็จะหมดลง ดิฉันก็ยังไม่มี “นิวเยียร์ เรสโซลูชั่น” (New Year Resolution) ว่า”โกล” (goal) ปีใหม่นี้คืออะไร คิดไม่ออก คงเป็นว่าเวลาตั้ง”โกล”ทั้งปีมันรู้สึกยาวเหลือเกิน และดิฉันเป็นคนเปลี่ยนง่าย ก็เลยว่าดิฉันตั้ง”โกล”แต่ละวันดีกว่า เป็น “นิว เดย์ เรสโซลูชั่น” (New Day Resolution) ทำให้สำเร็จไปแต่ละวัน โกลดิฉันก็คือ “แฮ็ปปี้ และลดความครียดแต่ละวัน” ก็มานั่งนึกว่าอะไรทำให้ดิฉันแฮ็ปปี้ และอะไรทำให้ดิฉันเครียด และเราจะสัมฤทธิผลได้อย่างไร

สิ่งที่ทำให้ดิฉันแฮ็ปปี้

ทำอาหารและขนม เดี๋ยวนี้ดิฉันชอบทำอาหารเองและ bake ขนมมากๆ มันทำให้ดิฉันแฮ็ปปี้ ถึงขนาดปลูกเครื่องเทศและผัก ดิฉันทำตั้งแต่อาหารเช้า ทาน”กราโนล่า” (Granola)กับโยเกิร์ท คือข้าวโอ็ดอบกรอบและใส่ผลไม้แห้งและถั่วอัลมอนด์ วอลนัท เป็นอาหารเช้า ส่วนคุณสามีถ้ามีอารมณ์ก็ทำโยเกิร์ทให้ อาหารกลางวัน ช่วงอากาศหนาวดิฉันมักทำซุป อาหารเย็นก็จิปาถะแต่พยายามทานให้ครบหมู่ แต่ละวันก็ปั่นน้ำผลไม้ดื่มเอง เมื่อก่อนก็ซื้อดื่มวันละแก้วๆละ $4.00 ไปเห็นเครื่องปั่นที่คอสโก้ “ไวต้ามิกซ์” แพงมาก $400 แต่ดีมากปั่นน้ำผลไม้และทำซุปได้ในตัวเสร็จ ล้างก็ง่าย พอดิฉันตัดสินใจซื้อ คุณสามีขมึงตาใส่ ดิฉันทำใจเย็นบอกว่า จริงๆแล้ว ราคาแพงก็จริงนะที่รัก แต่เราได้ทุนคืนหลังจาก 100 วัน เพราะฉันซื้อน้ำผลไม้ดื่มวันละ $4.00 คุณสามีเลยยอมจำนน ดิฉันใช้ทุกวันตั้งแต่ซื้อมา คุ้มจริงๆ การทำอาหารทานเองทำให้ดิฉันใจเย็นขึ้น โดยเฉพาะเวลาทำขนมเพราะต้องทำตามเสต็ป ถ้าลัดเสต็ป ขนมก็ไม่อร่อยหรือต้องโยนทิ้ง ลงรูปอาหารดูกันนะคะ อาหารเช้า กราโนล่าและโยเกิร์ท อาหาร เย็น crab cake สลัดและมี “คินวา”(Quinoa) เป็นข้าวธัญพืช  และขนมก็ไม่ต้องห่วงเรื่องคาลอรี่ ทั้งหวาน ทั้งมัน เต็มที่ให้รางวัลตัวเอง ตามรูป ดิฉันกำลังทำขนมเยอรมัน  ช็อคโกแล็ต ฟลอเร็นไทน์ yum!!!!

โยคะ  อันนี้เป็น passion ของดิฉัน มีความสุขมากในช่วง 1 ชั่วโมงกว่าที่ทำโยคะแต่ละวัน เหมือนอยู่ในโลกของตัวเอง และเราให้สิ่งดีๆกับร่างกายตนเอง เราใช้ร่างกายมาอย่างสำบุกสำบัน ตอนนี้ตอบแทน เวลาทำโยคะเราให้อวัยวะภายในทุกอย่างออกกำลังและให้เขาได้รับอาหารดีๆ ทุกครั้งที่ดิฉันเข้าท่าอาสนะแต่ละท่า เหมือนดิฉันให้อาหารคืออ๊อกซิเจนต่ออวัยวะแต่ละส่วนอย่างเต็มที่

สิ่งที่ทำให้ดิฉันเครียด

อันนี้มีเยอะ คิดว่าทุกอย่างรอบๆตัวทำให้เราเครียดได้ หมอ “ไคโร” (Chiropractor)  หรือหมอปรับกระดูกที่ดิฉันไปหาประจำ เพราะดิฉันมีปัญหาคอมักจะแข็งไปหมด คงมาจากนั่งหน้าคอมทั้งวันและเครียด หมอบอกว่า “ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต” (Stress is a past of life) เฮ้อ ไม่ได้ปลอบใจได้เลย สรุปๆเอาสิ่งหลักๆที่ทำให้ดิฉันเครียด

ลูก  อันนี้ไม่รู้ทำยังไง เพราะก็คงต้องห่วงมันไปตลอดชีวิต พยายามนึกถึงคำสอนคุณแม่และนำมาตั้งสติว่า ลูกเปรียบเหมือน “นมยานฟัดอก” ดิฉันมีลูกสองคนพอดี มันก็เลยฟัดอกดิฉันคนละข้าง คิดแล้วก็บาล๊านซ์ดี

งาน ต้องยอมรับว่างานทำให้ดิฉันเครียด ทำให้นึกถึงตอนเรียนกฎหมาย มีเคสหนึ่งที่ลูกจ้างซูนายจ้างที่ให้เขาออกโดยไม่มีความผิด และชนะคดี ลูกจ้างเรียกร้องค่าเสียหาย และมีค่าสินไหมส่วนหนึ่งที่ทนายอ้างว่างานนี้ทำให้ลูกจ้างเครียดมาก ปรากฎว่าผู้พิพากษาไม่อนุมัติและบอกว่า งานทุกชนิดก่อให้เกิดความเครียด L ดิฉันเลยคิดว่าหรือเราจะรีไทร์ พอคิดเรื่องนี้ยิ่งเครียด เพราะกลัวว่าถ้ารีไทร์แล้วไม่มีอะไรทำ ยิ่งเครียดใหญ่แล้วจะทำไง ก็เลยหยุดคิดเรื่องนี้ คิดว่าคงยังไม่ถึงเวลาเพราะคิดทีไรเครีดทุกที เอาว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงก็รู้เอง

จะสัมฤทธิผลได้อย่างไร

สิ่งที่ดิฉันพยายามทำคือ

ทำในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ทำให้เรามีความสุข เมื่อสุขมากขึ้นมันก็ไม่มีเวลาเครียด ก็น่าจะน้อยลง ตอนนี้ก็เข้าครัวมากขึ้น ทำกับข้าว ขนม ไปเวเคชั่นบ่อยๆ ไปกินข้าวกับเพื่อนที่ชอบๆ

ไม่ทนทำสิ่งที่ทำให้เครียด เช่น ไปห่างๆคนขี้นินทา คนที่มองโลกในแง่ไม่ดี หรือเลิกคบไปเลย ไม่งั้นเราก็ต้องนั่งรับฟัง เครียดเปล่า และไม่รับเคสงานที่จะทำให้เราเครียด

“ให้” โดยไม่หวังผลตอบแทน เคยอ่านเจอในแม็กกาซีนว่าการให้จะเพิ่มความสุขได้ ตอนนี้ดิฉันก็เปิดบ้านสอนโยคะฟรี โดยให้สุขภาพแก่ ญาติ เพื่อน และเพื่อนบ้าน และอีกอย่างที่เริ่มทำคือเวลาเห็น”คนโฮมเลส” ที่ยืนขอเงินตามไฟแดง ก็ให้เงินเขาทุกครั้ง โดยไม่ต้องไปคิดว่า เขาอาจจะเอาเงินไปซื้อเหล้ากินหรืออะไรทำนองนั้น

ขับรถช้าลง ดิฉันเป็นคนขับรถเร็ว เพราะชอบซิ่งมาตั้งแต่สาวมากจนสาวน้อย ชอบแข่งไฟแดง ชอบลักไก่ รู้ว่าทำให้ตัวเครียด เพราะต้องใช้ประสาททุกส่วนเวลาขับรถเร็ว และต้องคอยมองว่ามีตำรวจอยู่แถวนั้นหรือเปล่า ตอนนี้ก็พยายามเลิกลักไก่ ไม่เหยียบคันเร่งเมื่อเห็นไฟเหลือง เวลาขึ้นรถปุ๊บก็หายใจยาวๆลึกๆถือว่านั่งลมปราณไปในตัว เปิดเพลงช้าๆคลาสสิกฟังแทนที่จะฟังสถานีร็อค KIIS FM และเผื่อเวลาให้เหลือเฟือจะได้ไม่รีบร้อนลุกลี้ลุกลนเพื่อไปถึงจุดหมายตรงเวลา ถ้าเหล่านี้ไม่ work ดิฉันคงต้องเปลี่ยนรถใหม่ ตอนนี้ขี่ “มินิ สปอร์ตคูป” เปลี่ยนไปซื้อรถที่แรงม้าต่ำ หรืออไฮบริดอะไรทำนองนั้น J