กฎหมาย DREAM Act ผ่าน

ดิฉันกลับจากเมืองไทยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มิย. นอนบ้านได้ 2 คืน เช้าวันอังคารบินไป Nashville รัฐเทนเนสซี่ เพื่อไปเรียนหลักสูตรคอร์สอิมมิเกรชั่นเพิ่ม กลับถึงบ้านเที่ยงคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามกฎทนายรัฐคาลิฟอร์เนียต้องเรียนหลักสูตรกฎหมายเพิ่มทุก 3 ปีประมาณเกือบ 30 ยูนิท ระหว่างที่ดิฉันเรียนอยู่ ข่าวใหญ่ผ่านออกมาวันพฤหัสที่ 14 มิ.ย. 2012 ว่า โอบาม่าผ่านกฎหมาย “ดรีมแอ็กท์”  ซึ่งเป็นข่าวที่เราทนายอิมมิเกรชั่นตื่นเต้นมาก คอลัมน์นี้ดิฉันจะพูดถึงรายละเอียดกฎหมาย “ดรีมแอ็กท์”นี้ ดิฉันจะเขียนเรื่องนี้อีกเป็นระยะหรือทันทีที่มีอะไรคืบหน้า โปรดอ่านกฎหมาย “ดรีมแอ็กท์” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บท กฎหมายคนเข้าเมือง หน้า 2-8 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

ข้อเตือน

กฎหมายนี้ถึงแม้จะผ่านออกมาและประกาศว่ามีผลบังคับใช้ทันที แต่ ณ. วันนี้ คุณยังไม่สามารถยื่นเรื่องได้ เพราะรายละเอียดต่างๆยังไม่มีว่าจะต้องกรอกฟอร์มอะไร ค่าธรรมเนียมเท่าไร เอกสารอะไร ยื่นเรื่องไปที่ไหน คาดว่ารายละเอียดจะประกาศออกมาภายใน 60 วัน ฉะนั้นถ้ามีผู้ใดบอกรับทำเรื่องให้คุณได้ตอนนี้ อย่าทำนะคะ ถูกหลอก ตอนนี้ผู้ที่คิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติตามข้อมูลที่ดิฉันจะให้นี้ สามารถรวบรวมเอกสารเตรียมไว้ให้พร้อมได้เลย

กฎหมายดรีมแอ็กท์

กฎหมาย “ดรีมแอ็กท์” นี้ร่างขึ้นมานานานแล้ว จุดประสงค์เพื่อช่วยเด็กที่พ่อแม่นำเข้ามาเมกาตั้งแต่เล็กๆ โดยเด็กไม่รู้ภาษาอะไรและไม่ใช่ความผิดของเด็ก พ่อแม่เอาเด็กเข้าเรียนหนังสือ เด็กกลายเป็นโรบินฮู้ด เด็กไม่รู้เรื่องกฎฆมายอิมมิเกรชั่นว่าตัวอยู่อย่างผิดกฎหมาย จะมารู้ก็ต่อเมื่อโตขึ้น พออายุได้ 16 ปี ปรากฎว่าตนไม่สามารถทำใบขับขี่ได้ ในขณะที่เพื่อนๆเริ่มมีรถและขับรถกัน พอถึงขั้นเข้ามหาลัย ยิ่งลำบากใหญ่เพราะตัวไม่สามารถเข้ามหาลัยได้เพราะโรบินฮู้ดไม่สามารถเข้ามหาลัยรัฐได้ หรือถ้าเข้าได้ก็เป็น คอมมิวนิตี้ คอลเลจ ใกล้บ้าน (วิทยาลัย 2 ปี) ทำให้สร้างปัญหาต่อเด็ก เด็กอาจมีปมด้อย และถึงเสียอนาคตไป กฎหมายนี้ค้างเติ่งอยู่ในสภา ทั้งพรรครีพับบลิคกันและเดโมแครทเสียงข้างมากเห็นด้วยกับกฎหมายนี้ แต่ไม่ยอมผ่านกฎหมายนี้ออกมาเดี่ยวๆ สภาต้องการให้”ดรีมแอ็กท์” ผ่านออกมาเป็นหมวดหนึ่งของกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่นชุดใหญ่ ซึ่งไม่มีการตกลงกันได้ระหว่างพรรครีพับบลิคกันและเดโมแครท เชื่อกันว่าโอบม่าผ่านกฎหมายนี้ออกมาเพื่อเป็นจุดหาเสียง สำหรับเลือกตั้งสิ้นปีนี้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม กฎหมายนี้ก็ถือเป็นข่าวดีและนิมิตรดีต่อไป

คุณสมบัติผู้อยู่ภายใต้ดรีมแอ็กท์

ใครที่สามารถแอ็พพลายภายใต้กฎหมายนี้

  1. ผู้นั้นต้องเข้ามาเมกาก่อนอายุ 16 ปี

  2. ณ. ตอนยื่นเรื่อง ผู้นั้นต้องอายุเกิน 15 ปี แต่ต่ำกว่า 30 ปี

  3. ผู้นั้นต้องอยู่ในเมกาอย่างน้อย 5 ปี ก่อนวันที่ 15 มิ.ย. 2012

  4. ผู้นั้นต้องอยู่ในเมกาต่อเนื่องกัน

  5. ปัจจุบันผู้นั้นต้องเรียนหนังสือ หรือจบไฮสกูลในเมกาแล้ว หรือได้รับประกาศ GED หรือได้ honorable discharge จาก the Coast Guard หรือ Armed Force

  6. ผู้นั้นต้องมีประวัติดี ไม่มีคดีอาญาสถานหนัก (Felony) ติดตัว หรือคดีอาญาสถานเบาที่สำคํญ (significant misdemeanor) หรือคดีอาญาสถานเบา (misdemeanor) 3 ข้อกล่าวหาหรือมากกว่านั้น หรือผู้ที่อิมมิเกรชั่นถือว่าเป็นผู้ที่อาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของประเทศ เป็นต้น ผู้ยื่นเรื่องทุกคนต้องพิมพ์นิ้วมือ  โปรดอ่านความรู้เพิ่มเกี่ยวกับคดีแพ่งและคดีอาญา ใน หนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บท กฎหมายและรูปคดี หน้า 1-4

ได้อะไรจากกฎหมายนี้

ผู้ยื่นเรื่อง ถ้าผ่านจะได้ใบ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” หรือ “ใบทำงาน” เมื่อได้ใบทำงานสามารถขอใบโซเชียล ใบขับขี่ เปิดบัญชีธนาคาร ทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย

เดินทางออกนอกประเทศได้หรือไม่

อันนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าทางอิมมิเกรชั่นจะออก Advance parole (แอ็ดวานซ์ พาโรล) คืออนุญาติให้ผู้ยื่นระหว่างรอเรื่องแอ็พพรูฟหรือหลังแอ็พพรูฟ จะสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้หรือไม่ อันนี้ต้องรอดูรายละเอียดที่จะผ่านออกมา

จะได้ใบเขียวหรือไม่

ไม่ได้ค่ะ ตามกฎบอกว่าจะให้ deferred action ต่อผู้ที่ยื่นเรื่องและมีคุณสมบัติภายใต้ DREAM Act สองปี และต้องต่อทุก 2 ปี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้ใบเขียว ตอนนี้ไม่มีครรู้ว่าจะต่อ deferred action ทุก 2 ปีไปอีกนานเท่าไร และอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น

Deferred Action คืออะไร

ตากมกฎหมาย DREAM Act ที่ผ่านออกมานี้ ระบุว่าทางอิมมิเกรชั่นจะให้ deferred action (ดีเฟอร์ แอ๊กชั่น) คือไม่ดำเนินเรื่องขับไล่ผู้ที่จัดอยู่ภายใต้ DREAM Act นี้ รวมทั้งผู้ที่เคยถูกจับ ถูกจับแล้วและกำลังอยู่ในระหว่างถูกดำเนินเรื่องขับไล่ออกนอกประเทศ

เอกสารที่คุณเตรียมได้ตอนนี้

  1. หลักฐานแสดงว่าเด็กเข้ามาเมกาก่อนอายุ 16 เช่นแสตมป์ในพาสปอร์ต

  2. หลักฐานว่า เรียนหนังสือ เช่น บัตรนักเรียน ใบเกรด ทะบียนที่ลงเรียน แต่ละปี ประกาศนียบัตร รูปถ่ายงาน    พรอม (Prom) เป็นต้น

  3. หลักฐานต่างๆว่าอยู่ในเมกา รูปถ่าย บิลโทรศัพท์ ค่าน้ำ ไฟ สัญญาเช่าบ้าน ใบขับขี่ ใบภาษี เสตทเม๊นท์จากธนาคาร เครดิตคาร์ด บิลจากหมอ ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณคิดว่าอาจเกี่ยวข้อง ให้ขนมาให้ทนายดูและเลือกให้ค่ะ

สรุป ได้ว่ากฎหมายนี้ไม่กระชับ ยังมีช่องโหว่อยู่มาก เอาว่า ณ. ตอนนี้กฎหมายนี้ให้เท่านี้ก็ยังดีกว่าไม่ผ่านอะไรออกมาเลย

คุยกับแฟนคอลัมน์

สำหรับแฟนๆคอลัมน์ที่เขียนมาถามข่าวคราวระหว่างดิฉันอยู่เมืองไทย ก็ขอบคุณมากนะคะ ดิฉันแฮ็ปปี้มากๆค่ะไปคราวนี้ พักผ่อนเต็มที่ไม่กังวลเรื่องงานเลย อาหาศไม่ร้อนมากอย่างที่คนบอก อาจเป็นเพราะดิฉัน “เย็น” ข้างใน ก็เลยดูเย็นสบายไปหมด (สงสัยคนไทยใจร้อน อากาศเลยร้อน) กิจวัตรประจำวันของดิฉันที่บ้านหัวหิน คือ ตอนเช้าก็ไปจ่ายตลาดสดที่ตลาดฉัตรชัย ทุกเช้าวันอังคารถึงศุกร์ ดิฉันก็ไปโยคะ 1 1/2 ชั่วโมง ที่ “บ้านโยคะ” ตรงข้ามตลาดฉัตรชัย ครูเดียร์ดีมากๆค่ะ วัน เสาร์ และ อาทิตย์ ไปโยคะที่ โรงแรมเชอราตัน และเสร็จโยคะก็ไปนั่งสตีมรูม และซาวน่าต่อ ส่วนวันจันทร์ เรียนมวยไทยที่ เชอราตัน มันจริงๆค่ะ คราวหน้าจะไปเรียนมวยไทยเพิ่ม ส่วนตอนกลางวันก็ไปทานข้าวแถวชายทะเล และหาร้านใหม่ๆทาน ตอนเย็นก็ทำกับข้าว และขนม ทานข้าวกับเพื่อนบ้านหลังบ้าน และที่ขาดไม่ได้คือ นวดเท้า ทุกวันเว้นวัน สุขจริงๆ