นโยบายตามจับโรบินฮู้ดของ ICE

เมื่อวันจันทร์ที่ 25 มิย. ที่ผ่านมา ศาลสูงสุด “ยูเอ็ส ซุพพรีม คอร์ท” (U.S. Supreme Court) ได้ตัดสินเคสเกี่ยวกับร่างกฎหมาย S.B.1070 ของรัฐอาริโซน่าที่ผ่านออกมาปี 2010 ซึ่งเป็นกฎหมายเข้มงวดต่อโรบินฮู้ดที่อยู่ในรัฐมาก ซึ่งถือเป็นการก้าวก่ายอำนาจของรัฐบาลกลาง เนื่องจากรัฐไม่มีอำนาจที่จะออกกฎหมายด้านอิมมิเกรชั่น เพราะรัฐบาลกลางเท่านั้นที่ออกกฎอิมมิเกรชั่น เพื่อกฎหมายจะได้ยูนิฟอร์มเหมือนกันหมดทั่วอเมริกา ทันทีที่กฎหมายผ่านคณะรัฐบาลโอบาม่าได้ฟ้องศาลให้ระงับผลการใช้กฎหมายนี้ จนกระทั่งศาลสูงตัดสิน ร่างกฎหมายนี้มี 3 ข้อใหญ่ ซึ่งศาลได้ตัดสินยกเลิก 2 ข้อ และผ่าน 1 ข้อ ดังนี้ ข้อที่ผ่านคือ (1) ตำรวจรัฐสามารถเช็คสถานภาพของคนต่างชาติที่หน้าเหมือนกะเหรี่ยงได้  โดยขอดูเอกสารว่าผู้นั้นอยู่อย่างถูกต้องหรือไม่ (ข้อนี้ ได้สมญานามว่ากฎหมาย “paper please”)ส่วนสองข้อที่ถูกโมฆะไป คือ (2) กรณีที่ตำรวจสงสัยว่าโรบินฮู้ดทำผิดกฎหมายที่จัดอยู่ในข่ายเนรเทศ ตำรวจไม่สามารถจับโรบินฮู้ดได้โดยไม่มีหมายจับ และ (3)โรบินฮู้ดที่พยายามหางานทำในรัฐอาริโซน่าถือเป็นการผิดกฎหมายอาญา โปรดอ่านข้อมูลเพิ่ม “การขัดกันระหว่างกฎหมายรัฐ และรัฐบาลกลาง” ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บท กฎหมายและรูปคดี หน้า 1-3 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

ผลของคำตัดสิน

เมื่อการตัดสินผ่านมาทั้งสองฝ่ายก็ถือว่าเป็นชัยชนะ ผลกับโรบินฮู้ดที่อยู่รัฐอาริโซน่า ก็คือ คุณอาจถูกตำรวจขอเช็คสถานภาพของคุณได้ (จะบอกว่าทุกเมื่อ เนื่องจากกฎหมายกว้าง แต่ก็จะเว่อร์ไป) น่าจะเป็นกรณีที่คุณมีปัญหาทางกฎหมาย เช่นได้ตั๋ว ไปชกต่อยกับคนอื่น หรือทำผิดกฎหมายอื่นๆ เป็นต้น เรื่องของเรื่องก็คือหลังจากตำรวจตรวจสถานภาพและรู้ว่าคุณเถื่อน เขาอาจจะแจ้งสถานภาพคุณเข้าไปที่อิมมิเกรชั่น

อิมมิเกรชั่นตามจับหรือไม่ถ้าอยู่เถื่อน

ข้อมูลนี้ดิฉันได้มาจากเจ้าหน้าที่ “ไอ๊ซ์” (ICE เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นแผนกจับ) ตอนไปเรียนกฎหมายสัปดาห์ที่แล้วที่รัฐ เทนเนสซี่ อาจจะทำให้คุณโรบินฮู้ดที่บายใจขึ้นบ้างก็ได้  ห้องเรียนนี้เป็น เวทีเปิดโดยเจ้าหน้าที่ไอ๊ซ์ระดับสูง 3-4 คน นั่งบนเวทีและอั้พเดทข่าวต่างๆ จากอิมมิมิเกรชั่น และหลังจากนั้นเป็นคำถามคำตอบ พวกทนายหลายคนถามเรื่องนโยบายของ ICE ในการจับโรบินฮู้ดและขับไล่หรือเยรเทศโรบินฮู้ด นี่คือคำตอบของ ICE

นโยบายของอิมมิเกรชั่น

อิมมิเกรชั่นได้เปลี่ยนระบบการทำงานใหม่หมดประมาณปี 2003 หลัง 9/11 โดยตั้งกระทรวงใหม่ขึ้นมาเรียก “ดีพาร์ทเม๊นท์ ออฟ โฮมแลนด์ เซ็คคิวริตี้” (Department of  Homeland Security เรียกย่อๆว่า DHS) และได้แยกแผนกอิมมิเกร ชั่นออกเป็น 3 แผนกคือ แผนกเอกสาร แผนกศุลการักษ์ และแผนกจับกุม ขับไล่ อันนี้เรียกย่อๆว่า “ไอ๊ซ์” (ไม่ใช่”ไอ้เก” แบบสมัยก่อน) ปัจจุบัน DHS อยู่ภายใต้การนำของ นาง “แจเน็ท นาโปลิทาโน่”(Janet Napolitano) เซ็คเค็ททารี่ของ DHS ซึ่งเธอได้เข้ารับตำแหน่งในปี 2006 เธอเป็น “เดโมแครท” (พรรคเดโมแครท ส่วนใหญ่จะโปรอิมมิเกรชั่น) นโยบายที่นางแจเน็ทประกาศออกมาคือ หน้าที่ DHS คือ ปกป้องประเทศจากการขู่หรือมุ่งทำร้ายอเมริกา และจะดำเนินการขับไล่ผู้ที่อาจเป็นภัย หรือมุ่งทำร้ายต่ออเมริกา โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มความเป็นมาของ Department of Homeland Securityในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงหลัง 11 กันยา” ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บท กฎหมายคนเข้าเมือง หน้า 2-6

ไก๊ดไลน์ผู้ที่ ICE จะดำเนินเรื่องขับไล่

เจ้าหน้าที่ ICE ได้ให้ไก๊ด์ไลน์ว่าหลักการดำเนินตามนโยบายของนางแจเน็ท มีดังนี้ คือ ผู้ที่อยู่ในเมกาเถื่อน คือโรบินฮู้ดที่ไม่ได้ทำผิดอะไร เพียงอยู่เถื่อน และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่ออเมริกา เขาไม่จับและจะมองข้ามไป หรือเมื่อจับแล้วก็จะปล่อย หรือถ้ามีองค์กรอื่น เช่น กรมแรงงาน ออฟฟิสโซเชียล หรือ ดี เอ็ม วี (Departments of Motor Vehicle)  ส่งรายชื่อโรบินฮู้ดที่ทำผิดกฎหมายไปให้ ขั้นแรก ICE จะเช็คว่า ผู้นั้นเป็นอาชญากร (คริมมินัล – Criminal) หรือ ไม่ได้เป็นอาชญากร (นอนคริมมินัล – Non Criminal) ถ้าผู้นั้นไม่ใช่อาชญากร เขาก็ไม่ทำอะไรต่อ จะปล่อยตัวไป ขั้นสอง ถ้าผู้นั้นเป็นอาชญากร ICE จะดูว่าผู้นั้นได้ประกอบชญากรรมระดับ 1 (Level I Crime) หรือระดับ 2 (Level II Crime) ระดับ 1 คือ “เฟโลนี่” (Felony) ธรรมดา ระดับ 2 คือ “แอ็ค-กริ-เวท-เท็ด-เฟโลนี่” (Aggravated Felony) ถ้าเป็นระดับสองก็จะถูกดำเนินเรื่องขับไล่ ถ้าระดับหนึ่งเขาจะใช้วิจารณญานดูอีกทีว่าจะดำเนินเรื่องขับไล่หรือไม่  ส่วนผู้ที่มีเพียงคดีอาญาสถานเบาหรือเกี่ยวกับทำผิดกฎจราจร เช่นได้ตั๋ว หรือเพียงทำผิดกฎอิมมิเกรชั่น คือ อยู่เกิน หรือทำงาน จัดว่าไม่เป็นภัยต่อประเทศ เขาก็จะปล่อยไป  ฟังแล้วยิ้มออกได้ยังคะ??

เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานร้านอาหาร

ระยะ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้ยินจากลูกความและเพื่อนๆที่มีร้านอาหารไทยเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ ร้านอาหารไทยลำบากเพราะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาเช็คและตรวจเอกสารจากคนงาน เป็นผลให้เจ้าของร้านถูกจ่ายค่าปรับเป็นหมื่นเป็นแสน ดิฉันถามไปถามมาได้ความว่า เจ้าหน้าที่มาจากกรมแรงงานหรือ “เลเบ่อร์ บอร์ด” (labor board) ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ICE เรามาดูสถานการณ์นี้กัน เพื่อโรบินฮู้ดจะได้ไม่ตื่นกลัวกันมาก กรณีที่ผู้มาตรวจมาจากกรมแรงงาน ขอให้คนงานสบายใจได้ เพราะระบบงานของกรมแรงงานคือ ตรวจธุรกิจว่านายจ้างเอาเปรียบแรงงานต่างขาติหรือไม่ เขาจะเอาผิดนายจ้างไม่ใช่ลูกจ้าง เช่น นายจ้างจ่ายค่าแรงต่ำกว่ากฎหมายกำหนด จ่ายเงินใต้โต๊ะเลี่ยงภาษีแรงงาน คนงานนทำงานเกินวันละ 8 ชั่วโมงแต่ไม่ได้โอหรือไม่ เป็นต้น กรณีนี้กรมแรงงานก็จะซูนายจ้าง และคำนวนเงินที่นายจ้างเป็นหนี้รัฐค่าภาษี และปรับนายจ้างกรมแรงงานไม่มีจุดทุ่งหมายที่จะมาจับคนงานโรบินฮู้ด กรณีที่ว่ากรมแรงงานจะแจ้งไปที่อิมมิเกรชั่นหรือไม่ คิดว่าไม่ แต่ถ้าแจ้ง ทางอิมมิเกรชั่นก็จะตรวจประวัติโรบินฮู้ดและใช้ไก๊ด์ไลน์ที่กล่าวข้างต้น โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มความเป็นมาเกี่ยวกับสิทธินายจ้างงและลูกจ้างของ หัวข้อ “อัตรค่าชั่วโมงและโอเว่อร์ไทม์” ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทสิทธินายจ้างและลูกจ้าง หน้า 8-2

DHS เปิดจดหมาย

มีแฟนคอลัมน์อีเมล์มาเล่าเหตุการณ์ตอนดิฉันอยู่เมืองไทยเดือนที่แล้ว ว่า DHS เปิดจดหมายของตนตรวจ ที่ทางเมืองไทยส่งมาที่บ้าน ในนั้นเป็นเอกสารประวัติส่วนตัว รวม สำเนาพาสปอร์ต ใบเกิด บัตรประชาชน เป็นต้น เมื่อได้รับจดหมาย ซองถูกเปิดและมีเทปปิดผนึก ข้างในมีโน๊ตจาก DHS ว่าจดหมายนี้ถูกตรวจโดย DHS ลูกความกลัวมากว่าอิมมิเกรชั่นจะมาตามจับถึงบ้าน กินไม่ได้นอนไม่หลับในที่สุดก็ย้ายบ้าน กรณีนี้เป็นไปได้ไหมที่อิมมิเกรชั่นจะมาตามจับถึงบ้าน ถ้าตามที่เจ้าหน้าที่ ICE พูดบนเวทีเปิดที่คอนเฟอเร็นซ์ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรถ้าแฟนคอลัมน์ไม่มีประวัติเสีย ตอนดิฉันบินไปไทยคราวที่แล้วนี้ กระเป๋าเดินทางทั้ง 3 ใบถูกเปิดตรวจและข้างในกระเป๋ามีกระดาษพิมพ์ว่ากระเป๋านี้ถูกเปิดและตรวจโดย DHS นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันเจอเช่นกัน ดิฉันคิดว่า นี่คงเป็นนโยบายหนึ่งของ DHS ที่จะตรวจเอกสารที่เข้า/ออกเมกา โดยเฉพาะถ้าในซองมีข้อมูลประวัติส่วนตัว ดิฉันเคยมีลูกความที่ดิฉันขอสำเนาพาสปอร์ต แต่ลูกความสำคัญผิดส่งพาสปอร์ตตัวจริงมาให้ พาสปอร์ตนั้นไม่เคยถึงดิฉัน สันนิษฐานว่าถูก DHS ริบ เพราะข้อมูลพาสปอร์ตหรือตัวพาสปอร์ตถือว่าสำคัญ เพราะผู้ก่อการร้ายจะปลอมแปลงพาสปอร์ต โปรดอ่านเพิ่มเกี่ยวกับ “การอยู่อย่างโรบินฮู้ด” ใน หนังสือ ชีวิตโรบินฮู้ด หน้า 43 เพื่อคุณจะได้ไม่อยู่ด้วยความหวาดกลัว